ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 183 ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเขา
โม่จิ่วเยี่ยบังคับเกวียนลาไปทางที่ว่าการอ าเภอราวกับว่าไม่มี
อะไรเกิดขึ้น
หน้าประตูที่ว่าการมีคนแน่นขนัด ทุกคนต่างก าลังรอดู
นายอ าเภอคนใหม่
ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ดูท่าว่านายอ าเภอคนนั้นจะยังไม่
มาถึง
โม่จิ่วเยี่ยจอดเกวียนลาไว้ริมทาง แล้วจูงมือเฮ่อจือหร่านไปยืนอยู่
ด้านข้างของฝูงชน
พอทั้งสองเข้ามาได้ก็เห็นขบวนคนเดินทางมาจากทิศตะวันออก
คนที่เดินน าหน้าขบวนสวมชุดขุนนางของนายอ าเภอ ก้าวเดิน
อย่างสง่าผ่าเผย
และยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนคุ้นหน้าอีกด้วย
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสบตากันทันที่ พลางเอ่ยชื่อของคนผู้
นั้นออกมาพร้อมกันเสียงเบา
“เมิ่งไห่หนิง!”
ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเขา!
“ท าไมเขาถึงมาเป็นนายอ าเภอที่เมืองอวิ่นได้?”
ตอนนี้ระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยค าถามมากมาย
พอมองไปคนข้าง ๆ เมิ่งไห่หนิง ก็มีชาวต่างชาติผมทองตาฟ้า
เดินตามมา ก าลังโบกไม้โบกมือพลางอธิบายอะไรบางอย่าง
ส่วนเมิ่งไห่หนิงขมวดคิ้วแน่น พยักหน้าไปมาไม่หยุด
เมื่อขบวนเดินเข้ามาใกล้ เจ้าหน้าที่รีบจัดแถวยืนกั้นอยู่หน้า
ประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาวิ่งเข้าไปหานายอ าเภอ
มีเพียงชาวต่างชาติผมทองตาฟ้าคนนั้นที่ยังคงพยายามอธิบาย
อะไรบางอย่างกับเมิ่งไห่หนิง
เฮ่อจือหร่านสังเกตว่าเมิ่งไห่หนิงไม่เข้าใจสิ่งที่ชาวต่างชาติพูด
เลยสักนิด
ตอนนั้นเองเมิ่งไห่หนิงพลันเหลือบมองไปทางกลุ่มคน ก่อนจะ
เห็นโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเข้า
เพียงเห็นทั้งสองคนนั้น เมิ่งไห่หนิงก็ไม่สนใจชาวต่างชาติคนนั้น
อีกต่อไป แต่เดินตรงมาทางพวกเขาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ
ขณะที่ชาวบ้านก าลังคาดเดากันว่านายอ าเภอมาทางนี้ท าไม
เมิ่งไห่หนิงก็เอ่ยปากขึ้น
“พี่โม่ พี่สะใภ้ ไม่คิดว่าพวกท่านจะมาถึงที่นี่ก่อนข้าเสียอีก”
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านตั้งใจจะไปพบเมิ่งไห่หนิงเป็นการ
ส่วนตัว แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทักทายพวกเขาก่อนโดยไม่ลังเลเลย
แม้แต่น้อย
โม่จิ่วเยี่ยประสานมือค านับ “ไม่ได้พบกันนาน น้องชายเมิ่ง”
ชาวบ้านไม่รู้ตัวตนของโม่จิ่วเยี่ย จึงคิดว่าเป็นเพียงการพบเจอ
สหายเก่าของท่านนายอ าเภอเท่านั้น
ทว่าฝั่งพวกเจ้าหน้าที่กลับคิดไม่เหมือนกัน
เมื่อวานคนสกุลโม่ถูกรองนายอ าเภอชุยกลั่นแกล้ง พวกเขาเห็น
กับตาตัวเองแล้ว รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่ไปส่งพวกเขาถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง
ซึ่งมีหม่าจวิ้นซานรวมอยู่ด้วยต่างตกตะลึงกันหมด
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
โม่จิ่วเยี่ยรู้จักกับนายอ าเภอคนใหม่ และนายอ าเภอยังเรียกโม่จิ่ว
เยี่ยว่าเป็นพี่น้อง เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ไม่
ธรรมดาเลย
พอคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เจ้าหน้าที่บางคนก็ถึงกับถอนหายใจด้วย
ความโล่งอก
