ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 164 ดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 164 ดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
เผิงวั่งเข้าใจนิสัยใจคอของโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านดี แม้ว่าปกติ
ทั้งสองจะยิ้มแย้มแจ่มใสกับทุกคน แต่นั่นก็เพราะไม่มีใครมาท าให้
พวกเขาโมโห
โดยเฉพาะเฮ่อจือหร่าน ภาพนางตะโกนใส่โจวเหล่าปายังคง
ชัดเจนอยู่ในความทรงจ า…
เผิงวั่งท าหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่คุมตัวนักโทษมาหลายปี แต่นี่เป็น
ครั้งแรกที่เขาสนิทสนมกับนักโทษระหว่างเดินทางแบบนี้
ตอนนี้เขาถือว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นสหายสนิท และความจริงแล้วก็ไม่
อยากให้พวกเขาถูกคนอื่นรังแกหรือวางแผนร้ายเล่นงาน
ดังนั้นเผิงวั่งจึงคิดว่าก่อนจะไปหารองนายอ าเภอชุยเพื่อจัดการ
เรื่องส่งตัวนักโทษ เขาจ าเป็นต้องเตือนพวกเขาเสียก่อน
คิดได้ดังนั้น เผิงวั่งจึงสั่งให้ขบวนรออยู่หน้าที่ว่าการอ าเภอ แล้ว
เขาก็เดินมาหาคนสกุลโม่เพียงล าพัง
โม่จิ่วเยี่ยเห็นเผิงวั่งเดินมาก็รู้ว่าเขาคงมีเรื่องอะไรจะพูด จึงถาม
ขึ้นก่อน
“พี่เผิงท่านมีเรื่องอะไรหรือ?”
เผิงวั่งเข้าไปใกล้กลุ่มคนสกุลโม่ แล้วพูดเสียงเบา
“น้องชาย เมื่อครู่นี้เจ้าหน้าที่หน้าที่ว่าการอ าเภอบอกข้าว่า
นายอ าเภอคนเก่าของเมืองอวิ่นย้ายไปรับต าแหน่งที่อื่นแล้ว
นายอ าเภอคนใหม่ยังไม่มาถึง ตอนนี้การจัดการเรื่องของพวกเจ้าจะ
อยู่ในความรับผิดชอบของรองนายอ าเภอชุยแต่เพียงผู้เดียว”
ตอนที่เจ้าหน้าที่แจ้งเรื่องนี้กับเผิงวั่ง โม่จิ่วเยี่ยก็ได้ยินมาบ้าง
“รองนายอ าเภอจัดการเรื่องส่งมอบนักโทษมีอะไรแตกต่างกัน
หรือ?”
เผิงวั่งมองเจ้าหน้าที่สองคนตรงหน้าประตูที่ว่าการอ าเภอ ก่อนจะ
พูดเสียงเบาว่า
“น้องโม่อาจไม่รู้ รองนายอ าเภอชุยเป็นคนโลภมากทั้งยังชอบ
หญิงสาว ที่ผ่านมาเวลาข้าพานักโทษมาท าเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
อะไรที่รองนายอ าเภอชุยรับผิดชอบ ล้วนต้องให้ผลประโยชน์กับเขา
ทั้งนั้น
ยังมีบางครอบครัวที่ไม่สนใจลูกสาว เพื่อจะได้รับการจัดสรรที่อยู่
ที่ดีให้ ถึงกับยอมมอบลูกสาวผู้บริสุทธิ์ให้กับเขา…”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนสกุลโม่ต่างมีสีหน้าบึ้งตึง
โม่ชูหานเดินผ่านโม่จิ่วเยี่ยเข้ามาใกล้เผิงวั่ง
“ถ้าสกุลโม่ของข้ายืนกรานจะไม่ให้เขาได้รับผลประโยชน์อะไร
เลยเล่า?”
