ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 163 เดินทางถึงซีเป่ยได้ส าเร็จ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 163 เดินทางถึงซีเป่ยได้ส าเร็จ
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงไป ในใจเขาก็รู้สึก
สูญเสีย
สกุลโม่เป็นขุนนางผู้จงรักภักดีมาหลายชั่วอายุคน และยังมี
สหายอยู่หลายคน
แต่หลังสกุลโม่ประสบเคราะห์กรรม กลับไม่มีผู้ใดออกมาส่งพวก
เขาเลยสักคน
ที่แท้ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของจักรพรรดิซุ่นอู่
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยเห็นความจริงของโลกอย่างชัดเจนแล้ว เขาไม่
อยากจมอยู่กับเรื่องราวในอดีตอีกต่อไป
สิ่งที่เขาปรารถนาที่สุดในตอนนี้คือสามารถออกจากที่นี่ให้เร็ว ๆ
หลังจากไปถึงซีเป่ยและตั้งรกรากเรียบร้อยแล้ว ก็จะหาทางออกไป
ตามหาพี่ใหญ่กับพี่รอง พร้อมทั้งช่วยพวกพี่สะใภ้ตามหาต้านผี
ส าหรับปรุงยาแก้พิษด้วย
“ท่านขุนพล ตอนนี้ประตูเมืองและท่าเรือถูกปิดกั้นทั้งหมดแล้ว
พวกเราติดอยู่ที่นี่มากว่าครึ่งเดือน ถ้าล่าช้าต่อไปอีก เกรงว่าต่อให้ถึง
ช่วงปีใหม่ก็ยังไปไม่ถึงซีเป่ย”
“จริงอย่างเจ้าว่า อากาศเริ่มเย็นลงทุกวัน หากพวกเจ้าเดินทาง
ยามนั้นคงไม่สะดวกนัก”
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ขุนพลอาวุโสจึงพูดว่า
“หลานชาย เจ้ากลับไปเตรียมตัวตอนนี้เลย พรุ่งนี้เช้าข้าจะจัดหา
เรือส่งพวกเจ้าออกจากที่นี่ด้วยตัวเอง”
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านได้ยินดังนั้นก็ดีใจมาก
ทั้งสองคนโค้งค านับให้ขุนพลอาวุโสพร้อมกัน “ขอบคุณท่าน
ขุนพลที่ช่วยเหลือ”
ขุนพลอาวุโสจินตบไหล่โม่จิ่วเยี่ย “แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เจ้า
กับภรรยาไม่ต้องคิดมาก พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปรอพวกเจ้าที่ท่าเรือ”
หลังจากกล่าวขอบคุณอีกครั้ง โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็รีบ
กลับไปยังบ้านที่เช่าเพื่อบอกข่าวดีกับทุกคน
เมื่อได้ยินว่าพรุ่งนี้จะสามารถเดินทางต่อได้ คนที่ดีใจที่สุดคงไม่
พ้นพวกเจ้าหน้าที่
หากการเดินทางราบรื่น พวกเขาก็จะสามารถเดินทางกลับไปถึง
เมืองหลวงได้ทันฉลองปีใหม่กับครอบครัว
เพื่อให้ถังหมิงรุ่ย เหลียงห่าว รวมถึงคนอื่น ๆ สามารถออกจาก
ที่นี่ไปพร้อมกับพวกเขาได้ โม่จิ่วเยี่ยจึงต้องเลือกจะปรึกษากับเผิงวั่ง
ความจริงแล้วเผิงวั่งก็สังเกตร่องรอยของเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ
พบมานานแล้ว เพียงแต่เขาไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นจึงไม่ได้พูด
อะไรออกมา
ส่วนถังหมิงรุ่ยที่มารับตุ๊กตาที่บ้านหลังนี้บ่อย ๆ เขาก็เคยเห็นอยู่
สองสามครั้งเหมือนกัน
การที่สามารถออกไปจากที่นี่ได้อย่างราบรื่นนั้น ล้วนเป็นความดี
ความชอบของโม่จิ่วเยี่ย ดังนั้นเขาย่อมไม่อาจปฏิเสธ
เพียงแต่เขาขอร้องให้คนเหล่านั้นแยกตัวออกจากขบวนนักโทษ
ทันทีเมื่อถึงเมืองท่า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
