ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2837 คำเชิญของเผ่าเทพ
“นายเหนือหัวของพวกเราพิจารณาแล้วว่าจักรพรรดิภูตยังเยาว์เกินไป และยังไม่สามารถควบคุมเผ่าภูตได้ ดังนั้นจอมราชาภูตจะเป็นผู้นำของแดนภูตต่อเป็นการชั่วคราว ส่วนฝ่าบาทจักรพรรดิ นายเหนือหัวของพวกเราอนุญาติให้ท่านไปที่แดนเทพ เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบที่ได้รับเป็นพิเศษของแดนเทพได้ และเมื่อมีความเชี่ยวชาญในพลังของจักรพรรดิภูตได้เร็ว ก็จะสามารถกลายเป็นผู้ปกครองดินแดนที่เหมาะสมได้” ทูตของแดนเทพกล่าวอย่างฉะฉาน และพูดแต่ละคำอย่างมีเหตุผล
แต่ทว่าคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้จะฟังความหมายอื่นของเผ่าเทพไม่ออกได้อย่างไร
เห็นได้ชัดว่าต้องการให้ฝ่าบาทจักรพรรดิภูตของพวกเขาไปเป็นตัวประกันที่แดนเทพ แต่กลับยังแสดงท่าทางที่ภูมิฐานเช่นนี้ออกมา
ในบรรดาสามดินแดน แดนภูตควบคุมง่ายที่สุดแล้ว
ก่อนหน้านี้ไม่มีจักรพรรดิภูต แต่หลังจากที่มีจักรพรรดิภูตแล้ว จักรพรรดิภูตผู้นี้ก็อ่อนแอมากเกินไปอยู่ดี
อายุของผู้ที่อยู่ในแดนวิญญาณดูเหมือนจะไม่แก่มาก ถึงเปลือกในขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินจะเงียบสงบมาก แต่เผ่าเทพก็ยังคงไม่กล้าอยู่ดี และมีเพียงจักรพรรดิภูตเท่านั้นที่ดูจะอ่อนแอทั้งภายในและภายนอก
“แล้วอย่างไรล่ะ” ฝ่าบาทจักรพรรดิภูตกล่าวอย่างเกียจคร้าน และรูปร่างที่งดงามของเผ่าจิ้งจอกก็ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดึงดูดจิตวิญญาณอย่างเห็นได้ชัด
“ได้ยินว่าฝ่าบาทน้อยเฉียนซีของแดนวิญญาณก็อยู่ที่นี่ และในฐานะที่นางเป็นทายาทของแดนวิญญาณ ก็ควรที่จะไปเรียนรู้ที่เผ่าเทพเช่นกัน ทั้งสองไปพร้อมกัน จะได้เป็นคู่หูกันพอดี”
หากพวกเขากล้าพูดเช่นนี้ที่แดนวิญญาณ พวกเขาจะต้องถูกมู่อวู่ซวงที่โกรธแค้นโจมตีจนกลายเป็นเถ้าถ่านแน่นอน
พวกเขาเองก็แค่อาศัยสภาวะเปราะบางหลังสงครามใหญ่ของแดนภูต บวกกับเพราะอีกฝ่ายกำลังอ่อนแอถึงได้กล้ายื่นข้อเสนอเช่นนี้ออกมา
แววตาของมู่เฉียนซีมืดมนลงทันที นางกวาดสายตามองไปที่พวกเขาพลางกล่าวว่า “หากข้าบอกว่าพวกข้าปฏิเสธล่ะ ทูตทุกท่านคิดจะทำเช่นไร”
“ข้าก็จะคิดว่า คนฉลาดย่อมไม่พลาดโอกาสที่ดีเช่นนี้เป็นแน่” แม้อีกฝ่ายจะค้นพบว่ามู่เฉียนซีไม่พอใจ แต่ก็ยังคงกล่าวต่อไปอย่างใจเย็น
“โอกาสที่ดีอย่างนั้นหรือ แต่ข้าไม่สนใจน่ะสิ! กลับไปเถอะ!”
