ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 179 สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของที่นี่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 179 สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของที่นี่
จ้าวเจ๋อเฉียงคว้าแขนจ้าวเจ๋อชวนไว้ “อย่าพูดเหลวไหลต่อหน้า
คนมากมายขนาดนี้นะ”
จ้าวเจ๋อชวนสะบัดมือพี่ชายออก พูดอย่างไม่พอใจ “พี่ใหญ่ ยิ่ง
ท่านแสดงท่าทีหวาดกลัวพวกเขา ตระกูลชุยก็จะยิ่งล าพอง ท่านก าลัง
ช่วยให้พวกเขาเย่อหยิ่งอยู่”
พูดจบ จ้าวเจ๋อชวนก็สลัดมือพี่ชายออกอย่างแรง แล้วเดินมา
ตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ยอีกครั้ง
“พี่ชาย ขอรบกวนท่านช่วยพาข้าไปด้วยได้หรือไม่ ข้าจ่ายค่านั่ง
เกวียนได้”
จ้าวเจ๋อชวนหยิบเงินออกมาสามเหรียญยื่นให้โม่จิ่วเยี่ยดู
เรื่องค่านั่งเกวียนไม่ใช่เรื่องส าคัญ โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งเคยเห็นคนที่ไม่
กลัวเกรงตระกูลชุยแห่งหมู่บ้านซีหลิ่งเป็นครั้งแรก
ดังนั้นเขาจึงเต็มใจจะพาจ้าวเจ๋อชวนไปด้วย ระหว่างทางยัง
สามารถพูดคุยเพื่อท าความเข้าใจสถานการณ์ในหมู่บ้านได้อีก
“เกวียนของข้าไม่ได้ใช้รับส่งคน แต่พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน
เจ้าไปด้วยก็ไม่เป็นไรหรอก”
จ้าวเจ๋อชวนก็ไม่ใช่คนเกรงใจ พอได้ยินค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยก็
เก็บเงินกลับไปทันที่
“ขอบคุณพี่ชายมากขอรับ”
เฮ่อจือหร่านอยู่ในเกวียน โม่จิ่วเยี่ยจึงให้จ้าวเจ๋อชวนนั่งบนแป้น
ชานด้วยกัน
เกวียนลาค่อย ๆ เคลื่อนออกไปท่ามกลางสายตาซับซ้อนของ
ผู้คน
ทุกคนต่างมองจ้าวเจ๋อเฉียงด้วยความเห็นอกเห็นใจ และกังวลว่า
หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูตระกูลชุยจะก่อปัญหาอะไรขึ้นมา…
บนเส้นทางมุ่งหน้าสู่เมืองอวิ่น
โม่จิ่วเยี่ยขับเกวียนลาพลางถามอย่างนึกสนใจ “เจ้าไม่กลัวคน
ตระกูลชุยจริง ๆ หรือ”
จ้าวเจ๋อชวนพิจารณาโม่จิ่วเยี่ยอย่างจริงจังก่อนยิ้มขื่น “จริง ๆ
แล้วการกระท าของข้าในวันนี้ต้องท าให้คนตระกูลชุยไม่พอใจแน่
พวกเขาคงจะพาคนไปหาเรื่องถึงที่บ้านข้าด้วย แต่ข้าคิดว่าพวกเรา
ต่างก็เป็นชาวบ้านเหมือนกัน ผู้ใดจะสูงส่งไปกว่าคนอื่นได้ ท าไมพวก
เราถึงต้องถูกตระกูลชุยกดขี่ด้วย เพียงเพราะตระกูลชุยมีญาติเป็น
รองนายอ าเภอหรือ?”
ฟังจากค าพูดของจ้าวเจ๋อชวนแล้ว เขาคงตั้งใจจะเผชิญหน้ากับ
ตระกูลชุยอย่างแน่วแน่
“เจ้าไม่กังวลเลยหรือว่าครอบครัวจะเดือดร้อน?”
