ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 159 จำนวนขุนพลมีเพียงน้อยนิด
โม่จิ่วเยี่ยกำจดหมายฉบับหนึ่งไว้ในมือ
“นี่เป็นจดหมายที่เฟ่ยหนานอวี่เขียนมา ไว้พวกเราหาที่ปลอดภัย
แล้วอ่านมันทีหลังเถอะ”
ผู้ถูกเนรเทศไม่ได้รับอนุญำตให้เขียนจดหมายติดต่อกับใคร แม้
ว่าเผิงวั่งจะดูแลพวกเขำเป็นอย่ำงดี แต่โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่อยากทำอะไรที่
มากเกินไป
เฮ่อจือหร่านใจร้อนอยากรู้เนื้อหาข้างในจดหมาย พอดีกับตอน
นั้นที่พี่สะใภ้ห้ำมาช่วยงำน นางจึงฝำกงำนที่นี่ไว้กับพี่สะใภ้ชั่วคราว
แล้วลากโม่จิ่วเยี่ยกลับไปกระโจมด้วยกัน
เนื้อหาในจดหมายของเฟ่ยหนานอวี่มีไม่มากนัก
อันดับแรกเขำกล่าวขอบคุณพวกเขำทั้งสองที่ช่วยปกป้องเฟ่ย
มามาซึ่งเป็นพยานเอาไว้
และรับรองว่าเขำจะจัดหาที่ซ่อนให้เฟ่ยมามาอย่ำงเหมาะสม หาก
วันหนึ่งตัวตนของเขำถูกเปิดเผย สิ่งแรกที่เขำจะทำคือล้ำงมลทิน
ให้กับสกุลโม่
ทั้งสองคนไม่ได้อ่านจดหมายเพียงผิวเผินเท่านั้น
เฟ่ยหนานอวี่กล่าวในจดหมายอีกว่า ‘ขอบคุณทั้งสองคนที่ช่วย
ปกป้องเฟ่ยมามา’ นั่นแสดงว่าเฟ่ยหนานอวี่รู้สึกขอบคุณเรื่องนี้จริง ๆ
สุดท้ำยเขำยังพูดถึงการช่วยล้ำงมลทินให้กับสกุลโม่ แสดงให้
เห็นว่าเขำรู้ดีว่าการเนรเทศคนทั้งสกุลโม่นั้นเป็นการใส่ร้ำย ใน
ขณะเดียวกันก็บอกถึงความตั้งใจที่จะดึงสกุลโม่เข้าเป็นพวก
โม่จิ่วเยี่ยในตอนนี้สูญเสียความเชื่อมั่นที่มีต่อราชสานักไป
หมดแล้ว ขอเพียงสกุลโม่สามารถลบล้ำงมลทินได้ เขำก็พอใจ
ส่วนเรื่องอื่นเขำไม่เคยคิดถึงมันเลย
ทั้งสองคนต่ำงเข้าใจในประวัติศำสตร์ช่วงนี้ การเลือกช่วยเหลือ
เฟ่ยหนานอวี่ก็มีจุดประสงค์อยู่บ้ำง
การเปลี่ยนแปลงในตอนนี้และวิธีการลบล้ำงมลทินของสกุลโม่
อาจแตกต่ำงจากสิ่งที่บันทึกไว้ในประวัติศำสตร์
ไม่ว่าจะเป็นอย่ำงไร ทุกอย่ำงกำลังแปรเปลี่ยนไปในทำงที่ดี ซึ่ง
เป็นสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่ำงก็ยินดีจะให้เกิดขึ้น
เฮ่อจือหร่านเก็บจดหมายเข้าไปในพื้นที่มิติ ทั้งคู่ทำเหมือนไม่มี
อะไรเกิดขึ้น แล้วเตรียมอาหารกลางวันให้ทุกคนต่อไป…
ประตูเมืองและท่ำเรือยังคงถูกปิดติดต่อกันสามวัน จำนวนทหาร
ในเมืองเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อค้นหาร่องรอยของหนานเหิง
ข่ำวการหายตัวไปของหนานเหิงถูกส่งไปยังเมืองหลวงอย่ำง
รวดเร็ว
เดิมทีหนานเหิงออกจากเมืองหลวงโดยอ้ำงว่าจะสืบหาความจริง
เกี่ยวกับกลุ่มเหยียนปำง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในใจของจักรพรรดิซุ่นอู่ การหายตัวไปของ
หนานเหิงต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มเหยียนปำงอย่ำงแน่นอน
กลุ่มเหยียนปำงกระทำตัวอุกอาจ ถึงขนาดกล้ำลงมือกับองค์ชาย
คนหนึ่ง นี่เป็นสิ่งที่จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่อาจยอมรับได้เด็ดขำด
ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงตัดสินใจส่งขุนพลหนึ่งหมื่นนายมุ่งหน้ำไป
ยังบริเวณทะเลสาบเกลือ ด้านหนึ่งก็เพื่อตำมหาร่องรอยของหนาน
เหิง แต่จุดประสงค์ที่สาคัญคือการทำลายรังของกลุ่มเหยียนปำงให้
ราบคำบ
ผลปรากฏว่า เมื่อนาเรื่องนี้ไปหารือในท้องพระโรง กลับไม่มีใคร
อาสานาทัพออกไป
ทั่วทั้งท้องพระโรงมีขุนพลเหลืออยู่น้อยนิดเท่านั้น
แต่เดิมมีคนของสกุลโม่คอยรักษำอยู่ชายแดน ทำให้ขุนพล
บำงส่วนมีโอกำสอยู่รับราชการในเมืองหลวง
ยามนี้สกุลโม่ถูกเนรเทศออกไปทั้งตระกูล พร้อมกันนั้นยังมี
ขุนพลในชายแดนหลายคนลาออกไปด้วย
ฝ่ำยศัตรูเห็นสถำนการณ์เช่นนี้ก็เริ่มได้ใจ นาทัพมาก่อกวน
ชายแดนเป็นครั้งคราว
จักรพรรดิซุ่นอู่จึงต้องคัดเลือกขุนพลบำงคนในเมืองหลวงส่งไป
ประจาการที่ชายแดน
จำนวนขุนพลในเมืองหลวงจึงลดน้อยลงเรื่อย ๆ เหลือเพียงไม่กี่
คนที่ยังปรากฏตัวอยู่ในราชสานักยามเช้ำ ซึ่งล้วนเป็นขุนพลอาวุโส
และขุนพลใหม่ที่ไร้ประสบการณ์
จักรพรรดิซุ่นอู่ทรงกริ้วมาก นึกถึงภำพในอดีตเมื่อครั้งที่บิดำและ
บุรุษสกุลโม่ยังอยู่พร้อมหน้ำโดยไม่รู้ตัว
เช่นเดียวกับการปราบปรามกลุ่มเหยียนปำง ยามก่อนเพียงแค่
พระองค์เอ่ยปำก โม่อวิ๋นเฟิงก็อาสานาทัพออกไปทันที่ แต่ตอนนี้ไม่มี
คนสกุลโม่แล้ว พระองค์จึงตกอยู่ในสถำนการณ์ที่ไม่มีใครให้ใช้งำน
ได้
อย่ำงไรก็ตำม จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ได้รู้สึกว่าการลงโทษสกุลโม่นั้น