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตก็รู้สึกว่าพวกเขาน่ารำคาญเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นเมื่อพูดว่าจะขับไล่ก็ขับไล่ทันที ไม่คิดเกรงใจเลยแม้แต่น้อย
“พวกเจ้ากล้า…” ก่อนที่พวกเขาจะหายไป ใบหน้าที่เสแสร้งนั้นของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เกลียดชัง ซึ่งพวกเขาในเวลานี้ก็ไปปรากฏตัวอยู่ในความว่างเปล่าภายนอกแล้ว
“คิดว่ามีจักรพรรดิภูตคนใหม่แล้วจะดูถูกเผ่าเทพของพวกเราได้จริง ๆ หรือ ก็แค่เด็กน้อยคนหนึ่ง อย่างไรเสียก็ไม่สามารถแบกรับแดนภูตทั้งหมดเอาไว้ได้อยู่แล้ว ในเมื่อไร้เหตุผลเช่นนี้ คงต้องสั่งสอนพวกเขาสักหน่อยแล้วสินะ!”
“ขอรับ!”
“โอ้! พวกเจ้าคิดจะสั่งสอนใครอย่างนั้นหรือ ลองพูดดูหน่อยซิ!” ร่างเงาสีเขียวเข้มร่างหนึ่งแวบผ่านมา และร่างของชายที่ดูชั่วร้ายผู้นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ใต้เท้าจื่อโยวแห่งแดนนรก ท่าน…ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” พวกเขากล่าวด้วยความตื่นตกใจ
“ได้ยินมาว่าช่วงนี้มีเผ่าเทพมาล่าเหยื่ออยู่รอบ ๆ แดนภูต และเพราะช่วงนี้ข้าเบื่อ ๆ เลยว่าจะมาล่าเผ่าเทพสักสองสามคนที่อยู่ที่นี่เสียหน่อย พวกเจ้ามีปัญหาอะไรหรือไม่” จื่อโยวกล่าวอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก
“คิดไม่ถึงเลยว่าแดนนรกจะยื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องของทั้งสามดินแดนเช่นนี้ ถึงนายเหนือหัวของพวกเราจะเห็นแก่มิตรภาพเก่า ๆ จึงได้ปล่อยแดนนรกไป แต่พวกท่านก็อย่าได้ใจให้มันมากเกินไป และอย่ายื่นมือเข้ามายุ่งให้มันยาวไปนัก” แววตาของพวกเขาฉายแววมืดมนขึ้นมาทันที
“พรูดด! พวกเจ้ามักจะวางท่าเช่นนี้อยู่เสมอ ดูเหมือนว่าข้าจะเบื่อมันแล้วล่ะ” จื่อโยวกล่าวพลางหัวเราะเยาะออกมา
“แต่ข้ารีบจัดการพวกเจ้าก่อนดีกว่า หากพวกเจ้าเพ่งเล็งไปที่น้องชายคนนั้นเพียงคนเดียวก็ไม่เท่าไร แต่พวกเจ้าดันกล้าสนใจคนงามด้วย คงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่จนทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ สินะ!” ทันใดนั้นท้องฟ้าก็มืดมิดลง และจื่อโยวก็กลายเป็นร่างเดิมทันที
ซึ่งคนเหล่านี้ก็เผยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวออกมา!
ตูมม โครมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวออกมา
“ไม่นะ!” ก่อนที่พวกเขาจะหายไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์ ก็ได้ส่งเสียงกรีดร้องอันน่าสังเวชออกมาด้วย
และสถานที่แห่งนี้ ก็ไม่มีร่องรอยของเผ่าเทพเหลืออยู่อีกต่อไป
จื่อโยวบ่นพึมพำว่า “เยี่ยลงมือเองสะดวกกว่าชัด ๆ แต่กลับไม่ยอมห่างจากคนงามจนต้องให้ข้าที่อยู่ไกลแสนไกลมาทำงานให้เช่นนี้! ก็เห็นอยู่ว่าข้ายุ่งจะตายอยู่แล้วเนี่ย!”