จ้าวเจ๋อชวนถอนหายใจแล้วพูด “ไม่ปิดบังพี่ชาย ในสามตระกูล
ของหมู่บ้านซีหลิ่ง ตระกูลจ้าวของข้ามีสมาชิกมากที่สุด ถ้าจะต่อสู้
กับตระกูลชุยจริง ๆ ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะชนะ น่าเสียดายที่คนตระกูล
จ้าวขี้ขลาดเกินไป พอเจอเรื่องอะไรก็คิดแต่จะปล่อยผ่าน ถึงได้ถูก
ตระกูลชุยข่มเหงจนแทบจะเอาคืนไม่ได้”
“การกระท าของข้าในวันนี้ก็มีเจตนาแฝงอยู่ ข้าร ่าเรียนมาตั้งแต่
เด็ก ตอนนี้ก็สอบจนเป็นถงเซิงได้แล้ว คนในตระกูลคาดหวังกับข้า
มาก หวังให้ข้าจะสอบเป็นขุนนางในอนาคต จะได้มีอ านาจต่อกรกับ
ตระกูลชุย”
“แต่ไม่กี่ปีมานี้ตระกูลชุยท าเรื่องเกินเลยมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียง
กดขี่ตระกูลจ้าวกับตระกูลโจวเท่านั้น แต่ยังจะมายึดที่ดินของพวกเรา
อีก”
“เรื่องแบบนี้ข้าไม่อาจทนได้ ดังนั้นข้าเคยเรียกร้องให้ทุกคนลุก
ขึ้นต่อต้าน แต่ไม่คิดว่าคนตระกูลจ้าวจะเกรงกลัวตระกูลชุยจนฝังราก
ลึกขนาดนี้ ข้าไม่สามารถเปลี่ยนความคิดพวกเขาได้เลย”
เมื่อได้ยินดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็เริ่มมองจ้าวเจ๋อชวนด้วยสายตาที่ต่าง
ไปจากเดิม
“วันนี้เจ้าตั้งใจนั่งเกวียนลาของข้าก็เพื่อดูว่าเมื่อตระกูลชุยไปหา
เรื่องเจ้าถึงตระกูลจ้าว พวกเขาจะปกป้องเจ้าหรือไม่ใช่หรือเปล่า?”
จ้าวเจ๋อชวนพยักหน้า “ถูกต้องตามที่พี่ชายพูด ข้าต้องการใช้
โอกาสนี้เปลี่ยนความคิดของคนในตระกูลจริง ๆ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าแผนการของจ้าวเจ๋อชวนจะส าเร็จหรือไม่ แต่เขา
มั่นใจว่าตระกูลชุยก าลังเดินบนเส้นทางแห่งความพินาศไปเรื่อย ๆ
แล้ว
เมื่อคืนรองนายอ าเภอชุยถูกเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ท าร้ายจน
บาดเจ็บสาหัส ตามกฎหมายของราชวงศ์ต้าซุ่น ขุนนางที่ได้รับการ
แต่งตั้งจะต้องไม่มีความบกพร่องทางร่างกาย
เส้นทางการเป็นขุนนางของเขาคงจะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
ตระกูลชุยไม่มีเครือญาติที่เป็นถึงรองนายอ าเภอคอยหนุนหลัง
อีกต่อไป ดูว่าพวกเขาจะอาศัยอะไรมาอวดอ้างความยิ่งใหญ่ได้อีก?
เชื่อว่าเรื่องนี้คงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองอวิ่นแล้ว จ้าวเจ๋อชวน
จะต้องรู้เรื่องนี้ทันทีที่เข้าเมืองแน่นอน
เข้าสู่เมืองอวิ่นโม่จิ่วเยี่ยก็พบเหตุการณ์แปลกประหลาดอย่าง
หนึ่ง
ในเวลาเช่นนี้ ร้านยาหลายแห่งปิดประตูสนิท แม้จะมีชาวเมืองที่
ต้องการรักษาโรคมายืนล้อมอยู่หน้าประตูเต็มไปหมด แต่ก็ไม่มีทีท่า
ว่าจะเปิดท าการแต่อย่างใด
จ้าวเจ๋อชวนก็สังเกตเห็นจุดนี้เช่นกัน
“เหตุใดวันนี้ร้านยาถึงไม่เปิดแล้วเล่า?”
เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยคาดเดาได้คร่าว ๆ แล้ว
ต้องเป็นรองนายอ าเภอชุยผู้โหดเหี้ยม เรียกหมอทั้งหมดไปรักษา
อาการบาดเจ็บของตัวเองแน่นอน
แต่เรื่องแบบนี้เขาไม่อาจช่วยอธิบายให้จ้าวเจ๋อชวนเข้าใจได้
ยิ่งมองไปตามท้องถนน เจ้าหน้าที่สองสามคนเดินมาเป็นกลุ่ม
พวกเขาถือดาบใหญ่ในมือ ก าลังค้นหาตามบ้านเรือนไปทีละหลัง
โม่จิ่วเยี่ยท าเป็นมองไม่เห็น บังคับเกวียนลาให้เดินหน้าต่อไป
แต่เคลื่อนออกไปได้ไม่ไกล กลับบังเอิญพบกับหม่าจวิ้นซาน
ก าลังน าเจ้าหน้าที่สองนายลาดตระเวนอยู่บนถนนพอดี
โม่จิ่วเยี่ยขับเกวียนลาเข้าไปใกล้เขา
หม่าจวิ้นซานเห็นเขาตั้งแต่ครั้งแรกจึงเอ่ยทักทายก่อน
“ท าไมพวกเจ้าถึงเข้าเมือง?”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นแล้วว่าเจ้าหน้าที่คนนี้สนิทสนมกับคนอื่นได้ง่าย
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดจาอ้อมค้อม
“ข้าพาภรรยาเข้าเมืองมาเพื่อซื้อยา แต่ไม่รู้ว่าท าไมวันนี้ร้านยา
ในเมืองถึงไม่เปิด”
หม่าจวิ้นซานพลันมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเข้าไปกระซิบกับโม่จิ่ว
เยี่ยว่า
“เมื่อคืนท่านรองนายอ าเภอถูกคนสวมหน้ากากท าร้ายจน
บาดเจ็บตรงจุดนั้น ฟ้ายังไม่ทันสาง เขาก็ส่งคนออกไปเชิญหมอจาก
ทุกร้านยาในเมืองไปรักษาที่เรือนแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยคาดเดาสาเหตุได้แล้ว การที่เขาถามเช่นนี้ก็เพื่อแกล้ง
ท าเป็นได้ยินเรื่องนี้จากปากคนอื่นเท่านั้น
แม้หม่าจวิ้นซานจะพูดเสียงเบา แต่ก็ยังถูกจ้าวเจ๋อชวนซึ่งนั่งอยู่
ข้าง ๆ โม่จิ่วเยี่ยได้ยินอย่างชัดเจน
ตอนนี้จ้าวเจ๋อชวนไม่อยากไปส านักศึกษาแล้ว เขาอยากกลับ
หมู่บ้านเพื่อไปบอกข่าวดีนี้กับครอบครัว
เขาเชื่อว่าหากทุกคนรู้ว่ารองนายอ าเภอชุยได้รับบาดเจ็บเช่นนี้
ก็จะไม่ต้องกลัวเกรงว่าตระกูลชุยจะมาสร้างปัญหาอีก
คิดได้ดังนั้นจ้าวเจ๋อชวนก็กระโดดลงจากเกวียน
“พี่ชาย วันนี้ขอบคุณท่านที่ช่วยพาข้าเข้าเมือง ข้ามีธุระด่วน ขอ
ตัวไปก่อนนะขอรับ”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นสีหน้าของจ้าวเจ๋อชวนก็รู้ว่าเขาก าลังตื่นเต้นมาก
แค่ไหน
“ได้”
จ้าวเจ๋อชวนไม่สนใจมารยาทมากนัก รีบวิ่งกลับไปตามเส้นทางที่
คนมา
หม่าจวิ้นซานพูดคุยกับโม่จิ่วเยี่ยอีกสองสามประโยค จากนั้นก็
พาคนของเขาจากไป
เฮ่อจือหร่านได้ยินคนข้างนอกพูดคุยกันหมดแล้วจึงเปิดม่าน
ออกมาจากด้านใน
“ท่านพี่ พวกเราจะไปที่ไหนก่อนดี?”
จุดประสงค์ที่ทั้งสองคนมาเมืองอวิ่นก็เพื่อหาข้ออ้างให้ยาแก้พิษที่
จ าน าออกมา ส่วนจะไปที่ไหนเพื่อฆ่าเวลานั้นพวกเขาไม่ได้วางแผน
อะไรไว้
โม่จิ่วเยี่ยมองท้องฟ้า ตอนนี้ยังเช้าอยู่
“พวกเราลองขับเกวียนไปตามถนนกันเถอะ ถือโอกาสดู
สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของที่นี่ด้วย”
ความจริงแล้วพวกเขาเพิ่งมาถึงและในอนาคตก็ต้องอาศัยอยู่ที่นี่
อีกนาน จึงจ าเป็นต้องท าความรู้จักกับที่นี่ให้มากขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยขับเกวียนลาไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย
อาจเป็นเพราะรองนายอ าเภอชุยได้รับบาดเจ็บจึงท าให้มี
เจ้าหน้าที่ตรวจตราอยู่ทั่วทุกมุมถนน
แม้จะเป็นเช่นนั้นกลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของ
ชาวเมือง
นอกเหนือจากร้านขายยา ร้านค้าต่าง ๆ ก็ยังเปิดร้านกัน
ตามปกติ ริมถนนยังคงมีร้านแผงลอยขายสินค้าให้เห็นเป็นระยะ
เพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ของรองนายอ าเภอชุย โม่จิ่ว
เยี่ยจงใจขับเกวียนลามุ่งหน้าไปทางเรือนของอีกฝ่าย
ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่เมื่อห่างจากเรือนของรองนายอ าเภอชุยไป
ได้ระยะหนึ่ง ก็เผชิญหน้ากับกลุ่มคนของผู้ใหญ่บ้านชุยเข้าพอดี