ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2834 ลงมือด้วยกัน
“เจ้า! เจ้า!” ชายผู้นั้นจ้องมองไปที่จิ่วเยี่ยด้วยความหวาดกลัว และไม่สามารถควบคุมเลือดเนื้อที่กำลังจะหายไปอย่างรวดเร็วของตนเองได้เลย
จูเชว่สามารถจัดการผู้ชายอีกคนได้ และสงครามที่เกาะหมื่นภูตแห่งนี้ ก็ได้สิ้นสุดลง
จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวกลายเป็นเชลย และคนของหอหมอปีศาจก็เริ่มทำการรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
พวกเขาชนะแล้ว!
แต่ในเวลานี้ กลับไม่มีความยินดีฉายอยู่บนใบหน้าของพวกเขาเลย นั่นก็เป็นเพราะสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่อยู่บนขอบฟ้า เพราะสัตว์ร้ายจิ่วอิงที่แข็งแกร่งยังไม่ถูกกำจัดไปนั่นเอง
หอคอยยักษ์แห่งความมืดกำลังปะทะกับสัตว์ร้ายขนาดใหญ่นั้น หากพลังนั้นไม่ได้ถูกแยกออกไปด้วยม่านพลัง เกรงว่าจะต้องเกิดเรื่องกับพวกเขาเป็นแน่
“ทุกคน รีบออกไปให้ห่างจากเกาะหมื่นภูต เร็วเข้า!”
ความแข็งแกร่งของจิ่วอิงน่ากลัวกว่าคนอื่น ๆ จูเชว่กล่าวว่า “ซีซี เจ้าคงเป็นกังวลเกี่ยวกับอ้านใช่หรือไม่! ในที่สุดข้าก็ได้เป็นจักรพรรดิภูตแล้ว ข้าจะไปร่วมต่อสู้ด้วย”
ฉึก!
และสิ่งที่ตอบกลับจูเชว่มาก็คือเข็มยาของมู่เฉียนซี
“เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก พักสักหน่อยเถอะ!”
ตึง!
และจูเชว่ก็ล้มลงไปบนพื้นโดยตรง
“ผู้นำเผ่าจิ้งจอก ข้ามอบจูเชว่ให้ท่านก็แล้วกัน ฝากดูแลเขาให้ดีด้วย”
“อื้ม!”
พวกเขาพยายามอพยพอย่างรวดเร็ว หากไม่มีใครสามารถขวางจิ่วอิงเอาไว้ได้ ไม่ว่าพวกเขาจะซ่อนอยู่ที่มุมไหนของแดนภูต คาดว่าทั้งหมดล้วนเป็นทางตันทั้งนั้น
“พวกเขาไปกันหมดแล้ว เจ้าไม่ไปด้วยหรืออย่างไร ต้นกำเนิดแห่งแดนภูต” มู่เฉียนซีกล่าว
“ท่านอ้านกำลังจะพ่ายแพ้ พลังของเขาด้อยกว่าตอนที่อยู่ในสภาพสูงสุดมากเกินไป เจ้าจะทำเช่นไร” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
“เจ้าจะทำเช่นไรอย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงที่เย็นชาของจิ่วเยี่ยดังออกมา
“หากต้องการให้ข้าออกโรง เจ้าก็จะต้องจ่ายให้คุ้มค่า” เขากล่าวพลางมองไปทางต้นกำเนิดแห่งแดนภูต
“เจ้า…นี่เจ้ากำลังคุยเงื่อนไขกับข้าอย่างนั้นหรือ แต่ข้าไม่เชื่อว่านางจะไม่สนใจใยดีแดนภูต ก่อนหน้านี้นางยังช่วยอยู่เลยนี่นา!” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
“นางใจอ่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะใจอ่อนไปด้วย เรื่องของแดนภูตไม่เกี่ยวกับข้า ข้าเพียงแค่ต้องการให้ซีผ่านทุกอย่างไปได้ด้วยดีเท่านั้น” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
“หากข้าทำลายจิ่วอิง ทำให้มันไม่สามารถทำลายล้างแดนภูตได้อีก เจ้าจะต้อมอบพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตให้ซี!” เขากล่าวอย่างไม่ลังเล
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตสับสนเป็นอย่างมาก ดินแดนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยพลังของมัน ฉะนั้นมันจึงใส่ใจดินแดนแห่งนี้มาก
ตอนนี้แดนภูตเพิ่งจะมีจักรพรรดิภูตคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น ยังไม่ทันจะได้เริ่มต้นใหม่ ก็จะถูกทำลายไปทั้งอย่างนี้แล้ว นั่นมันก็น่าเสียดายเกินไป
