ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2854 สู้กับเอ้าอีกครั้ง
เอ้ากล่าวด้วยความโกรธเคืองว่า “ข้าคือคนป่วยนะ!”
มู่เฉียนซีได้ทิ้งคนป่วยผู้นี้ไว้สักพักหนึ่ง ก่อนที่จะไปรักษา ด้วยการไปฉีดยาให้เอ้าหนึ่งเข็ม
“ข้าว่าเจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง ความสามารถของท่านสู้จิ่วเยี่ยของข้าไม่ได้หรอก ไม่สู้ท่านเก็บความหยิ่งผยองของท่านเอาไว้ แล้วตั้งใจฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นไม่ดีกว่าหรือ” มู่เฉียนซีกล่าว
เขายังคงจำฉากที่เขาถูกทรมานฉากแล้วฉากเล่าเมื่อคืนนี้ได้ “ความสามารถของเขาก็คือความสามารถของเขา เจ้าก็คือเจ้า! เหอะ! ให้เขามาต่อสู้กับข้า เจ้าคิดว่าเจ้าเมืองอย่างข้าจะหลงกลอย่างนั้นหรือ?”
“ท่านไม่เคยได้ยินคำว่าสามีภรรยาก็คือคนคนเดียวกันอย่างนั้นหรือ หากท่านมีความสามารถก็ไปหาภรรยาที่ยอดเยี่ยมมาโต้กลับเสียสิ!” มู่เฉียนซีกล่าวแย้ง
“ในโลกใบนี้จะมีสตรีนางใดที่เข้าตาข้าได้กันล่ะ เจ้ารังแกข้า!” เอ้ากล่าวด้วยความโมโห
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “อื้ม! ข้ารังแกท่าน”
เอ้าถูกมู่เฉียนซีทำให้โกรธจนช้ำในไปหมดแล้ว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกและเริ่มสงบลง จากนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าทันที
“แม่นางมู่ อาการบาดเจ็บของข้าต้องรบกวนเจ้าแล้ว”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตกลง!”
เพราะเอ้าพ่ายแพ้ไปแล้ว สัญญาที่รับปากไปก่อนหน้านี้ คนที่เย่อหยิ่งเช่นเขา ไม่มีทางทำเรื่องอย่างการผิดสัญญาแน่นอน
ดังนั้น หอหมอปีศาจจึงถูกสร้างขึ้นมาอย่างเป็นทางการในเวลาไม่นาน
เหล่านักปรุงยาที่มีชื่อเสียงของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งต่างอาสามาทำงานที่หอหมอปีศาจ ฉะนั้นจะไม่ให้กิจการของหอหมอปีศาจเฟื่องฟูได้อย่างไร
ในวันที่หอหมอปีศาจเปิดกิจการ เอ้าก็ได้มาเยี่ยมชมด้วยตนเอง หลังจากนั้นก็กล่าวอย่างรังเกียจว่า “นี่มันเล็กเกินไปหน่อยนะ”
“เจ้าเมืองอย่างข้าอุตส่าห์มาถึงที่นี่ด้วยตนเอง มู่เฉียนซี เจ้าจะไม่แสดงท่าทีใด ๆ เลยแม้แต่น้อยอย่างนั้นหรือ” เขากล่าวพลางมองไปที่มู่เฉียนซี
“โอ้! ท่านไม่ใช่ลูกค้าของข้าด้วยซ้ำ ยังจะเข้ามาเกะกะอีก ท่านรังเกียจที่ข้างในนี้เล็ก ข้าเองก็รังเกียจที่ท่านอยู่กินพื้นที่เช่นกัน” สีหน้าของมู่เฉียนซีเต็มไปด้วยความรังเกียจโดยที่ไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าที่หล่อเหลาของเอ้าแข็งทื่อไปเล็กน้อย หลังจากนั้นก็กล่าวว่า “ลูกค้าสินะ จะให้ข้าซื้อยาอย่างนั้นหรือ ได้ เช่นนั้นข้าจะซื้อสมุนไพรวิญญาณและยาลูกกลอนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดเลย”
“ขออภัยอย่างยิ่ง มาก่อนได้ก่อน แม้ว่าจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ก็เช่นกัน ไปต่อแถวเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าวพลางโบกมือ
เอ้าให้ลูกน้องของเขาไปต่อแถว และหลังจากที่มาถึงลำดับของเขา เขาก็ได้รู้ว่ายาลูกกลอนที่หอหมอปีศาจนำออกมาขายในวันนี้ ขายไปจนหมดแล้ว
หญิงสาวผู้นี้เป็นศัตรูคู่แค้นของเขาอย่างนั้นหรือ?
