ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2836 ลองผลลัพธ์
เปรี้ยง เปรี้ยงง!
พลังแห่งอสนีบาตจำนวนนับไม่ถ้วนกระทบลงบนผิวหนัง และเลือดเนื้อของมู่เฉียนซี
มันไม่เพียงแต่ไม่อาจทำร้ายมู่เฉียนซีได้เท่านั้น แต่มันกลับยังทำให้พลังกายภาพของมู่เฉียนซีฟื้นฟูจนกลับมาถึงเก้าส่วนของระดับก่อนหน้านี้ได้อีกด้วย
อสนีบาตยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็ค่อนข้างน่ารำคาญมากเลยทีเดียว ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “จูเชว่ ต้นกำเนิดแห่งแดนภูต พวกเจ้าช่วยกันส่งจิ่วอิงออกไปจากแดนภูตซะ”
อสนีบาตลงทัณฑ์คือคำเตือน ที่จะให้จิ่วเยี่ยเก็บกลิ่นอายของตนเอง ซึ่งมันจะทำให้จิ่วอิงมีโอกาสหายใจหายคอได้ และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยแม้แต่น้อย
จำเป็นจะต้องกำจัดมันให้เร็วที่สุดเสียแล้ว
ในเมื่อลงมือเพียงลำพังไม่สำเร็จ เช่นนั้นหากพวกเขาทั้งสามร่วมมือกัน ก็น่าจะสามารถขับไล่จิ่วอิงออกไปได้
“ตกลง!”
ความนึกคิดของแดนภูตได้ปกคลุมไปทั่วทั้งดินแดน พลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งได้ปกคลุมจิ่วอิงเอาไว้ ซึ่งจิ่วอิงเองก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าดินแดนแห่งนี้กำลังขับไล่มัน
ตูมม!
และจิ่วอิงก็ไม่อยากได้รับผลกระทบจากพลังนี้
“อยากจะขับไล่ข้าอย่างนั้นหรือ ข้าไม่ใช่ขยะอย่างเจ้าพวกเผ่าเทพนั่นเสียหน่อย”
“นายท่าน พลังที่ท่านมอบให้ข้า ระเบิดมันเสียเถอะ!”
พลังแห่งความตายที่น่าตกใจได้ระเบิดออกมาจากร่างของจิ่วอิง ซึ่งมันก็ได้ต่อต้านความนึกคิดของแดนภูตนี้เอาไว้
ทันใดนั้น การปรากฏตัวของพลังแห่งชีวิตก็ได้ทำลายการต่อต้านของจิ่วอิงออกเป็นเสี่ยง ๆ “ข้าให้เจ้าไสหัวออกไป! เจ้าก็ไสหัวออกไปสิ!”
พลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งที่เต็มไปด้วยจิตสำนึกของดินแดนแห่งนี้ รวมถึงเจ้าผู้ปกครองแดนภูตและต้นกำเนิดแห่งแดนภูตก็ได้แพร่กระจายพลังของพวกเขาออกมา ซึ่งพลังที่ไร้รูปร่างนั้นก็ได้ขับจิ่วอิงออกไปจากแดนภูตทันที
ตูมมม!
“เป็นไปไม่ได้!” และแล้วจิ่วอิงก็หายไป
“ข้าจะไปฆ่ามัน!” จิ่วเยี่ยมองมายังมู่เฉียนซีจากระยะไกล และกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชา
“หลังจากที่ฆ่ามันแล้วก็ห้ามหายไปโดยที่ไม่บอกข้าอีก เจ้าต้องกลับมาหาข้า ได้ยินไหม” มู่เฉียนซีจ้องมองไปยังดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ย พลางกล่าวอย่างไม่ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย
เดิมทีจิ่วเยี่ยคิดว่าหลังจากที่สังหารจิ่วอิงแล้วจะไปให้ไกลจากแดนภูต แต่ในเมื่อมู่เฉียนซีกล่าวคำพูดนี้ออกมา มันก็ทำให้เขาต้องล้มเลิกความคิดเช่นนี้ไปในที่สุด
“ตอนนี้ข้ามีพลังต้นกำเนิดของดินแดนทั้งสองชนิดแล้ว แม้ว่าจะยังไม่สามารถลบล้างพลังของทัณฑ์สวรรค์ได้ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่อะไร ดังนั้นเจ้าจะต้องกลับมาหาข้า! และห้ามซ่อนตัวจากข้าเป็นอันขาด”
“อื้ม!” จิ่วเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะหายไป
“ให้ตายเถอะ!” จิ่วอิงถูกขับไล่ออกมาจากแดนภูต มันต้องการที่จะกลับเข้าไปอีกครั้ง หลังจากที่เพียรพยายามอย่างยากลำบากในแดนภูตมาเป็นเวลานาน มันจะยอมแพ้ได้อย่างไร
แต่ทว่าเมื่อมันนึกถึงความแข็งแกร่งของชายผู้นั้น มันก็ลังเลขึ้นมาทันที ชายผู้นั้นแข็งแกร่งมาก หากยังคงต่อสู้กันต่อไป คาดว่ามันน่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเป็นแน่
หรือว่าควรจะออกไปก่อน รอหลังจากที่นายท่านปรากฏตัวออกมาแล้ว ค่อยให้นายท่านจัดการชายผู้นั้น และนี่ก็คือกลยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบของมัน
ในตอนที่จิ่วอิงเตรียมที่จะล่าถอย ก็มีพลังที่ทำให้มันรู้สึกขนลุกขนพองปรากฏขึ้นมา และในความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตที่ห่างไกลจากแดนภูตแห่งนี้ ก็มีร่างอันเพรียวบางร่างหนึ่งปรากฏตัวมาอยู่ตรงหน้าของมันอย่างกะทันหัน
