ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 166 หมู่บ้านซีหลิ่ง
ไม่ใช่ว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่เข้าใจความหมายของเผิงวั่ง
เพียงแต่เมื่อเผชิญหน้ากับนายอ าเภอเช่นนี้ เขาไม่อยาก
ประนีประนอมด้วยจริง ๆ
“ขอท่านนายอ าเภอชุยท าหน้าที่ตามกฎระเบียบด้วย”
นี่เป็นครั้งแรกที่นายอ าเภอชุยพบเจอนักโทษเนรเทศที่ไม่เห็นเขา
อยู่ในสายตาเช่นนี้
หากไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่ใต้บัญชาเพิ่งเอ่ยเตือนว่า เขาควร
กังวลว่าสิ่งที่ตัวเองท าอาจจะถูกคนพวกนี้เปิดโปง เขาคงจะต้องหาวิธี
จัดการกับคนพวกนี้อย่างแน่นอน
ในเมื่อคนพวกนี้ไม่ยอมให้เขาสุขสบายใจ ก็ไม่มีใครอยูู่อย่าง
สุขสบายได้ทั้งนั้น
เขาอาศัยค าพูดของเผิงวั่งเป็นทางออก
“ท่านเผิงอุตส่าห์ช่วยขอร้องแทนพวกเจ้าแล้ว ข้าก็ไม่อาจไม่ใส่
ใจได้ เจ้าหน้าที่…”
เจ้าหน้าที่สองคนรีบก้าวเข้ามาประสานมือค านับ “ขอรับ”
รองนายอ าเภอชุยสั่งการว่า “จัดสรรสกุลโม่ไปที่หมู่บ้านซีหลิ่ง
ชาวบ้านที่นั่นคงจะยินดีต้อนรับพวกเขาไม่น้อย”
ทุกคนซึ่งอยู่ ณ ที่นั้นสามารถได้ยินน ้าเสียงสะใจในค าพูดของ
รองนายอ าเภอชุย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหมู่บ้านซีหลิ่งคงไม่ใช่สถานที่ที่ดีนัก รอง
นายอ าเภอชุยตั้งใจจะกลั่นแกล้งคนสกุลโม่ชัด ๆ
แต่ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านแล้วจะไปที่ไหนก็ไม่ส าคัญ
โดยเฉพาะเฮ่อจือหร่าน นางยังมีพื้นที่มิติคอยช่วยเหลืออยู่ จะไป
ที่ใดก็สามารถช่วยให้คนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีได้
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่มีอะไรต้องกังวล มีเขากับพี่แปดอยู่ ความ
ปลอดภัยของทุกคนก็มั่นคงขึ้นแล้ว
ชีวิตนี้เป็นสิ่งที่คนเราสร้างมันขึ้นมาเอง ขอเพียงพยายามก็เชื่อ
ว่าต่อให้สภาพแวดล้อมจะเลวร้ายแค่ไหน ก็สามารถเปลี่ยนแปลงมัน
ได้ด้วยความพยายาม
เจ้าหน้าที่สองคนซึ่งรับผิดชอบคุมตัวคนสกุลโม่ไปยังหมู่บ้านซี
หลิ่งมองหน้ากันไปมา พวกเขาต่างแสดงสีหน้าเหมือนก าลังรอดูเรื่อง
สนุก พร้อมกับยิ้มเยาะแล้วบอกคนสกุลโม่ว่า “ตามพวกเรามา!”
เผิงวั่งเห็นดังนั้นจึงก้าวออกมาพูดว่า “ท่านทั้งสองรออีกสักครู่
ข้ายังมีเรื่องที่จะพูดกับพวกเขา”
พวกเจ้าหน้าที่ยังคงให้เกียรติเผิงวั่งอยู่ หลังจากพาคนสกุลโม่
ออกจากห้องไปแล้วก็ยังไม่ได้รีบจากไปทันที่
เผิงวั่งเดินมาหาโม่จิ่วเยี่ยอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมสู้
“น้องโม่ ข้าไม่ได้จะว่าเจ้าหรอกนะ แต่ในช่วงเวลาส าคัญแบบนี้
ท าไมเจ้าถึงอดทนอีกสักหน่อยไม่ได้เล่า? เจ้ารู้หรือไม่ว่าหมู่บ้านซี
หลิ่งเป็นสถานที่แบบไหน?”
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้สึกเสียใจกับการกระท าของตัวเอง แต่เขาก็อยากรู้
สถานการณ์ของหมู่บ้านซีหลิ่งล่วงหน้า
“พี่เผิง หมู่บ้านซีหลิ่งเป็นสถานที่แบบไหนกันแน่?”
ในแต่ละปีเผิงวั่งคุมตัวนักโทษมาส่งที่นี่หลายครั้ง เขาจึงคุ้นเคย
กับหมู่บ้านซีหลิ่งเป็นอย่างดี
แต่ไม่ว่าจะเป็นนายอ าเภอหรือรองนายอ าเภอชุย ถ้าไม่ใช่
นักโทษที่ดื้อรั้นมาก ๆ พวกเขาก็จะไม่เลือกส่งคนไปหมู่บ้านซีหลิ่ง
เขาไม่ได้เห็นนักโทษถูกส่งไปหมู่บ้านซีหลิ่งมาสามสี่ปีแล้ว
เขาถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ได้ยินมาว่าหมู่บ้านซีหลิ่งอยู่ติด
ชายแดน แค่ข้ามภูเขาลูกเดียวก็พบเจอพวกหมานอี๋แล้ว สถานที่แรก
ที่พวกเขาจะมาถึงก่อนก็คือหมู่บ้านแห่งนั้น
ช่วงนี้ก็ยังดีที่ไม่ค่อยได้ยินเรื่องชนเผ่าหมานอี๋มารบกวน แต่เมื่อ
หลายปีก่อน พอถึงฤดูหนาว หากพวกเขาขาดแคลนอาหารก็จะมีคน
แอบมาปล้นสะดมไปและคนที่ได้รับความเสียหายเป็นอย่างแรกก็คือ
หมู่บ้านซีหลิ่ง ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้ยินมาว่าหมู่บ้านซีหลิ่งอยู่กันเป็น
ครอบครัว ผู้ใหญ่บ้านของที่นั่นอาศัยที่มีญาติพี่น้องมากมาย จึงไม่
เคยคิดสนใจคนนอก
ใครก็ตามที่ถูกจัดให้ไปอยู่ที่หมู่บ้านซีหลิ่ง ไม่เคยมีใครสามารถ
อยู่ที่นั่นได้เกินหนึ่งปี ถ้าไม่ถูกพวกหมานอี๋ท าให้ตกใจ ก็จะถูก
ผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านกลั่นแกล้งจนไม่อาจอยู่ต่อได้”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเผิงวั่งเป็นห่วงพวกเขา แต่เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว เขา
ไม่อาจไปประจบเอาใจรองนายอ าเภอที่น่ารังเกียจคนนั้นเพื่อ
แก้ปัญหาเรื่องที่อยู่ได้
“ขอบคุณพี่เผิงที่บอกช้า เมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว ข้าจะดูสถานการณ์
ไปก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที”
โม่ชูหานก็เอ่ยตาม “แค่คนเถื่อนพวกนั้น ข้าคิดว่าพวกเขาคงไม่
สามารถก่อความวุ่นวายอะไรได้ ถ้าชาวบ้านที่นั่นจะกีดกันคนนอก
ต้องดูว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งกว่าหมัดของข้าหรือไม่?”
เผิงวั่งมองโม่ชูหาน
แม้ว่าเขาคนสกุลโม่ที่เขาพูดคุยมากที่สุดคือโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจื
อหร่าน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักคุณชายแปดคนนี้เลย
ทุกคนในเมืองหลวงต่างก็รู้ว่า คนที่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งมากที่สุด
ในบรรดาบุรุษสกุลโม่ก็คือเขาคนนี้
ในเมื่ออีกฝ่ายมีพลังหมัดอันแข็งแกร่ง เผิงวั่งก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก
สิ่งที่ควรท าเขาก็ได้ท าหมดแล้ว
“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ไม่มีอะไรต้องกังวล”
หากเป็นเมื่อก่อน เผิงวั่งคงส่งนักโทษให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อ
ท าภารกิจให้เสร็จสิ้นแล้วก็จากไป โดยไม่สนใจว่าใครจะถูกส่งไปที่
ไหนบ้าง
หากไม่ใช่เพราะกังวลว่าคนสกุลโม่จะถูกรองนายอ าเภอชุยรังแก
เขาก็คงจากไปตั้งนานแล้ว
ตอนนี้ปัญหาการจัดสรรคนสกุลโม่เสร็จสิ้น เขาก็ไม่จ าเป็นต้อง
อยู่ที่นี่ต่อ
หลังกล่าวลาโม่จิ่วเยี่ยและคนอื่น ๆ อีกครั้ง เขาก็เรียกลูกน้อง
ทั้งหมดออกไปพร้อมกัน
ก่อนจากไปโจวเหล่าปายังไม่ลืมหันมามองเฮ่อจือหร่านอย่าง
ลึกซึ้งอีกครั้ง…
ภายในห้อง
รองนายอ าเภอชุยไม่รู้ว่าตระกูลฟางกับตระกูลเซี่ยเป็นพวก