“ต้องขออภัยด้วย ยาขายหมดแล้ว ท่านเจ้าเมือง แม้ว่าท่านจะมีเงินก็ไม่สามารถซื้อได้เช่นกัน” มู่เฉียนซีกล่าวพลางโบกมือไปมา
“เจ้าจะอวดดีเกินไปแล้วนะ”
“ข้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจนอวดดีแล้วจะทำไม กลับกัน เป็นเจ้าเมืองอย่างท่านที่เริ่มมีความมั่นใจน้อยลงเรื่อย ๆ แล้วสินะ”
เอ้าที่อยู่ภายใต้การลงมือของมู่เฉียนซี ต้องประสบกับความเสียเปรียบครั้งแล้วครั้งเล่า
ทุกครั้งที่เขาโกรธจนอยากจะเชือดมู่เฉียนซี เขาก็จะเปลี่ยนกลายเป็นคนถ่อมตัวและสุภาพ จากนั้นก็จะสงบลง
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “ช่วงนี้ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง การควบคุมบาปดั้งเดิมแข็งแกร่งขึ้นบ้างแล้วใช่หรือไม่”
“ถูกควบคุมแล้ว รู้สึกว่าจะถูกความโกรธเกรี้ยวควบคุมเอาไว้แล้วล่ะ แม่นางมู่ มีคนเคยบอกเจ้าบ้างหรือไม่ว่าเจ้ามันน่าโมโหมากจริง ๆ” เอ้ากล่าวอย่างจนปัญญา
“คนที่ยั่วยุข้าก็น่าจะรู้สึกเช่นนี้ คนที่ไม่ได้ยั่วยุข้า ไม่มีทางมีความคิดเช่นนี้แน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าวพลางยิ้มบาง ๆ
เมื่อหอหมอปีศาจได้รับความเสถียรอย่างสมบูรณ์ มันก็สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่ในเมืองแห่งความเย่อหยิ่งได้แล้ว
ตอนนี้แม้ว่าเจ้าเมืองผู้นี้จะบอกให้หอหมอปีศาจหายไป แต่คาดว่าเผ่าปีศาจที่อยู่ที่นี่จะต้องไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีคิดว่ายังจำเป็นต้องใช้ยาที่แรงกว่านี้อีกหน่อย เพื่อกระตุ้นเจ้าเมืองที่เย่อหยิ่งผู้นี้
นางกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าท่านไม่พอใจมากที่พ่ายแพ้ให้กับจิ่วเยี่ยของข้าเมื่อครั้งที่แล้ว ท่านสนใจที่จะสู้กับข้าสักรอบหรือไม่”
“เจ้าไม่ได้เข้าใจผิดใช่หรือไม่ เจ้าเป็นคนที่ไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาสู้กับข้า นี่เจ้ากำลังหาเรื่องทรมานอยู่หรือ อยากแก้แค้นข้าหรืออย่างไร แต่การเป็นผู้ชายที่รังแกคนที่ไม่มีพลังวิญญาณใด ๆ เลย ไม่ใช่เรื่องที่ข้าสามารถทำได้หรอกนะ”
แม้ว่าเขาจะเกลียดชังหญิงสาวผู้นี้มากเพียงใด แต่เขาก็มีความภูมิใจในตนเองเช่นกัน
“หากบอกว่า ท่านไม่สามารถใช้พลังปีศาจต่อสู้กับข้าได้ล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวพลางมองไปที่เขา
“แม้ว่าจะไม่ใช้พลังวิญญาณ แต่ร่างกายของมนุษย์ก็ด้อยกว่าร่างกายปีศาจของพวกเรามาก เจ้าอย่าได้ลืมคิดสิ่งนี้ไป”
“แข่งกันสักรอบ หากว่าข้าแพ้ ข้าจะขอโทษสำหรับความผิดที่ข้าทำทั้งหมดก่อนหน้านี้ หลังจากนี้ไปไม่ว่าท่านจะพูดอะไรข้าก็จะทำตามนั้น และข้าก็จะไม่คัดค้านความคิดที่ท่านเสนอออกมาเด็ดขาด ดีหรือไม่”
ข้อเสนอของมู่เฉียนซี ได้ตอบสนองความคาดหวังที่อยู่ภายในจิตใจของเอ้าอย่างสมบูรณ์
ช่วงนี้มู่เฉียนซีมักที่จะมีปัญหากับเขาอยู่เสมอ ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
“เจ้าจะเชื่อฟังถึงขนาดนั้นจริง ๆ อย่างนั้นหรือ” เอ้ากล่าวถาม
“แน่นอนอยู่แล้ว เงื่อนไขคือท่านต้องเอาชนะให้ได้ หากว่าพ่ายแพ้ เช่นนั้นข้าก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างตามที่ท่านต้องการ”
“แพ้รึ! ข้าจะไปแพ้ได้อย่างไรกัน เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้แหละ”
หลังจากนั้นทั้งสองก็เตรียมที่จะปะทะกัน!
การแข่งขันครั้งนี้ เป็นที่รับรู้กันไปทั่วทั้งเมือง
ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่ตั้วที่ขยันขันแข็งอยู่เสมอก็มีอารมณ์ที่อยากจะมาดูความตื่นเต้น มาดูมู่เฉียนซีต่อสู้กับเอ้าเช่นกัน
พี่น้องที่ดีของเอ้าผู้นี้กลับไม่ได้มาเพื่อที่จะให้กำลังใจเขา แต่เขามา เพราะต้องการมาบอกว่า “ข้าเดิมพันว่าเฉียนซีชนะ!”
