ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2844 ขี้เกียจที่ขยัน
“เจ้าเมืองตามหาข้าหรือ” เมื่อได้ยินหลายคนบอกว่าเจ้าเมืองขยันขันแข็งถึงขนาดนั้น มู่เฉียนซีจึงเตรียมตัวแล้วว่าหลังจากที่เขานอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าถึงจะสามารถเจอเขาได้อีกครั้ง คิดไม่ถึงเลยว่าท่านเจ้าเมืองจะริเริ่มตามหานางก่อนเช่นนี้
มู่เฉียนซีรีบกลับไปทันที อย่างไรเสียไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดแห่งแดนปีศาจหรือว่าจะเป็นข่าวของศิษย์พี่ นางก็อยากจะสอบถามเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านสักหน่อย
เมื่อเข้าไปในประตูใหญ่ของที่พักตนเอง มู่เฉียนซีก็มองไปที่เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้าน ยามที่นอนหลับเขาดูน่าเกรงขาม
แต่ในยามที่ตื่น เขาช่างให้ความรู้สึกสะลึมสะลือราวกับคนนอนไม่พอ ผมเผ้ายุ่งเหยิง และยังมีผมหงอกโผล่ออกมาอีกด้วย
“เจ้าก็คือมู่เฉียนซี นักปรุงยาที่รักษาข้าคนนั้นอย่างนั้นหรือ!” เจ้าเมืองเอ่ยปาก
“ใช่แล้ว!”
“ข้าอยากทำงานมาก แต่มันก็ง่วงมากเช่นกัน มันง่วงสุด ๆ ไปเลย! เจ้าพอมีวิธีที่ทำให้ข้าไม่ต้องนอนอีกบ้างหรือไม่” น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ง่วงงุน และตอนนี้เขาก็ง่วงจนถึงขีดสุดแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวถามโม่เป่ย “หรือว่าตั้งแต่ที่ตื่นขึ้นมาเมื่อวานเจ้าเมืองของพวกเจ้าก็ทำงานอยู่ตลอด และยังไม่ได้หยุดเลยอย่างนั้นหรือ?”
โม่เป่ยกล่าวตอบตามความจริงว่า “ขอรับ! เพราะมีงานมากเกินไป ดังนั้นท่านเจ้าเมืองจึงยุ่งเป็นพิเศษ…”
“ที่เจ้าเมืองเมืองอื่น ๆ รังแกเจ้าเมืองของพวกเจ้าเช่นนี้ นั่นเป็นเพราะเจ้าเมืองของพวกเจ้ารังแกได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ”
ด้วยชื่อเสียงที่ดุร้ายของแดนปีศาจทำให้ผู้แข็งแกร่งในดินแดนต่าง ๆ ล้วนหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง และได้ยินมาว่าเจ้าเมืองทั้งเจ็ดต่างก็เป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากทีเดียว
แต่ทว่าทันทีที่นางเข้ามาในแดนปีศาจ นางก็รู้สึกว่ามันไม่เหมือนกับภาพที่นางจินตนาการเอาไว้เล็กน้อย ราวกับว่าเข้ามาในแดนปีศาจปลอมอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่ใช่ขอรับ เป็นท่านเจ้าเมืองของพวกเราขอให้พวกเขาช่วย ให้มอบภารกิจมาให้เขาจัดการ” โม่เป่ยกล่าว
มู่เฉียนซีมองไปที่เจ้าเมืองอย่างเหลือเชื่อเล็กน้อย คนที่โยนงานให้คนอื่นทำอย่างนางไม่สามารถเข้าใจเจ้าเมืองที่ขยันขันแข็งเช่นนี้ได้จริง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านอีกด้วย
ร่างกายของเขาโอนเอน และมีอาการสั่นเทาเล็กน้อย กระดูกทั่วทั้งร่างของเขาต่างก็อ่อนยวบลงไปหลายส่วน และเขาก็อดทนที่จะระงับความง่วงเอาไว้ด้วยความยากลำบาก
“ปรมาจารย์มู่ มียาอะไรที่ทำให้ข้ารู้สึกไม่ง่วงนอนขนาดนี้บ้างหรือไม่ ขอเพียงเจ้าช่วยข้า ข้าไม่มีทางปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดีแน่นอน เจ้าต้องการสมุนไพรวิญญาณอะไรข้าจะหามาให้เจ้า ดีหรือไม่” เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านกล่าว
“ตกลง!” มู่เฉียนซีพยักหน้าเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เดินไปที่ข้างกายของเขา แล้วฉีดยาไปเข็มหนึ่ง
เจ้าเมืองคิดว่ายาที่ฉีดลงไปนี้ จะทำให้เขาตื่นทันที
แต่ทว่าความจริงนั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะความง่วงที่รุนแรงยิ่งขึ้นถาโถมเข้ามา จนเขาไม่สามารถควบคุมมันได้เลย
“เจ้า…” เจ้าเมืองโกรธเคืองทันที
เพราะความโกรธ ทำให้แรงกดดันพลังปีศาจอันน่าสะพรึงกลัวโหมกระหน่ำไปทางมู่เฉียนซี ซึ่งนี่ก็คือพลังที่เจ้าเมืองคนหนึ่งควรมี
“เจ้าหลอกข้า!”
