ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 113 เป็นข้าที่ไม่กตัญญู ท าให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 113 เป็นข้าที่ไม่กตัญญู ท าให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วง
เฟ่ยหนานอวี่ช่างฉลาดมาก
“ความหมายของฮูหยินโม่ก็คือ ตั้งใจจะให้ข้าช่วยน าเงินพวกนี้
ส่งคืนสู่เจ้าของเดิม”
เฮ่อจือหร่านเองก็ชอบพูดคุยกับคนฉลาด
“คุณชายเฟ่ยก็รู้ดีว่าข้ากับสามีต้องรีบเดินทาง ไม่มีเวลาท าเรื่อง
พวกนี้ ยิ่งไปกว่านั้น สถานะของพวกเราก็ไม่เหมาะสมจะท า…”
เฟ่ยหนานอวี่เห็นด้วยกับความคิดของนางอยู่แล้ว จึงพยักหน้า
แล้วพูดว่า “ถ้าฮูหยินโม่ไว้ใจข้า ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย
แน่นอน”
เขาหยุดชั่วครู่ก่อนเอ่ยต่อ “การที่นายอ าเภอซุนกักตุนหวง
เหลียนไว้มากมายขนาดนี้ เขาจะต้องได้รับค าสั่งจากใครสักคนแน่ ๆ
จากสถานการณ์ในอ าเภอตงเฟิงตอนนี้ กาฬโรคที่ระบาดก็น่าจะเกิด
จากการกระท าของมนุษย์ อย่างเลวร้ายน้อยที่สุด คือท าให้ท่านอ๋องฉี
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ส าเร็จ หรืออย่างเลวร้ายมากที่สุด คือท่าน
อ๋องฉีอาจติดเชื้อกาฬโรคและเสียชีวิตไป
ผลลัพธ์แบบนี้ใครจะได้ประโยชน์มากที่สุด พวกเราต่างรู้กันดีอยู่
แล้ว ข้าคิดว่าหากท่านอ๋องฉีรู้เรื่องนี้จะต้องแก้แค้นอย่างแน่นอน ถึง
ตอนนั้น องค์ชายเหิงจะต้องวุ่นวายจนไม่มีเวลามาจัดการกับคุณชาย
โม่อีก
นอกจากนี้ หลังจากข้ากลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าจะคิดหา
เหตุผลอันเหมาะสมเพื่อเผยแพร่เรื่องราวการแตกหักระหว่างคุณชาย
โม่กับองค์ชายเหิง
เมื่อองค์ชายเหิงเชื่อแล้ว เขาก็จะล้มเลิกความคิดที่จะลอบสังหาร
คุณชายโม่ไป ด้วยวิธีนี้ อนาคตของพวกท่านจึงจะสงบสุข”
เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าเฟ่ยหนานอวี่จะสามารถคิดถึงสิ่งเหล่านี้ได้
เร็วขนาดนี้ ทั้งยังตรงกับสิ่งที่นางคาดเดาว่าอาจจะเกิดขึ้นได้อย่าง
สมบูรณ์
สิ่งที่ท าให้นางรู้สึกปลื้มใจยิ่งกว่านั้นคือเฟ่ยหนานอวี่เป็นฝ่าย
เสนอตัวกลับไปเมืองหลวงเพื่อเผยแพร่การแตกหักระหว่างโม่จิ่วเยี่ย
กับหนานฉีด้วย
เรื่องนี้ช่วยประหยัดเวลาที่นางกับโม่จิ่วเยี่ยไม่ให้ต้องล าบาก
ขอร้องไปได้มาก
เฮ่อจือหร่านค้อมกายค านับเฟ่ยหนานอวี่อย่างจริงใจ
“ขอบคุณคุณชายเฟ่ยที่นึกถึงสกุลโม่ของพวกเรา ข้า
ขอขอบคุณในบุญคุณของท่านแทนทุกคนด้วย”
เฟ่ยหนานอวี่รีบยกมือขึ้นเชิงห้ามปราม
“ฮูหยินโม่กล่าวเกินไปแล้ว หากพูดถึงบุญคุณก็เป็นท่านที่
ช่วยชีวิตข้าก่อน อีกทั้งวันนี้ยังช่วยเหลือข้าไว้มาก คนที่สมควรกล่าว
ขอบคุณควรเป็นข้าต่างหาก”
หลังจากทั้งสองคนพูดจากันอย่างสุภาพต่ออีกสักพัก ก็เห็นว่า
เวลาไปนานแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงขอตัวกลับ
ส่วนเรื่องที่นี่จะจัดการกับหวงเหลียนและเงินทองเหล่านั้นอย่างไร
เฟ่ยหนานอวี่จะเป็นคนจัดการเอง
หลังจากกลับมาที่รถลาก นางก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้โม่จิ่วเยี่ย
ฟังคร่าว ๆ จากนั้นเฮ่อจือหร่านก็ขับรถลากออกเดินทางไป
เพื่อดูแลโม่จิ่วเยี่ย นางจึงไม่กล้าขับรถเร็วเกินไป
จนกระทั่งเดินทางไปไกลกว่าสิบลี้ เมื่อเฮ่อจือหร่านรู้สึกว่ารอบ ๆ
ปลอดภัยแล้ว จึงพาโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปพักในพื้นที่มิติ
จนกระทั่งตะวันตกดิน เฮ่อจือหร่านจึงหยุดรถเพื่อพักผ่อน
เช่นกัน
นางจอดเทียบรถลากไว้ในสถานที่ปลอดภัย ซื้อหญ้าให้ล่อ แล้ว
จึงย่องเข้าไปในพื้นที่มิติ
นับแต่นั้น เฮ่อจือหร่านก็เดินทางในตอนกลางวัน และเข้าไป
พักผ่อนในพื้นที่มิติตอนกลางคืน
หลังเดินทางติดต่อกันมาหกวัน โม่จิ่วเยี่ยคาดว่าพวกเขาน่าจะ
อยู่ไม่ไกลจากกลุ่มนักโทษเนรเทศแล้ว
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านเปลี่ยนกลับไปแต่งกายเหมือนอย่างเก่าแล้ว
บาดแผลของโม่จิ่วเยี่ยตัดไหมเรียบร้อย ตอนนี้เขาสามารถ
เคลื่อนไหวได้เหมือนกับตอนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ
เขาตั้งใจขับรถลากแทนเฮ่อจือหร่าน
เฮ่อจือหร่านจึงนั่งข้าง ๆ เขาพลางชื่นชมทัศนียภาพที่แตกต่าง
กันออกไปของยุคโบราณ
ก่อนพลบค ่า พวกเขาก็เห็นกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่ก าลังเดินทาง
เฮ่อจือหร่านนึกขึ้นได้ว่า ผลไม้บางชนิดที่ซื้อได้จากพื้นที่มิติ
ของนางนั้น ครอบครัวของนางยังไม่เคยกิน จึงถือโอกาสนี้ซื้อผลไม้
บางชนิดที่ไม่ถือว่าแปลกใหม่ในยุคนี้กลับไปด้วย และมอบให้เป็น
ของขวัญขอบคุณพวกเจ้าหน้าที่
เพราะการที่นางและโม่จิ่วเยี่ยออกจากขบวนมาได้นานขนาดนี้
หากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าหน้าที่ พวกเขาคงรายงานเรื่องนี้
ไปให้ราชส านักทราบแล้ว
เมื่อเห็นว่าเฮ่อจือหร่านเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็เร่ง
ฝีเท้าเจ้าล่อ ไม่นานพวกเขาก็ตามกลุ่มคนเหล่านั้นทัน
เจ้าหน้าที่ซึ่งเดินอยู่ท้ายขบวนเห็นคนนั่งอยู่บนรถลากก็อ้าปาก
ค้างด้วยความตกใจ
เขาไม่รอช้า รีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พลางตะโกนว่า
“หัวหน้า! โม่จิ่วเยี่ยกลับมาแล้ว!”
โม่จิ่วเยี่ยลดความเร็วรถลากลง ก่อนค่อย ๆ เดินทางไปยังจุดที่
คนของสกุลโม่อยู่
ขณะเดียวกัน เผิงวั่งก็ได้ยินเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่คนนั้นจึง
เดินมาทางพวกเขา และบังเอิญมาพบกับกลุ่มคนของสกุลโม่พอดี
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าให้เผิงวั่งเล็กน้อยด้วยความเคารพ จากนั้นก็
เดินตรงไปหาฮูหยินผู้เฒ่าแล้วคุกเข่าลงตรงหน้านางทันที่
“ข้าคนนี้ไม่กตัญญู ท าให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วงแล้ว”
เขาพูดพลางค านับฮูหยินผู้เฒ่าอย่างนอบน้อม
ในดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าเอ่อล้นไปด้วยน ้าตา นางเดินเข้าไปหา
โม่จิ่วเยี่ย พลางยื่นมือออกไปประคองเขาให้ลุกขึ้น
นางพูดด้วยน ้าเสียงสั่นเครือว่า “กลับมาก็ดี กลับมาก็ดีแล้ว…”