เผิงวั่งจัดแจงเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงแจ้งให้ทุกคนทราบทันที่
ว่าพรุ่งนี้เช้าให้ไปที่ท่าเรือพร้อมกัน
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ รุ่งเช้าวันถัดมา ทุกคนก็พากันเดินทาง
ไปยังท่าเรือพร้อมกับสัมภาระ
ขุนพลอาวุโสจินรักษาสัญญาจริง ๆ น ากองก าลังมารออยู่ที่นั่น
แต่เช้า
แม้ว่าท่าเรือจะยังมีคนเฝ้าอยู่ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางการเดินทางของ
พวกโม่จิ่วเยี่ยแต่อย่างใด
ไม่เพียงเท่านั้น ขุนพลอาวุโสจินยังจัดหาเรือโดยสารไว้ให้พวก
เขาโดยเฉพาะ ลูกเรือก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว รอเพียงผู้โดยสารก้าวขึ้น
เรือเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยและเผิงวั่งเดินน าหน้าขบวน ขุนพลอาวุโสจินเห็นเขา
ในทันที่
ขุนพลอาวุโสก้าวเข้ามาหา “หลานชาย เรือพร้อมแล้ว เรื่องเงิน
ข้าก็จ่ายไปแล้ว พวกเจ้าออกเดินทางจากที่นี่ไปอย่างสบายใจเถอะ”
พูดจบ ขุนพลอาวุโสก็หยิบตั๋วเงินหลายใบจากอกเสื้อยัดใส่มือ
โม่จิ่วเยี่ย
“หลังจากพวกเจ้าไปถึงซีเป่ยแล้ว ยังต้องตั้งรกรากที่นั่นอีก เงิน
จ านวนนี้น่าจะเพียงพอให้ครอบครัวของเจ้าตั้งต้นท ามาหากินได้
บ้าง”
แค่เรื่องที่ขุนพลอาวุโสจินสามารถท าให้พวกเขาออกไปจากที่นี่
ได้ โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกซาบซึ้งใจมากแล้ว เขายังจะรับเงินของคนอื่นด้วย
ได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เขาและเฮ่อจือหร่านไม่ขาดแคลนที่สุดในยาม
นี้ก็คือเงินทอง
โม่จิ่วเยี่ยไม่ลังเล เขาส่งคืนตั๋วเงินกลับไป
“ท่านขุนพล ข้าซาบซึ้งในน ้าใจของท่านมาก แต่เงินนี้ข้ารับไว้
ไม่ได้”
ขุนพลอาวุโสจินยังยืนกราน
“ข้ารู้ถึงสถานการณ์ของพวกเจ้าตอนที่ออกจากเมืองหลวงดี แม้
เงินจ านวนนี้จะไม่มากนัก แต่ก็เป็นน ้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของข้า เจ้า
ต้องรับเอาไว้”
ทั้งสองส่งคืนตั๋วเงินพวกนั้นให้กันไปมาอยู่ตรงท่าเรืออยู่นาน
ในที่สุด ขุนพลอาวุโสจินก็สู้แรงโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ จ าต้องรับตั๋วเงิน
กลับไปอย่างจนใจ
จากนั้นเขาก็โบกมือให้กับทหารที่อยู่ด้านหลัง
ทหารสองนายเดินเข้ามา แต่ละคนถือห่อผ้าห่อใหญ่คนละห่อ
“หลานชาย ถ้าเจ้าไม่รับตั๋วเงินก็ช่างเถอะ แต่นี่เป็นเสบียงแห้งที่
ข้าเตรียมไว้ให้ เจ้าน าติดตัวไปกินระหว่างทางเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ปฏิเสธสิ่งนี้ หลังจากกล่าวขอบคุณขุนพลจินอีก
ครั้ง เขาก็น าคนขึ้นเรือ
ขุนพลอาวุโสจินยืนอยู่ที่ท่าเรือมองส่งพวกเขาจนกระทั่งเงาเรือ
ค่อย ๆ เล็กลง เขาถึงได้พาทหารกลับไป
วันนี้ทะเลสาบเกลือคลื่นลมสงบ เรือแล่นได้อย่างราบรื่น
ก่อนฟ้ามืด ทุกคนก็เดินทางมาถึงเมืองท่าอย่างปลอดภัย
โดยไม่ต้องรอให้โม่จิ่วเยี่ยสั่งการ เหลียงห่าวก็พาพรรคพวกไป
ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังขบวน
ถังหมิงรุ่ยก็เป็นห่วงคนในครอบครัว หลังจากกล่าวลากับโม่จิ่ว