“ข้าจะกล้าหลอกท่านเจ้าเมืองได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าอยากตายเสียหน่อย เพียงแต่ในฐานะหมอคนหนึ่ง ข้าอยากจะเสนอให้ท่านเจ้าเมืองที่ทำงานมาทั้งวันเต็ม ๆ แล้ว พักผ่อนสักหน่อย” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างช้า ๆ
ตึงง!
และเจ้าเมืองก็ล้มลงไปบนพื้นทันที
“พาเจ้าเมืองของพวกเจ้ากลับไปพักผ่อนที่จวนสักหน่อยเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ท่านเจ้าเมืองของพวกเราต้องโมโหมากแน่หากตื่นขึ้นมาแล้วมีงานอีกมากมายที่ยังไม่ได้จัดการขนาดนี้” โม่เป่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขารู้ว่าแม่นางมู่ทำเพื่อประโยชน์ของท่านเจ้าเมือง แต่เขาก็ไม่อาจทนรับความโกรธเกรี้ยวของท่านเจ้าเมืองได้จริง ๆ!
“เอาล่ะ! เรื่องนี้ข้าเป็นคนทำเอง ข้ากล้าทำย่อมกล้ารับอยู่แล้ว เมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วสามารถได้รับสิ่งที่ตนเองต้องการได้ ก็น่าจะไม่ทำอะไรข้าใช่หรือไม่” แม้ว่าเขาจะลงมือจริง ๆ มู่เฉียนซีก็ไม่กลัว เพราะเมื่อถึงเวลานั้นก็แค่ใช้อาวุธสังหารอย่างพิฆาตวิญญาณ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนที่โชคร้ายกันแน่!
“เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณนายท่านมากขอรับ”
“ข้าต้องเตรียมกลั่นยา พวกเจ้ารีบไปเอาสมุนไพรเหล่านี้มาให้ข้าโดยเร็วที่สุด”
โม่เป่ยกล่าวถามว่า “นายท่านสามารถกลั่นยาลูกกลอนที่ทำให้ท่านเจ้าเมืองพอใจออกมาได้จริง ๆ หรือขอรับ”
“หากว่าข้าไม่มีความมั่นใจ ข้าจะยอมรับปากอย่างนั้นหรือ ข้าไม่สนใจที่จะแกล้งเจ้าเมืองคนหนึ่งเล่นเพื่อหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวหรอกนะ!”
“ขอรับ!”
ในช่วงแรก ยาลูกกลอนที่มู่เฉียนซีต้องกลั่นไม่มีความยากเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนางสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
และนี่ก็เป็นครั้งที่สองที่นางเข้ามาในห้องนอนของท่านเจ้าเมือง ซึ่งมันก็ยังคงเงียบสงบเหมือนเช่นเคย
โม่เป่ยกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมืองนอนไปนานมากแล้ว ตอนนี้ท่านมู่สามารถปลุกเขาได้หรือไม่ขอรับ”
“ข้าจะไปลองดู!” มู่เฉียนซีกล่าว
มู่เฉียนซียังคงถูกท่านเจ้าเมืองโจมตี ซึ่งเขาในเวลานี้ก็อยู่ในสภาวะยังไม่ได้สติ
ในตอนที่เขาจู่โจมเข้ามา มู่เฉียนซีก็ได้นำหุ่นเชิดออกมาจากมิติและยัดเข้าไปแทน
เจ้าเมืองคว้าหุ่นเชิดเอาไว้ และก็โยนลงไปบนเพียง หลังจากนั้น…
ราวกับกำลังกอดหมอนข้างก็มิปาน ท่านเจ้าเมืองยังคงหลับต่อไป นอกจากนี้ยัง นอนหลับปุ๋ยอีกด้วย
เอาล่ะ! ที่ถูกเรียกว่าโดนท่านเจ้าเมืองลากขึ้นไปทำเรื่องแปลก ๆ บนเตียงเหล่านั้น เพียงแค่ถูกลากขึ้นไปห่อผ้านวมให้แน่นขึ้นและเอาไปทำเป็นหมอนข้างเท่านั้น
แต่ว่า! ต้องเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถมีความกล้าที่จะรักษาท่านเจ้าเมืองได้ แน่นอนว่าจะต้องไม่มีอายุที่น้อยเกินไป และต้องไม่แก่มากเกินไปด้วย
ผู้อาวุโสเหล่านั้นเมื่อถูกเจ้าเมืองทำเป็นหมอนข้าง คาดว่าความรู้สึกของพวกเขาคงยากจะรับได้เป็นแน่
นอกจากนี้ท่านเจ้าเมืองยังพันคนเอาไว้แน่นราวกับมัมมี่ก็มิปาน ซึ่งมันก็ทำให้หายใจได้อย่างยากลำบาก และคาดว่าหากเจ้าเมืองไม่ตื่น พวกเขาได้ถูกรัดจนตายแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นหากทันทีที่ท่านเจ้าเมืองตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าข้างกายของตนเองมีคนแก่นอนอยู่ แน่นอนว่าอารมณ์ของเขาจะต้องมีความซับซ้อน แต่หากเป็นสาวงามคนหนึ่งยังว่าไปอย่าง
“ทำเช่นนี้ได้ด้วยหรือ” โม่เป่ยราวกับว่าได้ค้นพบโลกใหม่ก็มิปาน
“เจ้าเมืองของพวกเจ้าขาดหมอนข้างน่ะ! หากมีชีวิตคงถูกรัดจนตายได้ง่าย ๆ เช่นนั้นการทำตุ๊กตาที่งดงามและประณีตสักสองสามตัว สำหรับแดนปีศาจอย่างพวกเจ้าแล้วคงจะไม่ใช่เรื่องยากหรอก” มู่เฉียนซีกล่าว
“เป็นพวกเราที่โง่เขลาเองขอรับ หากเป็นเช่นนี้ท่านเจ้าเมืองก็จะไม่จับคนแบบส่งเดชในขณะที่กำลังสะลึมสะลืออีกแล้ว เรื่องนี้พวกเราจะแนะนำท่านเจ้าเมือง และให้ท่านเจ้าเมืองเลือกหมอนข้างที่ตนเองชื่นชอบออกมาเองขอรับ” โม่เป่ยกล่าวอย่างตื่นเต้น
“เช่นนั้น ท่านเจ้าเมืองจะตื่นขึ้นมาเมื่อไรหรือขอรับ” โม่เป่ยกล่าวถาม
“รออีกหนึ่งชั่วยามเถอะ! เขากำลังหลับอย่างสบายใจ เจ้าทนที่จะปลุกเขาได้อย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ทนไม่ได้เช่นกัน แต่หลังจากที่ถูกท่านเจ้าเมืองลงโทษ และตักเตือนอย่างรุนแรงแล้ว พวกเขาก็ไม่มีความฝืนทนนั้นอีกแล้ว ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นไปตามคำสั่งของท่านเจ้าเมือง
“ขอรับ หนึ่งชั่วยาม!”
หลังจากนั้นผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เข็มยาอันเรียวบางก็ได้สัมผัสกับเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านอย่างใกล้ชิด และมันก็ทำให้เจ้าเมืองตื่นขึ้นมาทันที
ทันทีที่ลืมตาขึ้นเขาก็ค้นพบว่าตนเองกำลังกอดสิ่งของบางอย่างอยู่ และเขาก็สงสัยอย่างจริงจังว่านั่นคือมู่เฉียนซี
สีหน้าของเขาเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่เปิดออกดู ก็ค้นพบว่ามันเป็นเพียงวัตถุที่ไม่มีชีวิตเท่านั้น
“เจ้าสิ่งนี้คือ?” เจ้าเมืองกล่าว
“นี่คือสิ่งที่ท่านมู่นำออกมาขอรับ และพบว่ามันได้ผลดีมากอีกด้วย นายท่านรู้สึกเช่นไรบ้าง พวกเราสามารถสร้างหมอนข้างที่ประณีตทั้งยังให้สัมผัสที่ดียิ่งกว่านี้ได้นะขอรับ” โม่เป่ยกล่าวด้วยความเคารพ
ไม่ต้องจับคนส่งเดชอีก ซึ่งสิ่งของชิ้นนี้ถือว่ามีประโยชน์มากจริง ๆ เมื่อท่านเจ้าเมืองครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าว “ตกลง!”
เขามองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ข้าไม่อยากนอน ข้าอยากทำงาน เหตุใดเจ้าต้องให้ข้านอนด้วย”
“ท่านเจ้าเมือง ข้าคิดว่าท่านจะต้องสร้างสมดุลระหว่างงานและการพักผ่อน! ไม่ใช่ว่าท่านต้องการให้ข้ารักษาท่านหรอกหรือ เช่นนั้นท่านจะต้องเชื่อฟังข้า แน่นอนว่าข้าจะให้ท่านได้ดู ว่าข้าคู่ควรกับความไว้วางใจของท่าน” หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็หยิบยาน้ำขวดหนึ่งออกมา
นางกล่าวว่า “ดื่มสิ! เมื่อดื่มแล้วมันจะทำให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นมากทีเดียว บางทีมันอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ท่านต้องการก็เป็นได้”
“เจ้าสิ่งนี้คืออะไรน่ะ” เจ้าเมืองกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
เนื่องจากว่าแดนปีศาจยังไม่ได้เปิดหอหมอปีศาจ แน่นอนว่าย่อมไม่มียาน้ำอยู่แล้ว
.
.