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ บรรดาพี่สะใภ้ต่างก็พากันปาดน ้าตา
ส่วนโม่หานเยี่ยยิ่งแล้วไปใหญ่ นางพุ่งเข้าไปซุกอกเฮ่อจือหร่าน
แล้วร้องไห้โฮออกมา
“พี่สะใภ้เก้า พวกท่านสองคนกลับมาแล้ว ในที่สุดก็กลับมา ฮือ ๆ
ๆ หานเยี่ยเป็นห่วงพวกท่านทุกวันจนนอนไม่หลับเลย ฮือ ๆ ๆ …”
“พี่สะใภ้เก้า หานเยี่ยคิดถึงพวกท่านมาก…”
เฮ่อจือหรานโอบกอดโม่หานเยี่ยเอาไว้ เอ่ยปลอบนางเบา ๆ
“หานเยี่ยอย่าร้องไห้ พวกเรากลับมาอย่างปลอดภัยแล้วอย่างไร”
ความจริงแล้วโม่หานเยี่ยเพียงดีใจจนร้องไห้ออกมาเท่านั้น นาง
จึงไม่ได้ร้องไห้อยู่นาน หลังจากซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเฮ่อจือ
หรานและออดอ้อนอยู่ครู่หนึ่ง นางก็กลับไปหาฮูหยินผู้เฒ่า
ในตอนนี้ โม่จิ่วเยี่ยเดินมาอยู่เบื้องหน้าของเผิงวั่งแล้ว
เขาจ าเป็นต้องอธิบายเรื่องที่คนหายไปจากขบวนเดินทางเป็น
เวลานาน “พี่เผิง เรื่องนี้เกิดขึ้นกะทันหัน ข้ากับภรรยาพลัดตกลงไป
ในหุบเขา โชคดีที่เจ้าหน้าที่โจวมาช่วยไว้ได้ทันเวลา จึงพาพวกเรา
กลับขึ้นมาจากหุบเขาได้…”
เผิงวั่งพิจารณาโม่จิ่วเยี่ยอย่างละเอียด ก่อนจะตบไหล่เขา
“เรื่องนี้เหล่าปากลับมาบอกข้าแล้ว ไม่ใช่ความผิดของเจ้า แค่
กลับมาทันก็ดีแล้ว”
“พวกเจ้าเพิ่งกลับมา รีบไปปลอบใจครอบครัวเถอะ พวกเขาเป็น
ห่วงเจ้ากับภรรยามาก”
โม่จิ่วเยี่ยประสานมือคารวะเผิงวั่งด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบคุณ
พี่เผิงมากจริง ๆ”
เผิงวั่งเหลียวมองดูท้องฟ้า สั่งให้เดินทางต่อไปอีกครึ่งชั่วยามจึง
ค่อยหยุดพัก
เฮ่อจือหร่านคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยรอดชีวิตกลับมาหาครอบครัวได้
อย่างหวุดหวิด ฮูหยินผู้เฒ่า และพวกพี่สะใภ้คงมีเรื่องอยากพูดคุย
ด้วยมากมาย นางจึงจูงล่อให้เดินตามหลัง
โจวเหล่าปาอยู่กลางขบวน เห็นเฮ่อจือหร่านเดินตามหลังมาคน
เดียว จึงอดไม่ได้ที่จะรีบสาวเท้าตามนางมา
“เฮ่อจือหร่าน ระหว่างทางเจ้ากับโม่จิ่วเยี่ยราบรื่นดีใช่หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ “ขอบใจเจ้าหน้าที่โจวที่เป็น
ห่วง ระหว่างทางพวกเราราบรื่นดี เพื่อจะมาสมทบกับทุกคนเร็ว ๆ
พวกเราจึงซื้อรถลากมาคันหนึ่งในอ าเภอผิงหยาง ท าให้ระหว่างทาง
สะดวกสบายขึ้นมาก”
เผิงวั่งอยู่ไม่ไกล เมื่อเฮ่อจือหร่านพูดเช่นนี้ก็เท่ากับบอกที่มาของ
รถลากให้พวกเขารับรู้ทางอ้อม
โจวเหล่าปากลับไม่ได้คิดมากขนาดนั้น เขาเพียงมองรถลาก
แล้วกระซิบบอกว่า
“พูดกันตามตรงแล้ว ขบวนนักโทษไม่อาจน าสัตว์พาหนะติดตาม
ไปด้วยได้ แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ข้าจะไปบอกหัวหน้าเอง ท้ายที่สุดก็
เป็นสถานการณ์บีบบังคับ อีกอย่างรถลากก็ซื้อมาด้วยเงิน จะให้ทิ้ง
ไปก็คงไม่ได้”
เผิงวั่งเหลือบมองโจวเหล่าปาอย่างเย็นชา หากไม่ติดว่ามีเฮ่อจื
อหร่านอยู่ตรงนี้ เขาคงดึงหูเจ้าหมอนี่ไปสั่งสอนข้าง ๆ แล้ว
โจวเหล่าปานี่ก็จริง ๆ รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองกับเฮ่อจือหร่านไม่มีทาง
เป็นไปได้ ก็ยังจะมาวนเวียนใกล้ ๆ อยู่ได้