เดียวกันกับสกุลโม่
จากประสบการณ์ของเขา
คนที่ไม่รู้จักกาลเทศะเหมือนคนสกุลโม่นั้นมีไม่กี่คน ผ่านไป
หลายปีถึงจะเจอสักครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาสั่งให้ส่งคนสกุลโม่ไปยังหมู่บ้านซีหลิ่ง
เพื่อตั้งรกรากแล้ว เรื่องนี้คงจะท าให้คนตระกูลเซี่ยและตระกูลฟาง
ระมัดระวังตัวขึ้นบ้าง
แต่ไม่คิดว่าพอเขาเรียกร้องผลประโยชน์จากคนสองตระกูล พวก
เขากลับแสดงท่าทีเหมือนกับสกุลโม่
ด้วยความโมโห รองนายอ าเภอชุยจึงส่งตระกูลฟางกับ
ตระกูลเซี่ยไปยังหมู่บ้านซีหลิ่งด้วยเหมือนกัน
ตามปกติแล้วหลังจากรองนายอ าเภอชุยจัดสรรที่อยู่ให้นักโทษ
ก็จะให้พวกเขารออยู่ในลานจนกว่าจะด าเนินการลงทะเบียนราษฎร์
ใหม่ให้เสร็จจึงจะปล่อยคนไป
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้มีหลายตระกูลได้ท าให้รองนายอ าเภอชุย
โกรธจริง ๆ เขาจึงไม่ได้ลงทะเบียนราษฎร์ให้ทันที่ แต่กลับอ้างว่าที่นี่
ยังไม่มีนายอ าเภอมาเป็นข้ออ้างเพื่อชะลอการด าเนินการออกไป
ด้วยเหตุนี้ สกุลโม่ ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยจึงกลายเป็นคนไร้
ทะเบียนทั้งหมดในยามนี้
ส่วนเรื่องจะออกทะเบียนราษฎร์ให้พวกเขาได้เมื่อไหร่ มันก็
ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของรองนายอ าเภอชุยแล้ว
หลายตระกูลเคยเป็นขุนนางในราชส านักมาก่อน พวกเขาจึงไม่
อาจยอมรับการไม่มีทะเบียนราษฎร์ได้
ตามหลักแล้วพวกเขาไม่สามารถออกไปจากเมืองอวิ่นได้ การมี
หรือไม่มีทะเบียนราษฎร์จึงไม่ส าคัญ
แต่เมื่อไปถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง พวกเขาคงไม่ได้รับการจัดสรรให้อยู่
ในบ้านที่ดี และยิ่งไม่มีทางได้รับการแจกจ่ายที่ดินโดยเปล่า
ในสถานการณ์เช่นนี้ บ้านเรือนและที่ดินจะต้องซื้อขายแยก
ต่างหาก แล้วพวกเขาจะโอนกรรมสิทธิ์เหล่านี้กันอย่างไรหากไม่มี
ทะเบียนราษฎร์
โม่ชูหานเป็นคนแรกที่กลับเข้าไปในที่ว่าการ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจื
อหร่านตามมาติด ๆ ฟางฉวนโจวและเซี่ยเทียนไห่ก็เป็นตัวแทน
ตระกูลติดตามไป
รองนายอ าเภอชุยเตรียมจะออกไป ตั้งใจจะไปพบสาวงามทั้งสอง
คนที่เพิ่งรับเข้ามา
ทว่าเพียงเขาลุกขึ้นยืนก็เห็นประตูห้องถูกเปิดอย่างแรงจากด้าน
นอก
เจ้าหน้าที่ที่เห็นเหตุการณ์รีบมาตรงประตูเพื่อขัดขวาง
“บังอาจ! การท าให้ท่านรองนายอ าเภอตื่นตกใจสมควรถูก
ลงโทษอย่างไร!?”
ดูจากภายนอกร่างกายของโม่ชูหานเหมือนจะผอมบางอยู่บ้าง
แต่นั่นก็เป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก สภาพร่างกายของเขาไม่ต่าง
จากเดิมเลยสักนิด
เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง ออกแรงผลักเพียงเบา ๆ เจ้าหน้าที่ที่
ขวางทางก็กระเด็นออกไปด้านข้าง จากนั้นชายหนุ่มก็ก้าวยาว ๆ เข้า
ห้องไป
พวกเจ้าหน้าที่ก็ไม่ใช่คนโง่ แค่การที่ตัวเองถูกผลักออกมาอย่าง
ง่ายดายเมื่อครู่นี้ ก็สามารถตัดสินได้แล้วว่าคนผู้นี้เป็นยอดฝีมือ
โดยเฉพาะยามนี้เขาก าลังโกรธ หากตนเองเข้าไปขวางทางอีก
คงไม่ใช่แค่ถูกผลักให้หลีกทางอีกแน่
ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทั้งหลายจึงไม่ได้เข้าไปใกล้อีกฝ่าย ท าเพียงยืน
อยู่ด้านข้างและตะโกนข่มขู่เสียงดัง
“พวกเจ้าหยุดนะ! ห้ามรบกวนท่านรองนายอ าเภอ”