เพราะหลังจากที่มีพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนภูต จิ่วเยี่ยจึงสามารถมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับมู่เฉียนซีได้ ดังนั้นทั้งสองจึงใช้ช่วงเวลาอันหอมหวานอยู่ที่แดนภูตด้วยกัน
นอกจากต้นกำเนิดแห่งแดนภูตจะตื่นขึ้นแล้ว แดนภูตยังมีผู้ปกครองคนใหม่ อีกทั้งเงามืดของพลังแห่งความตายยังถูกกำจัดออกไปจนหมด และเพราะต่อต้านภูตร้ายแห่งความตาย เผ่าภูตต่าง ๆ ในแดนภูตจึงบรรลุความสามัคคีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนอีกด้วย
มีเพียงความสามัคคีเท่านั้น ถึงจะสามารถทำให้แดนภูตแข็งแกร่งขึ้นได้ ซึ่งจูเชว่และจอมราชาภูตก็ได้ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาด้วย
ว่าหากฝ่ายใดเป็นผู้ริเริ่มทำสงครามขึ้นมาก่อน เขาจะเป็นผู้ลงโทษเผ่าภูตนั้นด้วยตนเอง
เพราะพลังในการต่อสู้ของจอมราชาภูตไม่แข็งแกร่ง จึงทำให้ก่อนหน้านี้ไม่สามารถสยบเผ่าภูตเหล่านี้ได้ แต่จักรพรรดิภูตสามารถทำได้ ฉะนั้นพวกเขาไม่กล้าทำพลาดอยู่แล้ว
จอมราชาภูตเป็นคนที่เหมาะสมที่จะคอยช่วยเหลือจักรพรรดิภูตที่สุด และจูเชว่ก็เชี่ยวชาญกับทุกเรื่องของแดนภูตอย่างรวดเร็ว
นอกจากเรื่องของแดนภูตแล้ว จูเชว่ยังมีเรื่องที่เป็นกังวลยิ่งกว่า ซึ่งก็คือคนที่เขาคิดถึงอยู่ตลอดเวลา และนี่ก็ทำให้ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตโกรธเคืองเป็นอย่างมาก
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้ายังจะยังคิดถึงคนต่ำต้อยที่แดนซวนเทียนผู้นั้นอยู่อีก มันมีดีอะไรกัน แม้ว่าแดนภูตของพวกเราจะตกต่ำมากเพียงใดแต่ก็ยังสูงกว่ามันอยู่ดีมิใช่หรือ” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตรู้สึกคับแค้นใจ ราวกับจูเชว่ออกไปหาอนุนอกบ้านก็มิปาน
เดิมทีจูเชว่ต้องการช่วยเหลือซีซีเท่านั้น แต่ตอนนี้เมื่อทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว ในฐานะของผู้ปกครองแดนภูต การจะออกไปจากแดนภูตเป็นเรื่องที่เขาสามารถทำได้ตามที่ใจปรารถนา ดังนั้น…
“ฮึ! ข้าไม่ยอมหรอก เจ้าอย่าคิดว่าจะไปไหนได้เลย!” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวอย่างโกรธเคือง
“ให้ข้าได้แนะนำฝ่าบาทจักรพรรดิภูตเถอะ!” จอมราชาภูตกล่าว
ในตอนนี้แม้ว่าคนของแดนนรกจะคอยเข้าก่อกวนเผ่าเทพหลังจากที่ซุ่มโจมตีอยู่หลายครั้ง แต่พวกเขาก็ยังคงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะมายังแดนภูตอยู่ดี มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพเปิดใช้งาน และกองกำลังที่แข็งแกร่งถูกปล่อยออกมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าต้องการจะเปิดสงครามแล้ว
“ในเมื่อจักรพรรดิภูตไร้มารยาทต่อนายเหนือหัวของพวกเรา เช่นนั้นเจ้าก็จงรับโทษจากเผ่าเทพของพวกข้าเสียเถอะ”
ในเมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ ตอนนี้ก็ต้องใช้ไม้แข็ง เผ่าภูตเพิ่งประสบกับการต่อสู้กับจิ่วอิงมา ฉะนั้นการที่ต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังขนาดใหญ่ของเผ่าเทพ คงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายแน่นอน
จูเชว่กล่าวว่า “ข้าคือจักรพรรดิภูตผู้ปกครองแดนภูต ใครก็อย่าคิดจะมาลงโทษข้าได้เลย”
พวกเขาเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว ครั้งนี้แม้ว่าจะเป็นต้นกำเนิดแห่งแดนภูตก็ไม่สามารถขับไล่พวกเขาออกจากแดนภูตไปได้ และพวกเขาจะต้องถูกสั่งสอนอย่างแน่นอน
“ส่วนเจ้า จงมอบมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ออกมาซะ และกลับไปที่แดนเทพพร้อมกับพวกเราเดี๋ยวนี้” คนของเผ่าเทพจ้องมองไปทางมู่เฉียนซีอย่างหยิ่งผยอง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อ้าน! พวกเขาต้องการให้ข้าส่งเจ้าออกไป เจ้าคิดว่าพวกเราควรจะโต้กลับอย่างไร”
ทันใดนั้นหอคอยสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ เมื่อหอคอยนั้นถูกเปิดออก สัตว์วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกมา และโจมตีเผ่าเทพที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ทั้งหมดทันที
“หอคอยฝึกอสูรแห่งความมืด!”
“ฆ่ามัน!”
เผ่าภูตต่าง ๆ เริ่มเคลื่อนไหว แต่ทว่าพลังของเผ่าเทพก็น่าทึ่งเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเทียบพลังในการต่อสู้ของพวกเขาจึงแตกต่างจากเผ่าภูตเป็นอย่างมาก
คนของหอหมอปีศาจเริ่มเคลื่อนไหว แดนนรกก็มาด้วยเช่นกัน ซึ่งสีหน้าของเผ่าเทพก็บูดบึ้งเป็นอย่างมาก
“คิดไม่ถึงเลยว่าแดนภูตของพวกเจ้าจะสมรู้ร่วมคิดกับแดนนรกจริง ๆ”
จื่อโยวกล่าวว่า “เรื่องนี้เจ้าเข้าใจผิดแล้ว พวกข้าแค่อยากจะมาทำลายเผ่าเทพเท่านั้น ดังนั้นจึงได้มาต่อสู้กับพวกเจ้า มันก็แค่เรื่องง่าย ๆ แค่นี้เอง”
“น่ารังเกียจนัก!”
ตูมม โครมมม!
มีเสียงดังกึกก้องออกมา และสงครามใหญ่ที่น่าตื่นเต้นก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง
จูเชว่พุ่งทะยานไปอยู่แนวหน้า พลังแห่งภูตของเขาระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง “เผ่าเทพอย่างพวกเจ้า ช่างน่ารำคาญมากเหลือเกิน! คิดว่าข้าจะรังแกได้ง่ายขนาดนั้นจริง ๆ อย่างนั้นหรือ”
“เจ้าลูกภูตจิ้งจอก แม้ว่าเจ้าจะได้รับสืบทอดพลังของจักรพรรดิภูตแต่ก็ยังต้องใช้เวลาเติบโต ตอนนี้สำหรับข้าแล้วเจ้าเป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าไม่เชื่อฟังถึงขนาดนี้ รนหาที่ตายนัก!”
กลยุทธ์จับโจรต้องจับหัวโจก พวกเขาจึงร่วมมือกันโจมตีจูเชว่ แน่นอนว่า ยังมีอีกคนที่สำคัญยิ่งกว่าจักรพรรดิภูต นั่นก็คือหญิงสาวที่ครอบครองมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์คนนั้นนั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “ข้าตกเป็นเป้าหมายซะแล้ว!”
.
.