ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 240 บูชาเทพเจ้าเตาไฟ
สองสามีภรรยาเข้าไปในห้องโถง ฮูหยินผู้เฒ่าจัดโต๊ะบูชาเทพ
เจ้าเตาไฟเรียบร้อยแล้ว ภาพวาดเทพเจ้าเตาไฟฝีมือพี่ห้าก็ถูกแขวน
ไว้บนผนัง
ในตอนนั้น พวกพี่สะใภ้ทั้งหลายก็เรียกเฮ่อจือหร่านมา พวกนาง
เตรียมวัตถุดิบไว้พร้อมแล้ว รอเพียงให้นางไปท าอาหารเท่านั้น
แม้ว่าจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่มาโดยตลอด แต่ส าหรับคน
สกุลโม่แล้ว การฉลองเทศกาลอย่างเป็นทางการเช่นนี้ถือเป็นครั้ง
แรกนับแต่เฮ่อจือหร่านทะลุมิติมา
แม้นางจะยังไม่คุ้นเคยกับประเพณีของที่นี่มากนัก แต่ก็พยายาม
ปรับตัวให้เข้ากับคนในครอบครัวด้วยความคิดที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว
ต้องหลิ่วตาตาม”
วัตถุดิบในวันนี้ยังคงเป็นของที่เฮ่อจือหร่านซื้อกลับมา
นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่เหลียงห่าวกับคนอื่นล่ามาจากบนภูเขาด้วย
อาหารที่ต้องท ามีมากมาย แม้ว่าพี่สะใภ้จะเตรียมวัตถุดิบไว้ให้
นางหมดแล้ว แต่เฮ่อจือหร่านก็ยังต้องยุ่งวุ่นวายอยู่เกือบหนึ่งชั่วยาม
เมื่ออาหารทั้งหมดท าเสร็จเรียบร้อย พี่สะใภ้ก็เลือกอาหาร
บางส่วนไปถวายเบื้องหน้ารูปเทพเจ้าเตาไฟอย่างพร้อมเพรียงกัน
ขณะเดียวกัน โม่จิ่วเยี่ยก็น าสุราอู่เหลียงเยี่ยที่ภรรยาเปลี่ยน
บรรจุภัณฑ์ใหม่มารินใส่ถ้วยวางไว้หน้ารูปเทพเจ้าเตาไฟ
เมื่อเสร็จสิ้นพร้อมสรรพ ทุกคนในครอบครัวน าโดยฮูหยินผู้เฒ่า
ก็เริ่มจุดธูปอธิษฐานด้วยความเลื่อมใส หวังว่าเทพเจ้าเตาไฟจะ
คุ้มครองให้สกุลโม่มีความสุขและเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต
เพิ่งเสร็จสิ้นพิธีบูชาเทพเจ้าเตาไฟไปก็เป็นเวลาเย็นแล้ว
ทุกคนคิดว่าจะรอให้โม่ชูหานกลับมาจากที่ว่าการอ าเภอก่อนถึง
จะเริ่มทานอาหาร
ไม่นานโม่ชูหานก็กลับมา แต่ไม่คิดว่าเขาจะกลับมาพร้อมกับเมิ่ง
ไห่หนิง
เมิ่งไห่หนิงไม่ได้มาคนเดียว เขายังพาเจ้าหน้าที่มาด้วยอีกหลาย
คน
หลังจากจัดการอยู่หลายวัน ในที่สุดคดีของชุยเหวินก็ได้ข้อสรุป
แล้ว
ชุยเหวินมีความผิดร้ายแรง ถูกตัดสินโทษประหารชีวิต ส่วน
ครอบครัวและญาติพี่น้องที่เกี่ยวข้องด้วยก็ได้รับการลงโทษตาม
เห็นสมควร
สาเหตุที่คดีนี้ใช้เวลาจัดการนานเพราะชุยเหวินกับญาติพี่น้อง
ของเขามีความผิดมากมาย แค่การเรียบเรียงส านวนคดีก็ใช้เวลา
เกือบสิบวัน
จุดประสงค์หลักที่เมิ่งไห่หนิงมาหมู่บ้านซีหลิ่งวันนี้ ส่วนหนึ่งคือ
มาร่วมเฉลิมฉลองที่บ้านสกุลโม่และฉลองวันส่งท้ายปีเก่าด้วยกัน
นอกจากนี้ คือน าเงินค่าปรับที่ยึดมาจากตระกูลชุยมาให้กับเหยื่อ
เคราะห์ร้ายจากตระกูลจ้าวและตระกูลโจว
ไม่เพียงเท่านั้น ที่ดินที่ตระกูลชุยฉ้อโกงมาจากตระกูลจ้าวกับ
ตระกูลโจวหลายปีก็ต้องส่งคืนให้ทั้งหมด
การกระท าครั้งนี้ท าให้คนตระกูลชุยร ่าไห้คร ่าครวญอีกครั้ง
