ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 198 หูชง
สถานที่แห่งนี้เงินหนึ่งเหรียญทองแดงมีก าลังซื้อเทียบเท่ากับหนึ่ง
หยวนของชาติก่อน หมายความว่ากุ้งมังกรตัวใหญ่ที่เหมือนจะหนัก
อย่างน้อยสองชั่งนั้น ราคาเพียงยี่สิบหยวนเท่านั้น ส่วนกั้งสด ๆ ก็
ราคาเพียงชั่งละสามหยวน
ราคานี้ถูกกว่าของที่นางซื้อในเถาเป่าหลายเท่านัก
“พี่ชาย ข้าขอซื้อทุกอย่างในตะกร้าของท่านนะเจ้าคะ”
ชายร่างใหญ่ถึงกับตะลึงไป เขาถามกลับอย่างเหลือเชื่อ
“แม่นาง เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเอาทั้งหมดนี่”
ไม่เพียงต้องการทั้งหมด แต่นางยังไม่ต่อราคาสักค า
กุ้งยักษ์กับกั้งนั้นไม่ได้มีค่ามากเท่ากับปลาจากทะเล
สัตว์พวกนี้ไม่เพียงเปลือกแข็ง แต่กินแล้วยังรู้สึกระคายปาก ต่อ
ให้เอาไปขายในเมืองก็ไม่แน่ว่าจะขายได้
ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้เขาว่างจนไม่มีอะไรท า จึงคิดว่าจะหาเงินได้
สักหน่อย เขาก็คงไม่ล าบากล าบนแบกของพวกนี้เข้าเมืองเพื่อลอง
เสี่ยงโชค
เฮ่อจือหร่านเห็นสีหน้าของชายคนนั้น ก็รู้ว่าตัวเองยังไม่ได้ต่อ
ราคา พาให้คนอื่นมองว่านางเป็นคนโง่
แม้ว่านางจะมีเงินมากมายในพื้นที่มิติ แต่ก็ไม่อยากซื้อของแล้ว
ถูกมองว่าเป็นคนโง่งม
“เอ่อ…พี่ชาย ถ้าข้าจะซื้อทั้งหมดนี้ สามารถต่อรองราคาได้
หรือไม่”
เมื่อได้ยินค าว่าจะซื้อทั้งหมด ชายคนนั้นก็ถึงกับสงสัยว่าตัวเองหู
ฝาดไปหรือไม่
อาหารทะเลที่มีเปลือกแข็งพวกนี้ไม่ค่อยมีคนต้องการจะซื้อนัก
หญิงสาวคนนี้คงไม่ใช่คนเสียสติหรอกนะ?
แต่ไม่ว่าอย่างไรในเมื่อมีลูกค้ามาถามซื้อ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะ
ปฏิเสธ
ชายคนนั้นถามกลับอย่างระแวงว่า
“แม่นาง เจ้าจะซื้อทั้งหมดจริง ๆ หรือ?”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ปฏิเสธ
“ถูกต้อง หากราคาสมเหตุสมผล ข้าจะซื้อทั้งหมด”
ได้ยินดังนั้น ชายร่างใหญ่จึงวางของที่แบกมาลงกับพื้นอีกครั้ง
“ข้ามีกุ้งยักษ์สิบสองตัว ถ้าเจ้าต้องการทั้งหมด ข้าจะคิดราคา
สองร้อยเหวิน ส่วนกั้งพวกนี้มีอย่างน้อยสามสิบชั่ง ข้าคิดห้าสิบเหวิน
ราคานี้ถือว่าถูกมากแล้วนะ”
ชายร่างใหญ่กลัวว่าอีกฝ่ายจะหาว่าตนเองเรียกราคาแพง จึง
อธิบายเพิ่มเติมอีกสักหน่อย
สองร้อยห้าสิบเหวิน?
