ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2833 การปรากฏตัวของจิ่วอิง
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ข้าเป็นสหายกับไม้เทพแห่งชีวิตน่ะสิ!”
“ไปหลอกผีเถอะ! จะไปเป็นสหายกับต้นไม้ได้อย่างไรกัน” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตไม่เชื่อมู่เฉียนซีอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าพูดความจริงเจ้าก็ไม่เชื่อ เช่นนั้นก็ช่างมันเถอะ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา
“อาศัยเจ้าสิ่งนี้เป็นหลัก” มู่เฉียนซีหยิบเอาหญ้าแห่งชีวิตออกมา
“อ้าน! ลงมือได้” นางกล่าวกับอ้าน
“ขอรับ!” อ้านพยักหน้าเล็กน้อย และหายไปต่อหน้าต่อตามู่เฉียนซีอย่างกะทันหัน
หลังจากนั้นหอคอยแห่งความมืดหอหนึ่งก็ปรากฏขึ้น สัตว์ภูตกับสัตว์วิญญาณมากมายพุ่งทะยานออกมา และเข้าร่วมสงครามนี้ในทันที
ภูตร้ายแห่งความตายนั้นน่ากลัวมากจริง ๆ อีกทั้งพลังในการต่อสู้ของผู้ช่วยของพวกมันก็ไม่ได้แย่เลยเช่นกัน
“เราจะต้องชนะได้” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
“ก็ไม่แน่หรอก!” สายตาของมู่เฉียนซีทอดมองไปยังสุดขอบของทะเล
นี่เป็นเพียงการโหมโรงเท่านั้น เพราะภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่แท้จริงยังไม่ปรากฏออกมาเลยด้วยซ้ำ!
จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะมีการรบกวนจากพลังแห่งชีวิต จึงทำให้ความสามารถของพวกเขาไม่อาจอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์สูงสุดได้
นอกจากนี้การลอบสังหารและวางยาพิษของหอหมอปีศาจ ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือของฝูงสัตว์ร้าย ก็ทำให้พวกเขาเสียเปรียบเป็นอย่างยิ่ง
“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าพวกเราจะต้องพ่ายแพ้จนล่าถอยเป็นแน่ เมื่อไรนายท่านจิ่วอิงจะสามารถฟื้นพลังและปรากฏตัวออกมาได้กัน”
“ใกล้แล้ว พวกเราต้องทนไว้!”
และในเวลานี้ ก็มีร่างเงาสีดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมา
ทั่วทั้งร่างของมันเต็มไปด้วยพลังแห่งความตาย ทว่ามันไม่ได้หันคมดาบฟาดฟันเพื่อสังหารศัตรู แต่กลับสังหารพวกเดียวกันเอง
“ท่านเหลียง เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้” จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวกล่าวอย่างเหลือเชื่อ เมื่อเห็นว่าพวกเดียวกันถูกสังหารไปทีละคนอย่างรวดเร็ว
“คนไร้ประโยชน์อย่างพวกเจ้า แค่ทำเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังทำได้ไม่ดีเลย เพื่อทำให้ท่านจิ่วอิงถือกำเนิดขึ้นมาโดยเร็ว มีเพียงแต่ต้องทำให้คนตายมากยิ่งขึ้นกว่านี้เท่านั้น! ท่านจิ่วอิงได้มอบพลังให้แก่พวกเจ้า ฉะนั้นหลังจากที่พวกเจ้าตายแล้ว พลังแห่งความตายนั้นก็จะคืนกลับไปให้ท่านจิ่วอิงถึงสองเท่า เช่นนี้ท่านจิ่วอิงก็จะสามารถฟื้นฟูพลังได้แล้ว” ท่านเหลียงกล่าวอย่างเย็นชา
“พวกเจ้าทั้งหมดล้วนเป็นคนที่ท่านจิ่วอิงเลี้ยงดูออกมา เพียงแค่ฆ่าอีกเล็กน้อย ก็พอแล้ว! เพียงพอแล้ว!”
จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวตะลึงงันไปอย่างสมบูรณ์ ความจงรักภักดีของพวกเขาได้กลายเป็นเพียงเรื่องตลกไปเสียแล้ว
พวกเขาแค่ถูกใช้ประโยชน์ และเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกฆ่าได้ตามอำเภอใจเท่านั้น
แม้ว่าจะมีท่านจิ่วอิงที่แข็งแกร่งเป็นผู้นำของแดนภูต แต่คาดว่าน่าจะเลวร้ายกว่าการถูกกดขี่ด้วยเผ่าเทพเสียอีก
อย่างน้อยการสังหารหมู่เช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่เผ่าเทพต่างดูหมิ่นเป็นอย่างยิ่ง
จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวตัวสั่นเทา ในเมื่อนางเดินในเส้นทางนี้แล้ว เช่นนั้นมีแต่ต้องเดินไปสู่ความมืดมิดเท่านั้น
“คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะฆ่าคนของตนเอง นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวด้วยความตื่นตกใจ
“ที่แท้สัตว์ร้ายจิ่วอิงก็แข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยวิธีการเช่นนี้นี่เอง มันใกล้จะมาแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ขอรับ! นายท่าน!” อ้านกลับมาอยู่ข้างกายมู่เฉียนซี และเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา
ครืนนนน!
ทันใดนั้นก็มีคลื่นยักษ์อันน่าสะพรึงกลัวปะทุออกมาทั่วน่านน้ำของแดนภูต
และเกลียวคลื่นที่เหมือนกับสัตว์ร้ายที่กลืนกินท้องฟ้า ได้ทำลายเกาะขนาดเล็กไปมากมายทันที
ทันใดนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาเหนือขอบฟ้าอย่างกะทันหัน ซึ่งรูปร่างหน้าตาของมันนั้นน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง
การถูกสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นี้เข้าใกล้อย่างรวดเร็ว เป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสะพรึงกลัวราวกับว่าสามารถทำให้ทั้งเกาะหมื่นภูตถูกทำลายจนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ก็มิปาน
เหล่าภูตร้ายแห่งความตายตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่ง “เป็นท่านจิ่วอิง! ในที่สุดท่านจิ่วอิงก็ฟื้นตัวจนออกมาได้แล้ว พวกเราต้องชนะแน่นอน”
“ท่านจิ่วอิงจงเจริญ!”
สีหน้าของจอมราชาภูตเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมมากขึ้นไปอีก แม้แต่ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเองก็ตื่นตกใจเช่นกัน
“ให้ตายเถอะ! มัน…คิดไม่ถึงว่ามันจะหนีออกมาได้แล้วจริง ๆ”
ทันใดนั้นร่างเงาสีดำร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมา และหอคอยแห่งความมืดสีดำขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าไปตรึงจิ่วอิงเอาไว้
“พลังแห่งความมืดที่น่ารังเกียจเช่นนี้ เป็นเจ้าเองสินะ! หอคอยนิรันดร์” จิ่วอิงร้องคำรามออกมา
เมื่อศัตรูมาเผชิญหน้ากัน ความโกรธก็ลุกโชนจนตาแดงก่ำ และเจ้าหมอนี่ก็คือคนที่ผนึกมันในตอนแรกนั่นเอง
ตอนนี้พลังของมันฟื้นฟูแล้ว มันต้องไปเยือนทั้งสามดินแดน เพื่อเตรียมความพร้อมในการต่อสู้ดินแดนต่าง ๆ กับเจ้านายของมัน แต่กลับต้องมาเผชิญหน้ากับเจ้าหมอนี่อีกครั้ง
“ตายซะ! ครั้งนี้ เจ้าอย่าคิดว่าจะหยุดข้าได้เลย!”
พลังที่น่าสะพรึงกลัวจู่โจมเข้ามา ซึ่งมันก็ทำให้พื้นที่บริเวณโดยรอบแตกกระจายอย่างบ้าคลั่ง การต่อสู้ระดับนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
เพื่อป้องกันไม่ให้การต่อสู้ของพวกเขาทำลายแดนภูตทั้งหมด ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตจึงออกโรงด้วยการสร้างมิติอีกแห่งหนึ่งขึ้นมา
ถึงการต่อสู้ของเจ้าสองคนนี้ดูเหมือนว่าจะอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก แต่ความจริงพวกเขาได้ต่อสู้กันในอีกมิติหนึ่งแล้ว
และไม่ว่าพวกเขาจะทำลายล้างกันมาแค่ไหน แต่สำหรับพวกเขา สำหรับแดนภูต ก็จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น
“เขาคือหอคอยนิรันดร์ ของเจ้าหรือ” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวกับมู่เฉียนซีอย่างอยากรู้อย่างเห็นเป็นอย่างยิ่ง
มนุษย์ผู้นี้เป็นเหมือนสมบัติชิ้นหนึ่ง ที่ไม่เคยมีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แต่กลับครอบครองสิ่งของที่มีคนมากมายไม่กล้าแม้แต่จะคิดได้
มีทั้งพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ พลังแห่งชีวิต คัมภีร์หมื่นคำสาป และยังมีหนึ่งในมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ อย่างหอคอยนิรันดร์ด้วย
“ใช่แล้ว! ของเข้าเอง” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้าอ่อนแอไปมากเลยทีเดียว แต่เจ้าที่เป็นเช่นนี้ไม่เพียงแต่ซ่อนตัวให้ดี ยังจะมาเผชิญหน้ากับข้าอีก เช่นนั้นวันนี้ข้าจะต้องทำให้จิตวิญญาณของเจ้าแตกสลายไปให้ได้! หอคอยนิรันดร์”
เมื่อรู้ว่าพลังของอ้านไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนตอนที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว เจ้าจิ่วอิงผู้นี้ก็เปลี่ยนเป็นหยิ่งผยองมากขึ้นเป็นพิเศษทันที
และการเผชิญหน้าอันดุเดือดนี้ ก็ทำให้มืดฟ้ามัวดินไปเลยทีเดียว
ฉัวะ!
จิ่วอิงต่อสู้กับอ้าน และการต่อสู้ทางด้านนี้ก็ยังไม่หยุดลงเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อย่าฆ่าพวกเขา ยิ่งพวกเขาตายมากเท่าไร พลังของจิ่วอิงก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น ปล่อยให้เขามีลมหายใจก็พอแล้ว”
“เข้าใจแล้วขอรับ!”
พวกเขาต้องมีสติควบคุมให้ดี ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถปล่อยให้พวกเขากลายเป็นเครื่องมือเสริมความแข็งแกร่งให้จิ่วอิงได้อยู่แล้ว
การเฉียดกับเทพแห่งความตายครั้งแล้วครั้งเล่า ช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจริง ๆ
จูเชว่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาก็สามารถผสานเข้ากับพลังของจักรพรรดิภูตได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
ปังงง!
เผ่าภูตคนหนึ่งถูกจูเชว่โจมตีจนลอยกระเด็นออกไป เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถูกบีบให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิมทันที
“นี่คือพลังของจักรพรรดิภูตอย่างนั้นหรือ” เขาแพ้แล้ว
“เหลือแต่เจ้าแล้ว! รับการโจมตีซะ!” จูเชว่ต่อสู้ต่อไป
จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวถูกฉื้อเม่ยและราชินีเผ่าไก่ฟ้าร่วมมือกันโจมตี และกลายเป็นการต่อสู้แบบสองต่อหนึ่งทันที ทำให้นางในตอนนี้ค่อนข้างปวดหัวมากเลยทีเดียว
“เผ่าของพวกเจ้าโจมตีเผ่าไก่ฟ้าด้วยความแค้น วันนี้ข้าจะต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน”
ในเวลานี้ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมากลางอากาศ และมู่เฉียนซีก็นำโล่ปีกทมิฬออกมา
ปังง!
และการโจมตีที่รุนแรงก็ถูกขวางเอาไว้ได้
“เจ้าฆ่าคนไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว ไม่จำเป็นต้องช่วยพวกเราฆ่าภูตร้ายแห่งความตายเหล่านั้นต่อแล้วหรือ” ตอนนี้ทางด้านของพวกเขาได้เปรียบ และมีคนส่วนหนึ่งที่ถูกฆ่าตายไปไม่น้อยเพราะคนผู้นี้
เหลียงกล่าวว่า “เจ้าคือเจ้านายของหอคอยนิรันดร์สินะ หากกำจัดเจ้า เจ้านายของข้าก็จะใช้พลังน้อยลงในการจัดการหอคอยนิรันดร์”
“อยากฆ่าข้าหรือ เจ้าทำไม่ได้หรอก” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างใจเย็น
“ข้าไม่เชื่อว่าโล่ของเจ้าจะสามารถขวางข้าไปได้นานถึงขนาดนั้นหรอก” เขากล่าวอย่างเย็นชา
ตูมม โครมม!
เขาก็โจมตีโล่ปีกทมิฬอย่างบ้าคลั่ง
พลังของโล่ปีกทมิฬเปลี่ยนเป็นอ่อนแอลง และในเวลานี้ก็มีร่างเงาสีดำปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เหตุผลที่ข้าบอกว่าเจ้าไม่สามารถทำอะไรข้าได้ ไม่ได้เป็นเพราะการป้องกันของโล่ปีกทมิฬแข็งแกร่งมาก! แต่เป็นเพราะจิ่วเยี่ยของข้าอยู่ด้วยต่างหาก!”
คนผู้นั้นเผชิญหน้ากับดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกคู่หนึ่งที่ไม่มีร่องรอยของความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย
แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้เขาสั่นเทา เขาถอยหลังไปอย่างรวดเร็วและคิดที่จะหนี แต่เงาแห่งความตายกลับไม่ปล่อยเขาไป
ปังง!
เขาถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป และร่างของเขาเกือบครึ่งก็กลายเป็นกระดูกขาว
.
.