พวกเขาขายที่ดินท ากินไปและจ่ายค่าปรับจนแทบหมดตัว แต่
ตอนนี้ยังต้องชดเชยที่ดินจ านวนมากให้กับตระกูลจ้าวและตระกูลโจ
วอีก
การท าเช่นนี้ไม่เพียงท าให้พวกเขากลายเป็นคนจนในชั่ว
พริบตา แม้แต่ในอนาคตก็ไม่มีที่พึ่งอะไรแล้ว
อย่างไรก็ตาม กฎหมายจะไม่เห็นใจคนที่เคยท าชั่ว หากท าผิด
แล้วก็ต้องชดใช้ตามสมควร
ตระกูลจ้าวและตระกูลโจวไม่คิดว่าพวกเขาจะได้รับค่าชดเชย
ด้วย
พวกเขาคิดเพียงว่าเมื่อคนหนุนหลังของตระกูลชุยถูกจัดการ
แล้ว ต่อไปพวกเขาก็ไม่ต้องถูกคนตระกูลชุยกดขี่อีก ใครจะรู้ว่าท่าน
นายอ าเภอจะฉลาดและเก่งกาจถึงเพียงนี้ เขาเรียกร้องการชดเชยให้
พวกเขาอีก
หลังจากได้รับค่าชดเชย คนทั้งสองตระกูลต่างพากันมาที่หน้า
บ้านสกุลโม่ คุกเข่ากราบกรานเมิ่งไห่หนิงไม่หยุด
เมิ่งไห่หนิงรีบสั่งให้เมิ่งอันไปปลอบใจคนเหล่านั้น ตอนนี้เขาได้
กลิ่นอาหารแล้ว ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับชาวบ้านในตอนนี้
เมิ่งไห่หนิงถูกสามพี่น้องสกุลโม่เชิญเข้ามาในห้องโถง หลังจาก
นั่งลงแล้ว เหล่าหญิงสาวก็ทยอยน าอาหารมาวางบนโต๊ะ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวัตถุดิบที่ดีเยี่ยมเช่นนี้บวกกับฝีมือการ
ท าอาหารของเฮ่อจือหร่าน อาหารมื้อนี้จึงน่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
ยังมีสุราอู่เหลียงเยี่ยรสกลมกล่อม เมิ่งไห่หนิงรู้สึกว่ามันอร่อย
เหลือเกิน ถ้าได้กินอาหารและดื่มสุราเช่นนี้ทุกวัน กระทั่งเทพเจ้าก็คง
ไม่อยากแลกเปลี่ยนกับเขา
บรรดาสตรีสกุลโม่ไม่รู้ว่าวันนี้เมิ่งไห่หนิงจะมา ถ้าเขามาคนเดียว
ก็แล้วไปเถอะ แต่ยังพาเจ้าหน้าที่มาด้วยอีกหลายคน
อาหารและสุราที่เตรียมไว้ในบ้านไม่เพียงพอส าหรับคนมากมาย
ขนาดนี้ โชคดีที่พี่สะใภ้ห่อเกี๊ยวไว้ล่วงหน้า จึงสามารถน ามารับรอง
เจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้
ไม่ว่าพวกเขาจะเคยเป็นอย่างไรมาก่อน ตอนนี้ทุกคนล้วนเป็น
ลูกน้องของโม่ชูหาน ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้ยังเป็นวันส่งท้ายปีเก่า เมื่ออีก
ฝ่ายมาถึงบ้านแล้วก็ไม่ควรปล่อยให้พวกเขาท้องว่างกลับไป
ยามนี้โม่ชูหานเป็นหัวหน้าของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ และวันนี้ท่าน
นายอ าเภอยังมาบ้านสกุลโม่อีกด้วย แม้ว่าคนสกุลโม่จะไม่ต้อนรับ
พวกเขา พวกเจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ พวกเขาสามารถกินเกี๊ยวอร่อย ๆ ได้
ไม่เพียงเท่านั้น รสชาติของเกี๊ยวบ้านสกุลโม่ยังอร่อยมาก กระทั่ง
ร้านอาหารชื่อดังในเมืองก็ยังสู้ไม่ได้
พวกเจ้าหน้าที่อิ่มหน าส าราญ ขณะเดียวกันก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็น
อย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่เคยช่วยชุยเหวินจะกลั่นแกล้งคนสกุลโม่ ยิ่ง
รู้สึกละอายใจ
แต่อย่างไรเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาจะนึกเสียใจก็ไร้