เป็นสิ่งที่ผิด
เมื่อเทียบกับความทะเยอทะยานของสกุลโม่ที่ทำให้พระองค์ต้อง
รู้สึกระแวงใจ พระองค์ยังรู้สึกสบำยใจกับสถำนการณ์ในปัจจุบัน
มากกว่า
สุดท้ำยจึงมีขุนพลอาวุโสแซ่จินอาสาไปยังทะเลสาบเกลือ ถึง
ค่อยบรรเทำความโกรธเคืองของจักรพรรดิซุ่นอู่ลงได้
ต่ำงจากจักรพรรดิซุ่นอู่ที่กำลังกริ้ว ณ ชำนเมืองต้นน้ำของ
ทะเลสาบเกลือ แว่วเสียงสดใสร่ำเริงดังมาไม่ขำดสาย
สตรีทั้งหลายทำตุ๊กตำหมีแพนด้ำ หมีน้อย และตุ๊กตำเป็ดชุดแรก
สาเร็จแล้ว
มีสตรีคนไหนบ้ำงที่ยังต้ำนทำนความน่ำรักของตุ๊กตำเหล่านี้ได้
อีก ทุกคนมองตุ๊กตำที่ตนเองทำขึ้นกับมือ แล้วหัวเราะอย่ำงสุขใจเป็น
ครั้งแรก
ทั้งรูปแบบและฝีมือการทำตุ๊กตำล้วนทำให้เฮ่อจือหร่านพอใจ
มาก
นางกับโม่จิ่วเยี่ยไปพบกับถังหมิงรุ่ยที่ร้ำนน้ำชำตำมที่นัดหมาย
ไว้
เมื่อถังหมิงรุ่ยเห็นตุ๊กตำทั้งสามแบบ ดวงตาของเขำก็เปล่ง
ประกำยขึ้นมาทันที่ โดยเฉพำะตุ๊กตำแพนด้ำยักษ์ที่ดูน่ำรักมาก ถึง
ขนาดที่บุรุษตัวโตเช่นเขำยังอดใจไม่ไหว
“พี่สะใภ้โม่ นี่คือตัวกินเหล็กใช่หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านก็ชอบตุ๊กตำแพนด้ำเช่นกัน ท่ำทำงซุ่มซ่ำมของมัน
น่ำเอ็นดูจนทำให้จิตใจของคนที่พบเห็นอ่อนยวบลงได้ทันที่
“ข้าเคยเห็นรูปตัวกินเหล็กในหนังสือ รู้สึกว่ามันน่ำรักมากจึงลอง
ทำขึ้นมา อีกอย่ำง ข้าคิดว่าชื่อตัวกินเหล็กอาจไม่ถูกใจพวก
เด็กผู้หญิงสักเท่ำไหร่ จึงตั้งชื่อใหม่ให้มันว่าหมีแพนด้ำ”
“หมีแพนด้ำ ชื่อนี้ช่ำงเหมาะเจำะและไพเราะจริง ๆ” ถังหมิงรุ่ยชม
ไม่หยุดปำก
จากนั้นถังหมิงรุ่ยก็มองตุ๊กตำหมีน้อยและเป็ดน้อยสีเหลือง เขำ
เองก็รู้สึกพอใจมากกับตุ๊กตำเหล่านี้เช่นกัน
โดยเฉพำะตุ๊กตำหมีน้อย เฮ่อจือหร่านนามันมาทั้งหมดยี่สิบตัว
แต่ละตัวสวมเสื้อผ้ำที่แตกต่ำงกัน ทำให้ตุ๊กตำหมีที่มีรูปร่ำงเหมือนกัน
ดูมีเอกลักษณ์อันแตกต่ำง
ส่วนตุ๊กตำเป็ดน้อยสีเหลืองก็ดูนุ่มนิ่มน่ำรัก ชวนให้เอ็นดูเช่นกัน
หลังจากถังหมิงรุ่ยพิจำรณำตุ๊กตำแต่ละชิ้นอย่ำงละเอียดแล้ว
เขำจึงถำมอย่ำงจริงจังว่า
“พี่สะใภ้โม่ ตุ๊กตำเหล่านี้ใช้ได้ทั้งหมด พวกเรามาคุยรายละเอียด