เยี่ยก็แยกออกไป
ขบวนนักโทษเนรเทศพักค้างคืนที่เมืองท่าหนึ่งคืน
ก่อนออกเดินทางต่อไป เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็ขออนุญาต
เผิงวั่ง ด้วยตั้งใจจะไปซื้อเกวียนลาในตัวเมือง
ถึงจะบอกว่าไปซื้อเกวียนลา แต่จริง ๆ แล้วคือการน าลาออกมา
จากพื้นที่มิติ จากนั้นก็เทียมเข้ากับเกวียนอีกครั้ง
ขบวนเดินทางหนึ่งกลุ่มกับเกวียนลาหนึ่งเล่ม ออกเดินทางมุ่ง
หน้าสู่ซีเป่ยอีกครั้ง
ระหว่างทางไม่พบปัญหาอะไรอีก ในที่สุดหลังจากผ่านไปครึ่ง
เดือน ทุกคนก็เดินทางมาถึงซีเป่ยได้ส าเร็จ
ประตูเมืองอวิ่นดูเก่าและทรุดโทรมอยู่บ้าง ทหารยามสองนายเฝ้า
อยู่ตรงประตูเมืองดูเกียจคร้าน ไม่มีความกระตือรือร้นเลยสักนิด
ตราบใดที่ไม่เจอสถานการณ์พิเศษ ผู้คนที่เข้าออกเมืองอวิ่นจะ
ไม่ถูกทหารพวกนี้ตรวจค้น
โดยเฉพาะเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คุมนักโทษพาคนมา ส าหรับทหาร
เหล่านั้นนับว่าเป็นเรื่องปกติมาก
พวกเขาแค่มองดูอย่างเกียจคร้านครู่หนึ่ง แล้วก็ยืนพูดคุยต่ออยู่
ข้าง ๆ
การน าตัวนักโทษส่งถึงจุดหมายปลายทางนั้น มีขั้นตอนที่ต้อง
ท า
อันดับแรก เจ้าหน้าที่จะพานักโทษไปยังที่ว่าการอ าเภอเพื่อ
ลงทะเบียน บันทึกชื่อของพวกเขาทั้งหมดไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่
ท้องถิ่นจะรับผิดชอบในการออกทะเบียนราษฎร์ใหม่ให้พวกเขา
ทะเบียนราษฎร์ของนักโทษเนรเทศมีลักษณะพิเศษ บนกระดาษ
ที่แสดงตัวตนของพวกเขาจะมีค าว่า ‘เนรเทศ’ ประทับไว้ แล้วตาม
ด้วยตราประทับของท้องถิ่น
ทะเบียนราษฎร์แบบนี้จ ากัดการเคลื่อนไหวเฉพาะภายในเมืองอ
วิ่นเท่านั้น หากผู้ใดลอบหนีออกนอกจากเมืองและถูกจับได้ และ
พบว่ามีสองค านี้ประทับอยู่บนทะเบียนราษฎร์ ทางการก็จะจับกุมทันที่
แล้วลงโทษด้วยการโบยห้าสิบไม้ ก่อนส่งตัวกลับเมืองอวิ่น
นี่คือวิธีการหนึ่งที่ราชส านักใช้จ ากัดการเคลื่อนไหวของนักโทษ
เนรเทศ
นอกจากนี้เพื่อป้องกันไม่ให้นักโทษเนรเทศหลบหนีออกจาก
เมือง ทุกครึ่งเดือน ทางการจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบบ้านเรือนของ
นักโทษเนรเทศ
หากพบว่ามีคนแอบหนีไป ทุกคนในครอบครัวไม่ว่าชายหรือ
หญิง คนแก่หรือเด็กน้อย จะต้องรับโทษถูกโบยยี่สิบไม้
ทว่ายังไม่พอ ทางการจะออกประกาศจับผู้หลบหนีทันทีด้วย
สรุปคือ เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว หากไม่มีราชโองการจากองค์
จักรพรรดิ พวกเขาก็จะต้องอยู่ที่นี่ไปจนตาย
เผิงวั่งเข้าเมืองอวิ่นอย่างคุ้นเคย เขาน าขบวนตรงไปยังที่ว่าการ
อ าเภอทันที่
แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่หน้าประตูแจ้งว่า นายอ าเภอคนเก่าเพิ่งถูก
ย้ายไปและนายอ าเภอคนใหม่ยังไม่มาถึง
การรับตัวนักโทษเหล่านี้จึงอยู่ในความรับผิดชอบของรอง
นายอ าเภอชุยชั่วคราว
เผิงวั่งรู้สึกปวดหัวขั้นมาทันทีเมื่อได้ยินค าพูดนั้น
เขาค่อนข้างคุ้นเคยกับสถานการณ์ของที่นี่ดี รองนายอ าเภอผู้
นั้นเป็นคนเห็นแก่เงินและมากราคะ
การให้รองนายอ าเภอชุยจัดการเรื่องการรับมอบนักโทษ เกรงว่า
คนสกุลโม่คงจะมีปัญหาไม่น้อย