ตัวเลขเป็นมงคลดีจริง ๆ
เห็นเฮ่อจือหร่านก าลังจะจ่ายเงิน โม่จิ่วเยี่ยก็รีบห้ามนางไว้
แม้เขาจะไม่เคยกินอาหารทะเลพวกนี้มาก่อน แต่ก็รู้ว่ามันเป็น
ของที่ไม่มีใครต้องการ
เขาเชื่อว่าถึงชายคนนี้จะน าอาหารทะเลเหล่านี้ไปขายในเมือง ก็
คงไม่มีทางขายราคาสูงขนาดนั้น
ชัดเจนว่าเป็นการเอาเปรียบพวกเขาที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
“สองร้อยห้าสิบเหวินแพงเกินไป ท่านควรเอาไปขายในเมือง
ดีกว่า ข้าเองก็อยากรู้ว่าในเมืองของพวกนี้จะขายได้ราคาเท่าไหร่”
โม่จิ่วเยี่ยมีความคิดเหมือนกับเฮ่อจือหร่าน เขาเพิ่งมาถึงที่นี่
ย่อมไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเป็นคนโง่งม
ชายคนนั้นไม่คิดว่าการหาผลประโยชน์ของตัวเองจะถูกจับได้
เร็วขนาดนี้
ยิ่งดูจากท่าทางของคนตรงหน้า ก็เหมือนว่าพวกเขาจะไม่อยาก
ซื้อแล้ว
ไม่ได้การ กว่าเขาจะเจอลูกค้าสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่อาจปล่อย
ให้พวกเขาจากไปได้
“ฮ่า ๆ …เช่นนั้นตามความเห็นของน้องชาย ของพวกนี้ควรราคา
เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมเล่า”
ความจริงแล้วโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่รู้ราคากลางของมัน เขาแค่รู้ว่าของ
พวกนี้ไม่มีทางมีค่าถึงสองร้อยห้าสิบเหวินแน่นอน
“ท่านบอกราคาจริงมาเถอะ ถ้าหากเหมาะสมพวกเราก็จะซื้อ ถ้า
ไม่เหมาะสมก็ช่างมัน”
ชายคนนั้นเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีเด็ดขาด จึงไม่กล้าคิดเอาเปรียบ
อีกต่อไป
เขายิ้มฝืน ๆ แล้วพูดว่า “เช่นนั้นไม่สู้รวมของในตะกร้าของข้าทั้ง
สองใบ ทั้งหมดคิดเงินหนึ่งร้อยห้าสิบเหวินเป็นอย่างไร?”
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่อยากจะเสียเวลาต่อรองราคาอีก จึงตัดสินใจเสนอ
ราคาสุดท้าย
“หนึ่งร้อยเหวิน ถ้าท่านตกลง พวกเราก็จะซื้อทั้งหมด”
หลังพูดจบเขาก็เห็นว่าชายคนนั้นไม่มีปฏิกิริยาอะไร จึงคิดจะ
เคลื่อนเกวียนลาจากไป
ชายคนนั้นเห็นพวกเขาจะไปแล้วก็รีบตอบตกลง “ได้ ๆ ๆ หนึ่ง
ร้อยเหวินก็ได้”
เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ จึงรีบน าตะกร้าไม้ไผ่สองใบยกไป
วางบนเกวียนลา
เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าโม่จิ่วเยี่ยจะมีพรสวรรค์ในการต่อรองราคา
เพียงค าพูดไม่กี่ค าก็สามารถต่อราคาของพวกนี้ลดลงมาได้เกินครึ่ง
เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้เห็นว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องอะไรจึงคิดจะเอา
เปรียบ
เฮ่อจือหร่านก็ไม่คิดจะพูดมาก จ่ายเงินเสร็จแล้วนั่งอยู่บนเกวียน
ลาด้วยความดีใจ
เกวียนลาเดินทางต่อไปตามที่ชายคนนั้นบอก ไม่นานก็พบกับที่
พักของหูชง
ลานบ้านหลังนี้แตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด ก าแพงไม่ได้ท า
จากรั้วไม้แต่ก่อด้วยหิน
บนก าแพงไม่มีแหหรืออวนที่ตากอยู่เหมือนบ้านของชาวประมง
หลังอื่น แต่กลับว่างเปล่าไม่มีอะไร
ประตูรั้วไม่ได้ปิดอยู่ โม่จิ่วเยี่ยยืนด้วยท่าทางสุภาพตรงหน้าประตู
แล้วถามเสียงดัง “ที่นี่คือบ้านของหูชงใช่หรือไม่?”
ผ่านไปสักพัก ประตูบ้านตรงกลางเรือนก็เปิดออก มีชายวัย
กลางคนที่ดูกระเซอะกระเซิงออกมาจากด้านใน
หูชงถามอย่างไม่สบอารมณ์ “ผู้ใดมาหาข้า”
เพียงเขาพูดจบ สายตาก็จ้องมองโม่จิ่วเยี่ย
“คุณชายเก้า?”
ตอนที่หูชงถูกเนรเทศ โม่จิ่วเยี่ยยังไม่ได้เป็นแม่ทัพ ตอนนั้นคน
ในเมืองหลวงจึงเรียกเขาเช่นนี้
โม่จิ่วเยี่ยยกยิ้มพลางกล่าว
“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นใต้เท้าหูจริง ๆ”
หูชงเก็บความเกียจคร้านที่แสดงออกไปเมื่อครู่ เขาพูดเสียง
จริงจังว่า “ใต้เท้าหูอะไรกัน ตอนนี้ข้าก็แค่คนไร้ประโยชน์ที่อยู่รอวัน
ตายเท่านั้น”
โม่จิ่วเยี่ยมองออกว่าสภาพของหูชงย ่าแย่มาก
เขาเองก็เข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์
ตอนที่เพิ่งออกจากเมืองหลวงพร้อมกับกลุ่มนักโทษเนรเทศ เขา
ก็เคยมีความคิดที่จะท าร้ายตัวเองเช่นกัน
โชคดีที่มีหร่านหร่านอยู่ข้าง ๆ เขาถึงได้มุ่งมั่นเพื่ออนาคตอีก
ครั้ง
โม่จิ่วเยี่ยดึงความคิดที่ล่องลอยกลับมา แล้วประสานมือค านับหู
ชง
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอเรียกท่านว่าพี่หูได้หรือไม่”
แม้ว่าหูชงจะถูกเนรเทศมาที่ซีเป่ย แต่เขาก็ไม่ได้ไม่รู้เรื่องที่สกุล
โม่ถูกเนรเทศ ครั้งแรกที่เห็นโม่จิ่วเยี่ย เขาก็รู้สึกเห็นใจในชะตากรรม
ที่คล้ายกันเช่นนี้นัก
ดังนั้นท่าทีของเขาที่มีต่อโม่จิ่วเยี่ยจึงเป็นมิตร
“คุณชายเก้ามาพบข้าที่นี่ได้อย่างไร หากมีอะไรจะพูดก็เข้ามา
พูดข้างในเถอะ”
ด้วยเห็นว่าลานบ้านของหูชงค่อนข้างกว้างขวาง โม่จิ่วเยี่ยจึงน า
เกวียนลาเข้ามาด้วย
โม่จิ่วเยี่ยผูกลาให้เรียบร้อย แล้วช่วยแนะน าเฮ่อจือหร่านกับหูชง
ให้รู้จักกัน จากนั้นจึงเล่าเรื่องว่าตนมาที่นี่ได้อย่างไร
พอหูชงได้ยินว่าพวกเขามาหาตนเองเพื่อซ่อมเรือ สายตาก็จับ
จ้องไปทางเฮนรี่
หลังมองส ารวจขึ้นลงครู่หนึ่ง หูชงก็คิดว่าเฮนรี่เข้าใจภาษาของ
เขา จึงพูดอย่างไม่เกรงใจว่า
“ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับชาวต่างชาติอย่างพวกเจ้าหรอก แต่ต้อง
ขอบคุณคนที่พาเจ้ามา ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่มีทางช่วยซ่อมเรือให้เจ้า
แน่”
เฮนรี่รู้ว่าหูชงก าลังพูดกับเขา แต่กลับไม่เข้าใจสักค า
เขาจึงถามเฮ่อจือหร่านตามสัญชาตญาณว่า “แม่นางเฮ่อจือห
ร่าน ช่วยแปลให้ข้าฟังหน่อยว่าเขาพูดอะไร”
เฮ่อจือหร่านก าลังคิดถึงค าพูดของหูชงอยู่
เห็นได้ชัดว่าหูชงรู้สึกไม่ดีต่อชาวต่างชาติ ซ ้ายังถึงขั้นเกลียดชัง
ด้วย
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ก่อนที่จะเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้ตั้งใจจะแปล
ทันที่
นางมองหูชงและถามว่า “พี่หูเคยถูกชาวต่างชาติรังแกมาก่อน
หรือ”
หูชงก็สังเกตเห็นว่าชาวต่างชาติคนนี้ไม่เข้าใจค าพูดของเขา แต่
หลังจากที่เขาพูดประโยคนั้นจบ ชาวต่างชาติก็หันไปถามภรรยาของ
คุณชายเก้า เขาเดาว่านางน่าจะเข้าใจภาษาของชาวต่างชาติ
เขาจึงไม่ได้ตอบค าถามของเฮ่อจือหร่านทันที่ แต่กลับถามกลับ
ว่า “ฮูหยินเก้าเข้าใจค าพูดของเขาหรือ?”