ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 171 โม่จงหยวน
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยมองไปตามทิศทางที่เซี่ยเทียนไห่ชี้
บ้านหลังนั้นอยู่ทางทิศตะวันออก น่าจะเป็นบ้านที่เจ้าหน้าที่เตือน
ว่ามีผีสิง
มองจากภายนอกแล้ว บ้านหลังนี้ดูดีมาก ไม่เหมือนกับหลังอื่น ๆ
ไม่รู้สึกว่าเอียงหรือมีส่วนที่ดูไม่ดี
แต่พื้นที่กลับมีน้อยมาก คาดว่าคงมีแค่สองห้องเท่านั้น
ไม่ต้องพูดว่าที่นั่นมีผีสิงหรือไม่ แค่สองห้องเล็ก ๆ แบบนี้ จะ
รองรับพวกเขาทั้งหลายได้อย่างไร?
เมื่อเห็นบ้านที่พอจะอยู่ได้ เซี่ยเทียนไห่ก็รีบพาบุตรชายทั้งสอง
เดินไปทางนั้นทันที่
เมื่อเห็นเขาเดินไป สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านชุยก็ฉายแววเจ้าเล่ห์
ขึ้นมา
โม่ชูหานเห็นดังนั้นจึงรีบรั้งพ่อลูกตระกูลเซี่ยไว้
“ท่านลุงเซี่ยโปรดรอก่อน เดี๋ยวข้าจะไปดูด้วย”
เขาไม่รู้ว่าในห้องนั้นมีอะไรแปลกประหลาดถึงขนาดที่คนลือกัน
ว่ามีผีสิง พ่อลูกตระกูลเซี่ยไม่มีวรยุทธ์ หากเกิดเรื่องอันตรายขึ้นมาก็
ไม่มีใครช่วยได้
เซี่ยเทียนไห่ฟังคนสกุลโม่มากที่สุด พอได้ยินโม่ชูหานเรียก เขา
ก็พาบุตรชายทั้งสองกลับมาอย่างว่าง่าย
ผู้ใหญ่บ้านชุยเห็นพ่อลูกตระกูลเซี่ยกลับมาก็ดูผิดหวังอย่างเห็น
ได้ชัด แต่ไม่แสดงสีหน้า
เขาพูดอย่างจริงจังว่า “พวกเจ้าเลือกที่นี่ได้ตามใจชอบ อยากอยู่
ที่ไหนก็อยู่ที่นั้น ข้าท าตามที่พวกเจ้าขอแล้ว เช่นนั้นก็ไม่อยู่รบกวน
ต่อ”
พูดจบ เขาก็เรียกชุยหมิงหลินแล้วเดินจากไป
รอให้พ่อลูกตระกูลชุยเดินไปไกลแล้ว เซี่ยเทียนไห่ถึงได้ระบาย
ความโมโหออกมา
“บ้านแบบนี้ อยากให้พวกเราหนาวตายหรืออย่างไร”
โม่จิ่วเยี่ยเข้ามาปลอบ “ท่านลุงเซี่ยอย่าเพิ่งร้อนใจ พวกเราลองดู
กันก่อน แล้วค่อยวางแผนกันอีกทีเถอะ”
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เซี่ยเจาไปหาท่อนไม้หนา ๆ มาสองท่อนจากที่
ไหนไม่รู้แล้วจุดไฟ ใช้ส่องสว่างได้ชั่วคราว
ด้วยคิดว่าสตรีเป็นคนขี้กลัว โม่จิ่วเยี่ยกับโม่ชูหานจึงตัดสินใจว่า
ไปส ารวจรอบ ๆ ก่อน ส่วนคนอื่นให้รออยู่ที่นี่ทั้งหมด
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าสองพี่น้องจะไปตรวจสอบบ้านที่อยู่ทาง
ตะวันออก เรื่องแบบนี้นางย่อมไม่ยอมตกเป็นรอง
ภายใต้การร้องขอของนาง สองพี่น้องจึงยอมให้ไปด้วย
ทั้งสามคนถือคบเพลิงเดินไปทางทิศตะวันออก พลางเดินพลาง
สังเกตการณ์ ด้วยหวังว่าจะพบบ้านที่สามารถพักอาศัยได้ชั่วคราวอีก
สักสองสามหลัง
เดินมาได้ครึ่งทาง ทั้งสามคนก็ได้ยินเสียงร้องครวญครางน่าเศร้า
ดังแว่วมาจากทางทิศตะวันออกอย่างคลุมเครือ
ทั้งสามหยุดฝีเท้าพร้อมกัน
“น้องเก้า ที่นั่นต้องมีเรื่องน่าสงสัยแน่”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าเบา ๆ “อืม พวกเราพยายามย่างให้เบาที่สุด
ป้องกันไม่ให้ตื่นตูม”
ส่วนเรื่องผีสางอะไรนั้นสองพี่น้องไม่ได้คิดเชื่อ
หรือต่อให้จะมีจริง ๆ พวกเขาก็ไม่กลัว
ทั้งสามคนเดินย่องไปทางตะวันออก ยิ่งเดินเสียงก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้ว “พี่แปด ท่านรู้สึกคุ้นกับเสียงนี้หรือไม่?”
“น้องเก้า เจ้าก็รู้สึกเหมือนกันหรือ?” โม่ชูหานย้อนถาม
“ไปกันเถอะ พวกเราเดินเร็ว ๆ หน่อย รีบไปดูกัน”
พูดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็จับมือเฮ่อจือหร่านแล้วเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
เมื่อเข้ามาใกล้ ทุกคนก็ยืนยันได้ว่าเสียงนี้ดังมาจากบ้านทางทิศ
ตะวันออกหลังนั้น
ฟังจากเสียงที่เจ็บปวด ดูเหมือนจะเป็นเสียงของผู้ชาย ร่างกาย
คงอ่อนแอมาก หากไม่ใช่เพราะเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส คงไม่ส่ง
เสียงร้องครวญครางดังขนาดนี้ได้
โม่ชูหานรับคบเพลิงจากมือโม่จิ่วเยี่ยมา
“น้องเก้า เจ้ากับน้องสะใภ้คอยอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะเข้าไปดู”
เมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่แน่ชัดแบบนี้ การให้คนหนึ่งอยู่ข้างนอก
คอยช่วยเหลือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่ได้
คัดค้าน
“ได้ พี่แปดระวังด้วย”
โม่ชูหานถือคบเพลิง ค่อย ๆ เดินเข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง
ผ่านไปครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงโม่ชูหานตะโกนดังลั่น “น้องเก้าเข้า
มาเร็ว! เป็นพี่ห้า พี่ห้ายังมีชีวิตอยู่!”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นจึงรีบจูงเฮ่อจือหร่านวิ่งเข้าไปด้านใน
ทั้งสองเดินเข้าไปในบ้าน อาศัยแสงสว่างจากคบเพลิง ก็เห็นชาย
คนหนึ่งผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าขาดวิ่น นั่งอยู่ตรงข้ามประตู
ร่างของชายคนนั้นผอมโซ แขนสองข้างถูกโซ่ล่ามไว้อย่างแน่น
หนา
ดวงตาของเขาไร้จุดหมาย ส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด
ไม่หยุด
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปรับคบเพลิงจากมือโม่ชูหาน แล้วพินิจชาย
คนนั้นอย่างละเอียด
“พี่ห้า เป็นพี่ห้าจริง ๆ ด้วย! ท าไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
ตอนนี้โม่ชูหานก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองจับโซ่
พยายามหาวิธีช่วยเหลือโม่จงหยวนให้หลุดพ้น
เฮ่อจือหร่านรีบเข้ามาขวางทันที่
“พี่แปดช้าก่อน”
โม่ชูหานมองนางด้วยความสงสัย “น้องสะใภ้เก้า พี่ห้าอยู่ใน
สภาพทรมานมาก ข้าช่วยเขาออกมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“พี่แปด พี่ห้าน่าจะถูกวางยาพิษ ถ้าท่านช่วยเขาออกมาตอนนี้
เขาอาจจะยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้มากขึ้น”
เฮ่อจือหร่านสังเกตอาการของโม่จงหยวนตั้งแต่เข้ามาแล้ว
จากรอบดวงตาสีม่วงคล ้าของเขาสามารถยืนยันได้ว่าพี่ห้าถูก
วางยาพิษแน่นอน
ส่วนเขาถูกวางยาพิษอะไร ต้องตรวจสอบก่อนถึงจะรู้
ตอนนี้คงเป็นช่วงที่ยาก าลังออกฤทธิ์
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความสามารถของเฮ่อจือหร่าน เขารู้ว่านางไม่
เคยพูดเล่น
แม้ว่าเขาจะรู้สึกปวดใจกับพี่ห้าเช่นกัน แต่ก็ยังช่วยเกลี้ยกล่อม
ว่า “พี่แปด ฟังหร่านหร่านเถอะ นางเข้าใจเรื่องวิชาแพทย์ คงไม่
ผิดพลาดแน่นอน”
โม่ชูหานถอยมืออย่างไม่เต็มใจ
“น้องสะใภ้เก้า เจ้าว่าตอนนี้ควรท าอย่างไร?”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตอบ แต่ส่งสัญญาณให้โม่จิ่วเยี่ยจับตัวคนไว้
นางก้าวไปข้างหน้าเพื่อจับชีพจรของโม่จงหยวน
ผลเป็นไปตามที่นางคาดไว้
โชคดีที่ยาพิษที่โม่จงหยวนได้รับไม่ใช่เรื่องแปลกส าหรับเฮ่อจือห
ร่าน
ยาพิษชนิดนี้มีฤทธิ์คล้ายคลึงกับ ‘สิ้นสติ’ ที่นางท าจากพิษงู
สามเหลี่ยม
เพียงแต่ผู้ปรุงยาคงเพิ่มตัวยาบางอย่างที่ท าให้คนเสียสติเข้าไป
ด้วย
“พี่แปด ท่านพี่ พี่ห้าถูกวางยาพิษจริง ๆ ยาพิษที่เขาได้รับ
สามารถท าให้คนเสียสติจนถึงคลุ้มคลั่งได้ อย่างไรก็ตาม ยาพิษชนิด
นี้จะท าให้คนเป็นแบบนี้เฉพาะตอนที่ออกฤทธิ์เท่านั้น คาดว่าอีกไม่
นานพี่ห้าก็จะฟื้นคืนสติแล้ว”
“อีกนานแค่ไหนพี่ห้าถึงจะมีสติ?” โม่จิ่วเยี่ยถามอย่างร้อนใจ
“ดูจากสภาพของพี่ห้าตอนนี้ เหมือนพิษจะออกฤทธิ์มาสักพัก
แล้ว คาดว่าไม่เกินสองชั่วยามเขาก็น่าจะฟื้น”
โม่ชูหานได้ยินว่าพี่ห้าต้องทนทรมานแบบนี้อีกสองชั่วยามก็รู้สึก
สงสารทันที่
“น้องสะใภ้เก้า มีวิธีดี ๆ ที่จะช่วยบรรเทาอาการของพี่ห้าได้บ้าง
หรือไม่?”
วิธีดี ๆ ?
วิธีที่ดีที่สุดก็คือช่วยถอนพิษให้โม่จงหยวนก่อน
แม้เฮ่อจือหร่านจะมั่นใจว่าสามารถปรุงยาถอนพิษได้ แต่ก็ไม่ใช่
เรื่องที่จะท าได้ในทันที่
ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพิษที่โม่จงหยวนได้รับนั้น นอกจากท าให้เสียสติ
แล้วยังมีส่วนผสมของยาอะไรอีกบ้าง นางจ าเป็นต้องตรวจสอบให้แน่
ชัดก่อนจึงจะปรุงยาถอนพิษได้
ซึ่งมันต้องใช้เวลาในการด าเนินการ แม้จะราบรื่นก็ต้องใช้เวลา
พอสมควร
เฮ่อจือหร่านแอบหยิบเข็มเงินออกมาจากพื้นที่มิติโดยใช้แขน
เสื้อบังไว้ จิ้มลงบนจุดฝังเข็มหลายจุดของโม่จงหยวนอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้า โม่จงหยวนก็เหมือนหลับไป ไม่ดิ้นรนต่ออีก