ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2869 พิฆาตวิญญาณออกโรง
เมื่อการโจมตีที่ร้ายแรงพุ่งจู่โจมเข้ามา มู่เฉียนซีก็ได้ใช้โล่ปีกทมิฬสกัดกั้นเอาไว้ได้
ตูมมมม!!!
โล่ป้องกันที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความมืดได้สกัดกั้นการโจมตีทั้งหมดของนายพลเผ่าเทพเอาไว้
นายพลเผ่าเทพมองไปทางมู่เฉียนซีด้วยความประหลาดใจ บนร่างกายของหญิงสาวผู้นี้ไม่มีการผันผวนของพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แต่กลับสามารถควบคุมมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถสกัดกั้นการโจมตีของเขาได้อีกด้วย
“ทำลายมันซะ” การโจมตีที่รุนแรงของพวกเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจที่อยากจะสังหารมู่เฉียนซี และคิดว่าจะสามารถทำลายการป้องกันของโล่ปีกทมิฬได้
“ปรมาจารย์หลัว ท่านเป็นถึงนักเล่นคาถาอาคมน่าจะรู้วิธีทำลายการป้องกันมากมายสินะ ฉะนั้นทำลายมันซะ!” นายพลเผ่าเทพกล่าวกับนักเล่นคาถาอาคมผู้นั้น
“ข้ารู้แล้ว ข้าจะต้องจัดการสาวน้อยผู้นั้นให้ได้แน่นอน คิดว่าหลบได้แล้ว จะสามารถรอดตายได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ ไร้เดียงสานัก” นักเล่นคาถาอาคมจ้องมองไปทางมู่เฉียนซีอย่างชั่วร้าย
ตูมม โครมมม!!
มีเสียงสั่นสะเทือนดังกึกก้องออกมา การเคลื่อนไหวของทางด้านนี้รุนแรงกว่าทางฝ่ายเจ้าเมืองแห่งความริษยามาก และเมื่อเทียบกันแล้ว การต่อสู้ระหว่างเจ้าเมืองแห่งความริษยากับผู้นำของผู้ทรยศเผ่าปีศาจนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ภายในจิตใจของเจ้าเมืองแห่งความริษยาจึงรู้สึกไม่สมดุลเป็นอย่างมาก
“ไสหัวออกไป คู่ต่อสู้ของพวกเจ้าคือข้า จะไปโจมตีสาวน้อยที่เปราะบางผู้นั้นทำไมกัน” เขาพุ่งทะยานไปทางมู่เฉียนซีด้วยความรวดเร็ว และรู้สึกว่ามู่เฉียนซีกำลังเจอกับปัญหาใหญ่จนจะถูกโยนออกไปอยู่แล้ว
โล่ปีกทมิฬที่จิ่วเยี่ยส่งมาเพื่อปกป้องมู่เฉียนซีนั้นไม่ได้อ่อนแอ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทำอะไรได้ไปชั่วขณะหนึ่ง
หลังจากที่เสียเวลาไปมากมายแต่ก็ยังไม่สามารถทำอันตรายเป้าหมายได้เลยแม้แต่น้อย สีหน้าของนายพลเผ่าเทพพลันมืดมนลงทันที “เดิมทีคิดว่าเจ้าเป็นตัวละครหลักคนหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะขี้ขลาดมากเกินไปหน่อย”
“แม่สาวน้อย ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนของเผ่าคำสาปของข้า แต่เจ้าสามารถใช้วิชาคำสาปได้อย่างไรกันแน่ เจ้าทำลายคำสาปของข้า ฉะนั้นเจ้ากับข้าไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ หากเจ้ามีความกล้าละก็ เช่นนั้นก็ใช้วิชาคำสาปมาประชันกันเถอะ!” นักเล่นคาถาอาคมกล่าว
เมื่อเวลาล่วงเลยไป พวกเขาก็ไม่อยากเสียเวลาอีก จึงได้ใช้วิธีการยั่วยุเพื่อกระตุ้นมู่เฉียนซี
อัจฉริยะรุ่นเยาว์แต่ละคนล้วนเป็นคนรุ่นเยาว์ที่ไฟแรงกันทั้งนั้น ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าวิธีการของตนเองมีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้ว
“คู่ต่อสู้ของพวกเจ้าคือข้า” เจ้าเมืองแห่งความริษยากัดฟันกล่าวอย่างหนักแน่น
“ท่านเจ้าเมือง คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้าต่างหาก” และผู้ทรยศก็ฉวยโอกาสโจมตีเจ้าเมืองแห่งความริษยา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จี๋ตู้ ท่านอย่าได้เข้ามาวุ่นวายทางนี้เลย ท่านจัดการหมอนั่นด้วยตนเองซะเถอะ! ส่วนคนที่ต้องการกำจัดข้าเหล่านี้ ข้าจะลงมือเอง”
มู่เฉียนซีเก็บโล่ปีกทมิฬ ในเมื่อไม่มีการป้องกัน และไม่มีการผันผวนของพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย สำหรับคนเหล่านี้คงเหมือนมดปลวกตัวหนึ่งที่สามารถถูกบดขยี้จนตายได้ตามอำเภอใจอย่างแน่นอน
และยิ่งเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามู่เฉียนซีนั้นเป็นผู้ลึกลับ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้มากขึ้นไปอีก
“เจ้าลองลงมือดูก่อนสิ!” นายพลเผ่าเทพกล่าวกับนักเล่นคาถาอาคม
วิธีการที่แข็งแกร่งที่สุดของนักเล่นคาถาอาคมแน่นอนว่าต้องเป็นคำสาปอยู่แล้ว เพียงแต่พลังคำสาปเพิ่งจะไหลออกมาเพียงเล็กน้อย มันกลับถูกพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของมู่เฉียนซีปราบปรามลงได้แล้ว
“เจ้ามีสิทธิ์อะไร ถึงได้มาเทียบวิชาคำสาปกับข้า เจ้าคิดว่าเจ้ามีความสามารถอย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
แข็งแกร่ง สาวน้อยผู้นี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ สีหน้าของนักเล่นคาถาอาคมผู้นี้เปลี่ยนไปมาก เขากล่าวว่า “นายท่าน ดูเหมือนพวกเราต้องร่วมมือกันสู้แล้วล่ะ”
ในตอนที่พวกเขาทั้งหมดกำลังจะร่วมมือกันลงมือ ร่างเงาสีแดงร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมา และเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างก็กระจายไปทั่วทั้งเมือง พิฆาตวิญญาณกล่าวว่า “ลูกแมวน้อย ยากนักที่จะมีโอกาสได้เข่นฆ่าในแดนปีศาจแห่งนี้ ข้าไม่อยากพลาดมันจริง ๆ ดังนั้นอนุญาตให้ข้าได้ลงมือเถอะ”
พิฆาตวิญญาณเหลือบมองไปยังคนที่เพ้อฝันว่าจะฆ่าเจ้านายแมวน้อยของเขาด้วยกลิ่นอายที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง เจ้าพวกนี้สมควรตายกันเสียให้หมด
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พิฆาตวิญญาณ จงฆ่าศัตรูทั้งหมด อย่าให้มีชีวิตรอดแม้แต่คนเดียว”
“ขอรับ เจ้านาย” มุมปากของพิฆาตวิญญาณปรากฏรอยยิ้มที่พร่างพราวออกมา และเปลวเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวก็พุ่งทะยานเข้าไปเพื่อกลืนกินศัตรูในทันที
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
“เจ้า…” สีหน้าของนายพลเผ่าเทพหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง เขาหลบการโจมตีของพิฆาตวิญญาณอย่างรีบร้อน แต่กลับมีคนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานนี้
พิฆาตวิญญาณโบกสะบัดกระบี่ยาวสีแดงฉาน เพื่อต่อสู้กับนายพลเผ่าเทพ ซึ่งมันก็ทำให้นายพลเผ่าเทพรู้สึกว่าเลือดที่อยู่ทั่วทั้งร่างของเขากำลังก่อตัวเป็นก้อน และจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มันช่างทำให้เขารู้สึกสั่นสะท้านไปหมด เจ้าหมอนี่คือเทพสังหารอย่างแท้จริง
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
จิตสังหารที่กระหายเลือดของพิฆาตวิญญาณแผ่กระจายออกมา ซึ่งมันก็ทำให้นักเล่นคาถาอาคมเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่โชคยังดีที่ความสนใจของเทพสังหารผู้นี้ถูกนายพลเผ่าเทพดึงดูดไป มันจึงทำให้เขาสามารถหายใจหายคอได้บ้าง
ในเวลานี้เอง แรงกดดันของพลังจิตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวก็พุ่งจู่โจมเข้ามา จากนั้นวิชาคำสาปอันยิ่งใหญ่จนทำให้รู้สึกขนลุกขนพองก็ได้ขังเขาเอาไว้ มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มีพิฆาตวิญญาณอยู่ ข้าก็ไม่ต้องไปสู้ที่อื่นอีกแล้ว ฉะนั้นข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเอง! เจ้าร้องอยากจะวัดความแข็งแกร่งของวิชาคำสาปกับข้ามิใช่หรือ ฉะนั้นข้าจะทำให้เจ้าสมความปรารถนาเอง”
วิชาคำสาปเปลี่ยนไปมานับพันนับหมื่นวิชา จนนักเล่นคาถาอาคมผู้นี้สับสนไปหมด เขากล่าวว่า “นี่เป็นวิชาคำสาปที่หายสาบสูญไปจากเผ่าคำสาปของพวกเรา เจ้าทำได้อย่างไรกัน”
“เผ่าคำสาปของพวกข้ายังไม่รู้เรื่องทั้งหมดนี้เลย แม้แต่พลังยังมีไม่ถึงหนึ่งในสามเลยด้วยซ้ำ แล้วเจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน”
วิชาคำสาปทั้งหมดที่มู่เฉียนซีใช้นั้นทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก วิชาคำสาปที่เผ่าคำสาปสามารถใช้ได้ นางก็สามารถใช้ได้เช่นกัน แต่วิชาคำสาปที่เผ่าคำสาปไม่สามารถใช้ได้ นางกลับสามารถควบคุมได้อย่างเชี่ยวชาญ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เพราะข้าได้รับการสนับสนุนจากบรรพบุรุษของเผ่าคำสาปของพวกเจ้าอย่างไรล่ะ!”
