ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 105 คนสกุลโม่ยังรอพวกเจ้าอยู่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 105 คนสกุลโม่ยังรอพวกเจ้าอยู่
เมื่อทุกคนเห็นเผิงวั่งตกลง ต่างก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่
งอก
สตรีจากตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยต่างรีบเข้ามาปลอบประโลม
หวังให้พวกนางจะสามารถมองโลกในแง่ดีได้บ้าง
สตรีสกุลโม่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยที่
เพียงแค่ได้รับบุญคุณเล็กน้อยจากสกุลโม่ จะสามารถยืนหยัดคอย
ช่วยเหลือในยามที่พวกนางต้องการมากที่สุดได้
ค าพูดที่ว่า “เพื่อนแท้รู้ได้ในยามยาก” นั้นไม่ใช่แค่ค าพูดลอย ๆ
เพราะตอนนี้มันเกิดขึ้นกับพวกนางแล้ว
ในขณะที่รู้สึกอุ่นใจ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยิ่งกังวลถึงความปลอดภัย
ของโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านมากขึ้น
………
เฮ่อจือหร่านกังวลถึงสถานการณ์ของคนในบ้าน จึงยิ่งรีบออก
จากที่นี่
เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นหุบเขา จึงไม่สามารถระบุได้ว่า
ทางออกอยู่ทิศทางไหน ตอนนี้นางรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ตอน
สอบปากค าชายชุดด าเมื่อครู่ ลืมถามถึงต าแหน่งทางออกไป
ตอนนี้พวกชายชุดด าเหล่านั้นตายหมดแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงได้
แต่เดินวนไปตามเชิงเขา
ในขณะที่นางก าลังฝ่าดงหนามอย่างยากล าบาก ทันใดนั้นก็มี
ร่างมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
เป็นหมีด า
สิ่งแรกที่นางคิดได้คือเมื่อเจอสิ่งนี้ ต้องห้ามเข้าไปต่อกรกับมัน
โดยเด็ดขาด ทางที่ดีที่สุดคือปีนขึ้นต้นไม้แล้วค่อยลงมือ
ตอนที่นางพบต้นไม้ใหญ่ที่สูงพอและก าลังจะปีนขึ้นไปนั้น กลับ
พบว่าหมีด าไม่ได้มุ่งหน้ามาทางนาง
โจวเหล่าปาซึ่งอยู่ห่างออกไป มองเห็นเงาร่างของนางได้ตั้งแต่
แรกเห็น
“เฮ่อจือหร่าน! รีบหลบไปเร็ว หมีด าตัวนี้มีก าลังมหาศาล อย่าให้
มันท าร้ายเจ้าได้”
บางทีอาจเป็นเพราะโจวเหล่าปาพยายามหลบเลี่ยงหมีด าอย่าง
ระมัดระวัง ท าให้นางไม่ได้สังเกตเห็นเขาในตอนแรก
หลังจากได้ยินเสียงอันคุ้นเคย นางจึงเห็นโจวเหล่าปาก าลังเกาะ
ต้นไม้ที่ก าลังโยกเยกอยู่ พลางพยายามตะโกนบอกนาง
นางรีบเตือนเขา “ต้นไม้นั่นก าลังจะหักแล้ว ท่านอย่าขยับ”
จากสภาพอันน่าสงสารของโจวเหล่าปา ท าให้เห็นได้ชัดว่าเขา
ถูกหมีด าตัวนี้เฝ้ามองมานานแล้ว
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าแค่คนธรรมดาอย่างโจวเหล่าปา ไม่มีทางสู้กับ
หมีด าตัวนี้ได้แน่
เพื่อไม่ให้โจวเหล่าปาตกอยู่ในอันตราย เฮ่อจือหร่านจึงรีบปีนขึ้น
ไปบนต้นไม้ใหญ่ จากนั้นก็หยิบหน้าไม้จากพื้นที่มิติออกมา เล็งไปยัง
