ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 227 ข้าหวังว่าโม่ชูหานจะกลับไปเมืองหลวงพร้อมกับข้า
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 227 ข้าหวังว่าโม่ชูหานจะกลับไปเมืองหลวงพร้อมกับข้า
เมื่อนึกถึงโม่ชูหานที่หายตัวไปตอนถูกส่งไปสังหารโม่จิ่วเยี่ย
การที่เขาสามารถหาที่นี่เจอได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เฮ่อจือหร่านต้องการยืนยันค าพูดของหนานรุ่ย นางจึงส่ง
จิตส านึกเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อตรวจสอบตัวกู่ลูก
ขวดนั้นโปร่งใส สามารถมองเห็นสภาพของตัวกู่ลูกข้างในได้
อย่างชัดเจน
เห็นได้ชัดว่าตัวกู่ลูกที่ปกติแล้วเงียบสงบ ตอนนี้กลับคลุ้มคลั่ง
อย่างผิดปกติ พยายามดิ้นรนสุดก าลังเพื่อหนีจากพันธนาการ
เฮ่อจือหร่านไม่กังวลเรื่องนี้นัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความปลอดภัย
ของขวดใบนี้ แม้ว่ากู่ลูกจะหนีออกมาได้จริง ๆ มันก็ยังอยู่ในพื้นที่มิติ
ของนาง ไม่อาจสร้างอันตรายใด ๆ ต่อคนภายนอกได้
ดูท่าในมือของหนานรุ่ยจะมีกู่แม่ที่ควบคุมกู่ลูกอยู่จริง ๆ
เฮ่อจือหร่านเพิ่งดึงจิตส านึกกลับมาจากพื้นที่มิติ เห็นโม่จิ่ว
เยี่ยถามหนานรุ่ยอีกครั้งว่า “ท่านจะให้ข้าเชื่อค าพูดของท่านได้
อย่างไร”
หนานรุ่ยตอบโดยไม่ต้องคิด “ข้าไม่รู้ว่าที่ชายแดนมีคนส่งข่าวให้
เจ้าหรือไม่ หลุมศพของโม่ชูหานที่ถูกขุด เป็นฝีมือคนที่ข้าส่งไปเอง”
“เหตุใดท่านถึงท าเช่นนั้น” โม่จิ่วเยี่ยถาม
“เพราะข้ารู้ว่าที่ชายแดนมีทหารและขุนพลมากมายที่จงรักภักดี
ต่อสกุลโม่ พวกเขาเห็นหลุมศพของโม่ชูหานถูกขุด จะต้องหาทาง
แจ้งให้เจ้ารู้แน่นอน”
เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้สงสัยอะไร เพราะคนที่รู้ว่าพี่แปดยังมีชีวิต
อยู่มีเพียงหนานรุ่ยเท่านั้น อีกฝ่ายท าเช่นนี้นอกจากจะเป็นการบอก
ข่าวว่าพี่แปดยังมีชีวิตอยู่ด้วยวิธีอื่น เขาก็คิดไม่ออกว่าจะมีเหตุผลอื่น
อีก
อย่างไรก็ตาม โม่จิ่วเยี่ยยังคงสงสัยอยู่ดี
“ถ้าอยากให้ข้ารู้ว่าพี่แปดยังมีชีวิตอยู่ ท าไมไม่ส่งคนมาบอกข้า
โดยตรง มันจะไม่สะดวกกว่าหรือ”
หนานรุ่ยส่ายหน้า “ข้าเคยคิดเช่นนั้น แต่หากข้าส่งข่าวมาบอก
เจ้าว่าโม่ชูหานอยู่ในมือข้า ด้วยนิสัยของคนสกุลโม่ พวกเจ้าคงจะบุก
กลับเมืองหลวงเพื่อช่วยโม่ชูหานออกมาโดยไม่คิดถึงอะไรทั้งสิ้น”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ความพยายามทั้งหมดของข้าก็จะสูญเปล่า
ดังนั้นข้าจึงเลือกที่จะส่งคนไปขุดหลุมศพของโม่ชูหานอย่างเงียบ ๆ
เพื่อส่งสัญญาณบางอย่างให้เจ้า แล้วใช้กู่พิษควบคุมโม่ชูหานให้เป็น
หนึ่งในมือสังหาร”
“โม่ชูหานมีวรยุทธ์สูงส่ง ข้ากังวลว่าเจ้าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ดังนั้นจึงควบคุมให้เขาไม่กินไม่ดื่มในช่วงหลายวันนั้นเพื่อลด
พละก าลัง หวังเพียงว่าในระหว่างการต่อสู้ เจ้าจะสามารถพบคนที่
คุ้นเคยจากตัวเขา…”
ค าพูดเหล่านี้ของหนานรุ่ยสามารถอธิบายทุกอย่างได้ทั้งหมด
โม่จิ่วเยี่ยจึงถามต่อไป
“ในเมื่อท่านส่งพี่แปดของข้ามาในกลุ่มมือสังหาร ท าไมถึงต้อง
มาตามหาเขาที่นี่อีก”
นี่คือประเด็นส าคัญ
นี่คือจุดประสงค์แท้จริงที่หนานรุ่ยมาที่นี่
“มือสังหารชุดด าที่ข้าส่งไปไม่มีใครรอดชีวิตกลับมา ย่อมจะ
ดึงดูดความสนใจของคนผู้นั้น ในขณะเดียวกันเขาก็พบว่าโม่ชูหาน
ไม่ได้อยู่ข้างกายข้า ยิ่งไปกว่านั้น จากปฏิกิริยาของกู่แม่ก็เห็นได้ว่ากู่
ลูกในตัวโม่ชูหานยังมีชีวิตดีอยู่ หมายความว่าโม่ชูหานก็ยังมีชีวิตอยู่
เพียงแต่ไม่เชื่อฟังค าสั่งของข้าแล้วเท่านั้น ก่อนหน้านี้ ข้าใช้ข้ออ้าง
ว่าส่งโม่ชูหานไปท าภารกิจเพื่อหลบเลี่ยงคนผู้นั้นหลายครั้ง แต่ข้า
รู้สึกว่าวิธีนี้ไม่ได้ตลอด แทนที่จะปล่อยให้คนผู้นั้นใช้กู่แม่ตามมาที่นี่
ข้าควรลงมือก่อนจะดีกว่า”
“แต่ถ้าท่านมาซีเป่ย คนผู้นั้นจะไม่สงสัยท่านหรือ” โม่จิ่วเยี่ยถาม
ต่อ
“ลูกน้องของเขาส่งข่าวมาบอกข้าว่า คนผู้นั้นมีธุระส าคัญในช่วง
นี้ จะไม่ปรากฏตัวอีกหลายเดือน ดังนั้นข้าจึงฉวยโอกาสนี้รีบมาที่ซี
เป่ย”
พูดจบ หนานรุ่ยก็เริ่มพินิจพิเคราะห์โม่ชูหานอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะ
มองอย่างไรเขาก็ไม่เหมือนคนที่ถูกกู่ควบคุม
โดยเฉพาะเมื่อครู่เขาพยายามควบคุมกู่แม่เพื่อบังคับโม่ชูหาน
หลายครั้ง แต่โม่ชูหานกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
นี่คือสิ่งที่ท าให้หนานรุ่ยสงสัยมากที่สุดหลังจากพบกับโม่ชูหาน
เขาอยากถามโม่ชูหาน แต่นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายยังรู้สึกเป็นศัตรู
กับตนอยู่มาก ถึงแม้จะถามไป อีกฝ่ายก็อาจไม่บอกความจริง ดังนั้น
หนานรุ่ยจึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการ
เขาชี้ไปยังขวดกระเบื้องที่ใส่กู่แม่ไว้แล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ข้า
สามารถถอนกู่ลูกของโม่ชูหานได้แล้ว แต่ข้ามีเงื่อนไขเล็กน้อย”
โม่ชูหานรู้ว่าน้องเก้าเก่งกาจมากกว่าตนในเรื่องการเจรจา จึง
ไม่ได้เอ่ยปากอะไร
โม่จิ่วเยี่ยมองความคิดของหนานรุ่ยออกตั้งแต่แรกแล้ว ด้วยกู่หุ่น
เชิดบนตัวพี่แปดถูกถอนออกไป เขาจึงไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
“ข้าอยากรู้เงื่อนไขของท่านก่อน”
หนานรุ่ยกล่าว “ข้าหวังว่าโม่ชูหานจะกลับไปเมืองหลวงกับข้า
และแสร้งท าเป็นยังถูกกู่ควบคุม ไม่เช่นนั้น ถ้าคนผู้นั้นรู้ว่ามีอะไร
ผิดปกติ ข้าก็เกรงว่าชีวิตของเสด็จแม่จะตกอยู่ในอันตราย”
“ไม่ได้” โม่จิ่วเยี่ยปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
หนานรุ่ยร้อนใจ “พวกเจ้าไม่อยากถอนพิษกู่ให้โม่ชูหานหรือ”
โม่จิ่วเยี่ยแค่นหัวเราะ “ท่านเห็นพี่แปดของข้าเหมือนคนที่ถูกพิษ
กู่ควบคุมหรือ”
ไม่เหมือน แน่นอนว่าไม่เหมือน จุดนี้หนานรุ่ยสังเกตเห็นตั้งแต่
แรกแล้ว
หรือว่า พิษกู่ของโม่ชูหานจะถูกถอนออกไปแล้ว?
ตามความเข้าใจของเขา วิธีเดียวที่จะแก้พิษหนอนกู่ได้คือการ
หาคนที่เลี้ยงดูกู่แม่ คนเลี้ยงต้องฆ่ากู่แม่ก่อน แล้วกู่ลูกในร่างกายของ
อีกฝ่ายก็จะตายตามไป
แต่กู่แม่ในมือของเขายังเลี้ยงอยู่ดี แล้วโม่ชูหานจะแก้พิษกู่ได้
อย่างไร?
“พวกเจ้ารู้จักคนที่แก้พิษกู่ได้หรือ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตอบ แต่ถามกลับว่า “คนลึกลับที่ท่านพูดถึงคือ
ใครกันแน่”
หนานรุ่ยส่ายหัว “ข้าไม่เคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงของคนผู้นั้น รู้
เพียงว่าเขามีผมสีขาว และทุกครั้งที่ปรากฏตัวต่อหน้าข้ามักจะเป็น
ใบหน้าของหญิงสาวที่แตกต่างกันไป”
ผมขาว?
ใบหน้าผู้หญิง?
นี่ตรงกับลักษณะของอาจารย์ที่อวิ๋นหลี่เคยบอกไว้
ตอนนี้ทั้งเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยต่างยืนยันได้ว่า คนที่อยู่
เบื้องหลังหนานรุ่ยก็คืออาจารย์ผมขาวหน้าเยาว์ที่อวิ๋นหลี่พูดถึง
“ท่านรู้หรือไม่ว่าคนผู้นี้อยู่ที่ไหน” โม่จิ่วเยี่ยถามอย่างร้อนรน
คนลึกลับคนนี้ไม่รู้ว่าท าร้ายคนสกุลโม่ไปมากเท่าไหร่แล้ว
ตอนนี้ในที่สุดก็รู้ข่าวคราวของอีกฝ่าย โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่อยากจะถอดใจ
ยอมแพ้แบบนี้
หนานรุ่ยยักไหล่จนปัญญา “ข้าเจอคนคนนั้นทั้งหมดสามครั้ง
แต่ละครั้งเขาไปมาไร้ร่องรอย ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาอยู่ที่ไหน และทุก
ครั้งเขาจะส่งคนมาติดต่อข้าเอง ถ้าข้าอยากพบเขาก็ท าได้แค่รอให้
คนของเขามาหาและส่งข่าวกลับไป”
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่มีข้อสงสัยในตัวหนานรุ่ยแล้ว ถ้าเขาอยากจะ
ก่อเรื่องจริง ๆ ก็ไม่จ าเป็นต้องมาถึงซีเป่ยด้วยตัวเอง
แต่ไม่ว่าอย่างไร พี่แปดก็คงไม่ยอมกลับไปเมืองหลวงพร้อมกับ
เขาแน่
เมื่อสืบข่าวคนลึกลับคนนั้นจากหนานรุ่ยไม่ได้ โม่จิ่วเยี่ยก็ต้อง
หาวิธีอื่น และรอดูว่าตอนปีใหม่ พี่สามจะกลับมาพร้อมน าข่าวดีมา
ด้วยหรือไม่
หนานรุ่ยไม่รู้ที่อยู่ของคนลึกลับ แต่โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ยอมพลาด
โอกาสที่จะได้ข้อมูลอื่น ๆ ในครั้งนี้เด็ดขาด
“ท่านรู้หรือไม่ว่านอกจากพี่แปดของข้าแล้ว ยังมีบุรุษสกุลโม่คน
อื่นที่ถูกคนผู้นั้นควบคุมอีก?”
หนานรุ่ยส่ายหน้า “ข้าไม่รู้แน่ชัด แต่ข้าเคยได้ยินคนคนนั้นพูด
โดยบังเอิญว่า ถ้าบุรุษสกุลโม่ทั้งหมดกลายเป็นหุ่นเชิดของเขาได้ ก็
จะเป็นวันที่เขาได้แก้แค้นให้คนที่เขารัก”
หนานรุ่ยก็แค่เล่าเรื่องซ ้าอีกครั้ง ส่วนโม่จิ่วเยี่ยจะมองเรื่องนี้
อย่างไร ก็ไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว
ยามนี้ สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดยังคงเป็นเรื่องการถอนพิษกู่ของ
โม่ชูหาน
“เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ ใครเป็นคนที่ถอนพิษกู่ออกจากร่างโม่ชู
หาน”