ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 235 พี่สะใภ้ลองทำตำมใจชอบได้เลย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 235 พี่สะใภ้ลองทำตำมใจชอบได้เลย
เฮ่อจือหร่านพยักหน้ำ “ใช่แล้ว จี้นี่ก็ต้องห้อยไว้กับเสื้อผ้ำหรือถุง
ดังนั้นจึงไม่ควรใหญ่เกินไป”
หลังจากฟังคำอธิบำยของเฮ่อจือหร่าน พี่สะใภ้หกจึงหยิบแบบ
ร่ำงขึ้นมาพิจำรณำอย่ำงละเอียด
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ก็ยื่นคอมาดูพร้อมกัน
ผ่านไปสักพัก พี่สะใภ้หกก็วางแบบร่ำงลง
“น้องสะใภ้เก้ำ ข้าจะลองทำออกมาดูเป็นตัวอย่ำงก่อน”
“ได้เจ้ำค่ะ มีหนังกระต่ำยมากมาย พี่สะใภ้ลองทำตำมใจชอบได้
เลย” ผลักขนกระต่ำยทั้งหมดไปข้างหน้ำพี่สะใภ้ของนางอย่ำงใจ
กว้ำง
พอถึงตอนเย็น พี่สะใภ้หกก็ทำจี้กระต่ำยหูยาวสีชมพูเสร็จหนึ่ง
ชิ้น
ดวงตาของกระต่ำยหูยาวเป็นของสาเร็จรูปที่เฮ่อจือหร่านซื้อมา
จากเถำเป่ำ และปลายเท้ำทั้งสี่ข้างของกระต่ำยหูยาวเป็นสีขำว ดู
น่ำรักมาก
เฮ่อจือหร่านรับมาดูอย่ำงละเอียด ปำกชมไม่หยุดว่าพี่สะใภ้หกมี
ฝีมือยอดเยี่ยมมาก
“พี่สะใภ้หก แบบนี้แหละเจ้ำค่ะ ต่อไปทำให้เหมือนกับอย่ำงนี้ก็
พอ”
มันสมบูรณ์แบบจริง ๆ ไม่ต่ำงจากของที่ขำยในเถำเป่ำเลย หรือ
บำงทีอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ
สิ่งเดียวที่ขำดไปคือของที่ขำยในเถำเป่ำจะมีตะขอโลหะติดอยู่
บนจี้กระต่ำยหูยาว นางต้องคิดหาของที่เหมาะสมมาแทนสิ่งนี้
ในขณะที่เฮ่อจือหร่านกำลังครุ่นคิดว่าจะใช้อะไรแทนตะขอดี
พี่สะใภ้ใหญ่ก็เอ่ยขึ้น
“น้องสะใภ้เก้ำ ข้าดูแบบร่ำงของเจ้ำแล้ว บนจี้ควรจะมีเชือกหรือ
อะไรทำนองนั้นใช่หรือไม่? ตอนเด็ก ๆ ข้าเคยเรียนวิธีผูกเงื่อนกับ
ท่านแม่ ข้าขอลองทำดูได้หรือไม่”
พูดจบ พี่สะใภ้ใหญ่ก็หยิบเชือกสีแดงม้วนหนึ่งมา แยกเป็นเส้น ๆ
เพื่อให้เชือกหนาขึ้น จากนั้นก็เริ่มถักต่อหน้ำทุกคน
ไม่นานนัก เงื่อนสีแดงก็ทำเสร็จ
เมื่อเฮ่อจือหร่านเห็นเงื่อนสีแดงในมือพี่สะใภ้ใหญ่ ดวงตาของ
นางก็เปล่งประกำยขึ้นทันที่
“พี่สะใภ้ใหญ่ สิ่งนี้ใช้ได้เลยเจ้ำค่ะ เราจะใช้เงื่อนนี้ตกแต่งด้านบน
ของจี้กระต่ำยหูยาวที่ทำเสร็จแล้ว”
เมื่อได้รับการยอมรับจากน้องสะใภ้เก้ำ พี่สะใภ้ใหญ่ก็ยิ้มพลาง
กล่าวว่า “ดี เช่นนั้นพวกเราก็จะใช้เงื่อนแบบนี้กับจี้ที่ทำเสร็จแล้ว”
ตอนนี้จี้ชิ้นหนึ่งก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว เฮ่อจือหร่านไม่จำเป็นต้อง
กังวลเรื่องฝีมือของพวกพี่สะใภ้อีก ดังนั้น เรื่องการทำจี้นางจึง
สามารถวางใจได้
ในยามนี้ที่บ้ำนไม่อาจทำกระต่ำยผัดเปรี้ยวหวานได้ ครั้งก่อน
ถังหมิงรุ่ยก็นาตุ๊กตำไปขำยเป็นจำนวนมาก เร็ววันนี้เขำคงจะไม่มา
อีก
แต่ด้วยความพยายามของบรรดำพี่สะใภ้ ภายในเวลาสามวัน ใน
บ้ำนก็ทำจี้กระต่ำยหลากสีได้ถึงหนึ่งร้อยชิ้น
ตอนนี้ใกล้จะถึงเดือนสิบสองแล้ว เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนถึง
วันปีใหม่ เฮ่อจือหร่านคิดว่าช่วงก่อนปีใหม่เป็นช่วงที่ผู้คนยอมใช้จ่ำย
มากที่สุด จึงไปพบถังหมิงรุ่ยด้วยตัวเอง
นางกับโม่จิ่วเยี่ยไปได้ประจวบเหมาะพอดี ถังหมิงรุ่ยออกไปขำย
ตุ๊กตำมาแล้วหลายวัน จึงเพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืน ถ้ำไม่ใช่เพราะโชคดี
พวกเขำอาจจะมาเสียเที่ยวเปล่ำ ๆ
ถังหมิงรุ่ยเห็นจี้ที่ทำจากขนกระต่ำยจริง ๆ เหล่านี้ แม้แต่บุรุษตัว
ใหญ่อย่ำงเขำก็ยังรู้สึกชอบมาก
เขำปิดบังความตื่นเต้นดีใจบนใบหน้ำไม่ได้ “พี่สะใภ้เก้ำ นี่คือจี้
ใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ถูกต้องแล้ว คุณชายถังคิดว่าของพวกนี้มีโอกำสจะขำยได้
หรือไม่” เฮ่อจือหร่านถำมทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
ไม่ต้องพูดถึงว่าของพวกนี้อยู่ในมือของถังหมิงรุ่ยแล้ว กระทั่ง
นางที่ไม่รู้เรื่องการทำการค้ำก็ยังรู้ว่า ถ้ำจี้นี้ออกสู่ตลาดจะต้องได้รับ
ความนิยมแน่นอน
“แน่นอน พี่สะใภ้เก้ำวางใจเถอะ จี้ดี ๆ เช่นนี้ ข้าจะต้องขำยให้ได้
ราคำดีแน่นอน”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้เรียกร้องไปมากกว่านี้ แม้ว่าจี้นี้จะทำจากขน
กระต่ำย แต่ก็ไม่ได้มีต้นทุนสูงมากสาหรับนาง ข้อดีของมันอยู่ที่สีสัน
อันพิเศษและฝีมืออันประณีตของพวกพี่สะใภ้
อีกอย่ำงจี้กระต่ำยยังมีขนาดเล็กกว่าตุ๊กตำขนสัตว์มาก ถ้ำขำย
ได้สักสองสามตำลึงก็ถือว่าดีมากแล้ว
ครั้งนี้ถังหมิงรุ่ยไม่ได้ประเมินราคำจี้กระต่ำยล่วงหน้ำ สาหรับของ
ชิ้นเล็กที่ประณีตขนาดนี้ เขำตั้งใจจะลองขำยในราคำแพงดู
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยนาจี้กระต่ำยร้อนชิ้นที่ทำเสร็จมาด้วย
และมอบให้ถังหมิงรุ่ยทั้งหมดก่อนจะกลับไป
พวกเขำคิดว่าถังหมิงรุ่ยคงไม่มาหาอีกสองสามวัน แต่ใครจะไปรู้
เขำกลับมาตอนเช้ำตรู่ของวันรุ่งขึ้น
เขำนาจี้กระต่ำยร้อยชิ้นนั้นไปขำยที่เมืองมณฑล ไม่คิดว่าเหล่ำ
คุณหนูและหญิงสาวจากตระกูลร ่ำรวยในเมืองมณฑลจะชื่นชอบจี้
กระต่ำยที่ประณีตนี้มาก
พอปำกต่อปำกแบบนี้ พวงกุญแจร้อยชิ้นที่เขำเอาไปขำยไม่พอ
ขำยเลย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีคนต้องการสั่งซื้อล่วงหน้ำอีกมาก
นอกจากนี้ ถังหมิงรุ่ยก็ขำยจี้กระต่ำยในราคำที่แพงกว่าตุ๊กตำ
เสียอีก ชิ้นหนึ่งเขำขำยถึงสิบสองตำลึง เฮ่อจือหร่านจึงได้นับส่วน
แบ่งมากขึ้นด้วย
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าการที่ถังหมิงรุ่ยสามารถขำยจี้กระต่ำยได้แพง
ขนาดนี้ เป็นเพราะดวงตาของกระต่ำยหูยาวที่ราวกับมีอัญมณีฝังอยู่
บนนั้น
ถึงแม้เขำจะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นทำจากวัสดุอะไร แต่มันกลมมนและเปล่ง
ประกำยวับวาว แน่นอนว่าไม่ใช่ของธรรมดำ ดังนั้นหลังจากถังหมิง
รุ่ยอธิบำยเกี่ยวกับดวงตาของกระต่ำยแล้ว ลูกค้ำทุกคนก็รู้สึกว่า
คุ้มค่ำกับราคำที่จ่ำยไป
จี้กระต่ำยได้รับความนิยมซึ่งน่ำจะเป็นโอกำสทำเงินก้อนใหญ่
น่ำเสียดำยที่ขนกระต่ำยในบ้ำนมีอยู่จากัด หากต้องการทำจำนวน
มาก ๆ คงต้องรอหลังปีใหม่ หลังจัดการกับกระต่ำยตัวผู้ครั้งต่อไป
โชคดีที่ถังหมิงรุ่ยไม่รับคำสั่งซื้อล่วงหน้ำ มิฉะนั้นคงต้องผิด
คำพูดกับลูกค้ำเสียแล้ว
แน่นอนว่าเฮ่อจือหร่านไม่ยุ่งเกี่ยวกับการทำการค้ำของถังหมิง
รุ่ย ตอนนี้ผ้ำขนสัตว์และหนังกระต่ำยในบ้ำนหมดแล้ว สิ่งที่นางต้อง
ทำคือเตรียมฉลองปีใหม่ครั้งแรกในโลกยุคนี้
วันที่ยี่สิบสามของเดือนสิบสอง เป็นวันที่ผู้คนทำพิธีบูชำเทพเจ้ำ
เตำไฟ และเป็นสัญญำณเริ่มต้นเทศกำลต้อนรับฤดูใบไม้ผลิทั้งหมด
ฮูหยินผู้เฒ่ำให้ความสาคัญกับเทศกำลเช่นนี้มาก ทั้งทำความ
สะอาดบ้ำนครั้งใหญ่และทำพิธีเซ่นไหว้เทพเจ้ำเตำไฟล้วนไม่ตกหล่น
ทุกคนในครอบครัวเริ่มงำนยุ่งตั้งแต่เช้ำ ฮูหยินผู้เฒ่ำมาหาโม่จง
หยวนและขอให้เขำลองวาดภำพเทพเจ้ำเตำไฟ
นางเลี้ยงดูบุตรชายมาเก้ำคน โม่จงหยวนมีวรยุทธ์อ่อนกว่าพี่
น้องคนอื่นเล็กน้อย แต่ฝีมือการวาดภำพกลับเหนือกว่าพี่น้องคนอื่น
นัก
หากไม่ได้เกิดในตระกูลแม่ทัพ โม่จงหยวนอาจเลือกเส้นทำงของ
บัณฑิตก็เป็นได้
อย่ำงไรก็ตำม โชคชะตำมักเล่นตลก ทำให้เขำต้องเจอเรื่อง
เลวร้ำยมากมายตั้งแต่อายุยังน้อย และยังต้องสูญเสียความทรงจำไป
อีก
ความจริงแล้วฮูหยินผู้เฒ่ำให้โม่จงหยวนวาดภำพเทพเจ้ำเตำไฟ
ก็เพราะหวังว่าจะสามารถปลุกความทรงจำบำงอย่ำงของเขำได้
แต่ก่อนเมื่อถึงเวลาบูชำเทพเจ้ำเตำไฟในวันสิ้นปี ภำพวาดเทพ
เจ้ำเหล่านั้นล้วนเป็นฝีมือของโม่จงหยวน หวังว่าเขำที่สูญเสียความ
ทรงจำไปจะยังวาดภำพได้อยู่
โม่จงหยวนถูกเรียกมาจากคอกกระต่ำยจึงยังงุนงงอยู่บ้ำง
“ท่านแม่เรียกข้าหรือ?”
ฮูหยินผู้เฒ่ำวางกระดำษและพู่กันบนโต๊ะตรงหน้ำ
“เมื่อก่อนภำพเทพเจ้ำเตำไฟของบ้ำนเราล้วนเป็นฝีมือเจ้ำทั้งนั้น
คราวนี้แม่หวังว่าเจ้ำจะเป็นคนวาดมันอีกครั้ง”
ได้ยินมารดำบอกว่าเขำเคยช่วยวาดภำพเทพเจ้ำเตำไฟให้
ครอบครัว โม่จงหยวนก็พยายามนึกถึงความทรงจำเหล่านั้น
ช่วงนี้ไม่รู้ทำไม ไม่ว่าใครจะพูดถึงเรื่องราวในอดีตกับเขำ เพียง
เขำพยายามนึกถึงก็จะรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด
และยิ่งพยายามคิดมากเท่ำไหร่ ความรู้สึกนี้ก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น
เท่านั้น
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น พี่สะใภ้ห้ำก็จะวิ่งไปหาเฮ่อจือหร่าน
ตอนนี้พี่ห้ำอยู่ในสภำพฟื้นตัว เฮ่อจือหร่านจึงทำได้เพียงช่วย
ตรวจชีพจรให้เขำ
หลังจากตรวจสอบแล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ
ในตัวพี่ห้ำ ประกอบกับประสบการณ์ในฐำนะแพทย์จากชำติก่อนของ
นาง อาการแบบนี้ของพี่ห้ำน่ำจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ำย อาจเป็นเพราะลิ่ม
เลือดในสมองของเขำกำลังค่อย ๆ ถูกดูดซึม และมีสัญญำณว่าความ
ทรงจำของเขำกำลังถูกกระตุ้น
แม้จะเป็นเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็ยังกำชับให้พี่ห้ำทำจิตใจให้สงบ
และอย่ำฝืนทำอะไร ไม่ช้ำก็เร็วความทรงจำของเขำจะกลับคืนมา