ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 214 สาแก่ใจ
ขณะเฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก าลังจะเดินเข้าไปทักทายฮูหยินผู้
เฒ่า โม่จิ่วเยี่ยซึ่งประสาทการรับรู้ว่องไวเป็นพิเศษก็ได้ยินเสียงวุ่นวาย
ดังมาแต่ไกล
เสียงนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงอันตรายที่ก าลังจะมา แต่เหมือนเป็น
เสียงร้องไห้คร ่าครวญของคนตระกูลชุย…
ในเวลาเดียวกันนั้น นอกก าแพงบ้านก็มีเสียงฝีเท้าเร็ว ๆ ของคน
ตระกูลโจว
“ได้ยินว่ามีเจ้าหน้าที่มาบ้านตระกูลชุยด้วย พวกเราไปดูกันเร็ว”
“รีบไปกันเถอะ ไปช้าจะไม่มีที่ดี ๆ ให้ยืนดูนะ”
“เสียงร้องไห้มากมายขนาดนี้ ตระกูลชุยคงจะโชคร้ายแล้วล่ะ…”
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสบตา แล้วเดินออกไปนอกลานบ้าน
พร้อมกัน
ไม่ใช่ว่าพวกเขาชอบเรื่องซุบซิบนินทาหรือรู้สึกสนุกกับความ
เดือดร้อนของผู้อื่น พวกเขาแค่อยากรู้สถานการณ์ของตระกูลชุยให้
มาก เพื่อจะได้ซื้อบ้านและที่ดินตรงเชิงเขาจากพวกเขาได้เร็วขึ้น
เมื่อทั้งสองเข้ามาใกล้บ้านตระกูลชุย ที่นั่นก็มีชาวบ้านซึ่งมาดู
เหตุการณ์ล้อมรอบจนเต็มไปหมดแล้ว
เสียงร้องไห้และวิงวอนขอความเมตตาของคนตระกูลชุยดังขึ้นไม่
ขาดสาย
“ใต้เท้าขอรับ ทั้งหมดเป็นการกระท าของชุยเหวินนะขอรับ ไม่
เกี่ยวกับข้าเลยสักนิด ใต้เท้าอย่าท ากับข้าเช่นนี้เลย!”
“ใต้เท้า ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด ที่บ้านข้ายังมีแม่อายุแปดสิบที่
ต้องดูแล”
“ใต้เท้าขอรับ ข้าขอร้อง ได้โปรดละเว้นข้าสักครั้งเถอะ…”
เจ้าหน้าที่รู้สึกหงุดหงิดมาก พวกเขาฟาดแส้ใส่คนตระกูลชุยไม่
หยุด
“พวกเจ้าหุบปากให้หมด! ตอนนี้รู้จักอ้อนวอนแล้วสินะ ตอนที่ท า
เรื่องชั่วไม่เคยคิดบ้างหรือว่าจะมีวันนี้?”
แส้ฟาดลงบนร่างของคนตระกูลชุยสิบกว่าคนซ ้าแล้วซ ้าเล่า ท า
ให้เสียงร้องไห้เพิ่มขึ้นอีกระดับ
ภาพนี้ส าหรับตระกูลจ้าวและตระกูลโจวแล้ว ช่างสาแก่ใจนัก
คนตระกูลชุยท าเรื่องชั่วช้ามามากมาย ในที่สุดก็ได้รับผลกรรม
เสียที่
เพียงคิดว่าจับคนตระกูลชุยไปไม่กี่คนเรื่องก็คงจบ แต่ไม่คาดคิด
ว่าพวกเจ้าหน้าที่จะหันมาตามหาหัวหน้าตระกูลตระกูลจ้าวกับตระกูล
โจวอีก
หัวหน้าตระกูลทั้งสองมีสีหน้าไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าการท าความผิด
ของตระกูลชุยเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา
เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ คนทั้งสองก็หวาดกลัวจนตัวสั่น
“ใต้เท้าขอรับ ไม่ทราบว่าเรียกพวกเรามามีเรื่องอะไรจะสั่งหรือ
ขอรับ?”
