ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 104 ไม่อยากตายและตายไม่ได้
เฮ่อจือหร่านหยุดมือแล้วมองไปที่โม่จิ่วเยี่ย
เดิมที่ นางไม่ค่อยรู้เรื่องในราชส านักที่เต็มไปด้วยกลอุบาย
เท่าไหร่ เรื่องจริงเท็จทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของโม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยก้าวออกมาข้างหน้า “เจ้าบอกว่าเป็นองค์ชายเหิงส่ง
พวกเจ้ามาสังหารข้า แล้วมีหลักฐานอะไรบ้าง?”
ตอนนี้เหล่าชายชุดด าต่างคิดอยากจะตาย จึงไม่คิดปกปิดความ
จริงอีกต่อไป
“คนที่ตายไปต่อหน้าต่อตาพวกข้าเมื่อครู่นี้คือหัวหน้ากลุ่ม เขามี
ป้ายค าสั่งจากองค์ชายเหิง”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงออกจากพื้นที่มิติไปตรวจสอบ
ศพของชายชุดด าที่เพิ่งถูกนางสังหารไป
และแล้วนางก็พบแผ่นป้ายสีเงินที่สลักตัวอักษร “เหิง” อย่าง
ชัดเจนบนร่างของนักฆ่าคนหนึ่ง
นางน าป้ายค าสั่งกลับมายังพื้นที่มิติ และมอบมันให้กับโม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยรับป้ายมาตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้า
ให้กับเฮ่อจือหร่านเบา ๆ
เฮ่อจือหร่านเข้าใจในทันที่ นางจึงพาชายชุดด าออกจากพื้นที่
มิติอีกครั้ง
ถึงแม้จะเป็นศัตรู แต่เฮ่อจือหร่านก็รักษาค าพูด นางลงมือปลิด
ชีพชายชุดด าด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียว
เมื่อกลับมาถึงพื้นที่มิติ นางถามโม่จิ่วเยี่ยว่า “ท่านเองก็มีเรื่อง
บาดหมางกับองค์ชายเหิงเช่นกันหรือ”
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะตัวเอง
“พวกขุนพลและขุนนางในราชส านักต่างรู้กันดีว่า ข้ากับหนานฉี
สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก องค์ชายคนอื่น ๆ จึงถือว่าข้าเป็นเสี้ยน
หนามต าตา หนานเหิงคงไม่รู้ว่าข้ากับหนานฉีมีเรื่องเข้าใจผิดกัน
เขาคงกลัวว่าข้าจะกลับเข้าราชส านักอีกครั้ง จึงฉวยโอกาสที่ข้าไร้
ก าลังเช่นนี้ก าจัดข้าเสีย”
ได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็เข้าใจ
“เรื่องที่สกุลโม่ถูกยึดทรัพย์และเนรเทศ คงมีองค์ชายเหิงอยู่
เบื้องหลังแน่ ๆ”
“ถ้าเป็นแบบนั้น หนานเหิงคงไม่ยอมแพ้เพียงเพราะลอบสังหาร
ท่านไม่ส าเร็จ เขาต้องส่งคนมาอีกแน่นอน ดูเหมือนว่าพวกเราจะ
ประมาทไม่ได้แล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยเองก็กังวลเรื่องนี้เช่นกัน
เขาพูดกับตัวเองว่าเรื่องของตัวเองนั้นไม่ส าคัญ คิดมากไปก็
เท่านั้น หากแย่ที่สุดก็แค่ตายไปพร้อมกับคนพวกนี้
แต่คนสกุลโม่ยังมีอีกมากมาย และตอนนี้เขามีหญิงอันเป็นที่รักที่
ต้องการดูแลไปตลอดชีวิต โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากตายและไม่สามารถตาย
ได้
“ตอนนี้สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือหยุดหนานเหิงไม่ให้ลงมือกับข้า วิธีที่
ดีที่สุดก็คือปล่อยข่าวเรื่องที่ข้ากับหนานฉีบาดหมางกันออกไป”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า
“เป็นความคิดที่ดี หนานเหิงคงจะกังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง
ท่านกับเขา ถ้าท าให้เขาเชื่อว่าท่านกับหนานฉีแตกหักกันแล้ว เขา
