ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2870 คู่ต่อสู้ลึกลับ
ฉัวะ!
กระบี่ที่คมกริบเล่มนั้นแทงทะลุร่างของเขา หลังจากนั้นเปลวเพลิงสีแดงฉานก็ได้ห่อหุ้มไปทั่วทั้งร่างของเขาอีกด้วย และพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งได้กลืนกินจิตวิญญาณของเขาทันที
“อ๊ากกกก...” ร่างที่เต็มไปด้วยเหงื่อเย็นของเขาล้มกลิ้งอยู่บนพื้นดิน
ซึ่งนี่ก็ทำให้สีหน้าของนักเล่นคาถาอาคมผู้นั้นย่ำแย่มากขึ้นไปอีก จบเห่แล้ว แม้แต่ท่านนายพลเผ่าเทพก็พึ่งพาไม่ได้อีกแล้ว
หลังจากนั้นเขาก็ถูกมู่เฉียนซีจัดการอย่างโหดเหี้ยม จนไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้นาน และในตอนที่เจ้าเมืองแห่งความริษยาบุกเข้ามาได้ ทั้งกองกำลังกบฏและเผ่าเทพ ต่างก็ประสบกับการสังหารหมู่จนสิ้นซาก ซึ่งพวกเขาทั้งหมดก็ถูกจัดการโดยคนเพียงคนเดียวเท่านั้น
คนของเจ้าเมืองแห่งความริษยาทั้งหมดต่างจ้องมองไปยังชายชุดแดงที่งดงามและกระหายเลือดผู้นั้นด้วยความตกตะลึง เทพสังหารผู้กระหายเลือด แม้ว่าจะเป็นเจ้าเมืองของเมืองแห่งความโกรธแค้นก็คาดว่าน่าจะไม่โหดเหี้ยมเท่าเขาแน่นอน
จี๋ตู้เองก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก “เจ้า…”
และในเวลานี้ นายพลเผ่าเทพที่เดิมทีควรจะต้องตายไปแล้วได้หายไปจากจุดเดิมอย่างกะทันหัน เขาหนีไปแล้ว…
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้านี่ยังมีชีวิตอยู่ได้ ไล่ตามไป!” จี๋ตู้กล่าวอย่างประหลาดใจ จากนั้นก็พาคนไล่ตามไปทันที
ความเร็วของนายพลเผ่าเทพรวดเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งความเร็วนี้ก็ได้เกินขีดกำจัดของเขาไปแล้ว และถึงพวกของมู่เฉียนซีจะพยายามเร่งความเร็วเพื่อไล่ตามมากเพียงใด แต่ก็ยังคงถูกทิ้งห่างออกไปไกลมากอยู่ดี
“เจ้าหมอนี่มันบ้าไปแล้วหรือ! มีความเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวอย่างประหลาดใจ
แน่นอนว่าไม่สามารถปล่อยให้เหยื่อหลุดรอดไปได้ มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “พิฆาตวิญญาณ ผนึกจิตวิญญาณ และแบ่งกลุ่มออกไปไล่ล่า”
พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้พลังของตนเองถูกผลาญไปจนหมดได้ และนางก็ไม่เชื่อว่าจะสามารถยืนหยัดด้วยความเร็วเช่นนี้ต่อไปได้ตลอดเช่นกัน
“ขอรับ” ก่อนหน้านี้พิฆาตวิญญาณเป็นคนที่ทำให้นายพลเผ่าเทพได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เจ้าหมอนั่นไม่สามารถลบล้างไปได้แน่นอน แม้ว่าจะหนีไปไกลเพียงใดก็ตาม
พวกของมู่เฉียนซีไล่ตามไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว แต่มันก็สามารถทำให้นายพลเผ่าเทพนั้นสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังไล่ตามอยู่
“นายท่าน ข้ายังไม่อยากตาย ต้องหนีเช่นไรถึงจะสามารถสลัดพวกเขาให้หลุดออกไปได้เล่าขอรับ” นายพลเผ่าเทพกล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก
“หนีเข้าไปในป่าแห่งนั้น” ทันใดนั้นก็มีเสียงมายาเสียงหนึ่งดังก้องออกมาจากความว่างเปล่า
“นั่นมันป่าวิญญาณปีศาจ” ป่าแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในแดนปีศาจ ซึ่งมันก็ทำให้นายพลเผ่าเทพหวาดกลัวเช่นกัน
“หากไม่หนีไปตามคำสั่งของข้า เช่นนั้นเจ้าจะหนีไปที่ใดได้อีกล่ะ”
ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว หากเขาไม่เชื่อฟังคำสั่งของนายท่านผู้นี้ เขาก็ต้องโดนคนของเจ้าเมืองแห่งความริษยาเหล่านั้นจับตัวไป
“ขอรับ ข้าจะหนี”
“โฮกกกก...” เพิ่งจะเข้ามาในป่าแห่งนี้ แต่นายพลเผ่าเทพกลับรู้สึกว่าตนเองได้ถูกล้อมด้วยสัตว์ปีศาจที่อันตรายนานาชนิด นี่เขากำลังจะตายในไม่ช้านี้แล้วสินะ
สีหน้าของเขาซีดเผือด พลางกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ “นายท่าน...”
“หนีไปตามคำแนะนำของข้า ข้ารับประกันว่าเจ้าจะไม่เจอสัตว์ปีศาจเลยแม้แต่ตัวเดียว อย่าทำตัวไร้ประโยชน์ขนาดนั้นเลย” น้ำเสียงมายาดังออกมา
“ขอรับ”
“ป่าวิญญาณปีศาจ เจ้าหมอนั่นจนตรอกอย่างสมบูรณ์แล้วสินะ ถึงได้หนีมาจนถึงที่นี่ได้” และจี๋ตู้ก็มาถึงป่าวิญญาณปีศาจ
เขากล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ภายในป่าวิญญาณปีศาจแห่งนี้มีสัตว์ปีศาจเป็นจำนวนมาก แม้ว่าข้าจะบุกเข้าไปก็ต้องระวังมากเช่นกัน ส่วนเจ้านั่นที่หนีเข้าไปคาดว่าคงโดนกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกแน่นอน เจ้ารออยู่ข้างนอกเถอะ ข้าพาคนเข้าไปดูสักหน่อยก็พอแล้ว”
พิฆาตวิญญาณกล่าวว่า “เจ้าจะเข้าไปหรือ เจ้าแน่ใจว่าเข้าไปแล้วจะหาเขาเจออย่างนั้นหรือ เขายังไม่ตาย ยังมีชีวิตอยู่อย่างดีเลยล่ะ”
“นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเขาอ่อนแอลงมากแล้วนี่” จี๋ตู้กล่าวอย่างประหลาดใจ
“เรื่องนี้คงต้องจับเขาให้ได้ถึงจะรู้ มีข้าอยู่ เจ้านายของข้าจะไปที่ใดเจ้าไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่งหรอก” พิฆาตวิญญาณเปิดทางให้มู่เฉียนซี จากนั้นก็บุกเข้าไปโดยตรง
แม้ว่าพิฆาตวิญญาณจะแข็งแกร่ง แต่ก็มีสัตว์ปีศาจที่รนหาที่ตายเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งจำนวนของสัตว์ปีศาจก็มากขึ้นเรื่อย ๆ และจี๋ตู้เองก็พยายามต่อสู้อย่างสุดกำลังเช่นกัน
พิฆาตวิญญาณกล่าวว่า “เจ้ามดปลวกเหล่านี้ช่างน่ารำคาญจริง ๆ!”
ในเวลานี้ ได้มีพลังแห่งความมืดอันแข็งแกร่งแพร่กระจายออกไปรอบบริเวณ ซึ่งการปรากฏตัวของพลังนี้ก็ทำให้เจ้าเมืองแห่งความริษยาผงะไปเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็ได้ค้นพบแหล่งกำเนิดของพลังนั้น และมันก็คือมู่เฉียนซีนั่นเอง
เนื่องจากมู่เฉียนซีปลดปล่อยหอคอยนิรันดร์ออกมา จึงทำให้สัตว์ปีศาจเหล่านั้นรู้สึกหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ และหลังจากนั้นมันจึงได้สงบลงเล็กน้อย
แรงกดดันของพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งทำให้สัตว์ปีศาจเหล่านั้นไม่กล้าสร้างปัญหาอีก นางควบคุมหอคอยนิรันดร์ และคิดที่จะเก็บเจ้าพวกนี้ไปให้หมด
สำเร็จแล้ว
เมื่อเห็นความสามารถพิเศษเช่นนี้ของมู่เฉียนซี มันก็ทำให้เจ้าเมืองแห่งความริษยาเต็มไปด้วยความรู้สึกอิจฉาริษยาจนเกลียดชัง
“หอคอยนี่มันคืออะไรกันแน่” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ท่านเป็นถึงเจ้าเมืองแห่งความริษยา ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มานานกว่าข้ากี่ปีแล้วด้วยซ้ำ เช่นนั้นท่านก็ลองคาดเดาดูเอาเองเถอะ!”
เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวว่า “เจ้าบอกให้ข้าเดาข้าก็ต้องเดาหรืออย่างไร! ทำเช่นนี้ข้าคงได้อับอายมากเป็นแน่”
“ในเมื่อไม่อยากเดา เช่นนั้นพวกเราก็ไล่ตามคนกันต่อเถอะ!” และมู่เฉียนซีก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“ตามหาคน เจ้าหมอนั่นไม่น่าจะยังมีชีวิตอยู่มิใช่หรือ!” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวอย่างประหลาดใจ
“ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากจะหนีพวกเราไปไกลมากขึ้นเรื่อย ๆแล้ว เขายังเร่งความเร็วเพื่อหนีพวกเราให้ไกลขึ้นอีกด้วย หากไม่ไล่ตามไป คาดว่าเขาจะต้องหนีรอดไปจากที่นี่ได้แน่” มู่เฉียนซีกล่าว
“นี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ เขาเข้ามาที่นี่นานขนาดนี้แล้ว แต่เขาไม่เจอกับสัตว์ปีศาจเลยอย่างนั้นหรือ” เจ้าเมืองแห่งความริษยารู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดเลยทีเดียว
“หาเขาให้เจอก่อนค่อยว่ากัน มันจะต้องมีคนคอยช่วยเหลือเขาอยู่แน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าว
ตูมม โครมม!