เผิงวั่งถอนหายใจ
หมู่บ้านในเมืองอวิ่นทั้งหมดรองรับคนที่ถูกเนรเทศมา หมู่บ้าน
เหล่านี้ยังมีแบ่งชนชั้นต่าง ๆ
นายอ าเภอที่ได้รับผลประโยชน์อันน่าพอใจ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
จะจัดสรรนักโทษให้ไปอยู่ในหมู่บ้านที่มีสภาพแวดล้อมและความ
เป็นอยู่ที่ดีกว่า
ส าหรับครอบครัวที่ไม่สามารถให้ผลประโยชน์เขาได้ แต่หากเต็ม
ใจจะลดตัวลงมาพูดจาประจบ หากท าให้นายอ าเภออารมณ์ดีได้ ก็
อาจจะถูกจัดสรรคนให้ไปยังหมู่บ้านระดับกลาง
ในทางกลับกัน ส าหรับคนที่ไม่ต้องการให้ผลประโยชน์ และไม่
เต็มใจจะลดตัวมาเอาใจอีกฝ่าย ก็ย่อมถูกจัดให้ไปยังหมู่บ้านอัน
ห่างไกลที่ไม่มีใครต้องการจะไป
หลังหยุดไปครู่หนึ่ง เผิงวั่งก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงพูดต่อว่า
“ยังมีอีก ข้าได้ยินมาว่าที่นี่มีหมู่บ้านไม่กี่แห่งที่พิเศษมาก
สภาพแวดล้อมก็ดีมาก แต่กลับไม่มีใครอยากไปอยู่ที่นั่น สาเหตุก็
เพราะชาวบ้านที่นั่นเข้ากับคนอื่นได้ยาก ใครก็ตามที่ไปอยู่ ไม่นานก็
จะถูกกีดกันจนไม่มีที่อยู่”
คนสกุลโม่ยิ่งฟังก็ยิ่งโกรธ
โม่ชูหานก าหมัดแน่น กล่าวอย่างโมโหว่า “ที่นี่ช่างไร้กฎหมาย
จริง ๆ นายอ าเภอเล็ก ๆ คนหนึ่งกลับทะนงตัวได้ถึงเพียงนี้”
สะใภ้แปดเห็นสามีของตนท่าทีโกรธจัด จึงรีบเข้าไปปลอบ “ท่าน
พี่ เรื่องนี้ควรปรึกษากับน้องเก้าและคนอื่นให้ดีก่อน ท่านอย่าท าอะไร
หุนหันพลันแล่น”
โม่ชูหานพยายามสะกดความโกรธในใจไว้ แล้วหันไปมองคนใน
ครอบครัว
“ท่านแม่ น้องเก้า น้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้ทุกคน พวกท่านมี
ความเห็นอย่างไร?”
พี่สะใภ้รองแสดงความเห็นเป็นคนแรก “ขุนนางสุนัขเช่นนี้ปล่อย
ไว้ไม่ได้เด็ดขาด”
พี่สะใภ้ห้ากล่าวเห็นด้วย “พี่สะใภ้รองพูดถูก พวกเราห้ามเอาใจ
เขา”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองไปทางโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
“จิ่วเยี่ย พวกเจ้าสามีภรรยาคิดเห็นอย่างไร?”
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านสบตากันแล้วตอบ “ท่านแม่ พวกเราดู
สถานการณ์ไปก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเถอะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “อืม ดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อย
ตัดสินใจ”
เผิงวั่งไม่เข้าใจว่าการดูสถานการณ์ไปก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
ของสกุลโม่นั้นเป็นอย่างไรกันแน่ แต่อย่างไรเขาก็ได้พูดเตือนทุก
อย่างที่ควรเตือนไปแล้ว ส่วนคนสกุลโม่จะเลือกท าอย่างไรก็ต้องคอย
ดูพวกเขาไปเอง
ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยไม่มีข้อสงสัยอะไร พวกเขาเพียงท า
ตามสกุลโม่ทุกย่างก้าว ต่อให้สกุลโม่จะไปอยู่ในสถานที่ที่แย่ที่สุด
พวกเขาก็เลือกที่จะติดตามไปด้วยอย่างแน่นอน
เผิงวั่งกลับมาที่หน้าประตูที่ว่าการอ าเภออีกครั้ง พูดคุยกับ
เจ้าหน้าที่สองสามประโยค จากนั้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็เข้าไปรายงาน
ในที่ว่าการอ าเภอ
ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่กลับมาพร้อมกับน าทุกคนเข้าไปในที่ว่า
การอ าเภอ
เผิงวั่งเดินเข้าไปในอีกห้องหนึ่งอย่างคุ้นเคยแล้วรีบกลับออกมา
เขาเรียกให้นักโทษเนรเทศทั้งหมดเข้าไปพร้อมกับเขา
ทุกคนเดินตามหลังเผิงวั่งเข้าไปติด ๆ
ภายในห้องนั้นกว้างมาก น่าจะเป็นสถานที่ที่จัดไว้ส าหรับจัดสรร