การค้ำกันดีหรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าถังหมิงรุ่ยชำนาญในการทำการค้ำ นางจึง
มอบสิทธิ์ในการตัดสินใจให้กับอีกฝ่ำยและฟังความคิดเห็นของเขำ
ก่อน
“เรื่องทำการค้ำ คุณชายถังเก่งกว่าข้ามาก ไม่สู้ท่านลองบอก
ข้อเสนอของท่านมาก่อนดีกว่า”
ถังหมิงรุ่ยไม่ได้ปฏิเสธ
“พี่สะใภ้โม่ ร้ำนปักผ้ำขำยตุ๊กตำเหล่านี้ในราคำสามตำลึง ข้าคิด
ว่าราคำนี้ก็เหมาะสมดี แต่ข้าไม่ต้องการจะขำยในราคำนี้ เพราะวัสดุ
ที่พี่สะใภ้ใช้ทำตุ๊กตำมาจากชำวต่ำงชำติ คงมีจำนวนจากัด
หมายความว่าจำนวนตุ๊กตำที่ท่านสามารถทำให้ข้าได้ก็มีจากัด
เช่นกัน
เมื่อวัสดุในมือหมดลงก็หมายความว่าตุ๊กตำเหล่านี้จะไม่มีอีก
ต่อไป ดังนั้นข้าจึงคิดว่าควรขำยในราคำที่สูงขึ้นอีก”
เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกว่าสิ่งที่ถังหมิงรุ่ยพูดมานั้นดูมีเหตุผล
แม้ว่าผ้ำที่ใช้ทำตุ๊กตำ นางสามารถซื้อหาได้ไม่จากัดจากเถำเป่ำ
แต่สาหรับคนนอกแล้วสิ่งนี้ไม่มีทำงหาคำอธิบำยได้เลย
นางเข้าใจดีว่ากิจการขำยตุ๊กตำแบบนี้ไม่สามารถทำได้ในระยะ
ยาว
“ตำมความคิดของคุณชายถัง ควรขำยตุ๊กตำราคำเท่ำไหร่จึงจะ
เหมาะสม?”
ถังหมิงรุ่ยยื่นมือทั้งสองข้างออกมา “ข้าคิดว่าจะขำยตุ๊กตำตัวละ
สิบตำลึง”
สิบตำลึง?
เฮ่อจือหร่านรู้สึกตกใจในตัวถังหมิงรุ่ยจริง ๆ สิบตำลึงนี้ถ้ำแปลง
ค่ำเป็นสกุลเงินในยุคปัจุบันคือหนึ่งหมื่นหยวน
ตุ๊กตำตัวเล็ก ๆ แค่นี้ มีค่ำมากถึงขนาดนี้เชียว…
ถังหมิงรุ่ยเห็นเฮ่อจือหร่านไม่พูดอะไร คิดว่านางตกใจกับราคำที่
ตนเองบอก จึงรีบอธิบำย
“พี่สะใภ้โม่ ตุ๊กตำพวกนี้มีจำนวนจากัด พวกเราก็ค้ำขำยกับคน
ที่ร ่ำรวยเท่านั้น การทำแบบนี้อาจจะทำให้ขำยได้ไม่เร็ว แต่ผลกำไร
จะต้องดีมากแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างที่พวกเราออกจากที่นี่ไปซี
เป่ย ยังต้องผ่านเมืองอีกหลายแห่ง ข้าเชื่อว่าตุ๊กตำที่ดีและมี
เอกลักษณ์เช่นนี้จะต้องขำยได้เกินคำดแน่นอน”
แม้เฮ่อจือหร่านจะไม่เชี่ยวชำญในการทำการค้ำ แต่นางก็
สามารถเข้าใจเหตุผลที่ถังหมิงรุ่ยวิเคราะห์มาได้อย่ำงถ่องแท้
ในขณะเดียวกัน นางก็เห็นด้วยกับความคิดอย่ำงหลังมาก