ตึงงง!
หลังจากที่ถูกโจมตีด้วยคำสาปหลากหลายชนิดของมู่เฉียนซี มันก็ทำให้เขาเริ่มสงสัยในตนเองขึ้นมา และเขาก็ถูกโยนลงไปบนพื้นอย่างแรง จนเกิดรอยแตกร้าวไปถึงจิตวิญญาณของเขาเลยทีเดียว
เขาไม่สามารถใช้วิชาคำสาปโจมตีได้เลย และถึงแม้ว่าจะใช้ได้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี
เขาไม่ยอมตายเช่นนี้แน่ ทันใดนั้นพลังวิญญาณของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นมา มู่เฉียนซีหลบหลีกด้วยความรวดเร็ว แต่กลับไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย
เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และมันก็ทำให้การโจมตีของเขาช้าลงมาก หลังจากที่การโจมตีมู่เฉียนซีอย่างต่อเนื่องไร้ผล เขากลับค้นพบเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างหนึ่งซึ่งทำให้เขาดีใจอย่างบ้าคลั่ง
“เจ้า…เจ้าเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้สินะ” นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยจริง ๆ แม่สาวน้อยผู้นี้ครอบครองทั้งพลังจิตวิญญาณและวิชาคำสาปที่แข็งแกร่ง แต่กลับไม่เคยใช้พลังวิญญาณมาก่อนเลย
“ตายซะเถอะ!” หลังจากที่ได้รู้เรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้หวาดกลัวมู่เฉียนซีเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว ทั้งยังระเบิดพลังวิญญาณทั้งหมดเพื่อโจมตีมู่เฉียนซีอีกด้วย
หลบหลีกด้วยความแข็งแกร่งทางพลังกายภาพเพียงอย่างเดียว ก็มีความเร็วไม่พอ ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงใช้พลังแห่งกาลเวลาเพื่อเปลี่ยนเวลาของตนเอง และมันก็ทำให้พลังวิญญาณของนางกลับมาอีกครั้ง
นางใช้เกราะวายุเพื่อหลบหลีกการโจมตีของนักเล่นคาถาอาคม หลังจากนั้นเข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานไปทางเขาทันที
ปัง ปัง ปัง!
นักเล่นคาถาอาคมหลบหลีกด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก็รู้ว่ามู่เฉียนซีมีพลังวิญญาณแล้ว แต่มันก็อ่อนแอมากเช่นกัน
ทว่าเขากลับเผชิญหน้ากับความเสียหายอย่างสาหัส ซึ่งมันก็ย่ำแย่เช่นกัน
“มังกรวารีจงบังเกิด”
“พลังวายุทำลาย ดาวกระจาย”
“เพลิงนภาพิฆาต”
เดิมทีนักเล่นคาถาอาคมคิดว่าตนเองกับมู่เฉียนซีมีโอกาสชนะเท่ากัน แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามู่เฉียนซีจะใช้พลังของทั้งสามธาตุ ซึ่งมันก็ทำให้เขาตะลึงงันไปเลยทีเดียว
ไม่ได้มีเพียงการโจมตีของทักษะวิญญาณทั้งสามชนิดเท่านั้น แต่มู่เฉียนซียังผสมผสานวิชาคำสาปกับพิษเข้าด้วยกันอีกด้วย และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง
พรวด พรวด พรวด!
เขาทั้งถูกวิชาคำสาปทรมานและถูกพิษทรมาน นอกจากนี้บนร่างกายของเขาก็มีบาดแผลจำนวนนับไม่ถ้วนอีกด้วย
“ท่านนายพลเผ่าเทพ ช่วยด้วย!” เขาหมดหนทางแล้ว และทำได้เพียงร้องขอความช่วยเหลือจากนายพลเผ่าเทพอย่างตื่นตระหนก
แต่ทว่านายพลเผ่าเทพในเวลานี้ก็ยากที่จะปกป้องตนเองได้เช่นกัน นอกจากนี้เขายังจ้องมองไปยังชายชุดแดงผู้กระหายเลือดที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวอีกด้วย
.
.