“ตั้ว! เจ้าพูดอะไรน่ะ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะไม่เดิมพันว่าข้าจะชนะ” เอ้าทำสีหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธ เจ้าหมอนี่ไม่เพียงพอที่จะเป็นพี่น้องได้อีกแล้ว
“ก็ข้าคิดว่าเฉียนซีจะชนะนี่นา!” ตั้วกล่าว
“เป็นไปไม่ได้! ข้าต้องการยุติความสัมพันธ์กับเจ้า”
ตั้วกล่าวไม่ผิด หากไม่ใช้พลังวิญญาณล่ะก็ มีความเป็นไปได้มากว่ามู่เฉียนซีจะสามารถเอาชนะได้
“อย่าดูถูกเฉียนซีเชียวนะ! มิเช่นนั้น เอ้า เจ้าได้ถูกโค่นแน่” ตั้วกล่าวด้วยสีหน้าที่มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
“ในเมื่อเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านจะเดิมพันว่าท่านมู่ชนะ เช่นนั้นข้าก็จะเดิมพันว่าท่านมู่จะชนะ”
“ข้าเองก็ด้วย!”
“ข้า…”
เอ้ารู้สึกว่าเขาดูเหมือนจะล้มเหลวในฐานะเจ้าเมือง เจ้าพวกที่กำลังส่งเสียงอยู่เหล่านี้ คิดจะมาดูเรื่องตลกของเขาโดยเฉพาะเลยสินะ
ไม่มีทางเลือก เจ้าเมืองของพวกเขานั้นเย่อหยิ่งที่สุดในโลก ทั้งยังมีสายตาที่สูงส่งเหนือสิ่งอื่นใด
ถึงแม้ว่าจะยังมีเจ้าเมืองคนอื่น ๆ อีกหลายคน แต่เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งก็ยังคงทำตัวหยิ่งผยองต่อหน้าพวกเขาต่อไป
เมื่อได้ยินว่าท่านมู่กำลังท้าทายท่านเจ้าเมือง นอกจากนี้ยังได้เปรียบอีกด้วย
ทุกคนต่างก็มีความสุขที่จะได้ดูเรื่องครึกครื้น และยังอยากจะเห็นเจ้าเมืองของพวกเขาถูกบีบให้ยอมรับความพ่ายแพ้อีกด้วย
สนามแข่งขันขนาดใหญ่อยู่ภายในเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง มันสามารถรองรับเผ่าปีศาจได้ไม่ต่ำกว่าแสนคน และในวันที่มีการแข่งขัน ที่นั่งทั้งหมดก็ถูกเติมจนเต็มหมดแล้ว
หากว่าครั้งนี้เขาพ่ายแพ้ เอ้าจะต้องอับอายจนไม่เหลือชิ้นดีแน่นอน
คนที่หยิ่งผยองเช่นเขา จะต้องได้รับผลกระทบที่หนักหนามากเป็นแน่
แต่เขาก็ไม่มีทางยอมรับว่าตนเองจะพ่ายแพ้ และในที่สุดการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น
มู่เฉียนซีพุ่งทะยานขึ้นไปบนสนามการแข่งขัน แม้ว่าจะมีเผ่าปีศาจจำนวนไม่น้อยส่งเสียงโห่ร้องตามเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้าน แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ความสามารถของท่านมู่นั้นด้อยกว่าท่านเจ้าเมืองของพวกเขามากเกินไป และพวกเขาก็ไม่มีความมั่นใจเลยว่าท่านมู่จะสามารถเอาชนะได้จริง ๆ
ร่างเงาสีม่วงกลายเป็นเพียงเงาร่างเลือนลางอยู่กลางอากาศ ความเร็วของมู่เฉียนซีนั้นรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง และแน่นอนว่าความเร็วของเอ้าเองก็ไม่ช้าเช่นกัน
“เป็นร่างที่ยืดหยุ่นมาก แต่มู่เฉียนซี เจ้าคงคิดไม่ถึงว่าสิ่งที่ข้าเชี่ยวชาญที่สุดก็คือความเร็วสินะ” เอ้าเอ่ยปาก
และเอ้าก็สามารถไล่ตามมู่เฉียนซีได้ทันภายในพริบตาเดียว
ปังง!
เขาพุ่งทะยานไปถึงด้านข้างของมู่เฉียนซี และในเวลานี้ก็ไม่สามารถหลบซ่อนได้อีกแล้ว ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงเลือกที่จะเผชิญหน้าต่อสู้กับเขา
“ท่านมู่ ท่านบ้าไปแล้วหรือ!”
“มนุษย์สาวที่อ่อนแอจะสามารถสกัดกั้นการโจมตีของเผ่าปีศาจได้อย่างไร และนับประสาอะไรกับเจ้าเมืองที่เดิมทีแล้วก็ไม่ใช่เผ่าปีศาจธรรมดา”
“คาดว่าแค่ปะทะเพียงแผ่วเบา ก็สามารถทำให้กระดูกของมนุษย์ผู้นั้นหักได้แล้ว”
.
.