ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 213 ฮูหยินผู้เฒ่าคิดหาวิธีที่ดีที่สุดส าหรับทั้งสองฝ่าย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 213 ฮูหยินผู้เฒ่าคิดหาวิธีที่ดีที่สุดส าหรับทั้งสองฝ่าย
พวกเหลียงห่าวถูกโม่จิ่วเยี่ยส่งไปจ้างเกวียนในเมืองมา ยิ่งมาก
เท่าไหร่ก็ยิ่งดี
เรื่องเกวียนมอบให้โม่ชูหานจัดการ ส่วนสองสามีภรรยาเดินไป
ทางคลังสินค้าด้วยกัน
ทั้งสองมองไปยังท่าเรืออย่างเข้าใจกัน เรือสินค้าล าใหญ่ของเฮน
รี่ออกเดินทางไปแล้ว คาดว่าคงจะออกเดินทางเมื่อวานนี้
การจากไปของเฮนรี่ก็ถือเป็นความสะดวกมากส าหรับโม่จิ่วเยี่ย
กับเฮ่อจือหร่าน
เพราะสินค้าที่เฮ่อจือหร่านซื้อจากร้านค้าในแอปเถาเป่าจากนี้จะ
ไม่มีหลักฐานยืนยันอีกต่อไป
โม่จิ่วเยี่ยเดินไปเปิดประตูใหญ่ของคลังสินค้า ส่วนเฮ่อจือหร่าน
วางกระต่ายและกรงที่เตรียมไว้ล่วงหน้าจากพื้นที่มิติไว้ในจุดที่ว่างอ
ย่างรวดเร็วที่สุด
พวกเขาเพิ่งจัดการเสร็จไปได้ไม่นาน โม่ชูหานก็ขับเกวียนมาถึง
ทันทีที่เข้ามาในคลังสินค้า โม่ชูหานก็ตกตะลึงโดยพลัน
ไม่ต้องเอ่ยถึงสินค้าในคลังสินค้าที่กองพะเนินกันอยู่มากมาย
น้องเก้ากับภรรยาของเขามีเงินมากขนาดไหนกันแน่?
พวกเขาถึงกับซื้อสิ่งของมาเก็บไว้จนเต็มคลังเชียวนะ
ไม่แน่ว่าอาจซื้อของจากทั้งเรือสินค้ามาหมดแล้ว
ทั้งสองคนคาดไว้แล้วว่าพี่แปดจะต้องมีปฏิกิริยาเช่นนี้เมื่อเห็น
พวกมัน
โม่จิ่วเยี่ยยกมือจรดปากแล้วกระแอมเบา ๆ
“พี่แปด ข้ากับหร่านหร่านรู้สึกว่าของพวกนี้เอาไปใช้ที่บ้านได้
จึงซื้อมาทั้งหมด”
ตอนนี้เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ยังไม่มารับพอดี โม่จิ่วเยี่ยจึงช่วย
แนะน าของพวกนี้ให้โม่ชูหานรู้จัก
“พี่แปด สิ่งนี้เรียกว่ากระจก มีประโยชน์เหมือนกระดาษติด
หน้าต่างของบ้านเรา แต่มันโปร่งใส ไม่บังแสงเหมือนกระดาษติด
หน้าต่าง”
“ส่วนสิ่งนี้เรียกว่าแผ่นพลาสติก คล้ายกับผ้าน ้ามันที่พบเห็น
ทั่วไปในราชวงศ์ต้าซุ่นของเรา ต่างกันที่ความโปร่งใส”
“นี่คือกระเบื้อง ใช้ส าหรับปูพื้นห้อง สวยงามมาก”
“และพวกนี้เป็นผลไม้แห้งชนิดต่าง ๆ แม้จะสูญเสียความชุ่มชื้น
ไปแต่ก็เก็บรักษาง่าย อีกทั้งรสชาติยังอร่อยมากด้วย”
ในระหว่างที่พูดคุยกัน โม่จิ่วเยี่ยก็หยิบสับปะรดแห้งชิ้นหนึ่งส่งให้
โม่ชูหาน
“พี่ชาย ท่านลองชิมดูสิ รสเปรี้ยวหวานช่วยเรียกน ้าย่อยได้ดีนะ
ขอรับ”
ตอนนี้โม่ชูหานก าลังจมอยู่ในห้วงความแปลกประหลาดกับสิ่ง
เหล่านี้ เขารับสับปะรดแห้งมาอย่างเงอะงะแล้วกัดค าหนึ่ง
จากนั้ เขาก็กินสับปะรดแห้งหมดทั้งชิ้นโดยไม่รู้ตัว
“จะว่าไป ผลไม้แห้งที่ชาวต่างชาติท านี่อร่อยจริง ๆ แต่ไม่รู้ว่ามัน
ท ามาจากผลไม้อะไรกันแน่”
“ได้ยินว่าสิ่งนี้เรียกว่าสับปะรด หร่านหร่านคิดว่ามันอร่อยดี จึง
ซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากชาวต่างชาติ ตั้งใจจะลองปลูกดูบ้าง”
โม่ชูหานได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าไม่หยุด “อืม ดี ๆ ถ้าพวกเรา
ปลูกผลไม้เช่นนี้ได้ นอกจากครอบครัวจะได้กินแล้ว หากน าไปขายก็
คงได้ราคาดีด้วย”
ตอนนี้โม่ชูหานได้ตระหนักถึงความเป็นจริงอย่างถ่องแท้แล้ว
อนาคตเขาจะต้องเป็นสามัญชนที่พยายามท ามาหากินเพื่อเงิน ไม่ว่า
จะล าบากแค่ไหน ขอเพียงคนในบ้านอยู่ดีกินดีก็พอ
โม่จิ่วเยี่ยหยิบผลไม้แห้งอีกหลายชนิดส่งให้พี่ชาย ทั้งสองเดินไป
พลางกินไป
ในที่สุดสองพี่น้องก็มาอยู่หน้ากรงกระต่าย
“ท่านดูสิพี่แปด ชาวต่างชาติบอกเราว่ากระต่ายพวกนี้ไม่หนี ไม่
ป่วยง่าย เหมาะส าหรับเลี้ยงในกรงมาก”
กระต่ายขนปุยตัวยักษ์กับกระต่ายหูตกนั้นนอกจากรูปร่างแล้ว
ยังมีรูปลักษณ์ที่ดูดีมาก
โม่ชูหานพูดพลางยิ้มว่า “กระต่ายแบบนี้หากมอบให้หานเยี่ย
นางต้องชอบแน่ ๆ”
ไม่ใช่เพียงน้องสาว แม้แต่เขาที่เป็นบุรุษตัวโตยังนึกอยากจะอุ้ม
มัน ช่างน่ารักเสียเหลือเกิน…
ยังมีกระต่ายที่เตรียมไว้เลี้ยงเพื่อขายอีก พวกมันเองก็ไม่
เหมือนกับกระต่ายป่าที่ล่ามาจากภูเขาไปทั้งหมด กระต่ายป่าหูจะยาว
กว่า แต่ขนาดตัวไม่ใหญ่เท่ากระต่ายโตเต็มวัยพวกนี้
ยิ่งไปกว่านั้น กระต่ายพวกนี้ล้วนมีสีขาวโพลน ส่วนกระต่ายป่า
นั้นหาตัวที่มีสีขาวได้ยากมาก
โม่ชูหานส ารวจดูรอบหนึ่งแล้วถามว่า “น้องเก้า กระต่ายพวกนี้ดู
แล้วทั้งตัวใหญ่ตัวเล็กน่าจะมีอย่างน้อยสองร้อยตัวใช่หรือไม่”
“ถูกต้อง สองร้อยตัวพอดี” โม่จิ่วเยี่ยตอบ
โม่ชูหานรู้สึกล าบากใจอยู่บ้าง
“น้องเก้า มีกระต่ายเยอะขนาดนี้ แล้วต่อไปจะเอาอะไรมาเลี้ยง
พวกมันเล่า”
ในความเข้าใจของเขา กระต่ายป่าภูเขามักกินหญ้าและผลไม้ป่า
เป็นอาหาร
หากเป็นฤดูอื่นก็ยังพอไหว หากอยู่ใกล้ภูเขาก็สามารถไปน า
หญ้ามาเลี้ยงได้ แต่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้ จะท าอย่างไร?
“พี่แปด ชาวต่างชาติบอกว่านอกจากหญ้าแล้ว กระต่ายยังกินหัว
ไชเท้าและผักอย่างอื่นได้ด้วย หากไม่มีก็ให้อาหารหยาบ ๆ ก็ได้
เช่นกัน”
เมื่อได้ฟังค าอธิบายของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว โม่ชูหานพลันรู้สึกโล่งใจ
“ข้านี่โง่เสียจริง ไม่เคยรู้เลยว่ากระต่ายกินของเหล่านี้ได้”
แต่เมื่อเห็นชาวต่างชาติเลี้ยงกระต่ายจนอ้วนท้วนสมบูรณ์เช่นนี้
คงจะไม่มีอะไรผิดแน่
ขณะที่สองพี่น้องเพิ่งตรวจดูสิ่งของในคลังสินค้าเสร็จ ก็ได้ยิน
เสียงเฮ่อจือหร่านพูดอยู่ตรงประตู
“ท่านพี่ พี่แปด เกวียนที่พวกเหลียงห่าวจ้างมาถึงแล้ว พวกเรา
เตรียมขนย้ายข้าวของกันเถอะเจ้าค่ะ”
ชายทั้งสองรับค าแล้วเดินไปทางประตูพร้อมกัน
เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ จ้างเกวียนมาสิบกว่าคัน ก าลังหยุดรอ
อย่างเป็นระเบียบอยู่นอกคลังสินค้า
โม่จิ่วเยี่ยก าลังสั่งการให้คนในครอบครัวรวมทั้งคนขับเกวียน
ช่วยกันขนสิ่งของขึ้นเกวียนทีละชิ้น
ต้องกล่าวว่าครั้งนี้เฮ่อจือหร่านเตรียมของมามากจริง ๆ กระทั่ง
เกวียนสิบกว่าเล่มบรรทุกจนเต็มแล้ว ก็ยังขนข้าวของในคลังสินค้า
ออกมาได้เพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ก็เห็นได้ชัดว่าการขนสิ่งของทั้งหมดคงต้องใช้เวลา
อย่างน้อยสี่เที่ยว คาดว่าถึงตอนนั้นฟ้าคงจะมืดค ่าพอดี
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างก็เป็นห่วงเรื่องการสร้างเพิงหญ้า จึง
มอบหมายให้พี่แปดรับผิดชอบเรื่องการขนของ ส่วนพวกเขาสองคน
ก็ติดตามเกวียนบรรทุกสินค้ากลับไปยังหมู่บ้านซีหลิ่ง
เพียงเกวียนเคลื่อนเข้ามาในหมู่บ้าน ก็ดึงดูดสายตาของคน
ตระกูลจ้าวและตระกูลโจวทันที่
พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่งมานานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรก
ที่ได้เห็นคนซื้อข้าวของมากมายขนาดนี้ในคราวเดียว
แม้แต่ตระกูลชุยที่เคยร ่ารวยที่สุดก็ยังไม่เคยท าอะไรใหญ่โต
ขนาดนี้มาก่อน
คนสองตระกูลจึงเห็นพ้องต้องกันว่า ในอนาคตสกุลโม่จะต้อง
กลายเป็นเศรษฐีใหญ่ของหมู่บ้านซีหลิ่งอย่างแน่นอน…
โชคดีที่บ้านยังมีห้องที่ว่างอยู่สองห้อง การเก็บผ้าขนสัตว์ไว้ที่นั่น
ก่อนดูจะเหมาะสมที่สุด
ยังมีผ้าพลาสติกอีก หากวางไว้ข้างนอกนาน ๆ มันก็อาจ
เสื่อมสภาพได้ง่าย พวกเขาจึงตัดสินใจเก็บไว้ในห้องที่ว่างไปพร้อม
กัน
ส่วนกระจกและกระเบื้องก็วางรวมกันไว้ชั่วคราวตรงพื้นที่ว่างของ
ลานบ้าน
หลังส่งเกวียนกลับไปขนของที่คลังสินค้าต่อ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจื
อหร่านก็มายังลานหลังบ้าน
ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นแม่ศรีเรือนที่เก่งกาจจริง ๆ หลังจากลูกชายและ
ลูกสะใภ้ออกไปข้างนอก นางก็ไปหาหัวหน้าตระกูลโจว หวังว่าจะจ้าง
คนในตระกูลเขามาช่วยสร้างเพิงหญ้าที่บ้าน
ไม่เพียงเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่ายังคิดวิธีที่เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
มันเหมือนกับการรับเหมาในสมัยใหม่ นางรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
และแผนงาน ส่วนอีกฝ่ายรับผิดชอบเรื่องวัสดุและแรงงานคน
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยเห็นภาพเช่นนี้เมื่อมาถึงที่ลานหลังบ้าน
ฮูหยินผู้เฒ่ากับลูกสะใภ้หลายคนยืนดูอยู่ไม่ห่าง พวกชาวบ้าน
ทยอยน าหญ้าแห้งและเสาไม้หนา ๆ โยนเข้ามาจากนอกก าแพง ส่วน
ฝั่งหนึ่งของลานก็มีคนรับผิดชอบสร้างเพิงไม้
เห็นได้ชัดว่าการตัดสินใจของฮูหยินผู้เฒ่าไม่เพียงชาญฉลาด
แต่ชาวบ้านเหล่านั้นยังเข้าใจเรื่องการท างานเป็นอย่างดี
เพิงหญ้าสร้างติดก าแพงบ้าน ตอนนี้มองเห็นโครงร่างที่ใหญ่แล้ว
ด้วยความเร็วแบบนี้ คาดว่าคงจะสร้างเสร็จก่อนฟ้ามืดแน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้นกระต่ายน้อยของนางจะมาถึงบ้าน จัดวางกรง
อย่างเป็นระเบียบในเพิงหญ้า และเมื่อใช้ม่านฟางปิดทางเข้า ทุกอย่าง
ก็จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว