ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 172 ศีรษะของเขามีรอยช ้าเล็กน้อย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 172 ศีรษะของเขามีรอยช ้าเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าโม่จงหยวนสงบลงแล้ว ทุกคนจึงมีเวลาส ารวจบ้านหลัง
นี้
บ้านไม่ใหญ่มากนัก นอกจากเตียงหนึ่งหลังแล้ว ก็มีเพียงหม้อ
เหล็กใบหนึ่งและชามตะเกียบชุดหนึ่งวางอยู่มุมประตู
ข้าง ๆ ยังมีกระต่ายป่าตัวหนึ่งที่ตายแล้ว ดูเหมือนว่าพี่ห้าจะเป็น
คนล่ามาได้
ทุกคนคาดเดาว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นของที่โม่จงหยวนใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน
หลังจากส ารวจเสร็จ โม่จิ่วเยี่ยก็เอ่ยปาก
“พี่แปด ท่านแม่กับพวกพี่สะใภ้ก าลังรอข่าวจากพวกเรา ไม่สู้
ท่านกลับไปแจ้งพวกเขาก่อน ส่วนข้ากับหร่านหร่านจะอยู่เฝ้าพี่ห้า
เอง ที่นี่ไม่มีห้องที่พอพักอาศัยได้ ตอนนี้ไปขอพักกับอีกสองตระกูลก็
คงเป็นไปไม่ได้อีก แต่ทุกคนยังมีกระโจม แค่ก่อกองไฟหลาย ๆ กองก็
น่าจะรับมือกับคืนนี้ได้โดยไม่มีปัญหา”
โม่ชูหานมองโม่จงหยวนที่หลับไปแล้วครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ได้
ข้าจะกลับไปจัดการเดี๋ยวนี้ ส่วนพี่ห้าต้องรบกวนเจ้ากับน้องสะใภ้
แล้ว”
หลังเงาร่างของโม่ชูหานเดินห่างออกไป เฮ่อจือหร่านก็หยิบไฟ
ฉายออกมาจากพื้นที่มิติเพื่อใช้ส่องชั่วคราว
โม่จิ่วเยี่ยถามว่า “หร่านหร่าน แก้พิษของพี่ห้าได้หรือไม่”
“ข้าสามารถปรุงยาแก้พิษได้ แต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย”
ขณะเอ่ย นางก็หยิบชุดเจาะเลือดออกมาจากพื้นที่มิติ แล้วเจาะ
เลือดของโม่จงหยวนเล็กน้อย จากนั้นก็ส่งเข้าไปในพื้นที่มิติ
“ตอนนี้คงไม่สะดวกที่จะตรวจสอบพิษ พวกเราค่อยว่ากันทีหลัง”
แม้ว่าตอนนี้ยังไม่สามารถช่วยถอนพิษให้โม่จงหยวนได้ แต่ทั้ง
สองคนก็ไม่อาจปล่อยให้เขาถูกล่ามโซ่ต่อไป
ในตอนนั้นเอง ไฟฉายของเฮ่อจือหร่านส่องไปเห็นกุญแจดอก
หนึ่งบนพื้น
นางก้มลงเก็บกุญแจขึ้นมา แล้วลองเทียบกับแม่กุญแจของโซ่
ขนาดของมันพอดีกัน
โม่จิ่วเยี่ยรับกุญแจมาแล้วไขโซ่ออกทันที่
ด้วยกุญแจดอกนี้สามารถสันนิษฐานได้ว่าโม่จงหยวนน่าจะเป็น
คนล่ามตัวเองไว้
สาเหตุคงเป็นเพราะเขากลัวว่าจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เมื่อ
อาการก าเริบ
โม่จิ่วเยี่ยพาโม่จงหยวนไปนอนบนเตียง
ในสมองของเขาเต็มไปด้วยค าถามมากมาย
ในเมื่อพี่ห้ายังมีชีวิตอยู่ แล้วท าไมเขาถึงไม่ติดต่อกลับไปหา
ครอบครัว?
และเหตุใดพี่ห้าถึงมาอยู่ที่นี่?
ใครเป็นคนวางยาพิษเขา?
เมื่อหกปีก่อน คนแรกที่เสียชีวิตไปในจวนสกุลโม่ก็คือโม่จง
หยวน
ตอนนั้นโม่จิ่วเยี่ยยังเป็นผู้ติดตามของหนานฉี
ข่าวที่สกุลโม่ได้รับคือโม่จงหยวนน าทหารไล่ตามกองทัพของ
ศัตรูไป แต่โชคร้ายที่ตกหลุมพรางของศัตรู
ทหารที่รอดชีวิตน าศพของเขากลับมาในคืนนั้น
โม่จิ่วเยี่ยยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสับสน ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าท าไม
พี่ห้าถึงได้ถูกคนวางยาพิษแล้วเอาชีวิตรอดมาอยู่ที่นี่ได้
เหมือนว่าทุกอย่างคงต้องรอให้พี่ห้าตื่นขึ้นมาแล้วค่อยสอบถาม
เฮ่อจือหร่านค านวณเวลาดูแล้ว หากโม่ชูหานแจ้งข่าวกับคน
สกุลโม่ว่าโม่จงหยวนยังมีชีวิตอยู่ การเดินทางมาที่นี่ก็ต้องใช้เวลา
เกือบหนึ่งเค่อ
ตอนนี้โม่ชูหานออกไปนานแล้ว เหลือเวลาอีกไม่มาก นางตั้งใจ
จะตรวจร่างกายของโม่จงหยวนอย่างรวดเร็ว
คิดได้ดังนั้น นางจึงพาโม่จิ่วเยี่ยกับโม่จงหยวนเข้าไปในพื้นที่มิติ
ด้วยกัน
นางใช้เครื่องมือตรวจสอบอวัยวะส าคัญสองส่วนคือศีรษะและ
หัวใจของโม่จงหยวนโดยเร็วที่สุด
เพื่อป้องกันไม่ให้คนจากสกุลโม่ที่ก าลังจะมาถึงสังเกตเห็นความ
ผิดปกติ หลังจากตรวจร่างกายเสร็จ นางก็พาทั้งสองคนออกจาก
พื้นที่มิติมา
หลังจัดการให้คนให้นอนบนเตียงเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงถาม
อย่างกังวลว่า
“หร่านหร่าน ร่างกายของพี่ห้าเป็นอย่างไรบ้าง”
“นอกจากศีรษะของพี่ห้าที่มีปัญหาเล็กน้อยแล้ว ส่วนอื่นก็ยังดี
อยู่”
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
“เกิดอะไรขึ้นกับศีรษะของพี่ห้า?”
“มีเลือดคั่งเล็กน้อยบนศีรษะของเขา น่าจะเกิดจากแรงกระแทก
ภายนอก”
โม่จิ่วเยี่ยถามต่อ “เลือดคั่งจะส่งผลเสียอะไรต่อพี่ห้าหรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านส่ายหน้า “ตอนนี้พี่ห้ายังไม่ฟื้น ข้าไม่แน่ใจว่าจะมี
ผลเสียอะไรบ้าง อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ อาจท าให้ตาบอดไป
ชั่วคราว หรืออาจส่งผลต่อการได้ยิน ร่างกายครึ่งหนึ่งไม่สามารถ
ควบคุมได้ หรือแม้กระทั่งสูญเสียความทรงจ า…”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วทันที่
“ถ้าพี่ห้าเกิดอาการเหล่านี้จริง ๆ จะรักษาให้หายได้หรือไม่?”
“เรื่องนี้ไม่แน่นอน ต้องดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน”
ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
เฮ่อจือหร่านคิดว่าการที่โม่จงหยวนมีเลือดคั่งตรงศีรษะจะส่งผล
กระทบอย่างไรบ้าง
สิ่งที่นางสามารถตัดออกไปได้ในตอนนี้ คือความเป็นไปได้ที่อีก
ฝ่ายจะเป็นอัมพาตครึ่งซีก เพราะตอนที่พบโม่จงหยวนครั้งแรก เขา
ก าลังยืนอยู่ และเหมือนว่าแรงที่เท้าทั้งสองข้างจะสมดุลกัน ดังนั้นจึง
สามารถตัดประเด็นนี้ออกไป
ส่วนเรื่องอื่นก็ต้องรอให้โม่จงหยวนตื่นขึ้นมาถึงจะรู้
โม่จิ่วเยี่ยกลับรู้สึกกังวลอยู่บ้าง พี่มีนิสัยเข้มแข็ง เมื่อรู้สึกตัวตื่น
และรู้ว่าตัวเองร่างกายบกพร่องคงจะเจ็บปวดแสนสาหัสแน่
ขณะที่ทั้งสองคนก าลังครุ่นคิดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดัง
มาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงสะอื้นของผู้หญิง
เฮ่อจือหร่านรีบเก็บไฟฉายเข้าไปในพื้นที่มิติ
เสียงของฮูหยินผู้เฒ่ามาถึงก่อนตัวคนเสียอีก
“ชูหาน พี่ห้าของเจ้าอยู่ที่นี่จริง ๆ หรือ?”
“ท่านแม่ พี่ห้าอยู่ที่นี่ อีกเดี๋ยวท่านก็จะได้พบเขาแล้ว”
ไม่นานนักประตูก็ถูกผลักออกจากด้านนอก คนแรกที่วิ่งเข้ามา
คือพี่สะใภ้ห้า
นางรีบวิ่งเข้ามาหาเฮ่อจือหร่านแล้วคว้าแขนนางไว้
“น้องสะใภ้เก้า พี่ห้าของเจ้าอยู่ที่ไหน?”
เฮ่อจือหร่านพาพี่สะใภ้ห้าไปที่เตียงโดยอาศัยแสงจากคบเพลิง
ในมือโม่ชูหาน
“พี่สะใภ้ห้า อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป ตอนนี้พี่ห้ายังหลับไม่ได้สติ ท่าน
ดูเขาก่อนเถอะ”
แต่ตอนนี้พี่สะใภ้ห้าจะฟังค าเตือนของเฮ่อจือหร่านได้อย่างไร?
นางโผเข้าไปกอดร่างของโม่จงหยวนแล้วร ่าไห้
“ท่านพี่ ท่านยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ดีจังเลย ท่านไม่ได้ตาย… ฮือ ๆ
ๆ…”
พี่สะใภ้ห้าเขย่าร่างของโม่จงหยวนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับอยากจะ
ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาในตอนนี้
ฮูหยินผู้เฒ่าก็ถูกโม่หานเยี่ยกับโม่ชูหานประคองมาที่ข้างเตียง
เช่นกัน
เฮ่อจือหร่านก้าวเข้าไปและพยุงพี่สะใภ้ห้าขึ้นมา
“พี่สะใภ้ห้า ร่างกายของพี่ห้าไม่ค่อยแข็งแรง ท่านต้องระวังอย่า
ท าให้เขาบาดเจ็บ”
ความจริงแล้วเฮ่อจือหร่านคิดว่าการที่พี่สะใภ้ห้าเขย่าตัวโม่จง
หยวนสักสองสามครั้งก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ตอนนี้พี่สะใภ้ห้าก าลัง
อารมณ์พลุ่งพล่าน หากนางไม่พูดแบบนี้คงยากที่จะโน้มน้าวใจนาง
ได้
เมื่อได้ยินว่าการกระท าแบบนี้จะส่งผลกระทบต่อร่างกายของสามี
พี่สะใภ้ห้าก็หยุดการกระท าลงทันที่
นางลุกขึ้นยืนอย่างไม่เต็มใจ พยายามกลั้นน ้าตาเอาไว้
“น้องสะใภ้เก้า ข้าขอร้องเจ้า ช่วยชีวิตพี่ห้าของเจ้าด้วย!”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าต้องการดูอาการของบุตรชาย จึง
ดึงพี่สะใภ้ห้าให้ถอยออกมาเล็กน้อย
“พี่สะใภ้วางใจได้ ข้าจะหาวิธีรักษาพี่ห้าให้ได้แน่นอน”
พี่สะใภ้ห้าพยักหน้าอย่างหนัก “ใช่แล้ว น้องสะใภ้เก้าเป็นหมอ
เทวดาที่มีฝีมือเก่งกาจที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมา เจ้าต้องรักษาพี่ห้าให้
หายได้แน่”
ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ามาถึงข้างเตียงแล้ว นางอาศัยแสงจากคบ
เพลิงดูอาการของโม่จงหยวนอย่างละเอียด
“จงหยวน ลูกรัก แม่อยู่ตรงนี้ เจ้าลืมตาขึ้นมาดูแม่หน่อยสิ…”
พูดไปพูดมา ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
นางร ่าไห้ออกมาอย่างหนัก
สกุลโม่ท าผิดอะไรหนักหนา ถึงแม้บุรุษชายจะฟื้นคืนชีพมาจะ
นับว่าเป็นเรื่องดี แต่ท าไมทุกคนถึงต้องทุกข์ทรมานถึงเพียงนี้
โม่หานเยี่ยนั่งเช็ดน ้าตาอยู่ข้าง ๆ ไม่หยุด พี่สะใภ้ทั้งหลายก็ไม่
ต่างกัน มองโม่จงหยวนที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่เหมือนขอทาน
นั้น ก็รู้สึกปวดร้าวในใจอย่างบอกไม่ถูก
ทุกคนจึงเฝ้าดูแลโม่จงหยวนอยู่เช่นนี้ ไม่มีใครคิดจะจากไปไหน