ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 228 เจ้าก าลังงอนข้าใช่หรือไม่?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 228 เจ้าก าลังงอนข้าใช่หรือไม่?
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้บอกหนานรุ่ยว่า ตอนนี้เขาไม่อาจส่งภรรยาสุดที่
รักไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงได้
แม้ว่าสิ่งที่หนานรุ่ยพูดมาจะสมเหตุสมผล แต่ไม่ว่าอย่างไร อีก
ฝ่ายก็เคยท าสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสกุลโม่
หากเขารู้ว่าหร่านหร่านสามารถแก้พิษกู่ได้ ก็ไม่อาจรับประกัน
ว่าเขาจะไม่คิดอะไรแย่ ๆ
“คนที่ช่วยพี่แปดแก้พิษคือผู้วิเศษ ตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่
ไหน”
พอได้ยินดังนั้นหนานรุ่ยก็รู้สึกกังวล ในที่สุดเขาก็พบคนที่
สามารถแก้พิษกู่ด้วยวิธีอื่นได้แล้ว แต่โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่
ที่ไหน
“เจ้าช่วยบอกเบาะแสกับข้าได้บ้างหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากปิดบังเรื่องทั้งหมด หากช่วยแก้พิษให้พระ
มารดาของหนานรุ่ยแล้วเกิดประโยชน์กับตัวเอง เขาก็อาจจะ
พิจารณาให้หร่านหร่านช่วยอีกฝ่าย
“คนที่ช่วยพี่แปดของข้าแก้พิษมีนิสัยแปลก ๆ ไม่ชอบติดต่อกับ
คนแปลกหน้า และไม่แสดงตัวตนที่แท้จริงด้วย ถ้าข้าบอกที่อยู่ของ
เขาไปโดยไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะน าความยุ่งยากมาสู่คนสกุลโม่ได้”
หนานรุ่ยให้สัญญาอย่างจริงใจ “ข้าสาบาน ถ้าเจ้าช่วยข้าตาม
หาปรมาจารย์ที่สามารถแก้พิษกู่ได้ เจ้าจะให้ข้าท าอะไร ข้าก็จะยอม
ท าทั้งนั้น”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้รีบร้อนแสดงท่าทีกับเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่อง
ใหญ่ เขาจึงจ าเป็นต้องปรึกษากับหร่านหร่านก่อนถึงจะตอบได้
“หากองค์ชายหนานรุ่ยไม่รีบร้อนจะไปในอีกไม่กี่วันนี้ ข้าจะลอง
ติดต่อผู้วิเศษท่านนั้นดู ถ้ามีข่าวอะไรข้าจะแจ้งให้ท่านทราบทันที”
โม่จิ่วเยี่ยท าเช่นนี้ก็มีเหตุผลอยู่
เขาต้องการใช้เส้นสายของหนานรุ่ยสืบหาตัวคนลึกลับผมขาว
หน้าเยาว์คนนั้น เพราะมีเพียงการเจอตัวคนผู้นั้นเท่านั้น จึงจะรู้ข่าว
ของพี่ใหญ่และพี่รองได้
หนานรุ่ยเห็นโม่จิ่วเยี่ยเต็มใจช่วยคิดหาวิธี จึงลุกขึ้นยืนด้วย
ความตื่นเต้น ถึงขนาดลืมว่าตนเองมีฐานะเป็นถึงท่านอ๋อง
เขาโค้งค านับโม่จิ่วเยี่ยอย่างลึกซึ้ง
“ขอเพียงช่วยแก้พิษกู่ให้เสด็จแม่ของข้าได้ ข้ายอมท าทุกอย่าง”
ขุนนางหลายคนในเมืองหลวงต่างรู้ถึงความกตัญญูของหนาน
รุ่ยดี
พวกเขาแม่ลูกไม่เป็นที่โปรดปรานมาตั้งแต่นาน อาจกล่าวได้ว่า
ทั้งสองต่างต้องพึ่งพาอาศัยกันจึงมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้
ความรู้สึกของหนานรุ่ยที่มีต่อมารดาจึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้
โม่จิ่วเยี่ยลุกขึ้นยืนทันที่ “อีกสามวัน สถานที่เดิม ข้าจะแจ้งข่าว
ให้องค์ชายทราบ”
“ดี ข้าจะรออยู่ที่นี่เพื่อรับข่าวดีจากเจ้า”
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจหน่านรุ่ยอีก เขาจูงมือเล็ก ๆ ของเฮ่อจือหร่าน
แล้วลุกขึ้นยืน “พี่แปด พวกเรากลับกันเถอะ”
พวกเขาไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านซีหลิ่งทันที่ แต่ไปยังที่ว่าการ
อ าเภอก่อน
ตอนนี้ เมิ่งไห่หนิงได้จัดการเรื่องต่าง ๆ ของเรื่องโรคฝีดาษ
เรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นทุกคนกลับมา เขาก็จัดเตรียมอาหารเย็น
ต้อนรับ
ส่วนหนานรุ่ยก็ไม่ได้มาหาพวกเขาด้วยตัวเอง จึงไม่จ าเป็นต้อง
สนใจก็ได้
แต่โม่จิ่วเยี่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ
“ขอบคุณน้องชายเมิ่งส าหรับความหวังดี แต่พวกเรายุ่งมาทั้งวัน
แล้ว ท่านแม่คงจะเป็นห่วง วันนี้คงไม่รบกวนที่นี่”
เมิ่งไห่หนิงก็ไม่ได้รั้งตัวไว้ “ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปส่งพวกท่านกลับ”
ทั้งสามคนขึ้นเกวียนลา โม่จิ่วเยี่ยกับโม่ชูหานมองไปรอบ ๆ
อย่างระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร จึงขับเกวียนมุ่งหน้าไป
ยังหมู่บ้านซีหลิ่ง
หนานรุ่ยมาถึงที่นี่แล้ว แม้ว่าจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดเสียส่วนใหญ่
แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ
พวกเขาจึงรู้สึกว่าควรระมัดระวังตัวเอาไว้ก่อนจะดีกว่า
หลังกลับมาถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง ทุกคนก็ก าลังเป็นกังวลกันมาก
อย่างที่คิด ฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมด้วยบุตรชายคนที่ห้ามองออกไปตรง
ทางเข้าหมู่บ้านด้วยความกระวนกระวายใจ
หากพวกเขายังไม่กลับมาอีก นางก็คิดจะให้โม่จงหยวนไปตาม
หาพวกเขาในเมืองอวิ่นแล้ว
โม่จงหยวนเป็นคนมีวิชายุทธ์ ดังนั้นการได้ยินของเขาจึงดีกว่า
คนทั่วไปมาก
ขณะที่เกวียนลาอยู่ห่างจากทางเข้าหมู่บ้านไประยะหนึ่ง เขาก็ได้
ยินเสียงการเคลื่อนไหว จึงพยุงฮูหยินผู้เฒ่าออกไปต้อนรับ
เกวียนลาวิ่งเร็วมาก ไม่นานก็มาปรากฏต่อหน้าของฮูหยินผู้เฒ่า
โม่จิ่วเยี่ยไม่มีเวลาอธิบายอะไรมาก รีบพามารดาขึ้นไปนั่งบน
เกวียนอยู่กับเฮ่อจือหร่าน ส่วนพี่ห้ากับพี่แปดเดินกลับบ้าน
บนเกวียน เฮ่อจือหร่านเล่าเรื่องที่วันนี้ได้พบกับถังหมิงรุ่ย รวมถึง
เรื่องวุ่นวายเกี่ยวกับโรคฝีดาษให้แม่สามีฟัง เพราะการที่พวกเขา
กลับมาช้าขนาดนี้ ย่อมต้องมีเหตุผล
ส่วนเรื่องที่หนานรุ่ยมาเมืองอวิ่น เฮ่อจือหร่านไม่คิดจะบอกฮูหยิน
ผู้เฒ่า เพื่อไม่ให้นางต้องกังวลใจโดยเปล่าประโยชน์
เมื่อกลับถึงบ้าน เครื่องเรือนที่ซื้อมาจากในเมืองก็ถูกส่งมาถึง
แล้ว ทุกคนจัดวางมันจนเรียบร้อย พี่สะใภ้ทั้งหลายก็ท าอาหารเสร็จ
แล้ว ทุกคนในบ้านต่างรอพวกเขากลับมากินข้าวด้วยกัน
แต่เดิมข้าวปั้นน้อยตามโม่หานเยี่ยไปเล่นกับกระต่ายน้อยหลาย
ตัวในห้อง พอรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของเจ้าของ จึงกลิ้งตัววิ่งออกมา
ผลคือพอมันเห็นเฮ่อจือหร่าน เจ้าตัวน้อยกลับไม่โผเข้าหาอ้อม
กอดเหมือนทุกครั้ง แต่มาอยู่ข้าง ๆ นาง แล้วเบือนหน้าหนีไปอย่างไม่
พอใจ
เฮ่อจือหร่านอดข าไม่ได้ จึงอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมา
“ข้าวปั้นน้อย เจ้าก าลังงอนข้าอยู่หรือ”
ข้าวปั้นน้อยเบือนหน้าหนีอีกครั้ง ไม่ยอมมองเจ้าของเด็ดขาด
เฮ่อจือหร่านหัวเราะออกมาเพราะความน่ารักของมัน
“ได้ ๆ เจ้าอย่าโกรธเลย เดี๋ยวข้าจะให้เจ้ากินของอร่อย ดีหรือไม่”
มีของอร่อย?
สุดท้ายข้าวปั้นน้อยก็ทนต่อการล่อลวงของอาหารอร่อยไม่ไหว
ค่อย ๆ หมุนตัวกลม ๆ ของมันมา แล้วซุกไซ้ในอ้อมกอดของเจ้าของ
อย่างแรง
เฮ่อจือหร่านปลอบประโลมเจ้าตัวน้อยที่งอนจนหายโกรธ หลัง
กินอาหารเย็นเสร็จจึงพาโม่จิ่วเยี่ยกับมันเข้าไปในพื้นที่มิติด้วยกัน
นางหยิบแครอท แอปเปิล และฟักทองออกมาจากคลังเก็บของให้
ข้าวปั้นน้อยกินทันที่ จากนั้นก็ส่งสัตว์เลี้ยงตัวน้อยไปยังป่าไผ่ส่วนตัว
ของมันด้วยจิตส านึก
เมื่อเห็นว่าภรรยามือว่างแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงถามว่า “เจ้าคิดเห็น
อย่างไรเรื่องถอนพิษให้พระมารดาของหนานรุ่ย”
เหตุผลที่เขาไม่ได้ตอบตกลงกับหนานรุ่ยทันที่ เป็นเพราะ
ต้องการปรึกษากับภรรยาเป็นการส่วนตัวก่อน
หากภรรยาไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์กับสกุลโม่อย่างไร
เขาก็จะไม่บังคับ
เฮ่อจือหร่านพอจะเดาความคิดของโม่จิ่วเยี่ยได้บ้าง
“ท่านตั้งใจจะใช้ความสัมพันธ์กับหนานรุ่ยเพื่อตามหาคนคนนั้น
ใช่หรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ข้ามีความคิดเช่นนั้นจริง ๆ”
“ความคิดของท่านไม่มีปัญหาอะไร ถ้าพระมารดาของหนานรุ่ย
สามารถถอนพิษกู่ได้จริง เขาก็จะไม่ถูกคนคนนั้นควบคุมอีกต่อไป จะ
ท าให้เราจัดการเรื่องต่าง ๆ สะดวกขึ้น อีกอย่างหนานรุ่ยก าลัง
คาดหวังว่าจะช่วยแก้พิษให้กับมารดาของเขา เชื่อว่าเมื่อเขากลับไป
แล้วก็คงไม่น าเรื่องของสกุลโม่ไปแพร่งพราย และมันคงสามารถปิด
ปากเขาไปได้ชั่วคราว”
“แต่ว่าท่านเชื่อใจหนานรุ่ยจริง ๆ หรือ” นี่คือปัญหาที่เฮ่อจือห
ร่านคิด
ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งนางและเจ้าของร่างเดิมต่างก็ไม่รู้จักนิสัยของ
หนานรุ่ยดีพอ การจะตัดสินว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรูนั้น ต้องให้โม่จิ่ว
เยี่ยพิจารณาด้วยตัวเอง
“ข้าคิดเรื่องที่หนานรุ่ยพูดอย่างละเอียดแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกัน
ก็ไม่มีข้อขัดแย้งอะไร ดังนั้นข้าจึงสรุปได้ว่าสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดนั้น
เป็นความจริง”
“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการกระท าของหนานรุ่ยจะไม่ใช่การ
ถอยเพื่อรุกกลับ ไม่ว่าเขาจะมีจุดประสงค์อะไรที่มาซีเป่ยครั้งนี้ ข้าก็
ขอใช้โอกาสนี้บรรลุเป้าหมายของตัวเองก่อน”
“ส่วนเรื่องในอนาคต พวกเราก็ต้องรอดูสถานการณ์และแก้ไข
ไป”
เฮ่อจือหร่านเห็นด้วยกับสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยพูด
จากค าอธิบายของหนานรุ่ยเกี่ยวกับบุคคลลึกลับคนนั้น สามารถ
สรุปได้ว่าคนผู้นี้มีการกระท าที่แปลกประหลาด อีกทั้งยังไม่ยอม
เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง การจะหาตัวเขาเจอได้คงไม่ใช่เรื่องง่าย
ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้ของพี่สามอาจไม่ได้ผลลัพธ์อะไรมา ใน
เมื่อมีเบาะแสการตามหาคนลึกลับคนนี้แล้ว พวกเขาจะต้องไม่ปล่อย
ให้มันหลุดลอยไปเด็ดขาด