“ฉวยโอกาสในยามที่คนอื่นลำบาก มนุษย์อย่างพวกเจ้าเจ้าเล่ห์ได้ขนาดนี้เลยหรือ ข้า…” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตมองไปทางมู่เฉียนซี จำเป็นต้องยอมรับว่ามนุษย์ผู้นี้เจ้าเล่ห์มากเช่นกัน แต่เขาไม่เชื่อว่าคนที่จักรพรรดิภูตคนใหม่เป็นห่วงเป็นใยผู้นี้จะไม่สนใจแดนภูตอย่างแน่นอน
“หากเจ้าไม่รับปาก ข้าจะพาซีกลับไปที่แดนนรก และไม่สนใจแดนภูตของเจ้าอีก”
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตรู้ว่า ชายผู้นี้พูดจริงทำจริงแน่นอน
มันไม่กล้าที่จะเดิมพัน เพราะอย่างไรเสียแดนภูตในตอนนี้ก็เปราะบางมากเหลือเกิน
“ตกลง! ข้ายอมแพ้ มนุษย์ เจ้านี่ช่างโหดเหี้ยมจริง ๆ ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าเลย! ขอเพียงเจ้าทำลายสัตว์ร้ายจิ่วอิง คืนความสงบสุขให้กับแดนภูตอีกครั้งได้ ข้าก็จะมอบพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตให้กับสาวน้อยผู้นี้ เจ้าพอใจแล้วสินะ!” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
“ดูแลตัวเองให้ดี ข้าจะไปจัดการเจ้าหมอนั่นก่อน!” จิ่วเยี่ยกระซิบกล่าวที่ข้างหูของมู่เฉียนซี
“อ้าน! กลับมา!” ในฐานะที่เป็นผู้ผูกพันธสัญญาของอ้าน มู่เฉียนซีสามารถสัมผัสได้ว่าสถานะของอ้านในตอนนี้อ่อนแอมาก
“เจ้านาย อ้านยังสู้ต่อได้ขอรับ!” อ้ายยังต้องการที่จะสู้ต่อ
ในฐานะที่เป็นผู้ผูกพันธสัญญาของเจ้านาย เขาจะยอมให้ผู้ชายคนนี้ออกโรงช่วยเหลือได้อย่างไร นอกจากนี้เจ้านี่ยังเป็นสัตว์ร้ายที่เขาเคยผนึกมาก่อนอีกด้วย
อ้านในตอนที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างดื้อรั้นเช่นนี้ ทำให้มู่เฉียนซีจนปัญญามากจริง ๆ
นางกล่าวว่า “เช่นนั้นพวกเจ้าก็ลงมือด้วยกัน รีบจัดการให้เร็วที่สุด!”
“เจ้าเป็นใครกัน” สัตว์ร้ายจิ่วอิงรู้สึกประหลาดใจกับจิ่วเยี่ยที่บุกเข้ามาในวงการต่อสู้ของพวกเขาอย่างกะทันหัน
ทันใดนั้น พลังแห่งความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็ระเบิดออกมา ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง
จิ่วเยี่ยไม่คิดจะพูดจาไร้สาระและลงมือโจมตีมันโดยตรงทันที
ตูมมม!
อ้านร่วมมือกับจิ่วเยี่ย แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้มีใจที่ตรงกัน แต่กลับทำให้สัตว์ร้ายอย่างจิ่วอิงต้องทุกข์ทรมานได้
“โฮกกกก!” สัตว์ร้ายจิ่วอิงร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง
“พวกเจ้าทั้งหมดจงตายไปซะเถอะ!”
ตูมม โครมมม!
มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวออกมา และแม้แต่ม่านพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
การต่อสู้ระหว่างจิ่วอิงกับจิวเยี่ยและอ้าน รวดเร็วจนมองเห็นไม่ชัด วิธีการที่น่าสะพรึงกลัวทุกรูปแบบถูกนำออกมาใช้ ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซีเชื่อว่าด้วยความสามารถของพวกเขาทั้งสอง จะต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่การต่อสู้ก็ยังคงดำเนินต่อไป กลับกันมันยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย
และในเวลานี้ ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตก็กล่าวว่า “มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังมา!”
“ให้ตายเถอะ! ว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้” มันก่นด่าด้วยเสียงทุ้มต่ำ
สีหน้าของมู่เฉียนซีมืดมนลงทันที “เผ่าเทพ!”