ดวงตาของหมีด าแล้วก็ปล่อยลูกธนูออกไป
ลูกธนูพุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างไม่คลาดเคลื่อน ปักเข้าที่
ดวงตาซ้ายของหมีด าอย่างจัง
เฮ่อจือหร่านไม่รอช้า รีบเล็งไปที่ดวงตาข้างขวาแล้วปล่อยลูกธนู
ออกไปอีกหนึ่งดอก
หมีด าร้องค ารามลั่นด้วยความเจ็บปวด
เฮ่อจือหร่านเห็นว่ากิ่งไม้ที่โจวเหล่าปาก าลังเกาะอยู่นั้นเริ่มที่จะ
ปริแตกออก จึงรีบกระโดดลงมาจากต้นไม้ หยิบมีดพกออกมาแล้วพุ่ง
เข้าโจมตีใส่หมีด าทันที่
ความสนใจของหมีด าทั้งหมดอยู่ที่โจวเหล่าปา ท าให้เฮ่อจือห
ร่านสามารถโจมตีได้อย่างสะดวก
เฮ่อจือหร่านฟันมีดเข้าที่คอของหมีด าอย่างรวดเร็ว แม่นย า และ
รุนแรง
หมีด ายิ่งคลุ้มคลั่งมากขึ้น มันพยายามใช้สัญชาตญาณโจมตี
กลับใส่เฮ่อจือหร่าน
เมื่อโจวเหล่าปาเห็นดังนั้นก็ตกใจสุดขีด “เจ้า…”
ค าว่า ‘ระวัง’ ยังไม่ทันได้เอื้อนออกมาจากปาก เขาก็ร่วงตกลงมา
จากต้นไม้
โจวเหล่าปาไม่สนใจความเจ็บปวดตามร่างกาย เขาคว้ากระบี่
ใหญ่ข้างเอวออกมาฟาดฟันใส่หมีด าอย่างบ้าคลั่ง
เฮ่อจือหร่านถนัดการต่อสู้ แม้ชั่วขณะจะไม่สามารถใช้ท่าไม้ตาย
กับหมีด าได้ แต่การหลบหลีกยังท าได้คล่องแคล่วว่องไว
ทว่าโจวเหล่าปากลับไม่มีโชคดีเช่นนั้น
ดวงตาของหมีด ามองไม่เห็น มันจึงอาศัยความรู้สึกโจมตีใส่คนที่
อยู่ใกล้ที่สุด
ในตอนที่เฮ่อจือหร่านผ่อนลมหายใจเตรียมฟันหมีด าอีกครั้ง กรง
เล็บขนาดใหญ่ข้างหนึ่งของหมีด าก็ฟาดเข้าที่ไหล่ของโจวเหล่าปา
เสียแล้ว
ถึงแม้โจวเหล่าปาจะเจ็บปวด แต่เขาก็ไม่ได้ถอย
ในใจเขารู้ดี มีเพียงการดึงความสนใจของหมีด าไว้ที่เขาเท่านั้น
เฮ่อจือหร่านจึงจะมีโอกาสหนีรอด
จังหวะที่หมีด าก าลังโจมตีเขาต่อ เขาพลันตะโกนว่า “เฮ่อจือห
ร่าน รีบหนีไป คนสกุลโม่ยังรอเจ้ากลับไปอยู่”
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เฮ่อจือหร่านจะหนีไปคนเดียวได้อย่างไร?
นางเข้าใจดีว่าเจ้าหมีด าตัวนี้อยู่ในสภาพอ่อนล้าเต็มทน แม้นาง
จะไม่ลงมือ มันก็คงสิ้นใจตายเพราะเลือดไหลที่ไม่หยุด
เฮ่อจือหร่านไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางยกมีดขึ้น แทงลงไปที่แผล
เดิมของหมีด าอีกครั้ง
หยาดเลือดสาดกระเซ็น เปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งตัวและใบหน้าของ
นาง
ทันใดนั้น หัวของหมีด าก็ร่วงหล่นลงข้างหนึ่ง หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะ
ต่อสู้
มันยังคงดิ้นทุรนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะล้มลงกระแทกพื้นเสียงดัง
สนั่น
โจวเหล่าปาเห็นหมีด าล้มลงก็เข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้นพลาง
หอบหายใจแรง
ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ลืมจะเอ่ยถามเฮ่อจือหร่านด้วยความเป็น
ห่วง
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