เป็นอย่างที่นายท่านลึกลับผู้นั้นกล่าวเอาไว้ ตลอดทางนายพลเผ่าเทพไม่เจอสัตว์ปีศาจเลยสักตัวเดียวจริง ๆ แต่ทางด้านพวกของมู่เฉียนซีกลับต้องเจอไม่น้อยเลยทีเดียว
โชคดีที่มีพิฆาตวิญญาณและจี๋ตู้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองเปิดทางให้ ส่วนมู่เฉียนซีก็ควบคุมหอคอยนิรันดร์เพื่อเก็บสัตว์ปีศาจและฝึกมันไปตลอดทั้งทาง ซึ่งนี่ก็ทำให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างราบรื่น
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากที่กวาดล้างไปตลอดทั้งเส้นทาง ในที่สุดก็เห็นร่างเงาสีขาวที่จนตรอกร่างหนึ่ง
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเขา นายพลเผ่าเทพผู้นี้ก็ตื่นกลัวขึ้นมาทันที เขาโพล่งออกมาว่า “เจ้าเมืองแห่งความริษยา ข้าหนีมาถึงที่นี่แล้ว เจ้ายังจะไล่ตามมาอีกหรือ เจ้าไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนอย่างนั้นหรืออย่างไร ที่นี่คือป่าวิญญาณปีศาจ แม้แต่ที่นี่เจ้ายังกล้าบุกเข้ามาอีก”
“ที่นี่คืออาณาเขตของข้า ไม่จำเป็นต้องให้เผ่าเทพอย่างเจ้ามาบอกข้าว่าที่นี่คือที่ไหนหรอก คนที่กล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับเจ้าเมืองอย่างข้า ข้าจะตามไปไม่ว่าจะหนีไปอยู่ที่ใดก็ตาม เพราะข้าก็ชอบที่จะขจัดปัญหาที่อาจจะตามมาในอนาคตได้ เจ้าหนีไปไม่รอดแล้ว” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวอย่างเย็นชา
นายพลเทพกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หนี หากข้าไม่หนี พวกเจ้าจะฆ่าข้าจริง ๆ อย่างนั้นหรือ”
ร่างเงาของเขาสว่างวาบขึ้น จากนั้นก็มีไม้ไผ่สีเขียวมรกตที่ดูอ้วนท้วมสมบูรณ์ท่อนหนึ่งถูกเก็บมาจากที่ที่ไม่ไกลนัก
“ท่านมู่ นายท่านผู้นั้นบอกว่า ขอมอบของสิ่งนี้ให้กับท่าน เพื่อถือว่าเป็นความจริงใจของเขา ซึ่งหวังว่าท่านจะปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอดต่อไป และท่านก็ออกไปจากแดนปีศาจเสีย” นายพลเผ่าเทพกล่าวพลางมองไปที่มู่เฉียนซี
ความจริงแล้วคำพูดเหล่านี้ทำให้นายพลเผ่าเทพรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ยังคงถ่ายทอดคำพูดนี้อย่างเชื่อฟัง
“มอบเศษไผ่ให้แค่ท่อนเดียว คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะคิดว่ามันจะรักษาชีวิตเจ้าไว้ได้จริง ๆ ข้าว่าเจ้าบ้าไปแล้วเป็นแน่” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
แววตาของมู่เฉียนซีมืดมนลงเมื่อมองไปที่ไม้ไผ่ท่อนนั้น นางกล่าว “นี่ไม่ใช่ไม้ไผ่ธรรมดา แต่เป็นพืชศักดิ์สิทธิ์สินะ!”
“นี่คือพืชศักดิ์สิทธิ์ คือไผ่มรกตจันทราศักดิ์สิทธิ์ คิดไม่ถึงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของเจ้าจะรู้ว่าข้าต้องการพืชศักดิ์สิทธิ์ด้วย ความสามารถของเขาไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ”
เรื่องนี้ คนของแดนปีศาจคาดว่ามีเพียงแค่พวกของตั้วเท่านั้นที่รู้ แล้วเจ้าหมอนี่ไปรู้มาจากที่ใดกัน นอกจากนี้ยังใช้เจ้าสิ่งนี้เพื่อทำให้นางออกไปจากแดนปีศาจอีกด้วย ดูเหมือนว่าจะไม่อยากให้นางเข้าร่วมกับแดนปีศาจอย่างไรอย่างนั้นเลย
.
.