“ไม่อย่างนั้นจะเป็นใครได้อีกล่ะ!” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวอย่างไม่พอใจ
คนในชุดขาวที่เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวขึ้นมาหลายคน และสำหรับสัตว์ร้ายจิ่วอิงแล้วไม่คิดที่จะเหลือบมองพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็สังเกตเห็นมู่เฉียนซีแล้ว
“ฝ่าบาทน้อยไม่ได้อยู่ที่แดนวิญญาณแต่ดันมาโผล่ที่แดนภูตเสียอย่างนั้น ไม่ง่ายเลยกว่าที่พวกเขาจะหาเจอ! เผ่าเทพของพวกเรายินดีต้อนรับเจ้า เจ้าแน่ใจว่าจะไม่ไปอย่างนั้นหรือ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าไม่มีพลังบำเพ็ญเลยแม้แต่น้อย หากไปที่แดนเทพของพวกเจ้าก็มีแต่ต้องถูกรังแกมิใช่หรือ”
พวกเขารู้สึกว่ามู่เฉียนซีเป็นการดำรงอยู่ที่น่าอัศจรรย์มาก นางไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับสามารถเป็นเจ้านายของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ได้
“สำหรับนายท่านของพวกเราที่เป็นผู้ปกครองสูงสุดแห่งแดนเทพ เมื่อมีเขาอยู่ แม้ว่าตอนนี้เจ้าจะยังไม่สามารถบำเพ็ญได้ แต่ในอนาคตเจ้าจะต้องสามารถทำได้อย่างแน่นอน”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “หยุดยกย่องเจ้านายของพวกเจ้าได้แล้ว! ถึงจะเป็นเขาเองก็ไม่สามารถทำได้หรอก”
พลังของสวรรค์จะลบล้างอย่างง่ายดายได้อย่างไรกัน แม้ว่าจะเป็นผู้ปกครองของแดนเทพก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน
“ดูเหมือนว่าฝ่าบาทน้อยของแดนวิญญาณจะไม่ยอมให้ความร่วมมือสินะ เช่นนั้น…”
“อ้าน!” มู่เฉียนซีร้องเรียกอ้าน
ทันใดนั้น หอคอยขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความมืดอันแข็งแกร่งก็ปรากฏอยู่เหนือพวกเขา ซึ่งนี่ก็ทำให้สีหน้าของพวกเขาฉายแววหวาดกลัวขึ้นมาทันที
“นะ…นี่คือหอคอยนิรันดร์!”
“ใช่แล้ว! ต้องไม่ผิดแน่นอน ข้าเคยเห็นสัญลักษณ์มาก่อน มันเหมือนกันทุกประการเลย”
“สาวน้อยผู้นี้ไม่ได้ผูกพันธสัญญากับแหวนนิรันดร์อย่างนั้นหรือ”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ต้องขอโทษด้วย ข้อมูลของพวกเจ้าล่าช้าเกินไปแล้ว มังกรวารีกลับไปพักผ่อนแล้วล่ะ ตอนนี้คนที่อยู่ข้างกายข้าก็คืออ้านต่างหาก!”
“โฮกก!” เสียงของสัตว์ร้องคำรามออกมา และอ้านก็ควบคุมสัตว์วิญญาณให้โจมตีพวกคนเหล่านี้ทันที
พลังแห่งความมืดพุ่งเข้ามาพันธนาการพวกเขาเอาไว้ อ้านกล่าวอย่างเย็นชาว่า “กล้าทำร้ายเจ้านาย มันต้องตาย!”
แม้ว่าอ้านจะขัดแข้งกับจิ่วเยี่ย แต่ในตอนที่เจ้านายกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาก็เลือกที่จะกลับมาอยู่ข้างกายของเจ้านาย เพื่อปกป้องเจ้านายเอาไว้
เพราะไม่มีสิ่งใดที่สำคัญไปกว่าเจ้านายของเขาอีกแล้ว
ในตอนที่ซีกำลังตกอยู่ในอันตราย นางกลับเรียกผู้ผูกพันธสัญญาของนาง ซึ่งนี่ก็ทำให้จิ่วเยี่ยไม่พอใจเล็กน้อย
แต่ที่ซีตัดสินใจทำเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่าเขานั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าหอคอยนิรันดร์ อีกทั้งนางยังมีความมั่นใจว่าเขาจะสามารถกำจัดจิ่วอิงได้อีกด้วย
“เมื่อจัดการเจ้าแล้ว หลังจากนั้นข้าจะไปเก็บกวาดเจ้าพวกเผ่าเทพที่น่ารังเกียจเหล่านั้นต่อ!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
ตูมมม!
พลังของจิ่วเยี่ยทำให้จิ่วอิงรู้สึกหวาดกลัวมากเหลือเกิน
มันกล่าวว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่ เพราะอะไรถึงได้ให้ความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่าเจ้านายของพวกเราอีกล่ะ”
จิ่วอิงในฐานะของสัตว์ร้ายที่มีชื่อเสียง มันเคยเห็นผู้แข็งแกร่งเช่นนี้มามากมายแล้ว
อย่างไรก็ตามชายที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ก็ทำให้มันหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน