ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 160 ฝนฤดูใบไม้ร่วงตกหนึ่งครั้ง อากำศหนาวขึ้นหนึ่งครา
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 160 ฝนฤดูใบไม้ร่วงตกหนึ่งครั้ง อากำศหนาวขึ้นหนึ่งครา
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ขอเพียงคุณชายถังคิดว่าเหมาะสมก็พอ”
เฮ่อจือหร่านคิดว่าอย่ำงไรเสียนางก็จะทำตุ๊กตำให้เขำตำมราคำ
ต้นทุน ไม่ต้องเอ่ยถึงราคำสิบตำลึง ต่อให้คุณชายถังจะขำยได้ราคำ
สูงถึงยี่สิบตำลึง นางก็ไม่คิดอิจฉำ
ทว่าหลังจากถังหมิงรุ่ยบอกความคิดเห็นของตัวเองออกมา กลับ
เหมือนจะรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้ำง
เขำถูมือทั้งสองข้างอย่ำงอึดอัด ท่ำทำงเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่
กล้ำพูด
เฮ่อจือหร่านมองออกว่าถังหมิงรุ่ยผิดปกติไปจึงถำมว่า “คุณชาย
ถังมีปัญหาอะไรหรือ?”
ถังหมิงรุ่ยเห็นอีกฝ่ำยถำมมาจึงกระแอมไปสองครั้งเพื่อกลบ
เกลื่อนความอึดอัดของตัวเอง
“ไม่ปิดบังพี่สะใภ้ ช่วงนี้ข้ากำลังขัดสนเงินทองอยู่สักหน่อย คงไม่
สามารถจ่ำยเงินค่ำสินค้ำให้ท่านล่วงหน้ำได้”
จุดนี้เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้คิดกังวล นางไม่ได้ทำการค้ำกับถังหมิง
รุ่ยโดยไม่ลืมหูลืมตำอยู่แล้ว
ด้วยความสาเร็จในอนาคตของเขำ เขำไม่มีทำงหลอกลวงนาง
เพื่อผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ตรงหน้ำนี้อย่ำงแน่นอน
“เรื่องนี้คุณชายถังไม่ต้องกังวล จ่ำยเงินค่ำสินค้ำหลังขำยออกไป
แล้วก็ไม่เป็นไร”
ถังหมิงรุ่ยไม่คิดว่าคนอื่นจะไว้วางใจกับเขำขนาดนี้
ยิ่งเฮ่อจือหร่านแสดงความใจกว้ำง เขำก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจ
“ขอบคุณพี่สะใภ้โม่ที่ไว้ใจข้า”
เขำพูดพลางลุกขึ้นยืน แล้วโค้งคำนับให้เฮ่อจือหร่านอย่ำงซึ้งใจ
“พี่สะใภ้โม่ ข้าตัดสินใจจะร่วมการค้ำกับท่านอีกรูปแบบหนึ่ง”
เฮ่อจือหร่านเลิกคิ้ว “คุณชายถังคิดจะทำอย่ำงไร?”
“ข้าจะตั้งราคำตุ๊กตำพวกนี้ให้ต ่ำสุดที่คือสิบตำลึง ไม่ว่าอย่ำงไรก็
จะไม่ขำยต ่ำกว่าราคำนี้ ส่วนผลกำไรที่ได้ ข้ายินดีแบ่งกับพี่สะใภ้คน
ละครึ่ง”
เมื่อสามารถขำยได้กำไรมากขึ้น เฮ่อจือหร่านย่อมไม่มีเหตุผลที่
จะปฏิเสธ
แม้ว่านางจะไม่สามารถคอยจับตำดูได้ว่าถังหมิงรุ่ยขำยตุ๊กตำไป
มากเท่ำไหร่ แต่การที่ตุ๊กตำหนึ่งตัวมีราคำอย่ำงน้อยสิบตำลึงก็เป็น
ความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้
แค่ตุ๊กตำหนึ่งตัวสามารถทำกำไรได้ห้ำตำลึง ก็จะได้กำไรสูงกว่า
การขำยให้กับโรงปักผ้ำหลายเท่ำตัว
“ได้ ทำตำมที่คุณชายถังว่ามาเถอะ”
สาหรับถังหมิงรุ่ยแล้ว ยิ่งกำไรจากการค้ำมีมากเท่ำไหร่ก็ยิ่งดี
เหตุผลที่เขำยินดีแบ่งผลกำไรกับเฮ่อจือหร่านคนละครึ่ง เป็น
เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่ำยช่วยชีวิตเขำไว้
ท้ำยที่สุดแล้วพวกเขำก็ต่ำงถูกเนรเทศ เมื่อเทียบกับตัวเขำแล้ว
การใช้ชีวิตของอีกฝ่ำยคงยากลาบำกกว่ามาก เขำอยากให้ตัวเองได้
กำไร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่
ของผู้มีพระคุณด้วย
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตั้งใจจะคำดเดำความคิดของถังหมิงรุ่ยมากไป
กว่านี้
เดิมทีการที่นางให้โม่จิ่วเยี่ยช่วยชีวิตถังหมิงรุ่ยไว้ จุดประสงค์
หลักก็เพื่อความสะดวกในการทำการค้ำหลังจากไปถึงซีเป่ย
ดังนั้นในใจของนาง ความสัมพันธ์กับถังหมิงรุ่ยจึงเป็นเพียงมี
การติดต่อทำงการค้ำเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ หนึ่งคนต้องการตอบแทนบุญคุณ อีกคนต้องการหา
หุ้นส่วนทำงการค้ำในอนาคตให้กับครอบครัวตัวเอง
หลังจากทั้งสองคนตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เฮ่อจือหร่านก็มอบ
ตุ๊กตำทั้งหกสิบตัวที่นามาให้กับถังหมิงรุ่ยทั้งหมด
ถังหมิงรุ่ยนับจำนวนตุ๊กตำเหล่านี้ให้ครบถ้วนต่อหน้ำเฮ่อจือห
ร่าน แล้วเขียนหนังสือรับของให้นาง
ทั้งสองฝ่ำยนัดหมายกันอีกครั้งว่าจะมาพบกันที่นี่ในอีกห้ำวัน
ข้างหน้ำ
เมื่อออกมาจากร้ำนน้ำชำ ท้องฟ้ำด้านนอกที่เดิมค่อนข้างแจ่มใส
กลับมีเมฆดำก้อนใหญ่ปรากฏขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยมองสภำพอากำศแล้วเอ่ยว่า “พวกเรารีบกลับกันเถอะ
ข้าเกรงว่าฝนอาจจะตก”
พูดถึงฝน นี่คงเป็นฝนครั้งที่สองหลังจากพวกเขำถูกเนรเทศมา
“มีคำกล่าวว่า ฝนฤดูใบไม้ร่วงตกหนึ่งครั้ง อากำศหนาวขึ้นหนึ่ง
ครา หลังฝนตกครั้งนี้ ข้าคิดว่าอากำศคงจะยิ่งหนาวขึ้น”
เฮ่อจือหร่านรู้สึกกังวลเล็กน้อย หากทุกคนยังนอนอยู่ในกระโจม
ที่ไม่สามารถป้องกันความหนาวเย็นได้ เมื่อถึงตอนกลางคืนคงจะทน
ไม่ไหวแน่
โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกกังวลเช่นเดียวกัน
“ดูจากสถำนการณ์ตอนนี้ พวกเราคงไม่สามารถออกเดินทำงต่อ
ได้ในเร็ววัน อากำศยิ่งหนาวขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ำเป็นเช่นนี้ต่อไปคงรับมือไม่
ไหวแน่”
เฮ่อจือหร่านคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น “ไม่สู้กลับไปปรึกษำกับพี่
เผิงดีกว่า ว่าจะเช่ำบ้ำนสักหลังอยู่แถวนี้ไปก่อน ตอนกลางคืนจะได้
หลับนอนในบ้ำน อย่ำงน้อยก็ช่วยกันลมหนาวได้”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้ำ “ได้ ข้าจะกลับไปบอกพี่เผิงทันที”
สายฝนตกลงมาอย่ำงรวดเร็ว ทั้งสองคนเพิ่งกลับมาถึงค่ำยฝนก็
เริ่มตกแล้ว
ทุกคนต่ำงรีบมุดเข้าไปหลบอยู่ในกระโจม
มีเพียงคนตระกูลเหอที่ไม่มีกระโจมเท่านั้น พื้นที่รอบ ๆ ก็เป็นที่
โล่งแจ้งไม่มีที่ให้หลบฝน ไม่นานร่างกายของพวกเขำก็เปียกโชกไป
ทั้งตัว
ยิ่งเป็นเช่นนี้ พวกเขำก็ยิ่งเกลียดชังคนอื่น ๆ ขณะตำกฝนก็ด่ำ
ทอคนอื่นด้วยถ้อยคำหยาบคำยไป
คนตระกูลเหอรู้สึกว่าการทำเช่นนี้จะทำให้พวกเขำรู้สึกสบำยใจ
ขึ้น
ด้วยเหตุนี้ เสียงก่นด่ำของพวกเขำจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากการ
พึมพำเป็นการตะโกนด่ำทอเสียงดังแล้ว
เหมือนพวกเขำจะรู้สึกว่าการด่ำทอสกุลโม่ ตระกูลฟำง และ
ตระกูลเซี่ยนั้นยังไม่สาแก่ใจ สุดท้ำยก็พลั้งปำกด่ำไปถึงพวก
เจ้ำหน้ำที่ด้วย
แต่เดิมทุกคนก็ชินกับพฤติกรรมของคนตระกูลเหออยู่แล้ว จึงทำ
เป็นไม่สนใจพวกเขำมาก
ผู้ใดจะรู้ว่าพวกเขำกล้ำบังอาจถึงขั้นด่ำทอเจ้ำหน้ำที่…
จำงชิงอยู่ในกระโจมที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งของคนตระกูลเหอ พอ
ได้ยินเสียงตะโกนด่ำ เขำก็สวมหมวกปีกกว้ำงและถือแส้เดินเข้ามา
แล้วสั่งสอนคนตระกูลเหออย่ำงหนัก
หลังจากนั้น คนตระกูลเหอก็สงบเสงี่ยมลงอย่ำงสิ้นเชิง ทุกคน
ต่ำงหดหัวราบกับเป็นเต่ำอีกครั้ง
ฝนครั้งนี้มาเร็วไปเร็ว ตกแค่หนึ่งชั่วยามก็หยุดแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยออกมาจากกระโจม แล้วเข้าไปหาเผิงวั่ง
“พี่เผิง ข้าคิดว่าพวกเราคงไม่อาจเดินทำงต่อได้ในเร็ววันนี้”
เผิงวั่งอดบ่นไม่ได้
“คนพวกนี้คิดอะไรกันอยู่นะ หรือคิดว่าถ้ำหาองค์ชายหนานเหิง
ไม่เจอ พวกเราก็จะต้องติดอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิต?”
เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่รู้จะกล่าวอย่ำงไร
หนานเหิงถูกเขำฆ่ำตำย ศพจมอยู่ใต้บึงลึก ไม่มีทำงที่ใครจะหา
อีกฝ่ำยเจอได้
และหลังจากผ่านไปหลายวันเช่นนี้ คงจะมีข่ำวส่งไปถึงจักรพรรดิ
ซุ่นอู่แล้ว
พระองค์ไม่ได้มีรับสั่งให้เปิดเมือง นั่นก็เพียงพอจะบอกได้ว่าการ
จะออกเดินทำงไปจากที่นี่คงยังอีกนาน
หลังเห็นว่าเผิงวั่งเข้าใจเหตุผลข้อนี้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่
จำเป็นต้องอธิบำยมากไปกว่านี้
“พี่เผิง อากำศเย็นลงเรื่อย ๆ พวกเราอยู่ในกระโจมแบบนี้ต่อไป
คงไม่ใช่วิธีที่ดีนัก”
ความจริงแล้ว เผิงวั่งก็มีความคิดที่จะเช่ำบ้ำนสักหลังเพื่ออยู่
ชั่วคราวเหมือนกัน
“เดี๋ยวข้าจะส่งคนออกไปสอบถำมเพื่อหาบ้ำนที่เหมาะสักหลัง แต่
ว่าเรื่องค่ำเช่านี่สิ…”
นักโทษที่พวกเขำคุมตัวมาตลอด นอกจากสกุลโม่แล้ว อีกไม่กี่
ตระกูลที่เหลือล้วนไม่มีเงินติดตัวเลย
เผิงวั่งรู้สึกมึนงง นี่เป็นครั้งแรกที่เขำเจอกับภำรกิจเช่นนี้
ไม่เพียงไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลย ระหว่างทำงยังพบเจอแต่
เรื่องไม่ราบรื่น
ถ้ำให้เขำควักเงินตัวเองเพื่อเช่ำบ้ำนให้นักโทษเหล่านี้ เขำคง
จะต้องอาเจียนเป็นเลือดออกมาแน่ ๆ
ไม่เช่นนั้น เขำคงเช่ำบ้ำนสักหลังเพื่ออยู่พักผ่อนสักสองสามวัน
ไปนานแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยย่อมเข้าใจความหมายของเผิงวั่งดี
พวกเจ้ำหน้ำที่คุมตัวนักโทษเหล่านี้ ได้รับเงินเท่ำกับเจ้ำหน้ำที่
คนอื่นที่ทำงำนในเมืองหลวง
เหตุผลที่พวกเขำยอมทนลาบำกเดินทำงไกล ก็เพราะหวังจะหา
ผลประโยชน์จากเหล่านักโทษ
ทว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการเดินทำงครั้งนี้ พวกเขำไม่เพียงไม่ได้
ผลประโยชน์ แต่ยังสูญเสียคนไปถึงสองคน
“พี่เผิง เรื่องค่ำเช่ำไม่ใช่ปัญหา ส่วนของเงินสาหรับเจ้ำหน้ำที่ทุก
คน พวกเราก็ยินดีช่วยจ่ำยให้ ตระกูลฟำงกับตระกูลเซี่ยช่วงสองสาม
มาวันนี้ ภรรยาของข้าก็ให้พวกนางทำตุ๊กตำขำยจนได้เงินมาบ้ำง
คิดว่าคงจ่ำยค่ำเช่ำได้อย่ำงไม่มีปัญหา”
ตลอดเส้นทำงที่ผ่านมา เผิงวั่งไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยจนชิน
ชำไปแล้ว ที่เขำพูดเมื่อครู่ก็ไม่ได้หวังจะเอาเปรียบสกุลโม่แต่อย่ำงใด
เขำแค่ไม่อยากจ่ำยเงินค่ำเช่ำบ้ำนให้กับนักโทษเท่านั้นเอง