คงจะลดความระแวงลงบ้าง ยิ่งไปกว่านั้น การลอบสังหารในครั้งนี้ท า
ให้เขาสูญเสียนักฆ่าไปมาก ถ้าเขาคิดจะส่งคนมาอีก คงต้องคิดให้ดี
แล้ว”
เหตุผลก็เป็นเช่นนั้น แต่ทั้งสองก็ยังกังวลอยู่บ้าง พวกเขาจะท า
อย่างไรให้หนานเหิงเชื่อว่าโม่จิ่วเยี่ยตัดขาดกับหนานฉีแล้ว
คิดไปคิดมาอยู่นาน ทั้งสองก็ยังคิดหาวิธีที่เหมาะสมไม่ได้
เมื่อคิดว่าคนในครอบครัวยังไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นอย่างไร จึง
ตัดสินใจออกจากที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก
เนื่องจากอาการบาดเจ็บของโม่จิ่วเยี่ยยังไม่สมควรเคลื่อนไหว
ร่างกายนัก เฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจให้เขาพักฟื้นอยู่ในพื้นที่มิติ
ชั่วคราว ส่วนนางจะออกไปมองหาทางออกจากป่าแห่งนี้เพียงล าพัง
ตอนแรกโม่จิ่วเยี่ยไม่เห็นด้วย เขาเป็นห่วงว่าเฮ่อจือหร่านจะ
เผชิญอันตรายในป่าเปลี่ยวร้างไร้ผู้คนเช่นนี้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
จะไม่มีใครช่วยเหลือนางได้
เฮ่อจือหร่านจึงรับปากกับเขาว่า หากนางพบเจออันตรายเมื่อใด
ก็จะเข้ามาหลบภัยในพื้นที่มิติทันที่
เมื่อนึกถึงความพิสดารของพื้นที่มิติ โม่จิ่วเยี่ยจึงคลายใจลงบ้าง
เขาเอ่ยย ้าให้นางรอบคอบก่อนจะยอมปล่อยนางไป
เฮ่อจือหร่านออกมาจากพื้นที่มิติ นางค้นตัวชายชุดด าอีกครั้ง
รวบรวมทรัพย์สินอันน้อยนิดที่พวกเขามี ก่อนจะมุ่งหน้าไปตาม
เส้นทางที่พวกเขามา
นางเชื่อมั่นว่าจะต้องมีทางออกจากป่าแห่งนี้ ไม่อย่างนั้นแล้ว
พวกชายชุดด าจะสามารถมาที่นี่ได้อย่างไร
เฮ่อจือหร่านหยิบมีดพับออกมาจากพื้นที่มิติ นางใช้มันเปิด
ทางเดิน ระวังหนามเกาะเกี่ยวเสื้อผ้า และระแวดระวังสัตว์เลื้อยคลาน
ใต้ฝ่าเท้า
กลับไปในตอนเช้าตรู่
ทุกคนในสกุลโม่ต่างพากันนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
ขณะที่เผิงวั่งก าลังเรียกให้ขบวนนักโทษเดินทางต่อไป ฮูหยินผู้
เฒ่าเป็นคนแรกที่ไม่ยอม
“เจ้าหน้าที่เผิง ลูกชายกับลูกสะใภ้ของข้ายังหายสาบสูญ ไม่รู้
เป็นตายร้ายดี ข้าไปไม่ได้หรอก”
เหล่าพี่สะใภ้กับโม่หานเยี่ยเห็นดังนั้น จึงเอ่ยปากเป็นเสียง
เดียวกันว่าพวกนางจะรอจนกว่าโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านจะกลับมา
ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ไปไหน แม้จะถูกแส้เฆี่ยนตีจนตายอยู่ที่นี่ก็จะรอ
พวกเขา
เผิงวั่งเห็นแก่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน จึงปฏิบัติต่อคนสกุลโม่ดี
พอสมควร
“ข้ารับปากโจวเหล่าปาไว้แล้วว่าจะให้เขาออกไปตามหา อีกสาม
วันก็ให้มาเจอกัน ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย อีกสามวันก็รู้ผล พวกท่านอยู่
รอที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่างพวกเราต้องรีบเดินทาง”
แต่ค าพูดของเขากลับไม่ได้ท าให้สตรีสกุลโม่หวาดกลัวแม้แต่
น้อย
พวกนางน าโดยฮูหยินผู้เฒ่ายืนกรานที่จะไม่ยอมไป
แม้เห็นว่าแส้ของพวกเจ้าหน้าที่ก าลังจะฟาดลงบนร่าง พวกนาง
ก็ไม่ยอมถอย
ฟางฉวนโจวและเซี่ยเทียนไห่มองหน้ากัน ก่อนจะเดินตรงไปยัง
กลุ่มของสตรีสกุลโม่
ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยการค านับเผิงวั่งอย่างนอบน้อม
ฟางฉวนโจวพูดด้วยน ้าเสียงจริงจังว่า “ท่านเจ้าหน้าที่ ตลอด
เส้นทางที่ผ่านมานี้ สกุลโม่มีบุญคุณต่อตระกูลฟางของเรา ข้าเคย
พูดไว้ว่าชาตินี้จะยึดถือสกุลโม่เป็นที่พึ่ง ตอนนี้พวกเขาสองสามี
ภรรยาไม่รู้ชะตากรรม พวกเราก็จะอยู่รอพร้อมกับพวกนางด้วย”
เซี่ยเทียนไห่ก็ก้าวออกมาแสดงจุดยืน
“ท่านเจ้าหน้าที่ ตระกูลเซี่ยของพวกเราก็จะร่วมเป็นร่วมตายกับ
คนสกุลโม่”
เผิงวั่งท าหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่คุมนักโทษมาหลายปี แต่นี่เป็นครั้ง
แรกที่เขาเจอเหตุการณ์แบบนี้
ความโมโหของเขาถูกกระตุ้นขึ้นทันที่ เขาแย่งแส้มาจากมือของ
จางชิง แล้วฟาดไปอย่างแรงใส่ตัวของเซี่ยเทียนไห่กับฟางฉวนโจว
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นพวกเขาถูกลงโทษเพราะเรื่องของครอบครัว
ตัวเอง จึงรีบวิ่งเข้าไปยืนขวางหน้าทั้งสองคน
บรรดาสตรีสกุลโม่คนอื่น ๆ ก็รีบท าตามฮูหยินผู้เฒ่า พวกนาง
พร้อมใจกันยืนบังเซี่ยเทียนไห่และฟางฉวนโจวไว้ด้านหลัง
ในขณะเดียวกัน คนตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยก็พากันวิ่งเข้ามา
เตรียมพร้อมที่จะต่อต้านเจ้าหน้าที่เหมือนกัน
ส่วนตระกูลเหอเพียงยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ท าราวกับ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับตนเอง
เผิงวั่งรู้ดีว่านักโทษเหล่านี้เอาจริง แม้เขาจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุก
คนลงมือพร้อมกัน ก็คงไม่สามารถสั่นคลอนความตั้งใจที่จะรออยู่ตรง
นี้ของพวกนางได้
ถึงแม้จะรู้ดีว่าไม่อาจเดินทางต่อ แต่ก็ไม่อาจเสียอ านาจในฐานะ
เจ้าหน้าที่ได้ เขาจึงยกแส้ขึ้นฟาดลงบนร่างของสะใภ้สามที่อยู่ใกล้
ที่สุดอย่างแรง
สะใภ้สามไม่ร้องโอดครวญแม้แต่น้อย กระทั่งความคิดที่จะหลบ
เลี่ยงก็ไม่มี แววตามุ่งมั่นของนางบ่งบอกถึงความแน่วแน่ที่จะตาย
อย่างสมเกียรติ
เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าสตรีคนอื่น ๆ จึงรีบกรูกันเข้ามาเพื่อปกป้อง
สะใภ้สามทันที่
แม้ในใจของเผิงวั่งจะโกรธเคืองเพียงใด เขาก็รู้สึกตกตะลึงกับ
ความแน่วแน่ของเหล่าสตรีสกุลโม่พวกนี้
เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทั้งบุรุษสกุลโม่ที่สู้ตายในสนามรบ หรือ
แม้แต่ผู้หญิงที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเหล่านี้ ล้วนเป็นคนที่น่าชื่นชม
เผิงวั่งถอนหายใจแล้วโยนแส้ในมือทิ้ง “ถ้าอย่างนั้นก็รอ! แค่สาม
วันนี้เท่านั้น ถ้าพวกเขายังไม่กลับมาอีก ต่อให้ต้องลากคนไป ข้าก็จะ
สั่งให้คนมาลากตัวพวกเจ้า”
“ขอบคุณเจ้าหน้าที่เผิงที่เมตตา แค่สามวันก็เพียงพอแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าค้อมกายค านับเผิงวั่งอย่างนอบน้อม
ในใจของนางรู้ดียิ่งกว่าผู้ใด หากบุตรชายและลูกสะใภ้ยังมีชีวิต
อยู่ ไม่ว่าอย่างไรภายในสามวันนี้พวกเขาย่อมต้องรีบรุดมาพบกับ
นางอย่างแน่นอน
แต่หากเป็นเรื่องตรงกันข้าม…เกรงว่าพวกเขาคงจะ…
ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าได้แต่ท าใจและภาวนาต่อสวรรค์ ขอให้พวก
เขายังมีชีวิตอยู่ก็เพียงพอแล้ว