ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 199 เรืออยู่ที่ไหน พาข้าไปดู
เฮ่อจือหร่านตอบอย่างถ่อมตัว “ข้าได้เรียนรู้เพียงผิวเผินมาโดย
บังเอิญ จึงพอจะสื่อสารได้บ้าง”
หูชงเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง
“ตอนที่ข้ามาถึงซีเป่ย เพื่อหาเลี้ยงปากท้อง ข้าจึงไปท างานเป็น
กรรมกรที่ท่าเรือ ภรรยาของข้ามาส่งอาหารให้ บังเอิญมีชาวต่างชาติ
คนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นเข้า ชาวต่างชาติคนนั้นใช้วิธีอะไรสักอย่าง
ถึงกับท าให้ภรรยาของข้าเต็มใจจะไปกับเขา…”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หูชงถือว่าเรื่องนี้เป็นความอัปยศของ
ตัวเอง ไม่เคยเล่าให้ผู้ใดฟังมาก่อน
อาจเป็นเพราะวันนี้ได้เห็นชาวต่างชาติ จึงกระตุ้นความโกรธ
แค้นที่ฝังอยู่ในใจมานาน หรือเป็นเพราะพบเจอคนคุ้นเคยจึงอยาก
ระบายความทุกข์
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ในที่สุดเขาก็อดไม่ไหวเริ่มเล่าออกมา
โม่จิ่วเยี่ยพอจะรู้เรื่องราวของหูชงอยู่บ้าง เขาอาศัยการสอบขุน
นางเพื่อก้าวสู่ต าแหน่งรองเสนาบดีกรมโยธาธิการไปทีละขั้น
นอกจากนี้ หูชงยังเป็นคนใจดี เขาแต่งงานเพียงครั้งเดียว ไม่
เพียงแค่นั้น แม้เขาจะล่วงเลยเข้าวัยกลางคนแล้ว แต่ในบ้านก็ยังไม่มี
บุตรสักคน
มีคนแนะน าให้เขาแต่งอนุภรรยาเพื่อมีลูก แต่หูชงก็ไม่ท าเช่นนั้น
หูชงถูกตัดสินให้ต้องเนรเทศ แต่ไม่ได้ลงโทษหนักถึงเก้าชั่ว
โคตร ดังนั้นจึงมีเพียงเขากับภรรยาที่ถูกเนรเทศมาที่นี่ด้วยกัน
ภรรยาที่พึ่งพาอาศัยกันมาตลอดถูกชาวต่างชาติพาตัวไป ไม่ว่า
จะเป็นหูชงหรือชายคนไหนก็คงทนไม่ได้ทั้งนั้น
โม่จิ่วเยี่ยยื่นมือออกไปตบไหล่หูชงเบา ๆ “พี่หู เรื่องมันผ่านไป
แล้ว”
หูชงพยักหน้าอย่างยากล าบาก สายตาจับจ้องไปยังเฮนรี่อีกครั้ง
“เรืออยู่ที่ไหน พาข้าไปดู”
เฮนรี่ยังคงงุนงงเพราะเฮ่อจือหร่านไม่ได้แปลค าพูดของอีกฝ่าย
ให้ฟังทันที่
เฮ่อจือหร่านจึงรีบท าหน้าที่ล่ามอีกครั้ง
ก่อนอื่นนางแปลค าพูดประโยคแรกของหูชง จากนั้นก็เล่าเรื่องที่
ภรรยาของหูชงถูกชาวต่างชาติพาตัวไป
เฮนรี่ได้แต่พยายามแก้ต่างกับเรื่องนี้
“แม่นางเฮ่อจือหร่าน ช่วยบอกพวกเขาให้ทีว่าข้าเพิ่งมาที่นี่เป็น
ครั้งแรก คนที่ท าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ข้าแน่นอน”
“และไม่ว่าที่ไหนก็มีทั้งคนดีและไม่ดี แต่รับรองได้ว่าข้าเป็นคนดี
ของประเทศข้า”
เมื่อได้ยินค าพูดของเฮนรี่ เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกขบขันในใจ แต่ก็
แปลค าพูดของเขาให้หูชงฟังทุกค า
หูชงถอนหายใจ
“ข้าเข้าใจ คนผิดก็ต้องรับผิด เรื่องนี้ไม่ได้เป็นฝีมือของเขา ข้าก็
ไม่ควรโกรธเขา”
พูดจบหูชงก็ลุกขึ้นยืน เรียกโม่จิ่วเยี่ยกับคนอื่นไปตรวจเรือของ
เฮนรี่ด้วยกัน
นอกเกวียนลาสามารถนั่งได้แค่สองคน คราวนี้เฮนรี่กับหูชงนั่ง
อยู่ด้านใน ส่วนเฮ่อจือหร่านนั่งอยู่ข้างนอกกับโม่จิ่วเยี่ยเพื่อขับเกวียน
ไปด้วยกัน
ไปตามชายฝั่งทะเลประมาณหนึ่งเค่อก็มาถึงท่าเรือแล้ว
ถึงจะเรียกว่าท่าเรือ แต่กลับแตกต่างจากความเจริญรุ่งเรืองของ
ท่าเรือที่ทะเลสาบเกลือมาก
ที่นี่เป็นเขตแดนของราชวงศ์ต้าซุ่น นอกจากเรือสินค้าจากเมือง
ชายฝั่งไม่กี่ล าที่จอดเทียบท่าแล้ว ก็ไม่มีอะไรอื่นอีก
วันนี้ที่ท่าเรือก็มีเรือสินค้าจอดอยู่เพียงสามล า
หนึ่งในนั้นจอดห่างจากฝั่งค่อนข้างไกล ทั้งยังมีลักษณะภายนอก
แตกต่างจากเรืออีกสองล า
เรือล านี้ไม่เพียงมีตัวเรือสูงใหญ่ แต่ยังมีใบเรืออยู่บนนั้นด้วย
เห็นได้ชัดว่าเรือสินค้าอีกสองล าของต้าซุ่นไม่มีใบเรือ แต่ต้อง
อาศัยแรงคนในการเคลื่อนที่ทั้งหมด
ไม่ต้องสงสัยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสรุปได้ว่าเรือที่มีใบ
เรือนั้นเป็นของเฮนรี่
เกวียนลาหยุดนิ่ง เฮนรี่รีบเปิดม่านมองออกไปด้านนอกอย่างใจ
ร้อน
เขาชี้ไปที่เรือสินค้าของตัวเองและพูดว่า “เรือล านั้น! เรือสินค้า
ล านั้นเป็นของข้า”
ทุกคนตามเฮนรี่มาที่ชายทะเล ในต าแหน่งที่ไม่สะดุดตามีเรือเล็ก
ล าหนึ่งจอดอยู่
เรือสินค้าอยู่ห่างจากฝั่งมาก เฮนรี่คงใช้เรือเล็กล านี้เพื่อขึ้นฝั่ง
เขากระโดดขึ้นเรือเล็กเป็นคนแรก แล้วหันมาเรียกเฮ่อจือหร่าน
กับคนอื่นให้ตามไปด้วยกัน
เมื่อมาถึงใต้เรือสินค้า เฮนรี่ตะโกนเรียกคนบนเรือสองสาม
ประโยค จากนั้นก็มีคนหย่อนเชือกลงมา
เนื่องจากตัวเรือสูงมาก เฮนรี่กังวลว่าพวกเขาจะกลัวจึงอธิบาย
“เชือกเส้นนี้แข็งแรงมาก พวกท่านไม่ต้องกังวลนะ”
สิ้นเสียง เฮนรี่ก็ปีนขึ้นไปตามเส้นเชือกเป็นคนแรกเพื่อพิสูจน์ว่า
เขาไม่ได้โกหกจริง ๆ
โม่จิ่วเยี่ยถามหูชง “พี่หูขึ้นไปได้หรือไม่”
หูชงพยักหน้า “ไม่มีปัญหา” จากนั้นเขาก็เริ่มปีนขึ้นไปโดย
เลียนแบบท่าทางของเฮนรี่
โม่จิ่วเยี่ยเห็นหูชงยืนอยู่บนดาดฟ้าเรืออย่างปลอดภัย จึงโอบเอว
เฮ่อจือหร่านแล้วกระโดดขึ้นเรือ เหาะลงมาเบา ๆ อยู่ข้างกายเฮนรี่
การกระท านี้พาให้เฮนรี่และสหายต่างตกตะลึง
ในความเข้าใจของเขา ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโลกนี้ยังมีคนที่บิน
ได้
เขาจ้องมองโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านด้วยสายตาอิจฉา
“พวกท่านเก่งมาก ถึงกับบินได้ด้วย”
เฮ่อจือหร่านส่ายหน้าพลางหัวเราะ แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร
หูชงเห็นเป็นเรื่องปกติ ตอนอยู่ที่เมืองหลวง เขาก็เคยเห็นพวก
