ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 231 ข้าจะรอต้อนรับองค์ชายหนานรุ่ยกับเต๋อเฟยเหนียง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 231 ข้าจะรอต้อนรับองค์ชายหนานรุ่ยกับเต๋อเฟยเหนียง
เหนียงที่นี่
แม้ว่าตอนนี้จะเป็นฤดูหนาว อากาศในซีเป่ยช่างหนาวเย็น แต่ยัง
ไม่ถึงขั้นพื้นดินจะแข็งตัว การบุกเบิกที่ดินรกร้างจึงไม่ใช่เรื่องยาก
เมื่อได้ยินว่ามีค่าจ้าง คนตระกูลจ้าวกับตระกูลโจวที่ไม่เกียจ
คร้านต่างก็เต็มใจมาหาเงินก้อนนี้
อย่างไรก็ตาม ค่าจ้างไม่ได้คิดเป็นรายวัน ยิ่งท ามากยิ่งได้มาก
สมาชิกของสองตระกูลเมื่อได้รับข่าวก็พากันน าเครื่องไม่เครื่องมือมา
ท างานในที่ดินรกร้าง
ขณะที่การบุกเบิกที่ดินถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ปัญหาเรื่อง
อาหารส าหรับกระต่ายที่เลี้ยงไว้ก็ต้องได้รับการแก้ไขด้วย
ซึ่งมันตรงกับวันที่นัดพบกับหนานรุ่ยพอดี โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือห
ร่านรีบไปที่เมืองอวิ่นตั้งแต่เช้า
ทั้งสองไปที่บ้านตระกูลถังก่อนเพื่อตรวจดูอาการของถังหมิงซิน
เด็กสาวในยามนี้นอกจากจะมีผื่นบนตัวที่ยังไม่หายไป อาการอื่น ๆ ก็
ล้วนดีขึ้นแล้ว เฮ่อจือหร่านทิ้งยาทารักษาแผลเป็นไว้ให้นาง ก่อนจะ
จากไปพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ย
หลังจากเดินวนอยู่ในเมืองสักพัก ทั้งสองก็หาบ้านร้างแห่งหนึ่ง
เจอ
เฮ่อจือหร่านน าหัวไชเท้ากับผักกาดขาวที่ปลูกในพื้นที่มิติ
ออกมากองไว้ที่นั่น ส่วนโม่จิ่วเยี่ยก็ไปจ้างเกวียนวัวเพื่อขนพวกมัน
กลับไปยังหมู่บ้านซีหลิ่ง
เมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้ว ทั้งคู่จึงไปพบกับหนานรุ่ยตามที่นัดไว้
หนานรุ่ยค่อนข้างใส่ใจกับเรื่องนี้ เขามารออยู่ที่นี่เมื่อหนึ่งชั่วยาม
ก่อน พอเห็นโม่จิ่วเยี่ยมา เขาก็รีบสอบถามอย่างใจร้อน “เป็นอย่างไร
บ้าง ติดต่อผู้วิเศษท่านนั้นได้หรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตอบทันที่ แต่จูงมือเฮ่อจือหร่านเดินเข้าไปในห้อง
ส่วนตัวและนั่งลงก่อนจะเอ่ยปากช้า ๆ
“นับว่าโชคดี ข้าติดต่อผู้วิเศษได้แล้ว แต่เร็ว ๆ นี้เขาจะต้องปิด
ด่านบ าเพ็ญ ว่ากันว่าจะใช้เวลาประมาณสามเดือน หากจะขอให้เขา
ช่วยถอนพิษกู่ก็ต้องรอจนกว่าจะผ่านสามเดือนนี้ไปแล้ว”
นี่คือช่วงเวลาที่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านตกลงกันไว้
อย่างหนึ่งเป็นเพราะใกล้จะถึงช่วงปีใหม่ พอถึงตอนนั้นพี่สามที่
ออกไปสืบข่าวก็จะกลับมา ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวขั้นต่อไป
หรือไม่ ดังนั้นพวกเขาจึงเผื่อเวลาให้ตัวเองมีเวลาจัดการเรื่องต่าง ๆ
อย่างเพียงพอ
อีกอย่างหนึ่งคือ เมืองหลวงกับซีเป่ยไม่ใช่เส้นทางระยะใกล้ พวก
เขาเดินทางมาด้วยเท้า แม้ว่าระหว่างทางจะราบรื่นและสามารถ
เดินทางได้ทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเดินทางถึงสามเดือน
หากมารดาของหนานรุ่ยจะมาที่นี่เพื่อถอนพิษกู่ ตัวเขาเองก็
จ าเป็นต้องกลับเมืองหลวงเพื่อไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน ถึง
จะสามารถพาคนออกมาได้อย่างราบรื่น
การไปและกลับครั้งนี้ แม้จะเป็นการนั่งรถม้าก็ต้องใช้เวลาอย่าง
น้อยสามเดือน
เมื่อคิดแบบนี้แล้ว ช่วงสามเดือนที่พวกเขาพูดถึงก็จะประจวบ
เหมาะพอดี
หนานรุ่ยไม่คิดว่าหลังจากสามเดือนก็จะสามารถช่วยมารดา
ถอนพิษกู่ได้
แม้ว่าเวลาจะกระชั้นชิดไปหน่อย แต่การสามารถติดต่อผู้วิเศษ
ท่านนั้นได้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว เขาไม่อาจมานึกห่วงเรื่องเวลาอีก
หนานรุ่ยลุกขึ้นยืน ประสานมือค านับโม่จิ่วเยี่ย “ข้าจะเดินทาง
กลับเมืองหลวงทันที”
โม่จิ่วเยี่ยเลิกคิ้ว ถามด้วยรอยยิ้มกึ่งเยาะหยัน “ท่านไม่พาพี่แปด
ของข้ากลับไปด้วย ไม่กลัวว่าคนผู้นั้นจะจับพิรุธได้หรือ”
“เรื่องนี้…” หนานรุ่ยลังเลเล็กน้อย แต่ก็พูดความคิดในใจออกมา
“หากวันนี้เจ้าน าข่าวมาบอกว่าติดต่อผู้วิเศษท่านนั้นไม่ได้ ข้าก็จะ
ขอร้องให้โม่ชูหานกลับไปเมืองหลวงพร้อมกับข้า แต่ตอนนี้ติดต่อ
ผู้วิเศษได้แล้ว เวลาสามเดือนนี้ ข้าคิดว่าตนเองน่าจะรับมือได้”
ขอเพียงถอนพิษกู่ของเสด็จแม่ของเขาได้ ต่อไปเขาก็จะไม่ถูก
ใครควบคุม อนาคตแม้จะต้องพาเสด็จแม่ใช้ชีวิตโดยปิดบังตัวตน ก็
จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเกมการเมืองในราชส านักอีก
ประโยคท้าย ๆ นี้ หนานรุ่ยเพียงคิดในใจ นี่คือเป้าหมายสูงสุด
ของเขาในยามนี้ แต่การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ เขายังต้องพยายาม
อีกมาก
เมื่อหนานรุ่ยให้ค าอธิบายที่สมเหตุสมผล โม่จิ่วเยี่ยก็เก็บความ
สงสัยเอาไว้ชั่วคราว
“ถ้าอย่างนั้น อีกสามเดือน ข้าจะรอต้อนรับองค์ชายหนานรุ่ย
กับเต๋อเฟยเหนียงเหนียงที่นี่”
พูดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็พาเฮ่อจือหร่านออกไปจากโรงเตี๊ยม
แม้จะพูดว่าออกไปจากโรงเตี๊ยมแล้ว แต่ทั้งสองก็ไม่ได้เดินไป
ไหนไกล
พวกเขาต้องเห็นกับตาก่อนว่าหนานรุ่ยกับคนของเขาออกจาก
เมืองอวิ่นไปหมดแล้ว ถึงจะสามารถวางใจได้
หนานรุ่ยไม่ได้ท าให้พวกเขาผิดหวัง หลังจากโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจื
อหร่านเพิ่งออกมา เขาก็เรียกผู้ติดตามทั้งหมไปจากเมืองอวิ่นพร้อม
กัน
กระทั่งเห็นเงาร่างของหนานรุ่ยและขบวนคนหายลับไปจาก
สายตา โม่จิ่วเยี่ยถึงได้ขับเกวียนกลับบ้าน
เรื่องยุ่งยากผ่านพ้นไปเสียที่ ชีวิตของสกุลโม่ก็กลับเข้าสู่ภาวะ
ปกติในที่สุด
พี่แปดตื่นแต่เช้าเพื่อไปท างานที่ที่ว่าการอ าเภอทุกวัน ส่วนพี่ห้า
กับพี่สะใภ้ห้าก็ยุ่งอยู่กับการเลี้ยงกระต่ายพวกนั้น
ตอนนี้พวกพี่ห้าช านาญเรื่องการเลี้ยงกระต่ายเป็นอย่างดีแล้ว
ทุกวันก็ต่างยุ่งงานด้วยความสนุกสนาน
พวกเขาถึงกับเจอกระต่ายตัวเมียท้องโตอีกหลายตัว จึงแยกไป
ขังไว้ในกรงแยกเพื่อดูแลมันอย่างดี
ข้าวปั้นน้อยนอกจากจะคอยอ้อนเจ้าของทุกวันแล้ว บางครั้งมันก็