ประโยชน์ ต่อไปก็ต้องจงรักภักดีกับหัวหน้าให้มาก เพื่อชดเชยความ
ผิดพลาดในอดีตของพวกเขา
กระทั่งถึงยามดึก งานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าจึงเริ่มเก็บโต๊ะ ดึกดื่น
ขนาดนี้แล้วเมิ่งไห่หนิงคงจะต้องขอตัวกลับ
ใครจะรู้ว่าเขากลับถูกดึงดูดไว้ด้วยค าพูดของโม่หานเยี่ย
เสียงของโม่หานเยี่ยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจจนปิดไม่อยู่
“พี่สะใภ้เก้า เร็วเข้า ท่านมาดูสิ กระต่ายของข้าออกลูกแล้ว…”
เฮ่อจือหร่านก าลังอยู่ในครัวช่วยพี่สะใภ้คนอื่นเก็บล้างถ้วยชาม
พอได้ยินเสียงของน้องสาวสามีก็รีบวิ่งออกไป
“หานเยี่ย ข้ามาแล้ว”
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ พอได้ยินว่ากระต่ายออกลูกแล้ว ก็พากันทิ้งงาน
ในมือวิ่งตามเฮ่อจือหร่านไป
กระต่ายตัวนั้นมีขนาดใหญ่กว่ากระต่ายทั่วไปมาก ทั้งยังมีรูปร่าง
น่ารักน่าเอ็นดู ถ้าไม่ใช่เพราะโม่หานเยี่ยคิดเสียดาย พวกนางก็
อยากจะขอเลี้ยงไว้สักตัว
ตอนนี้กระต่ายออกลูกแล้ว นั่นหมายความว่าพวกนางก็จะมีสัตว์
เลี้ยงตัวน้อยเป็นของตัวเองเหมือนกัน
ปกติเมิ่งไห่หนิงไม่ใช่คนชอบสุงสิงกับใคร แต่วันนี้เขากลับแปลก
ไปบ้าง
ตอนเขาพบโม่หานเยี่ยครั้งแรกก็รู้สึกถูกดึงดูดอย่างน่าประหลาด
หญิงสาวผู้นี้ดูสดใสร่าเริงและนิสัยก็ไม่เหมือนกับคุณหนูจากตระกูล
ใหญ่ที่มักจะแสร้งท ากิริยา
ผู้ใหญ่ในบ้านเคยถามเขาว่าอยากแต่งภรรยาแบบใด
เขาตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า อยากแต่งกับคนที่ตนมองแล้วถูก
ชะตา และไม่ใช่คุณหนูผู้เอาแต่ใจ
แม้ว่าเงื่อนไขของเขาจะไม่มาก แต่คนที่มีคุณสมบัติทั้งสองอย่าง
อยู่ด้วยกันก็มีไม่มากเช่นกัน
หลังจากท่านปู่เสียชีวิต แม้ตระกูลเมิ่งจะตกต ่าลงกว่าแต่ก่อน แต่
ก็ยังคงเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงด้านวิชาการ การคัดเลือกภรรยาจึง
ไม่ใช่ว่าไม่มีเงื่อนไขเสียเลย
หากเป็นหญิงสาวจากครอบครัวสามัญชน ต่อให้เมิ่งไห่หนิงจะ
ยินดี แต่ผู้ใหญ่ในบ้านก็คงไม่เห็นชอบ
แต่โม่หานเยี่ยนั้นแตกต่าง แม้ว่าสกุลโม่จะถูกราชส านักตัดสิน
เนรเทศ ทว่าโม่หานเยี่ยที่เติบโตมาในตระกูลใหญ่ การศึกษาที่ได้รับ
ก็ย่อมสูงกว่าสามัญชนทั่วไป
โดยเฉพาะฮูหยินผู้เฒ่าของสกุลโม่ก็มาจากตระกูลสูงศักดิ์
บุตรสาวที่นางอบรมสั่งสอนด้วยตนเองย่อมต้องไม่ธรรมดา
ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาสตรีสกุลโม่ล้วนมีความรู้และเหตุผล แม้
เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากล าบากเพราะสามีเสียชีวิตในสนาม
รบ และคนทั้งจวนถูกเนรเทศ พวกนางก็ยังคงมองโลกในแง่ดีและก้าว
เดินไปข้างหน้า
หญิงสาวที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะไม่มองโลกในแง่
ดีและก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร?