ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 139 เผาเรือส าราญ
ราชครูเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี จึงหลอกล่อด้วยสองสามกระบวน
ท่า แล้วล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านเพิ่งโปรยผงพิษยมทูตที่ท าเองใส่พวก
องครักษ์รอบที่สอง พอหันกลับมาก็เห็นท่าทางผิดปกติของราชครู
หากนางคาดเดาไม่ผิด อีกฝ่ายคงจะหยิบอาวุธลับหรือไม่ก็คิดจะ
ใช้พิษกับพวกเขา
เฮ่อจือหร่านจะยอมเปิดโอกาสให้นางท าแบบนั้นได้อย่างไร?
นางรีบหยิบปืนยาสลบออกมาจากพื้นที่มิติ แล้วยิงไปที่ขาของ
ราชครู
เพียงได้ยินเสียงฉึกหนึ่งครั้ง ราชครูก็ทรุดลงทันที่
เฮ่อจือหร่านรีบเข้าไปพาคนเข้าสู่พื้นที่มิติอย่างรวดเร็ว แล้วเดิน
ไปยังชั้นหนึ่งของเรือส าราญพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ย
ตรงปากบันไดนั้น พวกเขาเจอหนานเหิงที่ก าลังถูกองครักษ์และ
คนของกลุ่มเหยียนปางห้อมล้อมอยู่
เฮ่อจือหร่านกระซิบบอกโม่จิ่วเยี่ยว่า “ฝากท่านจัดการหนานเหิง
ส่วนคนอื่น ๆ ให้เป็นหน้าที่ข้า”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับยกปืนยาสลบขึ้นมาเล็งไหล่
ของหนานเหิง แล้วยิงออกไป
หนานเหิงล้มลงพร้อมกับเฮ่อจือหร่านที่โปรยผงใส่พวกองครักษ์
และคนกลุ่มเหยียนปาง
พวกองครักษ์และกลุ่มเหยียนปางยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็
ล้มลงไปกองระเนระนาด
เฮ่อจือหร่านฉวยโอกาสเข้าไปคว้าแขนของหนานเหิง แล้วส่ง
เขาเข้าไปในพื้นที่มิติ
พวกเขามาที่นี่ในวันนี้เพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็น และ
อยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังกลุ่มเหยียนปาง
ผู้ใดจะรู้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะยิ่งใหญ่ขนาดนี้
ตอนนี้พวกองครักษ์และคนกลุ่มเหยียนปางตายกันหมดแล้ว แต่
ทั้งสองคนก็ยังไม่กล้าประมาท
เรื่องวันนี้เกี่ยวข้องกับองค์ชายหนานเหิง จึงต้องไม่ให้มีใครรอด
ชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว
ดังนั้น ทั้งคู่จึงถือคบเพลิงตรวจค้นเรือทั้งล าอย่างละเอียด
นอกจากพวกนางร าและนางระบ าแล้ว ก็ไม่เหลือคนรอดชีวิต
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านไม่ใช่คนที่จะฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างไร้
เหตุผล
พวกเขาทุกคนรู้ดีว่า พวกนางเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่ท ามาหากิน
อยู่บนเรือส าราญ
แม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ไม่กล้าประมาทเกินไป ไม่มีรับรองว่า
ในบรรดาพวกนางเหล่านี้จะไม่มีคนของหนานเหิง
ด้วยความจ าเป็น เฮ่อจือหร่านจึงต้องน ายาชาออกมาจากพื้นที่
มิติให้พวกนางกิน เพื่อให้พวกนางสูญเสียความทรงจ าทั้งหมด
เพื่อรักษาชีวิต นางร าทุกคนไม่กล้าดิ้นรนและยอมกินยาที่นางให้
เมื่อจัดการเรื่องทั้งหมดเรียบร้อย เฮ่อจือหร่านก็ไล่คนเหล่านี้ไป
ยังเรือเล็กที่ราชครูนั่งมา
จากนั้นเฮ่อจือหร่านน าขวดแอลกอฮอล์หลายขวดออกมาจาก
พื้นที่มิติ แล้วช่วยกันสาดรอบ ๆ เรือส าราญกับโม่จิ่วเยี่ย
ในขณะเดียวกัน สิ่งของที่เฮ่อจือหร่านเห็นว่าน่าสนใจตามจุด
ต่าง ๆ ที่นางผ่าน ก็ถูกนางเก็บเข้าไปในพื้นที่มิติทั้งหมด
ไม่ว่าสิ่งของเหล่านี้จะดีหรือไม่ เมื่อน าไปวางขายในร้านก็ถือเป็น
ของโบราณทั้งสิ้น
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว เฮ่อจือหร่านก็น าเรือยางออกมา
จัดการโยนลงไปในทะเลสาบ โม่จิ่วเยี่ยโอบเอวนางไว้แล้วกระโดดลง
ไปยืนบนเรือยางอย่างมั่นคง
โม่จิ่วเยี่ยโยนคบเพลิงในมือลงบนเรือส าราญอย่างเฉยชา
ท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด ปรากฏเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นสู่
ท้องฟ้า…
แสงสว่างของเรือล านี้ชัดเจนเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนบนฝั่ง
สังเกตเห็นความผิดปกติและมาตรวจสอบ โม่จิ่วเยี่ยใช้พลังภายใน
ช่วยพายเรือ ท าให้ความเร็วของเรือยางแล่นเร็วถึงขีดสุด
ชั่วพริบตาเดียวคนทั้งสองก็กลับมาถึงริมฝั่ง
พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากที่ใกล้ ๆ
แสดงว่าเปลวไฟที่พวยพุ่งบนเรือส าราญดึงดูดความสนใจของ
ผู้คนบนฝั่งได้แล้ว
โชคดีที่พวกเขาขึ้นฝั่งได้รวดเร็วจึงไม่ถูกใครพบเห็น
เฮ่อจือหร่านเก็บเรือยางเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ใช้วิชาตัวเบา
อุ้มนางออกจากที่นี่
เมื่ออยู่ห่างจากจุดพักแรมประมาณหนึ่งร้อยจั้ง โม่จิ่วเยี่ยพบว่ามี
เงาด าก าลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้า
ในคืนที่มืดมิดและมีลมแรงเช่นนี้ พวกเขาไม่สามารถมองเห็น
ตัวตนของอีกฝ่ายได้ชัดเจน จึงค่อย ๆ เดินไปทางคนผู้นั้นอย่าง
ระมัดระวัง ตั้งใจจะส ารวจคนให้รู้แน่ชัด
ยังไม่ทันที่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านจะเดินเข้าไปใกล้ โม่ชูหานก็
เอ่ยปากขึ้นมาก่อน
“น้องเก้ากับน้องสะใภ้เก้า เป็นพวกเจ้าใช่หรือไม่?”
“พี่แปด? ท าไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่เล่า?” ทั้งสองคนต่างตกใจมาก
ตอนที่พวกเขาออกมา ก็ได้สังเกตอย่างละเอียดแล้ว แต่ก็ไม่พบ
สิ่งผิดปกติใด ๆ เลย
“ข้าเห็นพวกเจ้าลอบออกมา กลัวว่าจะเจออันตราย จึงคอยเฝ้า
อยู่ที่นี่ตลอด”
ได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็สบตากัน
ในใจของทั้งสองคนก าลังคิดว่าควรจะบอกเรื่องที่พวกเขาเพิ่งท า
ไปให้โม่ชูหานรู้หรือไม่
ถ้าไม่บอกเขา หากต่อไปโม่อวิ๋นเฟิงปรากฏตัว พวกเขาคงต้อง
หาข้ออ้างต่าง ๆ มาแก้ตัวแน่
แต่ถ้าบอกความจริงไป แล้วพวกเขาจะอธิบายเรื่องที่อยู่ของ
โม่อวิ๋นเฟิงในตอนนี้อย่างไร?
อีกอย่างเรื่องนี้เฮ่อจือหร่านไม่คิดจะแสดงความเห็นของตัวเอง
เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นเรื่องระหว่างพี่น้องสกุลโม่
โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า
“พี่แปด พวกเราเพิ่งไปตรวจสอบมา และพบกับหนานเหิงบนเรือ
ส าราญในทะเลสาบเกลือ…”
โม่จิ่วเยี่ยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเรือส าราญ รวมถึงข่าวที่ว่า
โม่อวิ๋นเฟิงยังมีชีวิตอยู่โดยไม่ปิดบังอะไรเลย
แน่นอนว่าวิธีการของพวกเขาไม่อาจพูดออกมาได้เด็ดขาด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของโม่ชูหานแทบจะเหมือนกับตอนที่โม่
จิ่วเยี่ยพบว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไม่มีผิด
“น้องเก้า เจ้าบอกว่าพี่สามก็ไม่ตายเหมือนกันหรือ? เขาอยู่ที่
ไหน รีบพาข้าไปพบเขาเร็ว”
ตอนนี้โม่อวิ๋นเฟิงอยู่ในพื้นที่มิติของเฮ่อจือหร่าน โม่จิ่วเยี่ยจะพา
โม่ชูหานไปหาคนได้อย่างไร?
ด้วยความจนใจ เขาจึงจ าเป็นต้องโกหก
“พี่แปด พวกเราจุดไฟเผาเรือส าราญไปแล้ว ท าให้มีคนมามุงดู
กันเยอะ เราคิดว่าถ้าพาพี่สามไปด้วย จะดึงดูดความสนใจของคนอื่น
ได้ง่าย จึงซ่อนเขาไว้ในที่ที่ไม่มีใครเห็น”
“รอจนถึงพรุ่งนี้เมื่อทุกอย่างปลอดภัยดีกว่า ข้าจะพาหร่านหร่าน
ไปด้วยกัน เพื่อช่วยพี่สามถอนพิษกู่แล้วพากลับมา”
ค าพูดเหล่านี้ของเขา โม่ชูหานไม่ได้สงสัยอะไร
โม่ชูหานได้แต่กดความร้อนใจไว้แล้วพยักหน้า “เอาอย่างนั้นก็
ได้ พรุ่งนี้ข้าจะไปรับพี่สามกลับมาพร้อมกับพวกเจ้า”
โม่จิ่วเยี่ยรีบห้าม “ไม่ได้ เร็ว ๆ นี้ที่แถวทะเลสาบเกลือไม่ค่อยสงบ
ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของคนในบ้าน พวกเราสองพี่น้องต้องมี
คนหนึ่งอยู่ปกป้องพวกเขา”
ยามนี้โม่จิ่วเยี่ยหลอกคนได้อย่างไม่น่าสงสัยแล้ว แม้โม่ชูหานจะ
รู้สึกไม่ค่อยเต็มใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าน้องเก้าพูดมีเหตุผล
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะอยู่ปกป้องคนในบ้าน หากน้องเก้ากับ
น้องสะใภ้เก้าจะออกไป ก็ต้องระวังตัวหน่อยนะ”
เห็นโม่ชูหานก าลังจะหันหลังเดินกลับเฮ่อจือหร่านก็เอ่ยเตือน
“พี่แปด ก่อนที่พวกเราจะพาพี่สามกลับมา เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอก
ท่านแม่กับพวกพี่สะใภ้นะ เพื่อไม่ให้พวกนางกังวลมากเกินไป”
จริง ๆ แล้ว เฮ่อจือหร่านเพียงค านึงถึงความปลอดภัย
การที่หนานเหิงหายตัวไปย่อมเป็นเรื่องใหญ่ จะต้องมีทหารออก
ค้นหาตัวเขาทั่วแน่นอน ถ้าหากพวกสตรีในบ้านตื่นตระหนกเกินไป
แล้วถูกพวกทหารจับพิรุธได้ก็จะเป็นข้อเสียมากกว่าข้อดี
โม่ชูหานพยักหน้า “อืม ข้าเข้าใจแล้ว”
ทั้งสามคนกลับไปยังกระโจมของตัวเองอย่างเงียบงัน ตอนที่เฮ่อจื
อหร่านก าลังจะพาโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปในพื้นที่มิติด้วยกัน เสียงของเหลี
ยงห่าวก็ดังมาจากนอกกระโจม
“คุณชาย ข้ามีเรื่องส าคัญจะรายงานขอรับ”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าเรื่องส าคัญที่เหลียงห่าวพูดถึงคืออะไร แต่เขาก็ไม่
สามารถบอกได้ว่ามันเป็นฝีมือของตัวเอง
เขาแกล้งท าเป็นง่วงงุนแล้วเดินออกมาจากกระโจม
“มีอะไร?”
เหลียงห่าวมองไปรอบ ๆ แล้วพูดเสียงเบาว่า “คุณชาย เรือ
ส าราญล าใหญ่บนทะเลสาบเกลือเกิดเพลิงไหม้ ข้ากับคนอื่นเห็นกับ
ตาว่าองค์ชายเหิงพาคนขึ้นไปบนเรือล านั้น”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “อืม พวกเจ้าคอยจับตาดูต่อไป ถ้ามีข่าว
อะไรให้รีบมารายงาน”
คราวนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้แค่พูดไปโดยเปล่า แต่เขาอยากรู้ว่า
หลังจากเรือส าราญถูกเพลิงไหม้และหนานเหิงที่หายตัวไปแล้วจะเกิด
อะไรขึ้นบ้าง
เหลียงห่าวรับค าสั่งแล้วจากไป โม่จิ่วเยี่ยจึงกลับเข้าไปในกระโจม
เฮ่อจือหร่านพาเขาเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่มิติอย่างรวดเร็ว