เจ้าหน้าที่พูดเสียงดังว่า “ท่านนายอ าเภอบอกว่า คนที่ตระกูลชุย
บังคับให้แต่งงานหรือรับเป็นสะใภ้จากตระกูลของพวกท่าน ผู้ใดไม่
เต็มใจจะอยู่ด้วยกันต่อไป ฝ่ายชายสามารถหย่าภรรยาได้ ส่วนฝ่าย
หญิงก็สามารถขอแยกทางได้”
ไม่นานหลังจากเจ้าหน้าที่กล่าวจบ ก็มีหญิงสาวสามคนวิ่ง
ออกมาจากฝั่งตระกูลชุย
ทั้งสามคนคุกเข่าพร้อมกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ “ใต้เท้าเจ้าคะ พวก
เราทุกคนต้องการขอแยกทาง”
พูดจบ ทั้งสามก็ยังไม่ลืมจ้องมองไปทางตระกูลชุยด้วยสายตา
ดุดัน
เฮ่อจือหร่านมองหญิงสาวทั้งสามคน ไม่ต้องเอ่ยถึงอย่างอื่น แค่
เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนก็ดูแปลกแยกจากคนตระกูลชุยอย่าง
เห็นได้ชัดแล้ว
จากสิ่งนี้ก็ท าให้เห็นว่าชีวิตของพวกนางหลังแต่งเข้าตระกูลชุย
นั้นยากล าบากเพียงใด
ขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังครุ่นคิดอยู่นั้น ก็มีคนหลายคนวิ่งเข้าไป
หาตระกูลจ้าวกับตระกูลโจว
คนหลายคนพบหน้าลูกสาวของตัวเอง พวกเขาต่างกอดลูกสาว
และร ่าไห้อย่างสุดซึ้ง
“เอ้อหนี่ พ่อแม่ไร้ความสามารถ ถึงได้ปล่อยให้เจ้าต้องทนทุกข์
อยู่ในตระกูลชุยมาถึงสองปีกว่า ตอนนี้ดีแล้ว ท่านนายอ าเภออนุญาต
ให้พวกเจ้าหย่าร้างได้ พวกเราจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยในวันนี้
เลย”
“เฉี่ยวซิ่ง พวกเดรัจฉานตระกูลชุยใช้งานเจ้าเยี่ยงทาส วันนี้พวก
เราจะให้เจ้าตัดขาดกับพวกมัน”
“ดีจริง ๆ ลูกสาวข้าไม่ต้องทนทรมานอยู่ในตระกูลชุยอีกแล้ว เจ้า
วางใจได้ พอกลับบ้านมาแล้ว พ่อแม่กับพวกพี่น้องจะเลี้ยงดูเจ้าเอง”
ในตอนที่พวกเขากอดลูกสาวของตนและก าลังร ่าไห้ ในกลุ่มคน
ของตระกูลจ้าวและตระกูลโจว ท่ามกลางเสียงร้องไห้โหยหวนของ
ผู้หญิงที่ราวกับเป็นคนบ้า ก็มีชายร่างสูงใหญ่หลายคนลากสตรีที่ดู
ไม่ค่อยเหมือนคนมายืนต่อหน้าเจ้าหน้าที่
พวกเขาโยนนางเหล่านั้นลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี
“ใต้เท้าขอรับ พวกเราต้องการหย่าภรรยา ชาตินี้ถึงแม้จะไม่ได้
แต่งงานอีก ก็ไม่ขอรับผู้หญิงตระกูลชุยมาเป็นภรรยา”
“ใช่แล้ว พวกเราไม่ต้องการผู้หญิงตระกูลชุย ถึงตายก็ไม่เอา”
เมื่อเห็นว่าพวกเขามีท่าทีเด็ดเดี่ยว เหล่าสตรีตระกูลชุยก็หยุด
ร้องไห้
หญิงร่างอวบอ้วนคนหนึ่งลุกขึ้น เดินมาหาชายหนุ่มตระกูลจ้าว
คนหนึ่ง พลางยกมือขึ้นพยายามเพื่อดึงแขนเขา
“จ้าวอวี้ซาน การที่ข้าแต่งงานกับเจ้าถือเป็นโชคดีของเจ้านะ
อย่าได้ลืมสิ”
จ้าวอวี้ซานถอยหลังอย่างรวดเร็ว ไม่ยอมอดทนเหมือนแต่ก่อน
อีกต่อไป
“โชคดีแบบนี้ ข้าจ้าวอวี้ซานไม่ต้องการ เจ้ากลับไปตระกูลชุย
ของเจ้าซะ!”
สะใภ้ชุยไม่ยอมแพ้ เดินเข้าไปหมายจะฉุดกระชากจ้าวอวี้ซาน
“เจ้าอย่าลืมนะ ข้าให้ก าเนิดลูกชายให้เจ้าตั้งสองคน”
จ้าวอวี้ซานหัวเราะเยาะ “สองคนแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ใช้แซ่ของ
เจ้าอยู่ดี”
สตรีตระกูลชุยคนอื่นที่ถูกลากตัวมาก็พยายามฉุดรั้งสามีของตน
จากท่าทางของพวกนาง ดูท่าว่าวิธีการอาละวาดเช่นนี้พวกนางคง
น ามาใช้บ่อย ๆ
เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์เริ่มวุ่นวายจึงตวาดเสียงดัง รอบข้าง
ถึงได้สงบลงบ้าง
ในที่สุดก็มีคนมาช่วยเหลือพวกเขา ผู้เฒ่าจ้าวกับผู้เฒ่าโจวกลัว
ว่าเรื่องจะเปลี่ยน จึงรีบสั่งคนไปเอากระดาษและพู่กันมา เขียนหนังสือ
หย่าให้พวกสะใภ้ชุยต่อหน้าชาวบ้าน และรีบลบชื่อพวกนางออกจาก
ล าดับตระกูลทันที่
ส าหรับสตรีที่แต่งเข้าตระกูลชุย การหย่าร้างนั้นยุ่งยากกว่า
เล็กน้อย นอกจากต้องให้หัวหน้าตระกูลช่วยเขียนหนังสือหย่าแล้ว
ยังต้องไปที่ว่าการอ าเภอเพื่อประทับตราให้มีผลบังคับใช้ด้วย
เพื่อการนี้ ญาติฝ่ายหญิงของหญิงสาวหลายคนจึงตัดสินใจทันที
ว่าจะติดตามเจ้าหน้าที่ไปยังที่ว่าการอ าเภอ วันนี้พวกเขาจ าเป็นต้อง
หย่าร้างกับตระกูลชุยให้ได้
เจ้าหน้าที่ก็ไม่ลังเล ไม่ว่าพวกเขาจะเคยช่วยเหลือชุยเหวินท า
อะไรมาก่อน แต่ตอนนี้นายอ าเภอคนใหม่มาถึงแล้ว พวกเขาก็ต้อง
เชื่อฟังนายอ าเภอคนใหม่ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นพวกเขาถึงจะสามารถ
ไถ่โทษของตนเองได้
ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงท างานอย่างเต็มที่
หลังจากมัดตัวคนตระกูลชุยที่ท าผิดอย่างแน่นหนา พวกเขาก็รีบ
กลับไปที่ว่าการอ าเภอ
คนตระกูลชุยมองญาติพี่น้องสิบกว่าคนที่ถูกจับไป อีกทั้งยังมี
หญิงสาวมากมายที่ถูกส่งกลับบ้านและบุรุษที่ถูกหย่าร้าง พวกเขา
ต่างก็ท้อแท้ทันที่
บางคนแม้จะเคยชินกับการตะโกนด่าคนตระกูลจ้าวและตระกูล
โจว แต่เมื่อเห็นสายตาที่แตกต่างไปจากเดิมของพวกเขาก็ไม่กล้าท า
เช่นนั้นอีก
สิบกว่าปี ตระกูลจ้าวและตระกูลโจวแห่งหมู่บ้านซีหลิ่ง ในที่สุดก็
รู้สึกโล่งใจเป็นครั้งแรก
พวกเขาไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกดขี่และรังแกจากตระกูลชุยอีก
ต่อไป ชีวิตในวันหน้าก็จะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าเจ้าหน้าที่จับคนไปแล้ว ก่อน
กลุ่มคนจะสลายตัวไป พวกเขาก็หันหลังกลับบ้านเพื่อไปจัดการธุระ
ต่อ
เป็นไปตามที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ พอถึงใกล้ค ่า เกวียนที่ต้อง
วิ่งไปมาหลายเที่ยวกว่าจะขนสินค้าทั้งหมดจากคลังสินค้ากลับมาได้
การขนสิ่งของกลับมามากมายขนาดนี้ภายในวันเดียว ท าเอาคน
ตระกูลจ้าวคนตระกูลโจวต้องประหลาดใจ
พวกเขารู้ว่าตระกูลชุยร ่ารวย แต่ก็ไม่เคยเห็นใครเหมือนคนสกุล
โม่ที่เพิ่งย้ายมาตั้งรกรากก็ซื้อข้าวของมากมายขนาดนี้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมองสิ่งของที่คนพวกนั้นยกลงมา แทบทั้งหมด
ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
ทว่ามันก็ไม่แปลกอะไร คนที่เคยเป็นตระกูลขุนนางใหญ่โตใน
เมืองหลวง แม้จะถูกเนรเทศมาก็ยังคงมีรากฐานที่มั่นคง
ทั้งสองตระกูลต่างรู้สึกโชคดีที่สกุลโม่ไม่ยอมประจบเอาใจกับชุย
เหวิน มิฉะนั้น พวกเขาคงไม่ได้ถูกจัดสรรให้มาอยู่ที่หมู่บ้านซีหลิ่ง
และพวกชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเขาก็คงไม่มีโอกาสได้เปิดโลก
ทัศน์แบบนี้…