องครักษ์เดินบนหลังคากับก าแพงมาแล้ว
ในฐานะแม่ทัพ โม่จิ่วเยี่ยจะไม่มีวรยุทธ์เช่นนี้ได้อย่างไร
หลังจากพวกชาวต่างชาติหายตกใจแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงเร่งเร้า
“เฮนรี่ ท่านไม่ได้จะซ่อมเรือหรอกหรือ”
เฮนรี่ดึงสติที่ล่องลอยกลับมา แล้วพาคนไปที่ด้านบนของเรือ
สินค้า
เฮ่อจือหร่านไม่รู้เรื่องการซ่อมเรือ ตอนนี้จึงท าได้แค่เป็นล่ามให้
เฮนรี่
หลังจากอธิบายไปรอบหนึ่ง หูชงก็เข้าใจปัญหาของเรือสินค้า
คร่าว ๆ แล้ว เขาจึงตรวจสอบทุกอย่างอยู่คนเดียว
เฮนรี่ปล่อยให้ผู้ช่วยของตนอยู่ที่นั่นคอยช่วยหูชง แล้วตั้งใจจะ
พาโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเที่ยวชมภายในเรือสินค้า
เฮ่อจือหร่านไม่ได้สนใจเรือสินค้าดั้งเดิมนี้เท่าไหร่
นางรู้ว่าในยุคนี้ชาวต่างชาติเดินทางข้ามทะเลมาที่นี่ก็เพื่อหาเงิน
เท่านั้น
เมื่อชาวต่างชาติมาถึง พวกเขาก็จะบรรทุกสินค้าจากประเทศ
ของตนจนเต็มเรือ เพื่อน ามาค้าขายในต้าซุ่น แล้วน าสินค้าพิเศษ
ของต้าซุ่นกลับไป
ดังนั้นสิ่งที่นางสนใจคือสินค้าที่เฮนรี่น ามา
“เฮนรี่ ท่านพาข้าไปดูสินค้าของท่านได้หรือไม่”
แม้ว่าเฮนรี่จะมาต้าซุ่นเป็นครั้งแรก แต่ในช่วงไม่กี่วันที่เขาหาช่าง
ซ่อมเรือในเมืองอวิ่น ก็สังเกตว่าผู้คนที่นี่มีฐานะร ่ารวยหรือไม่ได้จาก
เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่
เขามั่นใจว่าเฮ่อจือหร่านกับสามีของนางไม่ใช่คนร ่ารวย
เขาจึงไม่เคยคิดจะท าการค้ากับอีกฝ่าย
แม้จะเป็นเช่นนั้น เฮนรี่ก็ยังตอบรับค าขอของเฮ่อจือหร่านอย่าง
เต็มใจ
เฮ่อจือหร่านช่วยเหลือเขามากมาย การให้พวกเขาได้เปิดหูเปิด
ตาก็นับเป็นเรื่องที่ดี
เฮนรี่พาทั้งคู่เข้าไปในคลังสินค้า แล้วเปิดผ้าที่คลุมสินค้า
เหล่านั้นออก
สินค้าที่เขาน ามาทั้งหมดปรากฏสู่สายตาของทั้งสองคน
เฮนรี่ชี้สินค้าเหล่านั้นด้วยท่าทางภูมิใจเล็กน้อย พลางกล่าวว่า
“สินค้าทั้งหมดนี้คือของดีจากประเทศของพวกเรา เชิญพวกท่านดูได้
ตามสบาย”
เฮ่อจือหร่านรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งของเหล่านี้อยู่แล้ว
นอกจากธัญพืชบางชนิดที่ไม่มีในราชวงศ์ต้าซุ่น ก็ยังมีกระเบื้อง
ที่เหมือนไม่ค่อยประณีตนัก ผ้าทอจากต่างชาติ กระจกแผ่นเรียบและ
สินค้าที่ท าจากแก้ว
หลังเห็นกระจก เฮ่อจือหร่านก็คิดขึ้นได้ว่าในอนาคตนางจะต้อง
สร้างบ้านใหม่ กระจกเหล่านี้ต้องสามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้อย่าง
แน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น การได้รับมาจากมือของชาวต่างชาติอย่างเปิดเผย
ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องความไม่ชอบมาพากลของที่มาแต่อย่างใด