ไปวิ่งเล่นบนภูเขา แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในคอกกระต่ายคอยจัดการให้
ลูกกระต่ายพวกนั้นอยู่กันเป็นระเบียบ
มีข้าวปั้นน้อยเข้ามาช่วยงาน พาลให้พวกพี่ห้าท าความสะอาด
กรงกระต่ายสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องคอยกังวลว่ากระต่ายพวกนั้นจะวิ่ง
หนีออกไป
เพราะพอข้าวปั้นน้อยออกค าสั่ง กระต่ายน้อยทั้งหมดก็เอนตัวพิง
ผนังกรงนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
ถังหมิงรุ่ยก็ให้ข่าวที่แน่ชัดว่า เขาวางแผนจะไปขายตุ๊กตาชุด
หนึ่งที่เมืองอื่นก่อนช่วงปีใหม่
นอกจากจัดการเรื่องอาหารสามมื้อในบ้านแล้ว บรรดาพี่สะใภ้ก็
เริ่มท าตุ๊กตาขนปุยด้วย
เรื่องการท าตุ๊กตาขนปุย เฮ่อจือหร่านไม่ได้ทอดทิ้งคนตระกูล
ฟางและตระกูลเซี่ย เพราะที่ผ่านมาทุกคนต่างช่วยเหลือกันและกัน
ตอนแรกที่นางมีความคิดจะท าตุ๊กตานี้ขึ้นมาก็เพราะต้องการ
ช่วยเหลือคนสองตระกูลนี้
คนตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางยิ่งรู้สึกซาบซึ้งต่อเฮ่อจือหร่านมาก
ขึ้น พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลังจากมาถึงซีเป่ยแล้ว เฮ่อจือห
ร่านจะยังเต็มใจพาพวกเขาท างานหาเงินไปด้วยกัน
โชคดีที่ตอนจัดสรรหมู่บ้าน พวกเขาไม่ลังเลที่จะร่วมเป็นร่วม
ตายกับคนสกุลโม่
มาตอนนี้แค่นั่งอยู่ที่บ้านก็สามารถหาเงินได้มากมายแล้ว หาก
ไม่ใช่เพราะเฮ่อจือหร่านมอบโอกาสให้พวกเขา พวกเขาคงไม่มีทาง
ได้รู้จักกับอาชีพอย่างนี้ไปตลอดชีวิต
การท าตุ๊กตาในครั้งนี้ เฮ่อจือหร่านวาดแบบขึ้นใหม่อีกหลาย
แบบตามหนังสือ
เมื่อมีแบบตุ๊กตาหลากหลายขึ้น ทุกคนก็ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายที่จะท า
ตุ๊กตา
ขณะที่เหล่าสตรีก าลังวุ่นวายกันอยู่ที่นี่ พี่สะใภ้ห้าพลันวิ่งมาถาม
เฮ่อจือหร่าน
“น้องสะใภ้เก้า ข้าเห็นว่าในบรรดากระต่ายที่โตของพวกเรา มี
ครึ่งหนึ่งเป็นตัวผู้ หากใช้มันเป็นพ่อพันธุ์ก็ใช้แค่สิบตัวหรือแปดตัวก็
พอแล้ว ส่วนที่เหลือดูเหมือนจะสิ้นเปลืองอาหารไปสักหน่อย”
นี่เป็นเหตุผลที่ถูกต้องแล้ว กระต่ายตัวผู้ที่มีมากไม่สามารถ
ขยายพันธุ์ได้เหมือนตัวเมีย และเพราะมันโตเต็มวัยแล้ว จึงไม่มีพื้นที่
ในการเติบโตอีก หากเลี้ยงต่อไปก็จะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายเท่านั้น
เฮ่อจือหร่านเคยคิดถึงประเด็นนี้ตอนวางแผนจะเลี้ยงกระต่าย แต่
เพราะช่วงนี้นางยุ่งกับเรื่องอื่นในบ้านจึงละเลยเรื่องนี้ไป
“พี่สะใภ้ห้า ให้พี่ห้าเชือดกระต่ายตัวผู้สักสิบตัวก่อน แต่ให้เขา
ถลกหนังมันออกมาให้ดีด้วยนะเจ้าคะ”
พี่สะใภ้ห้าไม่รู้ว่าท าไมน้องสะใภ้เก้าถึงยอมให้ฆ่ากระต่ายตัวผู้แค่
สิบตัว แต่นางก็คุ้นเคยกับการเชื่อฟังน้องสะใภ้เก้าไปเสียทุกอย่าง
แล้ว จึงตอบรับค าแล้วรีบไปที่ลานด้านหลัง
หนึ่งชั่วยามกว่า ๆ พี่สะใภ้ห้าก็มาเรียกเฮ่อจือหร่านอีกครั้ง
“น้องสะใภ้เก้า พี่ห้าของเจ้าฆ่ากระต่ายเสร็จแล้ว”