ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 15 สาเหตุมาจากความยากจน
เฉำเหรินกล่าวจบก็กันกระซิบบำงอย่ำงกับเจ้ำหน้ำที่ด้านหลัง
จากนั้นเจ้ำหน้ำที่ก็รีบวิ่งจากไป
ไม่นานนัก เจ้ำหน้ำที่ก็กลับมาพร้อมกับหญิงชรานิสัยดุร้ำยสอง
สามคน
แต่ละคนถือของห่อใหญ่ไว้ในมือ
เฉำเหรินออกคำสั่ง “พวกเจ้ำค้นตัวพวกนางให้ละเอียด หากมี
ใครกล้ำปล่อยปละละเลย ต้องถูกตัดหัว”
“เจ้ำค่ะ!” หญิงชราขำนรับแล้วเดินมายังสตรีสกุลโม่
โม่หานเยี่ยตกใจกลัวจนต้องไปอยู่ด้านหลังของมารดำ
“ท่านแม่ หานเยี่ยกลัว”
ฮูหยินผู้เฒ่ำเอ่ยเสียงเข้ม “ยืนตัวสง่ำงำม อย่ำทำให้บรรพชน
สกุลโม่เสียหน้ำ”
ได้ยินดังนั้น โม่หานเยี่ยจึงพยายามยืนตัวตรงแม้ร่างกายจะสั่น
เทำ น้ำตำเม็ดโตไหลพราก
หญิงชราไม่สนใจใครทั้งนั้น เพื่อตรวจค้นอย่ำงละเอียด จึงพำ
เหล่ำสตรีสกุลโม่ไปยังห้องใกล้ ๆ ให้ถอดเสื้อผ้ำและตรวจสอบ
ด้วยเหตุนี้ ถุงที่เย็บไว้ด้านในเสื้อตำมวิธีของเฮ่อจือหร่าน จึงซ่อน
ไม่ได้อีกต่อไป
ไม่มีผู้ใดรอดพ้น ตั๋วเงินที่ซ่อนอยู่ในถุงเสื้อตัวในถูกค้นพบ
ทั้งหมด รวมถึงเครื่องประดับบนศีรษะพวกนางยังถูกยึดไปด้วย
เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ เฮ่อจือหร่านรู้สึกโล่งใจเป็นอย่ำงยิ่งที่
ห้องพยาบำลของนางทะลุมิติมาด้วย ทำให้นางสามารถนาทรัพย์สิน
เหล่านั้นติดตัวไปได้อย่ำงไร้กังวล
ในที่สุด หญิงชราเหล่านั้นก็ไม่ละเว้นสิ่งใดกระทั่งอาภรณ์แพร
ไหม บังคับให้พวกนางเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้ำป่านเนื้อหยาบที่นามาด้วย
แทน
เสื้อผ้ำเหล่านี้ไม่เพียงแต่สีสันหม่นหมอง ซ้ำยังมีรอยปะชุนอยู่ไม่
น้อยด้วย เหล่ำพี่สะใภ้รู้สึกปวดใจเป็นอย่ำงมาก
สะใภ้แปดกล่าวอย่ำงไม่ยอมแพ้ “เสื้อผ้ำของพวกเราไม่ได้มีค่ำ
อะไรมากมาย คงไม่ถึงกับต้องยึดไปด้วยกระมัง”
หญิงชรายิ้มเย็น เผยฟันเหลืองใหญ่ของนาง ตอบกลับอย่ำงเย้ย
หยัน “ดูให้ดีว่าตอนนี้ท่านอยู่ในสถำนการณ์แบบใด แค่มีเสื้อผ้ำให้
ท่านสวมใส่ปิดบังร่างกายก็ถือว่าดีแล้ว ยังจะพูดอะไรอีก”
สะใภ้แปดกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ถูกฮูหยินผู้เฒ่ำห้ำมไว้
“สะใภ้จ้ำว ไม่จำเป็นต้องพูดมากแล้ว”
กล่าวจบ ฮูหยินผู้เฒ่ำก็หยิบเสื้อซึ่งมีรอยปะชุนขึ้นมาสวมอย่ำง
ไม่ใส่ใจ
เฮ่อจือหร่านไม่ใส่ใจอะไรมากนัก รีบทำตำมฮูหยินผู้เฒ่ำสวม
เสื้อผ้ำอย่ำงลวก ๆ
สะใภ้คนอื่น ๆ กับโม่หานเยี่ยเห็นดังนั้น ก็ได้แต่ข่มกลั้นความ
โกรธ ต่ำงคนต่ำงหยิบเสื้อผ้ำมาใส่
โชคดีที่รองเท้ำยังใส่เป็นของเดิม
เมื่อหญิงชราเห็นพวกนางสวมเสื้อผ้ำเรียบร้อยแล้ว ก็นา
ทรัพย์สินที่ค้นเจอออกจากห้องไป
พวกนางนาตั๋วเงินและเครื่องประดับทั้งหมดมอบให้เฉำเหริน โดย
ไม่ตกหล่นแม้แต่นิดเดียว
เมื่อเห็นตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงกว่าที่หญิงชรานามาให้ เฉำเหริน
รู้สึกเหยียดหยันนัก จับพวกมันยัดเข้าอกเสื้อ ส่วนเครื่องประดับก็สั่ง
คนนาไปใส่ในหีบไม้ที่เตรียมไว้ล่วงหน้ำ
เงินที่ซ่อนไว้ถูกยึดไปได้หมด บรรดำพี่สะใภ้ต่ำงสิ้นหวัง
หากไม่มีเงิน การจะมีชีวิตรอดจนถึงซีเป่ยยิ่งลาบำกขึ้นไปอีก
ฮูหยินผู้เฒ่ำไม่ได้สงบใจเหมือนเมื่อครู่แล้ว หากไม่มีเงิน ระหว่าง
ทำงพวกนางจะใช้สิ่งใดจัดการกับเจ้ำหน้ำที่ที่ข่มเหงรังแกประชำชน
พวกนั้น
ขณะพวกนางกำลังรู้สึกสิ้นหวังอย่ำงถึงที่สุด เจ้ำหน้ำที่ที่ไปตรวจ
ค้นห้องอื่น ๆ ในจวน ก็ทยอยกลับมา
รายงำนที่พวกเขำแจ้งกลับมาแทบทำให้เฉำเหรินโกรธจนตัวสั่น
“รายงำน ท่านแม่ทัพเฉำเหริน คลังเก็บของในจวนฮู่กั๋วกงว่าง
เปล่ำทั้งหมดขอรับ”
“เจ้ำว่าอะไรนะ!” เฉำเหรินตื่นตะลึง
เจ้ำหน้ำที่กล่าวซ้ำอีกครั้งด้วยท่ำทำงหวาด ๆ “ท่านแม่ทัพเฉำเห
ริน ในห้องเก็บของไม่มีอะไรอยู่จริง ๆ”
“และไม่ใช่เพียงในห้องเก็บของที่ไม่มีอะไร แม้แต่ในครัวก็ว่าง
เปล่ำ” เจ้ำหน้ำที่อีกคนเอ่ยเสริม
เฉำเหรินโมโหจัด มองกลุ่มหญิงสาว “พูดมา! ทรัพย์สมบัติของ
จวนฮู่กั๋วกง พวกเจ้ำลอบนาไปเก็บซ่อนที่อื่นแล้วใช่หรือไม่”
ฮูหยินผู้เฒ่ำตอบเสียงเข้ม “ท่านแม่ทัพเฉำ วันนี้องค์จักรพรรดิ
เพิ่งประกำศพระราชโองการให้ยึดทรัพย์สินสกุลโม่ พวกเราจะมี
ความสามารถล่วงรู้ล่วงหน้ำถึงขั้นขนย้ำยสิ่งของไปก่อนได้อย่ำงไร”
เขำเห็นฮูหยินผู้เฒ่ำพูดแบบนี้ เฉำเหรินก็รู้ว่ามันช่ำง
สมเหตุสมผล
เพียงแต่ เขำไม่อยากเชื่อว่าจวนฮู่กั๋วกงจะยากจนถึงขนาดนี้
ในขณะกำลังสงสัย เจ้ำหน้ำที่คนหนึ่งกลับมารายงำนอีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพเฉำเหริน ผู้น้อยพบหม้อหลายใบในห้องโม่จิ่วเยี่ย
แต่ไม่มีสิ่งของมีค่ำอื่นอีก”
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยพบเครื่องประดับของสตรีในห้องอีกสองสาม
ห้อง”
“ข้าน้อยพบเงินอีกสองสามเหวิน”
หลังฟังรายงำนจากคนเหล่านี้แล้ว เฉำเหรินสามารถยืนยัน
ข้อเท็จจริงได้อย่ำงหนึ่ง
สกุลโม่ไม่ได้ขนย้ำยทรัพย์สินออกไปก่อน แต่พวกเขำนั้น
ยากจนมาก
หากพวกเขำขนย้ำยทรัพย์สินออกไปจริง ๆ คงไม่น่ำจะมี
เครื่องประดับและเงินเหล่านี้หลงเหลืออยู่
ไม่คิดเลยว่า ตระกูลของฮู่กั๋วกงอันสูงศักดิ์ จะยากจนยิ่งกว่า
ครอบครัวของแม่ทัพขั้นสี่เช่นเขำเสียอีก
เขำไม่แปลกใจที่โม่จิ่วเยี่ยสวมชุดคลุมสีดำทุกวัน ไม่เคยเห็น
เสื้อผ้ำอย่ำงอื่นเลย
สาเหตุมาจากความยากจนนี่เอง
ทว่าเขำไม่รู้เลยว่า นับตั้งแต่โม่จิ่วเยี่ยเริ่มรู้ความ บ้ำนของเขำก็
มักจะจัดงำนศพให้พี่ชายอยู่บ่อยครั้ง
โม่จิ่วเยี่ยสวมชุดคลุมสีดำทุกวันก็เพื่อราลึกถึงพี่ชายผู้เสียสละ
ชีวิตเพื่อประเทศชำติ
เขำไม่ได้มีชุดคลุมสีดำแค่ตัวเดียว แต่ทุกตัวมีสีแบบนี้เหมือนกัน
หมดต่ำงหาก!
คิดได้ดังนั้น เฉำเหรินจึงรู้สึกอยู่เหนือกว่าคนสกุลโม่ทันที่
“ไม่คิดเลยว่า ความสูงศักดิ์ของจวนฮู่กั๋วกงจะเป็นแค่เปลือกนอก
ข้าไม่แปลกนักเพราะสตรีจะออกหน้ำหาเงินเข้าบ้ำนได้อย่ำงไรกัน
เล่ำ”
เจ้ำหน้ำที่คนหนึ่งรีบเห็นด้วย “ท่านแม่ทัพเฉำเหรินกล่าวถูกต้อง
ยิ่งนัก”
เฉำเหรินชอบใจที่มีคนยกย่องตนเช่นนี้ เขำมองไปรอบ ๆ เห็นว่า
คนที่ค้นสิ่งของกลับมาแล้ว จึงสั่งว่า
“พวกเจ้ำสองสามคนคอยเฝ้ำทรัพย์สินที่ค้นเจอและบ่ำวในจวน
ไว้ รอองค์จักรพรรดิทรงมีพระบัญชำลงมาจัดการ”
“ส่วนคนที่เหลือนาตัวผู้กระทำผิดไปส่งที่ชำนเมือง”
เฉำเหรินไม่ลืมมองเฮ่อจือหร่านอีกครั้ง สายตำเขำที่เต็มไปด้วย
ความเสียดำยก่อนจะจากไป
เฮ่อจือหร่านรู้สึกคลื่นไส้กับสายตำนั้นเสียจริง
ขณะที่เจ้ำหน้ำที่กำลังมองตำมส่งเฉำเหริน นางรีบถอยออกจาก
กลุ่มคนไปอย่ำงรวดเร็ว
หลังเดินมายังที่สถำนที่ลับตำคน เฮ่อจือหร่านเลิกชายกระโปรง
ปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่อย่ำงคล่องแคล่ว
ก่อนจะเข้าไปในมิติลับ หยิบปืนสไนเปอร์ที่นางเก็บไว้ออกมา
นางใส่กระสุน ยกขึ้นเล็งท้ำยทอยของเฉำเหรินตลอดเวลา
จนกระทั่งเขำออกมาจากจวนฮู่กั๋วกง ขึ้นนั่งบนหลังม้ำศึกได้
นางจึงลั่นไก
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว เฉำเหรินที่เพิ่งอวดดีต่อหน้ำคนสกุลโม่
ร่างกายเอียงไปด้านข้าง ตกจากหลังม้ำในพริบตำ…
ในขณะเดียวกัน เฮ่อจือหร่านเข้าไปในมิติลับทันที่
เสียงปืนนี้ดังราวกับฟ้ำผ่ำ ทุกคนต้องตำมหาต้นเสียงอย่ำง
แน่นอน
นางตั้งใจซ่อนตัวอยู่ในนี้เป็นการชั่วคราว รอจนกว่าสายตำของ
ทุกคนจะละจากไปก่อนจึงปรากฏตัว
หากไม่ใช่เพราะเฉำเหรินล้ำเส้นนางซ้ำแล้วซ้ำเล่ำ เฮ่อจือหร่านก็
ไม่อยากก่อเรื่องในเวลานี้
แต่คนเช่นนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปก็เท่ำกับเปลืองอากำศเสียเปล่ำ ๆ
โม่จิ่วเยี่ยซึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดเห็นทุกการกระทำของเฮ่อจื
อหร่านอย่ำงชัดเจน
สตรีผู้นี้เป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงมีอาวุธทรงพลังขนาดนั้น
นอกจากนี้ นางยังสามารถหายตัวไปได้อีกด้วย…
หรือว่า นางจะเป็นนางเซียนกันแน่
โม่จิ่วเยี่ยส่ำยหน้ำแรง ๆ รู้สึกว่าพฤติกรรมของเฮ่อจือหร่าน
ในช่วงสองวันนี้เกินกว่าความเข้าใจของเขำไปมาก