ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 156 แม่นาง พวกเจ้ามาเสียที่
โม่จิ่วเยี่ยอ่านอักษรจีนตัวย่อในหนังสือไม่ออก แต่เมื่อเห็นเฮ่อจื
อหร่านมีสีหน้าจริงจังอยู่นาน เขาจึงถามด้วยความห่วงใย
“หาวิธีถอนพิษไม่ได้หรือ?”
“ข้าหาต ารับยาแก้พิษเจอแล้ว แต่มีสมุนไพรชนิดหนึ่งที่หายาก
มาก ข้ากังวลว่าอาจจะหามันมาไม่ได้”
โม่จิ่วเยี่ยถามต่อ “เป็นสมุนไพรอะไร?”
“ต้านผี ท่านเคยได้ยินหรือไม่?”
“เจ้าพูดถึงต้านผีหรือ?”
ฟังจากน ้าเสียงของโม่จิ่วเยี่ย ดูเหมือนเขาจะรู้จักมันเช่นกัน
“ท่านรู้จักต้านผี?” เฮ่อจือหร่านราวกับเห็นความหวังอันริบหรี่
“เมื่อสองปีก่อน ข้าได้รับค าสั่งให้คอยคุ้มกันองค์หญิงสี่ไปอภิเษก
สมรสที่เมืองทางใต้ ในสินเจ้าสาวของนางมีสมุนไพรชนิดหนึ่งชื่อว่า
ต้านผี”
ได้ยินว่าเป็นสินเจ้าสาวขององค์หญิงสี่ เฮ่อจือหร่านก็นึกถึงองค์
จักรพรรดินีเป็นอันดับแรก
องค์หญิงสี่เป็นพระธิดาแท้ ๆ ขององค์จักรพรรดินี การที่นางมี
สมุนไพรเช่นนี้เป็นสินเจ้าสาวในการอภิเษกสมรสย่อมไม่ใช่เรื่อง
แปลก แต่การที่องค์จักรพรรดินียอมให้นางน าสมุนไพรล ้าค่าและมี
สรรพคุณเฉพาะเจาะจงเช่นนี้ไปด้วย ย่อมท าให้ผู้คนอดคิดมากไม่ได้
โม่จิ่วเยี่ยก็นึกถึงเหตุผลข้อนี้ขึ้นมาได้
ทั้งสองสบตากันและเข้าใจกันได้โดยไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร
องค์จักรพรรดินีคงกังวลว่าสกุลโม่จะค้นพบความจริงและหา
ต ารับยาส าหรับแก้พิษได้ แล้วจะท าให้ความพยายามทั้งหมดของนาง
ต้องสูญเปล่า ดังนั้นจึงให้ต้านผีเป็นสินเจ้าสาวขององค์หญิงสี่เพื่อ
น าไปยังหนานเจียง เพื่อตัดความหวังของสกุลโม่ให้สิ้นไป
คิดถึงจุดนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็โกรธจนเส้นเลือดปูดโปน เขาอยากบุก
เข้าวังหลวงไปสังหารหญิงชั่วคนนั้นให้ตายคามือเดี๋ยวนี้เลย
ตัวโม่จิ่วเยี่ยเองก็ไม่รู้ตัวว่าความคิดแค้นของเขาลุกลามไปถึงขั้น
ที่ไม่อาจควบคุมได้แล้ว
เฮ่อจือหร่านรู้ถึงความล ้าค่าของต้านผี เมื่อโม่จิ่วเยี่ยรู้ที่อยู่ของ
สมุนไพร เป้าหมายของนางก็มีเพียงไปที่หนานเจียงเท่านั้น
พี่สะใภ้ทั้งหลายถูกพิษชนิดนี้เข้า แต่ไม่ถึงกับเป็นอันตรายถึง
ชีวิต เรื่องถอนพิษจึงไม่จ าเป็นต้องรีบร้อน
หลังจากตั้งรกรากที่ซีเป่ยเรียบร้อยแล้ว เพื่อตามหาพี่ใหญ่กับพี่
รอง พวกเขาจ าเป็นต้องไปหนานเจียงสักครั้ง ถึงตอนนั้นค่อยถือ
โอกาสไปตามหาต้านผีด้วย
ความคิดของคนทั้งสองตรงกันอย่างน่าอัศจรรย์ โม่จิ่วเยี่ยเองก็
คิดเช่นนั้น
ดังนั้นการค้นหาต้านผีจึงถูกพักไว้ก่อน รอไปถึงหนานเจียงแล้ว
ค่อยหาวิธี
แน่นอนว่าเฮ่อจือหร่านคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเถาเป่า
อยู่เสมอ หากเซรุ่มพิเศษชนิดนั้นถูกน ามาใช้กันอย่างแพร่หลาย ใน
เถาเป่าก็อาจมีคนวางขายด้วย
สรุปแล้ว ทางแก้พิษทั้งสองวิธีนี้ เฮ่อจือหรานจะจดจ าไว้ในใจ
เนื่องจากเป็นช่วงกลางวัน ทั้งสองจึงไม่สามารถอยู่ในพื้นที่มิติได้
นานเกินไป เฮ่อจือหร่านจึงพาโม่จิ่วเยี่ยออกมาด้วยกัน
นางไปดูอาการของพี่สะใภ้หก
หลังจากกินยา พี่สะใภ้หกก็มีเหงื่อออกทั้งตัว ตอนนี้อาการป่วยก็
ดีขึ้นมากแล้ว
พี่สะใภ้หกได้ยินว่าเมื่อวานนางได้เงินจากการท าตุ๊กตา พอรู้สึก
ว่าตัวเองดีขึ้นแล้วจึงอยากลุกขึ้นมาท าต่อ
ความคิดของนางถูกเฮ่อจือหร่านห้ามไว้ การอยากหาเงินไม่ใช่
เรื่องผิด แต่สุขภาพร่างกายนั้นส าคัญที่สุด
พี่สะใภ้หกไม่มีทางเลือก จึงต้องนอนพักไปต่อในกระโจม
เวลาผ่านไปสามวันโดยไม่รู้ตัว
พวกเขายังไม่ได้รับข่าวว่าสามารถเดินทางต่อไปได้ แต่กลับมี
ทหารมาตามหาคนอยู่ที่นี่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ในตัวเมืองทั้งถนนใหญ่และตรอกซอกซอยเต็มไปด้วยเหล่า
ทหารถืออาวุธ พวกเขาถามทุกคนที่เจอว่าเคยพบเห็นองค์ชายหนาน
เหิงหรือไม่
จนพวกชาวบ้านแทบไม่อยากออกจากบ้านถ้าไม่มีธุระส าคัญ ท า
ให้ร้านค้าสองข้างทางซบเซาลงไปมาก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้า
ของร้านปักผ้า
ไม่เพียงไม่ได้รับผลกระทบ แต่ยังมีลูกค้ามาที่ร้านปักผ้าเพิ่มขึ้น
อีก
เหตุผลก็เป็นเพราะตุ๊กตากระต่ายหูยาวนั่นเอง
หลังจากผ่านไปสามวัน ยามที่เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยน าตุ๊กตา
หนึ่งร้อยสามสิบเอ็ดตัวมาส่งที่ร้านอีกครั้ง พวกเขาก็เห็นว่าภายใน
ร้านปักผ้าเต็มไปด้วยผู้คน
ทุกคนต่างเร่งเร้าสอบถามกับเจ้าของร้านว่าตุ๊กตากระต่ายจะ
มาถึงเมื่อไหร่
เจ้าของร้านไม่สามารถหยิบตุ๊กตามาให้ได้ แต่ก็ไม่อยากเสีย
ลูกค้ามากมายขนาดนี้ จึงพยายามเอ่ยปลอบพวกลูกค้าอย่าง
ต่อเนื่อง
ในขณะที่นางก าลังจะไปดื่มน ้าเพราะพูดจนปากคอแห้ง ก็เงย
หน้าขึ้นและเห็นเฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยถือถุงใบใหญ่เดินเข้ามา
เจ้าของร้านดีใจจนยิ้มกว้าง รีบเดินไปต้อนรับทันที่
“แม่นาง พวกเจ้ามาเสียที่ ถ้ายังไม่มาอีกร้านเล็ก ๆ ของข้าคงถูก
คนพังไปแล้ว”
เฮ่อจือหร่านค่อนข้างไม่มีความประทับใจที่ดีต่อเจ้าของร้านคนนี้
นัก นางส่งตุ๊กตากระต่ายให้เจ้าของร้าน หลังจากอีกฝ่ายตรวจนับ
จ านวนและจ่ายเงินเสร็จ นางก็ออกไปพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ย
พอเดินออกจากประตูร้านปักผ้า พวกเขาก็เห็นถังหมิงรุ่ยยืนอยู่
ฝั่งตรงข้ามของถนน
เนื่องจากเมืองถูกปิด ถังหมิงรุ่ยจึงยังออกไปไหนไม่ได้
ขณะเดียวกัน เขาก็สังเกตเห็นว่าพวกคนจากกลุ่มเหยียนปางที่
มักมาสร้างปัญหา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมากลับหายไปราวกับไร้
ตัวตน เขาจึงคิดจะออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อย
ไม่คาดคิดว่าเมื่อเดินผ่านหน้าร้านปักผ้า เขาจะสังเกตเห็นความ
ผิดปกติที่นี่
ร้านนี้ต่างจากร้านอื่น ๆ ที่แทบไม่มีลูกค้า ที่นี่มีคนอยู่กันแน่น
ขนัด
ด้วยความสงสัยเขาจึงยืนอยู่ตรงนี้เพื่อเฝ้าดูให้รู้แน่ชัด
ไม่คิดว่า
จะได้เห็นโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเดินออกมาจากข้างในร้านนั้น
ถังหมิงรุ่ยก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไปทักทาย
“ผู้มีพระคุณ พวกท่านออกมาซื้อของหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ปิดบังเขา เล่าเรื่องการขายตุ๊กตากระต่ายให้กับ
ร้านปักผ้าให้ฟังอย่างละเอียด
ถังหมิงรุ่ยเหมือนจะไม่อยากเชื่อ
“ผู้มีพระคุณหมายความว่า ตุ๊กตาขนฟูที่เหล่าคุณหนูอุ้มกันอยู่
บนถนนใหญ่มาจากฝีมือของพวกท่านหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยยิ้มพลางมองไปทางเฮ่อจือหร่าน
“เป็นภรรยาของข้าที่เห็นว่าทุกคนก าลังขัดสน จึงคิดวิธีหาเงิน
เล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นมา”
พูดถึงเรื่องหาเงิน ไม่มีใครสนใจมันไปมากกว่าถังหมิงรุ่ยแล้ว
เขาชี้ร้านน ้าชาที่อยู่ไม่ไกลนักและเอ่ยว่า “ผู้มีพระคุณ พวกเรา
พบกันบนถนนก็ถือเป็นวาสนา ไม่สู้เราไปดื่มชาพูดคุยเรื่องเก่า ๆ กัน
ดีหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยมองเฮ่อจือหร่านอย่างไม่รู้ตัว หลังเห็นนางไม่ได้คัดค้าน
จึงตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งสามมาถึงร้านน ้าชาด้วยกัน เลือกที่นั่งตรงริมหน้าต่าง
รอให้เสี่ยวเอ้อร์ยกชามา ถังหมิงรุ่ยรินชาให้พวกเขาด้วยตัวเอง
แล้วท าท่าเชิญอย่างสุภาพ
“ผู้มีพระคุณ ฮูหยิน เชิญดื่มชาเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยยกถ้วยชาขึ้น พูดอย่างสุภาพว่า “คุณชายถังไม่
จ าเป็นต้องเรียกข้าว่าผู้มีพระคุณตลอดเวลาหรอก ถ้าไม่รังเกียจ ก็
เรียกข้าว่าพี่โม่ก็พอ”
ถังหมิงรุ่ยได้ยินดังนั้น จึงลุกขึ้นยืนอย่างจริงจัง แล้วโค้งค านับให้
ทั้งสองคน “ถ้าเช่นนั้น น้องชายไม่ขอเกรงใจแล้ว พี่โม่ พี่สะใภ้โม่”
หลังจากทักทายกันพอสมควร ถังหมิงรุ่ยจึงพูดเข้าประเด็น
“พี่สะใภ้โม่รู้หรือไม่ ตุ๊กตาที่ท่านท าออกมานั้นหายากมาก
โดยเฉพาะวัสดุที่ใช้ ข้าท าการค้ามาหลายปีไม่เคยพบเห็นมันมา
ก่อน”
เฮ่อจือหร่านยังคงใช้ค าพูดเช่นเดิม
“ข้ากับสามีมาเดินเที่ยวเล่นแถวนี้ บังเอิญเจอชาวต่างชาติคน
หนึ่งขายผ้าชนิดนี้เข้า จึงเกิดความคิดขึ้นมาว่าจะเอามาท าตุ๊กตา ไม่
คิดว่าจะได้รับความนิยมมากขนาดนี้”
ทะเลสาบเกลือเป็นเส้นทางขนส่งทางน ้าที่ส าคัญของต้าซุ่น
บางครั้งก็พบเห็นชาวต่างชาติหนึ่งหรือสองคน มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
อีกทั้งพวกชาวต่างชาติเหล่านั้นก็มีสิ่งของแปลกใหม่อยู่ในมือ
จริง ๆ ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องภาษาที่สื่อสารกันล าบาก ถังหมิงรุ่ยก็
อยากท าการค้ากับพวกชาวต่างชาติ
ตอนนี้เขาทั้งชื่นชมวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเฮ่อจือหร่าน และ
ชื่นชมความกล้าหาญของนางมาก
ผ้าที่ใช้ท าตุ๊กตาแค่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ของราคาถูก ตอนนี้พวกเขาถูก
ลงโทษให้เนรเทศไปซีเป่ย เป็นช่วงที่ต้องการใช้เงิน แต่นางกลับกล้า
ซื้อผ้ามากมายขนาดนั้นเพื่อมาท าตุ๊กตา
ถ้าหากขาดทุนขึ้นมา ส าหรับคนที่ถูกเนรเทศอย่างพวกเขาแล้ว
คงเป็นความสูญเสียที่หนักหนาเลยทีเดียว