ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2845 ต่อต้านบาปดั้งเดิม
“นี่คือยาน้ำเพิ่มความสดชื่นที่ข้ากลั่นเอง!” มู่เฉียนซีกล่าว
เจ้าเมืองยอมลองดื่มยานี้ และหลังจากที่เขาดื่มยาน้ำนี้ลงไป เขาก็รู้สึกว่าอาการง่วงนอนหายไปจนหมดสิ้น นอกจากนี้สมองของเขายังปลอดโปร่งอีกด้วย
เขาเบิกตากว้าง “มันได้ผลจริง ๆ ด้วย”
“แน่นอนอยู่แล้ว ข้าคือหมอปีศาจเชียวนะ” สำหรับทักษะทางการแพทย์ของตนเอง มู่เฉียนซีไม่มีความถ่อมตนเลยแม้แต่น้อย
“ยอดเยี่ยมเหลือเกิน! เจ้าสามารถอยู่ที่เมืองของข้าและเป็นนักปรุงยาให้ข้าตลอดไปได้หรือไม่ เพียงเท่านี้ข้าก็สามารถกำจัดบาปดั้งเดิมได้แล้ว” เจ้าเมืองกล่าวอย่างยินดีเป็นอย่างยิ่ง
“นี่เป็นการรักษาที่ปลายเหตุไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ หากท่านต้องการให้ผลการรักษาที่ดีกว่านี้ ก็จำเป็นต้องบอกข้าว่าทำไมท่านถึงได้ทำเช่นนี้! ในฐานะที่เป็นเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้าน จะกิน ๆ นอน ๆ หรือจะขี้เกียจมากขนาดไหนก็ได้มิใช่หรือ อย่างไรเสียความแข็งแกร่งของท่านก็อยู่ที่นี่ หรือว่ามีคนกล้ากบฏด้วยหรืออย่างไร” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างสงสัย
“เรื่องนี้…เป็นความลับของพวกเราเมืองทั้งเจ็ด ข้าต้องปรึกษากับคนอื่นก่อนถึงจะตัดสินใจว่าจะบอกเจ้าได้หรือไม่” เจ้าเมืองกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ตกลง เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน เจ้าเมือง ท่านก็ตั้งใจทำงานเถิด จำไว้หน่อยว่า ทำงานกับพักผ่อนให้สมดุลกันด้วย” มู่เฉียนซีกล่าว
ในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังจะจากไป เจ้าเมืองก็กล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าชื่อมู่เฉียนซี ข้ามีชื่อว่าตั้ว แม้ว่าเจ้าเมืองทุกคนจะเรียกด้วยชื่อนี้ แต่นี่ก็เป็นชื่อเดียวของข้าในตอนนี้เช่นกัน”
“สวัสดี! ตั้ว” มู่เฉียนซีหันกลับมาพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ราชาปีศาจเหล่านี้แตกต่างจากที่นางจินตนาการเอาไว้มากจริง ๆ สมกับที่เป็นดินแดนในปกครองของศิษย์พี่ พวกเขาล้วนไม่เดินตามเส้นทางปกติเหมือนเขาเลย
“เจ้าเรียกชื่อข้าอย่างนั้นหรือ” ตั้วกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
“ทำไมล่ะ เจ้าบอกชื่อกับข้าแล้ว แต่ไม่อนุญาตให้ข้าเรียกอย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีกล่าวพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เปล่าหรอก! เพียงแต่ในแดนปีศาจแห่งนี้ นอกจากพวกเขาเพียงไม่กี่คนแล้วก็ไม่มีเผ่าปีศาจคนใดกล้าเรียกชื่อนี้ของข้า” ตั้วกล่าว
เนื่องจากบรรพบุรุษปีศาจแห่งแดนปีศาจไม่อยู่ ฉะนั้นพวกเขาทั้งสิบจึงถือว่าเป็นการดำรงอยู่ในอันดับต้น ๆ ของแดนปีศาจ แล้วใครจะมีความกล้าที่จะเรียกชื่อเขาเช่นนี้กัน
แต่ทว่ามนุษย์ผู้นี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง นางไม่เคยกลัวเขาเลย นางทำเหมือนเขาเป็นเผ่าปีศาจทั่วไป และปฏิบัติต่อเขาอย่างปกติอีกด้วย
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีปฏิบัติต่อราชาปีศาจด้วยความสงบเป็นอย่างมาก อย่างไรเสียสำหรับเผ่าปีศาจอย่างพวกเขาก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน!
“ข้าเป็นคนที่ใจกล้ามาโดยตลอดอยู่แล้ว!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากมู่เฉียนซีจากไป ตั้วก็เพลิดเพลินไปกับประโยชน์ของยาน้ำที่มู่เฉียนซีนำมาให้
ในเมื่อไม่มีความง่วงเลยแม้แต่น้อย ประสิทธิภาพในการทำงานของเขาก็สูงขึ้นมาก
“มนุษย์ผู้นี้ ช่างยอดเยี่ยมมากจริง ๆ” ตั้วพึมพำกล่าว
เมื่อรู้ถึงความยอดเยี่ยมของมู่เฉียนซี ตั้วก็ได้ตัดสินใจ ส่งข่าวนี้ไปให้คนอื่น ๆ อีกหกคน
“สมองโง่เง่าของเจ้าคงไม่ได้ถูกมนุษย์หลอกใช่หรือไม่”
“เป็นมนุษย์ที่ยอดเยี่ยมมากขนาดนั้นจริง ๆ หรือ! น่าสนใจดี เจ้าสามารถหาคนที่น่าสนใจเช่นนี้ได้อย่างไร”
“นักปรุงยาที่ยอดเยี่ยมอย่างนั้นหรือ ช่างน่าชิงตัวนางไปจากเจ้าเสียจริง ๆ”
“รสชาติของยาน้ำนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”
“สาวงามผู้นั้นมีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดมากใช่หรือไม่”
ยกเว้นคนที่หายไปคนหนึ่ง คนอื่น ๆ ต่างตอบกลับไปจนครบแล้ว
เพียงแต่ว่าสหายเหล่านี้ของเขาไม่เคยให้ความสนใจกับประเด็นสำคัญ และไม่สนใจเรื่องที่เขาจะทำเลยแม้แต่น้อย
เนื่องจากเจ้าเมืองแต่ละคนมีชีวิตอยู่มาเป็นเวลานานมากเกินไป เรื่องที่สนใจเป็นพิเศษก็น้อยมากเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาต่างก็หวังว่าจะได้ลองเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ที่น่าเบื่อในตอนนี้ได้บ้าง
เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านนอนบนเก้าอี้อย่างเกียจคร้านราวกับว่าทั้งร่างของเขาไม่มีกระดูกก็มิปาน เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “มู่เฉียนซี ปรมาจารย์มู่ ท่านหมอปีศาจ…”
“หวังว่าเจ้าจะสามารถทำให้ข้าประหลาดใจได้”
“ท่านมู่ ท่านเจ้าเมืองรู้สึกง่วงอีกแล้ว ได้โปรดไปที่จวนเจ้าเมืองด้วยขอรับ” โม่เป่ยมาเชิญมู่เฉียนซี
“อื้ม!” มู่เฉียนซีตอบรับทันที
คราวนี้ท่านเจ้าเมืองไม่ได้นอนอยู่ แต่เขาพบกับนางที่ห้องตำรา
เจ้าเมืองยังคงยุ่งอยู่ในตอนที่นางมาถึง และเมื่อรู้ว่ามู่เฉียนซีนั่งลงแล้ว เจ้าเมืองจึงเอ่ยปากกล่าว
“เจ้ามาแล้วหรือ ความจริงแล้วข้าไม่ได้รู้สึกง่วงหรอก สภาพข้ายังดีอยู่มากเลยทีเดียวเชียวล่ะ!”
“แต่ท่านก็เอาแต่ทำงานจนไม่ได้พักผ่อนเลยมิใช่หรือ ยาของข้าไม่ได้มีไว้ให้ท่านเอามาใช้ประโยชน์เช่นนี้หรอกนะ ถึงร่างกายของเผ่าปีศาจอย่างพวกท่านจะแข็งแกร่งมาก จนชอบทำลายร่างกายของตนเองข้าก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่มันจะเป็นปัญหาใหญ่หากท่านทำลายยาของข้า” แววตาของมู่เฉียนซีมืดมนลง และกวาดมองไปยังชายที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้
“ข้าเองก็ไม่อยากเช่นกัน! เจ้าคิดว่าข้าไม่อยากนอนตลอดไปหรืออย่างไร ฝ่าบาทบรรพบุรุษปีศาจของพวกเราเป็นบุคคลที่ข้าเคารพบูชา! แต่ชีวิตที่ยากลำบากของข้า ก็ไม่สามารถเป็นเช่นนี้ต่อไปได้…” เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านพูดความลับของเผ่าปีศาจขึ้นมา ซึ่งมันเป็นความลับที่มีเพียงแค่เหล่าราชาปีศาจทั้งสิบและบรรพบุรุษปีศาจเท่านั้นที่รู้ได้
เหตุผลที่เขาบอกความลับนี้กับนาง เพราะรับประกันได้ว่านางไม่กล้าเผยแพร่มันแน่ และหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไปราชาปีศาจจะต้องไม่มีทางปล่อยนางไว้อย่างแน่นอน
ตั้วค่อย ๆ เปิดเผยความลับที่ยิ่งใหญ่นี้ออกมาอย่างช้า ๆ “เจ้าเมืองของเมืองหลักทั้งเจ็ด แต่ละคนล้วนมีบาปดั้งเดิมที่เจ้าเมืองต่างต้องแบกรับ เมื่อเจ้าเมืองรุ่นก่อนเสียชีวิตไป ผู้สืบทอดรุ่นต่อไปก็ไม่อาจหนีพ้นได้เช่นกัน และเมื่อกลายเป็นเจ้าเมือง จำเป็นต้องจ่ายอะไรบางอย่าง เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านรุ่นก่อน ก็คืออาจารย์ของข้า ในที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานบาปดั้งเดิมของความเกียจคร้านได้ ยิ่งติดกับยิ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ขี้เกียจจนตาย ซึ่งอดีตเจ้าเมืองของเมืองอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกัน”
“พวกข้าต่างก็รู้กฏการละเล่นของแดนปีศาจแห่งนี้เป็นอย่างดี แต่ทว่าข้ากลับไปเจอบันทึกของเมืองแห่งความเกียจคร้านของพวกเราโดยบังเอิญ กล่าวว่าครั้งหนึ่งเคยมีเผ่าปีศาจคนหนึ่งมาหาเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้าน แล้วบอกว่าไม่ว่าเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านจะขี้เกียจมากเพียงใดก็ไม่อนุญาตให้ขี้เกียจเกินไปกว่าบรรพบุรุษปีศาจผู้นั้นได้ ในตอนนั้นเขาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและทุกข์ทรมานในทุก ๆ วัน เขาควบคุมตนเองไม่ให้หลับใหล ต่อต้านความง่วงงุน แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะยอมแพ้เพราะบรรพบุรุษปีศาจกำลังจำศีล แต่ก็ถือว่าเขาเป็นเจ้าเมืองที่ดำรงตำแหน่งมาได้อย่างยาวนานมากที่สุดในเมืองแห่งความเกียจคร้านแล้ว”
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “เจ้าอยากจะมีชีวิตต่อไป ดังนั้นเจ้าจึงเตรียมแก้ไขความเกียจคร้านด้วยความขยันหมั่นเพียร และพยายามทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายในทุก ๆ วัน ซึ่งก็ยอมทำงานทั้งหมดที่ไม่ใช่ของเจ้าอย่างนั้นหรือ”
ตั้วส่ายศรีษะพลางกล่าว “เปล่า! มีชีวิตต่อไปอย่างนั้นหรือ เผ่าปีศาจมีชีวิตที่ยาวนานมาก แม้ว่าจะเป็นเจ้าเมืองที่ขี้เกียจจนตายเร็วที่สุด ก็ยังใช้ชีวิตได้นานมากกว่าหมื่นปีเสียอีก! ข้าเพียงรู้สึกว่าคนที่มีชีวิตยาวนานโดยไร้ซึ่งปัญหาแม้แต่น้อยนั้นน่าเบื่อมากเกินไป ฉะนั้นจึงอยากที่จะทำเรื่องอะไรที่มันท้าทายสักหน่อย! และในแดนปีศาจนี้ เรื่องที่ท้าทายที่สุดก็มีเพียงแค่สองเรื่องเท่านั้น”
“อย่างแรกก็คือการเอาชนะบรรพบุรุษปีศาจ อย่างที่สองก็คือการเอาชนะบาปดั้งเดิมของตนเอง ซึ่งเรื่องแรกก็เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ทว่าเรื่องที่สองข้ารู้สึกว่าข้าสามารถลองได้ บาปดั้งเดิมของความเกียจคร้าน ไม่ว่าสุดท้ายข้าจะทำลายมัน หรือแค่ระงับมันเอาไว้ และแม้ว่าจะดำเนินการอย่างยากลำบากมาก แต่หากว่าทำได้สำเร็จ เจ้าไม่รู้สึกว่ามันน่าสนใจมากอย่างนั้นหรือ” ตั้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งดวงตาที่เปล่งประกายแวววาวหลายส่วน
คนผู้นี้ถูกบังคับให้ขยันหมั่นเพียร แต่ความเกียจคร้านก็ยังคงฝังแน่นอยู่ในกระดูกของเขาอยู่ดี นอกจากนี้ยังมีความดื้อรั้นของปีศาจอีกด้วย และเพราะความเบื่อหน่ายจึงทำให้คนทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้ มันช่างหาได้ยากจริง ๆ
“เมื่อคนอื่น ๆ เห็นถึงสิ่งที่ข้าทำ ต่างก็รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงคิดที่จะร่วมสนุกด้วยเช่นกัน ข้าชอบที่จะเป็นเจ้าเมืองของแดนปีศาจ เพียงเท่านี้ข้าก็สามารถเข้าใกล้นายท่านบรรพบุรุษปีศาจได้แล้ว แต่จะดีกว่ามากหากสามารถกำจัดบาปดั้งเดิมได้ด้วย!” ตั้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขามีความเคารพบูชาต่อบรรพบุรุษปีศาจอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเป็นเหมือนแฟนบอยตัวน้อยคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ
“พวกเราทั้งเจ็ดได้เดิมพันกันเอาไว้ เพื่อดูว่าใครจะทนได้นานกว่ากัน เดิมทีข้าเกือบที่จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะเจ้าตกลงมาจากฟากฟ้า ทำให้ข้าพลิกสถานการณ์ที่เกือบจะพ่ายแพ้กลับมาได้ ดังนั้น เจ้าจะยอมช่วยข้าใช่หรือไม่ ยาของเจ้ามันวิเศษมากจริง ๆ!”
.