ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2853 ผู้ชายของนาง
ทุกคนต่างก็อยากรู้ผลของการแข่งขันครั้งนี้เป็นอย่างมาก และหลังจากที่ผลการแข่งขันออกมาแล้ว นักปรุงยาทุกคนต่างเริ่มประจบสอพอมู่เฉียนซีทันที
“ปรมาจารย์มู่ ข้ารู้สึกชื่นชมท่านเป็นอย่างมากจริง ๆ”
“ในบั้นปลายชีวิตของข้า คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถเจอนักปรุงยาที่โดดเด่นเช่นเจ้าได้ ถึงตายก็ไม่เสียใจแล้ว”
“……”
ผู้ช่วยที่มีความสามารถของเจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง หลังจากที่ได้รับรู้ฝีมือการกลั่นยาที่น่ามหัศจรรย์ของมู่เฉียนซีแล้ว พวกเขาต่างแปรพักตร์กันไปหมด
เมื่อคนเหล่านี้ยกย่องมู่เฉียนซีเช่นนี้ แน่นอนว่ามู่เฉียนซีย่อมมีเหตุผลที่จะหยิ่งผยองมากขึ้นอยู่แล้ว
แม้ว่าเอ้าที่อยู่ต่อหน้านางจะมีท่าทางที่หยิ่งผยองมากเพียงใด แต่นางก็ยังคงมั่นใจอย่างเต็มที่อยู่ดี
มู่เฉียนซีมองไปที่เอ้าพลางกล่าวว่า “ดูสิ! ท่านพ่ายแพ้แล้วล่ะ! ท่านเจ้าเมือง!”
เอ้าที่ถูกทำให้ไม่สบอารมณ์จ้องมองไปทางมู่เฉียนซีอย่างเย็นชา และระงับความโกรธเอาไว้ สุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่เปลี่ยนสีหน้าเท่านั้น
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น “แม่นางมู่น่าทึ่งจริง ๆ”
มู่เฉียนซีทะเลาะกับเอ้าทั้งวัน และเอ้าก็ไม่ได้กลายเป็นคนถ่อมตัวมานานมากแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าว
ความหยิ่งผยองปรากฏขึ้นมาบนดวงตาอีกครั้ง เอ้าเม้มริมฝีปากพลางกล่าวว่า “ตั้วชอบเจ้ามาก หากข้าฆ่าเจ้าด้วยความโกรธ เกรงว่าเขาจะต้องโกรธมากอย่างแน่นอน ฉะนั้นจึงต้องควบคุมตนเองเอาไว้หน่อยจะดีกว่า”
ทันใดนั้นแววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นมาอย่างกะทันหัน “แม่นางมู่ พวกเรามาสงบศึกกันสักระยะเถิด!”
“ได้สิ!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นักปรุงยาของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งแต่ละคนต่างมาขอเป็นลูกศิษย์ของมู่เฉียนซี แต่พวกเขาทั้งหมดกลับถูกมู่เฉียนซีปฏิเสธ
เอ้าที่เปลี่ยนเป็นคนถ่อมตนไม่น่ารำคาญอีกแล้ว และมู่เฉียนซีเองก็ไม่ต้องเผชิญหน้าแบบตาต่อตาฟันต่อฟันกับเขาอีก ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาทั้งสองเข้ากันได้ดีเป็นอย่างมาก
ในตอนนี้เขาสามารถควบคุมมันได้นานมากขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพราะถูกมู่เฉียนซีกระตุ้นด้วยการยั่วยุเป็นแน่
แต่เช่นนี้ ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี
เอ้ามักจะชอบปลูกดอกไม้อยู่เสมอ และมู่เฉียนซีเองก็ลงมือดูแลดอกไม้เหล่านั้นด้วยเช่นกัน
แต่ใครจะไปรู้ว่า นับตั้งแต่ที่มู่เฉียนซีเข้ามาดูแล พวกมันเปลี่ยนเป็นมีสีสันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งยังเติบโตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
“ขุดเอาของที่เกะกะเหล่านั้นออกมาแล้วโยนทิ้งให้หมด หลังจากนี้ไปภายในเรือนของข้า ให้ปลูกพืชปีศาจชนิดที่กินคนโดยเฉพาะ” บุคลิกหยิ่งผยองที่เงียบสงบไปหลายวันได้โผล่ออกมาอีกครั้ง
“ไม่มีความสามารถในการปลูกดอกไม้ แล้วท่านจะมาระบายอารมณ์ใส่พวกมันทำไม” และรอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นมาบนมุมปากของมู่เฉียนซี
“เจ้าเห็นว่าข้ากำลังระบายอารมณ์ได้อย่างไรกัน เพียงแค่ดอกไม้เหล่านี้มันดูธรรมดาเกินไป ไม่ดึงดูดสายตาเจ้าเมืองอย่างข้าเท่านั้นเอง”
“เช่นนั้นก่อนหน้านี้ท่านตาบอดหรืออย่างไร”
“……”
ทั้งสองเริ่มทะเลาะกันอีกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้คนของจวนเจ้าเมืองรีบไปซ่อนตัวอยู่ไกล ๆ ด้วยความหวาดกลัว เพราะเกรงว่าจะติดร่างแหไปด้วยนั่นเอง
เขาหยิ่งผยองเป็นอย่างมาก ซึ่งมู่เฉียนซีก็ตอบกลับอย่างเต็มที่ จนทั้งสองเหมือนน้ำกับไฟ และทุกวันล้วนถือว่าเป็นสนามรบของเทพสงครามอยู่บ่อย ๆ
เอ้าค้นพบว่าตนเองดูเหมือนจะไม่มีทางไหนเอาชนะมู่เฉียนซีได้เลย สิ่งที่ทำให้เขาภาคภูมิใจก็ถูกมู่เฉียนซีผู้หญิงคนนี้เหยียดหยามอย่างไร้ความปรานี
และสำหรับการโจมตีกลับของเขา ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใส่ใจอย่างสมบูรณ์
และในที่สุดเอ้าก็หาทางแก้ไขปัญหาได้แล้ว เพราะเขาไปค้นพบความลับของมู่เฉียนซีเข้า
“ความสามารถถูกทำลาย ไม่มีพลังบำเพ็ญ คนเช่นเจ้าหากว่าไม่มีเจ้าเมืองอย่างข้าคอยปกป้อง เมื่อเจ้าออกไปจากเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง คาดว่าคงจะถูกเผ่าปีศาจเหล่านั้นฉีกออกเป็นชิ้น ๆ แน่นอน ความกล้าหาญของเจ้ามาจากที่ใดกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าต่อต้านข้า” เอ้ากล่าวอย่างดูถูก
“ใครบอกว่าข้าอยากได้รับการปกป้องจากท่าน! ข้ามีผู้ชายของข้าคอยปกป้องอยู่แล้วมิใช่หรือ” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วกล่าว
ทันใดนั้นร่างเงาสีดำร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหัน และยืนอยู่ข้างหน้ามู่เฉียนซี
ดวงตาสีฟ้าที่เย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยกวาดมองไปที่เขาพลางกล่าวว่า “เจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง หากไม่รังเกียจ มาสู้กันสักตั้งดีหรือไม่?”
“เจ้า…” เอ้ารู้สึกหวาดกลัวชายที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันผู้นี้เล็กน้อย คนผู้นี้อันตราย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ช่วยข้าเอาชนะเขาอย่างโหดเหี้ยมไปเลย! เพราะมีพลังที่สูงกว่าข้าแล้วคิดว่าจะชนะได้อย่างนั้นหรือ เอ้า เจ้าหมอนี่จะไร้เดียงสาเกินไปแล้ว”
เขากล่าวอย่างหยิ่งผยองว่า “ข้าเป็นถึงเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง หนึ่งในเจ็ดเมืองหลักแห่งแดนปีศาจ คิดว่าข้าจะเอาชนะผู้ชายต่ำต้อยคนนี้ไม่ได้หรืออย่างไร”
“อย่าพูดให้มันมากเกินไปนักเลย พวกท่านค่อย ๆ สู้กันไปเถอะ แต่ข้าไม่ไปดูการต่อสู้หรอกนะ เพราะอย่างไรเสียผลลัพธ์ก็ถูกกำหนดเอาไว้อยู่แล้ว” มู่เฉียนซีโบกมือเล็กน้อย จากนั้นก็กลับไปพักผ่อน
เห็นได้ชัดว่านางมีความมั่นใจในตัวของจิ่วเยี่ยเป็นอย่างมาก และท่านเจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่งก็ถือว่าได้รับการดูหมิ่นอย่างที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน
“มู่เฉียนซี รอหลังจากที่ข้าเอาชนะเขาได้เมื่อไร ข้าจะขับไล่เจ้าออกไปจากเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง อย่าคิดว่าจะได้สร้างหอหมอปีศาจอะไรนั่นของเจ้าอีกเลย” เอ้าเอ่ยปาก
“โอ้! หากท่านแพ้ล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“แพ้รึ! เจ้าเมืองอย่างข้าจะพ่ายแพ้ได้อย่างไร”
“ข้าบอกว่าหาก หากท่านแพ้ ท่านไม่ควรทำอะไรสักหน่อยหรือ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“หากข้าพ่ายแพ้ ข้าจะให้เจ้าเปิดหอหมอปีศาจ เท่านี้ก็ได้แล้วใช่ไหมล่ะ” เขากล่าวอย่างเหลืออด
“ยอดเยี่ยมไปเลย!” มีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นมาบนมุมปากของมู่เฉียนซี
จิ่วเยี่ยได้ต่อสู้กับเอ้ายกหนึ่ง แต่ไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์ในการต่อสู้ครั้งนี้เป็นอย่างไร เพราะสุดท้ายก็ถูกคนหามเข้ามาจากนอกเมืองอยู่ดี
คนที่เย่อหยิ่งขนาดนั้น ไม่เคยต้องพบเจอกับเรื่องที่ต้องอับอายเช่นนี้มาก่อน นี่เป็นการขายหน้าในรอบหลายหมื่นปีของเขาเลย
หลังจากที่จิ่วเยี่ยกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาก็ได้นำหญิงสาวอันเป็นที่รักมากอดไว้ในอ้อมกอด จากนั้นก็หลับไป
“แน่นอนว่าต้องชนะอยู่แล้ว ใช่หรือไม่” หลังจากที่ตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น มู่เฉียนซีก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ขึ้นมา หลังจากนั้นก็ประทับตราลงบนใบหน้าของจิ่วเยี่ย
จิ่วเยี่ยกระซิบกล่าวว่า “รางวัลเช่นนี้ยังไม่พอหรอก”
เมื่อพูดจบ จิ่วเยี่ยก็ประทับริมฝีปากของมู่เฉียนซีทันที
เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งมีความสามารถที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งในแดนปีศาจ แต่ในตอนที่เผชิญหน้ากับจิ่วเยี่ยเขากลับยังด้อยกว่าจิ่วเยี่ยมาก ดังนั้นเอ้าจึงถูกทำให้พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง
“ท่านเจ้าเมืองได้รับบาดเจ็บสาหัสมากเกินไป หรือว่าพวกเราจะไปเชิญท่านมู่มาดีกว่า”
“ด้วยทักษะทางการแพทย์ของท่านมู่ นางจะต้องสามารถรักษาท่านเจ้าเมืองให้หายได้โดยเร็วแน่นอน”
“ใช่แล้ว!”
นับตั้งแต่ตอนที่พวกเขาพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการแข่งขันกับท่านมู่ครั้งที่แล้ว พวกเขาแต่ละคนก็ได้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ของมู่เฉียนซีไปแล้ว
ในตอนที่พวกเขาพูดคำนี้ขึ้นมา กลับไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อยว่าสีหน้าของท่านเจ้าเมืองเริ่มบูดบึ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
เอ้าได้กัดฟันพูดออกมาหลายคำด้วยใบหน้าที่เย็นชา
“อย่าเอ่ยถึงนาง ตอนนี้ข้าโกรธมาก! ข้า…ข้ากำลังจะเปลี่ยนกลายเป็นอานู่แล้ว”
ในช่วงเวลาที่เขากำลังถูกหมอปีศาจอย่างมู่เฉียนซียั่วยุมันยากลำบากมาก เขาประสบกับความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความหยิ่งผยองกำลังจะกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวอยู่แล้ว
เขาไม่เคยรู้สึกโกรธเคืองมาก่อน และช่วงนี้เขาก็กำลังจะระเบิดความโกรธเกรี้ยวหลายหมื่นปีออกมาแล้ว มู่เฉียนซีนี่ช่างมีความสามารถไม่น้อยเลยจริง ๆ
“ท่านเจ้าเมืองใจเย็นก่อนขอรับ!” พวกเขากล่าวด้วยความสั่นกลัว
หลังจากที่รักษาอาการบาดเจ็บมาได้ครึ่งวัน ก็รู้สึกว่าอาการบาดเจ็บของตนเองนั้นฟื้นฟูได้ช้าเล็กน้อย
เมื่อคิดถึงทักษะทางการแพทย์ของหมอปีศาจอันยอดเยี่ยมที่ถูกพวกเขายกย่อง เขาก็กล่าวว่า “ให้มู่เฉียนซีรีบมา ให้นางมารักษาข้า! นี่เป็นสิ่งที่คนของนางสร้างขึ้น นางจะต้องรับผิดชอบ”
มีคนกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับไม่ได้ตามมาด้วย
“ท่านเจ้าเมือง ท่านมู่กล่าวว่าตอนนี้นางกำลังให้รางวัลแก่คู่หมั้นของนาง จึงไม่มีเวลาว่ามารักษาท่าน และขอให้ท่านอย่ารบกวนความรักของพวกเขาทั้งสองขอรับ” มีคนมากล่าวรายงาน
“อะไรนะ นี่นางจะทำกันเกินไปหน่อยแล้ว” ดวงตาของเอ้าเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เมื่อเขานึกถึงชายที่ทั้งแข็งแกร่งและมีความสามารถที่แปลกประหลาดคนนั้นแล้ว เขากลับไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้าหมอนั่นเป็นใครมาจากไหนกันแน่
.
.