โชคดีที่เมื่อวานพวกเขาไม่ได้ไปรังแกคนสกุลโม่เหมือนกับรอง
นายอ าเภอชุย ไม่เช่นนั้น ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างอีกฝ่ายกับ
นายอ าเภอ พวกเขาคงจะต้องรับผลกรรมที่ก่อไว้อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่ซึ่งกล่าวหาว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนร้ายที่ท าร้ายรอง
นายอ าเภอชุยก็ถึงกับตาค้างไปทันที่
พวกเขาแค่คิดจะจับใครสักคนมาเป็นแพะรับบาปเพื่อให้คดีจบ
ไปโดยเร็ว แต่ผลที่ได้กลับเป็นพวกเขาที่เข้าไปเจอยุ่งยากเสียเอง
เจ้าหน้าที่ที่ท าเรื่องผิดพลาดก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ
พยายามลดตัวตนของตัวเองให้น้อยที่สุด
เมิ่งไห่หนิงท าท่าเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น ตั้งใจจะพาโม่จิ่วเยี่ย
กับเฮ่อจือหร่านเข้าไปในที่ว่าการเพื่อพูดคุยเรื่องเก่า ๆ
ในตอนนั้นเองที่ชาวต่างชาติคนนั้นเดินเข้ามาอีกครั้ง
เขาพูดเป็นภาษาต่างชาติอย่างคล่องแคล่วว่า “ใต้เท้า ได้โปรด
ช่วยข้าด้วยเถอะ”
เมิ่งไห่หนิงหันไปมองชาวต่างชาติคนนั้นด้วยสีหน้าล าบากใจ
“ขอโทษด้วย แต่ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้าพูด”
เฮ่อจือหร่านยิ้มบาง ก้าวไปข้างหน้าและถามชาวต่างชาติเป็น
ภาษาอย่างเดียวกันว่า “ขออภัย ท่านมีปัญหาอะไรหรือ?”
เมื่อได้ยินภาษาอันคุ้นเคย ชาวต่างชาติก็ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที่
เขายื่นแขนทั้งสองข้างไปทางเฮ่อจือหร่าน พลางยิ้มเอ่ยว่า “โอ้
วิเศษมาก ในที่สุดข้าก็ได้พบคนที่พูดภาษานี้ได้เหมือนกับข้าแล้ว ซ ้า
ยังเป็นสตรีที่สวยมากด้วย”
ขณะที่เอ่ยชาวต่างชาติก็ก าลังจะก้าวเข้าไปกอดเฮ่อจือหร่าน
โม่จิ่วเยี่ยเห็นอย่างนั้นจึงเข้ามายืนขวางหน้าเฮ่อจือหร่านด้วย
ความไม่พอใจ และจ้องมองชาวต่างชาติอย่างโกรธเคือง
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจค าพูดของเขาหรือไม่ โม่จิ่วเยี่ยก็พูดด้วย
ความโกรธเกรี้ยวว่า “ระวังค าพูดกับการกระท าของท่านด้วย
ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าหยาบคาย”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าชาวต่างชาติมักชอบโอบกอดกันเวลาดีใจหรือ
แสดงความขอบคุณ
ดูท่าการท าแบบนี้คงถูกโม่จิ่วเยี่ยเข้าใจผิดไปแล้วแน่นอน
ในฐานะเป็นหญิงสาวชาวตะวันออกย่อมมีรากฐานทาง
วัฒนธรรมที่ฝังลึก นางก็ไม่ค่อยยอมรับวิธีการแสดงออกแบบนี้ของ
ชาวต่างชาติเช่นกัน
แม้จะไม่มีโม่จิ่วเยี่ยมาขวาง นางเองก็คิดจะหลบหลีกการกอด
จากชาวต่างชาติผู้นี้อยู่ดี
นางรู้ว่าชาวต่างชาติคนนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย จึงอธิบายให้โม่จิ่ว
เยี่ยฟังว่า “นี่เป็นมารยาทอย่างหนึ่งของชาวตะวันตก แต่ข้าก็จะไม่ท า
ตามเขาหรอก”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ทันคิดให้ดีว่าท าไมเฮ่อจือหร่านถึงรู้ภาษาต่างแดน
เขายังคงจ้องมองชาวต่างชาติอย่างไม่พอใจ
ชาวต่างชาติเห็นว่าชายที่ปรากฏตัวขึ้นมากะทันหันและดูจะไม่
เป็นมิตรกับตนเองก็รู้สึกมึนงงทันที่
“คุณชาย พวกเราเพิ่งเจอกันครั้งแรก ท าไมท่านถึงปฏิบัติกับข้า
อย่างนี้?”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าชาวต่างชาติก าลังพูดกับตน แต่เขาฟังไม่เข้าใจ จึง
หันไปถามเฮ่อจือหร่าน
“เขาพูดอะไร?”