สถานที่ให้คนที่ถูกเนรเทศโดยเฉพาะ
ทุกคนยืนอยู่ตรงกลาง ไม่ได้รู้สึกว่าแออัดคับแคบเลยแม้แต่น้อย
พอมองไปที่โต๊ะด้านบน ก็มีชายร่างผอมบางอายุราวสามสิบกว่า
ปีก าลังนั่งอยู่
เขาคงเป็นรองนายอ าเภอชุยแน่นอน
รองนายอ าเภอชุยเงยหน้าขึ้นอย่างเกียจคร้าน กวาดตามองผู้คน
ที่อยู่ตรงนั้น แล้วพยักหน้าให้เผิงวั่งอย่างหยิ่งยโส
เผิงวั่งเป็นขุนนางขั้นแปด มีต าแหน่งสูงกว่ารองนายอ าเภอชุยที่มี
ต าแหน่งขุนนางขั้นเก้าอยู่บ้าง จึงไม่จ าเป็นต้องก้มหัวให้อีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม รองนายอ าเภอชุยอยู่ในอาณาเขตของตัวเอง จึง
เคยชินกับการไม่สนใจใครและไม่ได้เห็นเผิงวั่งอยู่ในสายตาด้วย
เผิงวั่งก็ไม่รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้ เพราะทุกคนเข้าใจหลักการ
ที่ว่ามังกรแกร่งก็ไม่อาจกดข่มงูเจ้าถิ่นได้ สิ่งส าคัญที่สุดคือการท า
ภารกิจให้เสร็จและกลับไปรายงานที่เมืองหลวงโดยเร็ว เขาจึงไม่
อยากลดตัวลงมาสู้กับคนตัวเล็กอย่างรองนายอ าเภอชุยสักนิด
แม้ว่ารองนายอ าเภอชุยจะไม่สนใจเผิงวั่ง แต่เผิงวั่งก็ไม่ยอมลด
ท่าทีลงเหมือนกัน
เขาโบกมือให้โจวเหล่าปา โจวเหล่าปาจึงน าหนังสือราชการมา
วางบนโต๊ะ
เผิงวั่งนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ โดยไม่พูดอะไร
รองนายอ าเภอชุยหยิบหนังสือขึ้นมาดูผ่าน ๆ แล้วหรี่ตามอง
นักโทษที่ถูกเนรเทศมาซึ่งยืนอยู่ด้านล่าง
“แม่ทัพโม่ รองเสนาบดีกลาโหมฟาง…ฮึ ล้วนเป็นบุคคลที่มี
ชื่อเสียงทั้งนั้น!”
พูดจบ สีหน้าของรองนายอ าเภอชุยก็เปลี่ยนไปทันที่
เขาตบโต๊ะอย่างแรง “ข้าไม่สนใจว่าพวกเจ้าเคยเป็นคนตระกูลสูง
ศักดิ์มาก่อนหรือไม่ แต่ตอนนี้เมื่อมาอยู่ในเขตของข้าแล้ว ก็ต้อง
ปฏิบัติตามกฎระเบียบของที่นี่”
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็ก้าวออกมาข้างหน้า พูดถึงเงื่อนไข
ในการจัดสรรที่กินอย่างไม่เกรงใจ
เขาเริ่มต้นด้วยการอ่านชื่อหมู่บ้านสองสามแห่ง จากนั้นก็พูดว่า
“หมู่บ้านเหล่านี้ถือเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในเมืองอวิ่น แน่นอนว่าการจะ
ได้ไปอยู่ในที่แบบนั้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการวางตัวของพวกเจ้าเอง”
ทันทีที่เจ้าหน้าที่พูดจบ สะใภ้ใหญ่ของเหอจื่อหยวนแซ่หลิวก็ก้าว
ออกมากล่าวประจบเอาใจ “ท่านเจ้าหน้าที่เจ้าคะ ไม่ทราบว่าพวกเรา
ต้องวางตัวอย่างไรถึงจะได้ถูกจัดให้ไปอยู่ในหมู่บ้านที่ท่านกล่าวถึง
เมื่อครู่?”
เจ้าหน้าที่มองส ารวจสะใภ้หลิวสองสามหน หลังเห็นนางสวม
เสื้อผ้าขาดวิ่น ร่างกายผอมแห้งจนแทบไม่มีเนื้อหนัง ใบหน้านางก็ไม่
น่ามองอีก จึงรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที่
“พวกเจ้าเคยเป็นครอบครัวขุนนางมาก่อน ยังต้องให้ข้าสอนอีก
หรือว่าต้องวางตัวอย่างไร?”
แน่นอนว่าสะใภ้หลิวเข้าใจดี นางถามไปเช่นนั้นก็เพื่อต้องการ
ล่วงรู้สถานการณ์เสียก่อน
แต่เมื่อนางเข้าไปถามด้วยค าพูดอันไพเราะกลับถูกเยาะเย้ยมา
เช่นนี้
แม้จะเป็นเช่นนั้น สะใภ้หลิวก็ไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะ
ประจบประแจงคน
ที่ผ่านมาพวกนางตระกูลเหอต้องทนทุกข์ทรมานมามากพอแล้ว
ในที่สุดก็มาถึงซีเป่ย พวกนางไม่อาจใช้ชีวิตได้อย่างล าบากยากแค้น
เช่นนั้นต่อไปอีก อย่างน้อยก็ต้องแก้ไขเรื่องสภาพความเป็นอยู่ให้ดี
ขึ้นบ้าง
“ท่านเจ้าหน้าที่ ท่านอย่าโกรธไปเลยนะเจ้าคะ พวกเราพูดกันดี
ๆ คุยกันดี ๆ เถอะ…”