เขาน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งก็น่าสะพรึงกลัวกว่าตอนที่อยู่ในแดนภูตเสียอีก
จิ่วอิงคิดแค่อยากจะหลบหนี แต่มันกลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย และมันก็ได้เผชิญหน้ากับดวงตาที่ไม่มีความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อยคู่หนึ่ง
“เจ้ามัน สมควรตายนัก!” หากไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวของเจ้าจิ่วอิงนี่ ที่ทำให้เขาต้องเปิดเผยพลังมากเกินไปจนถูกสวรรค์ค้นพบเข้า ก่อนหน้านี้ซีก็คงไม่ต้องทุกข์ทรมานเช่นนั้น
แน่นอนว่า คนที่สมควรตายมากที่สุดก็คือเขา!
ราวกับเวลาของโลกหยุดนิ่งไปก็มิปาน และจิ่วอิงในตอนนี้ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้หนีเลยด้วยซ้ำ
พลังที่ทั้งน่าสะพรึงกลัวและลี้ลับพุ่งโจมตีเข้ามาราวกับพายุ ซึ่งมันก็ได้กักขังจิ่วอิงเอาไว้
“อ๊ากกก!” มีเสียงร้องดังโหยหวนออกมา และจิ่วอิงก็ทำได้เพียงเฝ้าดูร่างกายของตนเองหายไปเท่านั้น
เช่นเดียวกับจิตวิญญาณที่ทรงพลังของสัตว์ร้าย ภายใต้พลังนี้การดิ้นรนทั้งหมดล้วนไร้ประโยชน์ และมันก็ทำได้เพียงยอมรับชะตากรรมของตนเองและหายไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์
“เจ้า เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่”
“เจ้านายของข้า ท่านเทพมรณะ ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย!”
ในเวลานี้ถึงมันจะเรียกหาเทพมรณะไปก็เปล่าประโยชน์
และสัตว์ร้ายจิ่วอิงตัวนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัวจนถึงขีดสุดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ก็ได้หายไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ไม่ มันยังคงเหลือสิ่งหนึ่งเอาไว้ ซึ่งก็คือผลึกพลังของสัตว์ร้ายนั่นเอง
จิ่วเยี่ยเก็บสิ่งของชิ้นนั้นเอาไว้ และจ้องมองไปยังแดนภูตที่พลังแห่งความตายยังคงไม่จางหายไป
ซีบอกให้เขากลับไป!
“เจ้าโง่นี่!” เรื่องการมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนอกแดนภูต เป็นความสามารถที่ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตและต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณนั้นมีเหมือนกัน และนางก็เห็นถึงความลังเลของจิ่วเยี่ย
ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็กลับมา และเขาก็เปลี่ยนกลายเป็นตุ๊กตาจำลองภายในพริบตาเดียวเท่านั้น
มู่เฉียนซีบีบเจ้าตัวน้อยนั้นเอาไว้พลางกล่าวว่า “เจ้าโง่!”
“ข้าประมาทเกินไปแล้ว” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยความโกรธเคือง
“ในตอนที่ต่อสู้กับสัตว์ร้าย และยังโดนโจมตีจนพวกเรารับมือไม่ทัน แล้วใครจะไปทันระวังได้ล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“สิ่งนี้ ให้เจ้า!” ผนึกสีเทาขุ่นเม็ดหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ
“มันมีพลังของจิ่วอิงนั่นเหลืออยู่บ้าง เจ้าหมูตัวนั้นน่าจะใช้ประโยชน์ได้”
“อื้ม! เยี่ยมไปเลย มันจะต้องดีใจมากแน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เพียงแต่ว่าเจ้าสามตัวน้อยนั้นต่างก็กำลังตกอยู่ในห้วงของการหลับใหล แต่หลังจากที่พลังของนางฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์แล้ว พวกของเสี่ยวหงก็น่าจะสามารถฟื้นขึ้นมาได้เช่นกัน
พวกของจอมราชาภูตรีบมาทันที และในตอนนี้จิ่วอิงก็หายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
ส่วนมู่เฉียนซีที่โดนอสนีบาตลงทัณฑ์หลายครั้งก็ยังคงปลอดภัยโดยปราศจากอันตรายใด ๆ ซึ่งพวกเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ในเมื่อวิกฤตถูกคลี่คลายไปแล้ว ต่อไปเรื่องเริ่มสร้างบ้านเรือนใหม่ และกำจัดหมอกควันแห่งความตาย ก็คงต้องพึ่งพวกเจ้าแล้วล่ะ ข้ายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำอีก” มู่เฉียนซีกล่าว
“อื้ม!”
เรื่องสำคัญที่สุดที่มู่เฉียนซีต้องทำ แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนกับผู้ชายของตนเองนั่นเอง
ความแข็งแกร่งทางพลังกายภาพยกระดับขึ้นไม่น้อยแล้ว ซึ่งถือได้ว่าเหมือนโชคดีในความโชคร้ายก็มิปาน
“จิ่วเยี่ย ข้าได้พลังแห่งต้นกำเนิดทั้งสองดินแดนมาแล้ว เจ้าคิดว่าครั้งนี้พวกเราจะจูบกันได้นานแค่ไหน”
จิ่วเยี่ยไม่กล่าวตอบ แต่ภายในใจของเขาไม่อยากจะลองมันเลย
“อย่ามัวแต่ซ่อนตัวอยู่เลย ออกมาลองผลลัพธ์กันเถอะ ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าปฏิเสธ”
แต่ทว่าจิ่วเยี่ยที่เป็นตุ๊กตาจำลองตัวน้อยยังคงเงียบสงบ จนมู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตอนแรกเจ้ารับปากแล้ว ว่าเจ้าจะเป็นคนของข้า แน่นอนว่าต้องเชื่อฟังข้า แต่ตอนนี้เจ้าไม่ยอมเชื่อฟังคำพูดของข้า ฉะนั้นข้าจะส่งเจ้ากลับไปที่แดนนรกทันที และจากนี้ไปพวกเรา…”
“อุ้บ…”
เมื่อถูกกระตุ้นด้วยคำพูดของมู่เฉียนซี จิ่วเยี่ยก็เงยหน้าขึ้นไปจูบนางทันที
“หลังจากนี้พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ข้าไม่ยอมรับผลอย่างอื่นหรอก!”
มู่เฉียนซีกอดเขาเอาไว้พลางกล่าวว่า “เวลาสั้น ๆ เพียงแค่นี้เท่านั้น ไม่สามารถทดสอบออกมาได้หรอก”
ด้วยเหตุนี้มู่เฉียนซีจึงบังคับให้จิ่วเยี่ยจูบนางอีกครั้ง ในตอนแรกคิดว่ามันจะจบอย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายจิ่วเยี่ยก็ลุ่มหลงอยู่กับมันจนไม่อาจถอนตัวออกมาได้
จนกระทั่งอากาศทั้งหมดถูกชิงไป แต่ก็ยังคงปลอดภัยดี ซึ่งทัณฑ์สวรรค์นั้นเงียบสงบเป็นอย่างมาก หรือจะกล่าวได้ว่าเมื่อถูกพลังต้นกำเนิดของทั้งสองดินแดนควบคุมเอาไว้แล้ว มันก็ไม่กล้าออกมาสร้างความเดือดร้อนอีก
“อื้ม! ผลลัพธ์ถือว่าไม่เลวเลย!”
จิ่วเยี่ยเพียงแค่กอดมู่เฉียนซีเอาไว้ และปรารถนาให้คนตรงหน้าละลายผสานเข้าไปในกระดูกของตนเองเป็นอย่างยิ่ง
เขากล่าวด้วยเสียงที่แหบแห้งว่า “ผลลัพธ์ถือว่าไม่เลว เช่นนั้นพวกเรามาต่อกันเถอะ”
ต้นกำเนิดสามโลกานั้นยังคงขาดต้นกำเนิดแห่งแดนปีศาจอยู่อีกหนึ่ง ฉะนั้นทัณฑ์สวรรค์เพียงแค่ซุ่มซ่อนอยู่และยังไม่หายไปอย่างสมบูรณ์
ดังนั้นถึงจิ่วเยี่ยจะต้องการคนในอ้อมแขนของตนเองมากแค่ไหน แต่ก็ไม่กล้าแสดงท่าทีหุนหันพลันแล่นอยู่ดี
ในเมื่อจิ่วอิงตายไปแล้ว พวกภูตร้ายแห่งความตายก็ไร้ผู้นำ หลังจากที่แดนภูตถูกพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ในเวลานี้เผ่าเทพก็ได้กลับมาอีกครั้ง
และกลายเป็นผู้มาเยือนที่ชั่วร้าย!
เผ่าภูตหลักทั้งสิบสองเผ่าในเวลานี้มารวมตัวกัน และจอมราชาภูตกับจักรพรรดิภูตเหยียนก็ได้เผชิญหน้ากับทูตของเผ่าเทพที่ห้องโถงใหญ่ของพระราชวังหมื่นภูต
จูเชว่กล่าวว่า “ที่เผ่าเทพของพวกเจ้ามาที่แดนภูตของข้า มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ”
.