เฮ่อจือหร่านยิ้มแล้วแปลค าพูดของชาวต่างชาติให้เขาฟัง
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “บอกเขาไปว่าสตรีของพวก
เราชาวต้าซุ่น จะให้สามีของตัวเองกอดได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”
เฮ่อจือหร่านหัวเราะในใจ ไม่คิดว่าเขาจะหึงหวงหนักขนาดนี้…
นางแปลค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยให้ชาวต่างชาติฟังอย่างเต็มที่
ทั้งยังอธิบายสั้น ๆ เป็นภาษาต่างชาติไปว่า ผู้คนในราชวงศ์
ต้าซุ่นมีความคิดค่อนข้างอนุรักษนิยม แม้แต่ความรู้สึกขอบคุณหรือ
อย่างอื่น ก็สามารถแสดงออกได้เพียงค าพูดเท่านั้น
ชาวตะวันตกคนนั้นฉลาดมาก หลังจากเฮ่อจือหร่านอธิบายไป
พวกเขาก็เข้าใจมารยาทของชาวต้าซุ่นได้ทันที่
เขาวางมือไว้บนอกด้วยความรู้สึกขอโทษ แล้วโค้งให้เฮ่อจือห
ร่าน
“ขอโทษที่ท าให้ท่านต้องล าบากใจ โปรดอภัยด้วย”
เมื่อได้พบคนที่สามารถสื่อสารกับตนเองได้ หลังจากขอโทษไป
แล้ว ชาวต่างชาติก็รีบพูดอย่างใจร้อนว่า
“แม่นางคนงาม ท่านช่วยเป็นล่ามให้ข้าสักสองสามวันได้หรือไม่
ข้าจะจ่ายค่าตอบแทนให้ท่านอย่างดีแน่นอน”
เฮ่อจือหร่านไม่คิดสนใจเรื่องค่าตอบแทนแม้แต่น้อย
นางตัดสินใจจะช่วยชาวต่างชาติคนนี้
ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์อื่น แต่การได้รู้จักกับชาวต่างชาติคนหนึ่ง
อย่างแท้จริงนั้น ย่อมเป็นประโยชน์ส าหรับนางมากที่จะน าสิ่งของ
ออกมาจากพื้นที่มิติ
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา แต่ขอถามชื่อของท่านสักหน่อย”
ชาวต่างชาติเห็นอีกฝ่ายตอบตกลง จึงยิ้มแย้มขึ้นทันที่
“ข้าชื่อเฮนรี่ มาจากอีกฟากฝั่งของทะเล ไม่ทราบว่าแม่นางท่าน
นี้มีชื่อว่าอะไร”
เฮ่อจือหร่านทักทายอย่างสุภาพ พร้อมทั้งบอกชื่อของตัวเอง
หลังจากทั้งสองฝ่ายแนะน าตัวกันแล้ว เฮนรี่ก็รีบพูดถึงปัญหาที่
ตนเองก าลังประสบ
“แม่นางเฮ่อจือหร่าน เรือของข้าเพิ่งจะเข้าใกล้ท่าเรือเมืองอวิ่น
แท้ ๆ แต่สมอกลับเกิดความเสียหาย ล่ามที่พามาก็เสียชีวิตระหว่าง
ทางเพราะอาการป่วย ข้าอยากหาช่างซ่อมเรือสักคน แต่ติดปัญหา
เรื่องภาษา จึงยังไม่สามารถหาคนได้ ท่านช่วยสอบถามเจ้าหน้าที่
ของที่นี่ให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่ ให้พวกเขาช่วยหาช่างซ่อมเรือให้
ข้าสักคน”
เฮ่อจือหร่านท าได้เพียงเป็นล่ามให้เขาเท่านั้น ส่วนเรื่องหาคนมา
ซ่อมเรือได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเมิ่งไห่หนิงแล้วจริง ๆ