เฮ่อจือหร่านโบกมือปฏิเสธ “ข้าไม่เป็นไร”
ตรงกันข้าม เฮ่อจือหร่านซึ่งเห็นกับตาว่าโจวเหล่าปาถูกอุ้งเท้า
ใหญ่ของหมีด าฟาดเข้าเต็ม ๆ นั้นก าลังคิดว่าบาดแผลของเขาคงเจ็บ
ไม่ใช่น้อย
“ท่านลองขยับไหล่ให้ข้าดูสักหน่อย”
โจวเหล่าปาท าตามที่นางพูด แต่กลับต้องกัดฟันด้วยความเจ็บ
ตอนนี้เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเขาโดนหมีด าตะปบอย่างรุนแรงมากแค่ไหน
เฮ่อจือหร่านเดาว่าโจวเหล่าปาอาจจะกระดูกหัก
นางก้าวยาว ๆ เข้าไปหาเขา สัมผัสบริเวณที่บาดเจ็บผ่านเสื้อผ้า
“ข้อต่อของท่านเคลื่อน แต่ยังดีที่มีแค่ที่เดียว”
เรื่องนี้ดีกว่าสิ่งที่เฮ่อจือหร่านคิดเอาไว้ นางคิดว่าน่าจะเป็นเพราะ
หมีด าก าลังบาดเจ็บ จึงท าให้พละก าลังลดลง ไม่อย่างนั้นแค่มันตะปบ
ลงมาครั้งเดียว กระดูกโจวเหล่าปาคงแตกละเอียดแน่นอน
หลังได้ใกล้ชิดกับเฮ่อจือหร่านอีกครั้ง หัวใจของโจวเหล่าปาก็
เต้นรัวไม่หยุด
เพื่อปกปิดความขัดเขิน เขาจึงก้มหน้าตลอดเวลา
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าโจวเหล่าปาก าลังคิดอะไร ขณะที่เขาก าลัง
เหม่อลอย เฮ่อจือหร่านก็ออกแรงดันกระดูกของเขาให้กลับเข้าที่
ทันใดนั้น โจวเหล่าปาก็ร้องครวญครางออกมา
สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนดูน่ากลัว
เมื่อเห็นสีหน้าของโจวเหล่าปา ภาพของโม่จิ่วเยี่ยที่ได้รับ
บาดเจ็บสาหัสก็ปรากฏขึ้นในใจของเฮ่อจือหร่าน
แผลที่ท้องของเขาฉีกขาดกว้างขนาดนั้น แต่กลับกระโดดลงมา
จากหน้าผาพร้อมกับนางโดยไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาเลยสัก
นิด
ถ้าทั้งสองไม่ได้หลบเข้าไปในพื้นที่มิติทันเวลา โม่จิ่วเยี่ยคง
จะต้องสู้ตายเพื่อปกป้องนางให้ปลอดภัยก็ได้
แม้กระทั่งก่อนที่เขาจะหมดสติ เขาก็ไม่เคยแม้แต่จะแสดงสีหน้า
อะไรเลย
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกเหมือนใบหน้าร้อนผ่าวโดย
ไม่ทราบสาเหตุ
ขณะที่นางก าลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง โจวเหล่าปาก็เอ่ย
ขึ้น
“ท าไมถึงไม่เห็นโม่จิ่วเยี่ยมาด้วยเล่า”
เฮ่อจือหร่านรีบรวบรวมสติกลับมา
“เขาบาดเจ็บหนัก เดินทางไม่สะดวก ข้าคิดว่าจะหาทางออกให้
ได้ก่อนแล้วค่อยพาเขาออกไปพร้อมกัน”
โจวเหล่าปาพยายามฝืนลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินแบบนั้น
“ข้ารู้ทางออก ข้าจะช่วยพาเขาออกไปด้วย”
โม่จิ่วเยี่ยอยู่ก าลังในพื้นที่มิติ เฮ่อจือหร่านย่อมไม่มีทางยอมให้
โจวเหล่าปาเข้าไปกับนางแน่นอน
“ท่านเองก็บาดเจ็บ เดี๋ยวข้าจะช่วยท าแผลให้ก่อน ส่วนเขาข้าไป
รับแค่คนเดียวก็พอ”
พูดจบ เฮ่อจือหร่านก็หันหลังกลับไปมองหากิ่งไม้สองสามกิ่งที่มี
ความหนาเท่ากันมามัดด้วยเถาวัลย์อย่างง่าย ๆ
จากนั้นเพื่อไม่ให้โจวเหล่าปามีโอกาสติดตามนางไป เฮ่อจือห
ร่านจึงหันหลังกลับและเดินไปในทิศทางที่นางมา