ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 241 ข้ากลับมาแล้วไม่ใช่หรือ
สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือ เมิ่งไห่หนิงรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อเห็น
โม่หานเยี่ยเมื่อแรกพบ
แม้เขาจะไม่ใช่คนที่หมกมุ่นอยู่กับต าราเรียนจนไม่ลืมหูลืมตา ไม่
เคยได้สัมผัสกับความรักระหว่างชายหญิง แต่เขารู้ดีว่านี่คือ
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อตกหลุมรักใครสักคน
ดังนั้น เมื่อได้ยินเสียงของโม่หานเยี่ย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่นั่น
เขาก็หวังว่าตนเองจะมีโอกาสได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย
คิดได้ดังนั้น เมิ่งไห่หนิงจึงลุกขึ้นยืนและพูดกับโม่จิ่วเยี่ยว่า “พี่
เก้า ข้ายังไม่เคยเห็นกระต่ายออกลูกมาก่อน ไม่ทราบว่าท่านจะพาข้า
ไปดูด้วยได้หรือไม่ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ของข้า?”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเข้าใจว่าเมิ่งไห่หนิงก็แค่อยากรู้
อยากเห็นเท่านั้น
“ได้ ข้าจะพาเจ้าไปดูเดี๋ยวนี้เลย”
ตอนนี้กระต่ายที่ก าลังออกลูกถูกโม่หานเยี่ยอุ้มไปไว้ในห้องว่าง
อีกห้องหนึ่งแล้ว
เพื่อให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น โม่หานเยี่ยจึงลงมือจุดเตาผิงไฟ
ด้วยตัวเอง
กระต่ายที่ก าลังออกลูกอยู่ในกรงเพียงตัวเดียว
เมิ่งไห่หนิงกับโม่จิ่วเยี่ยมาถึงตอนที่กระต่ายออกลูกกระต่ายตัว
น้อยได้แล้วหกตัว
“พี่สะใภ้ ข้าหวังว่ามันจะคลอดลูกออกมาเก้าตัวในคราวเดียว
แล้วข้าจะมอบให้พวกท่านคนละตัวนะเจ้าคะ” โม่หานเยี่ยพูดตื่นเต้น
“หานเยี่ย ในที่สุดเจ้าก็ยอมยกกระต่ายให้ข้าแล้ว ช่างยากเย็น
จริง ๆ” พี่สะใภ้รองหยอกล้อ
“พี่สะใภ้รอง ท่านก าลังบอกว่าข้าขี้งกหรือ?” โม่หานเยี่ยบ่นอย่าง
น้อยใจ
พี่สะใภ้รองยังคงหยอกล้อต่อไป “ยังจะบอกว่าไม่ขี้งกอีก พวก
กระต่ายที่น้องสะใภ้เก้าให้เจ้ามา พวกเราอยากอุ้มสักครั้งเจ้าก็ยังไม่
ยอม”
ความจริงแล้วโม่หานเยี่ยก็ไม่อยากให้ นางหวังว่าจะสามารถใช้
ความพยายามของตัวเองท าให้กระต่ายพวกนี้ออกลูกมาก ๆ จะได้
ช่วยครอบครัวหาเงินได้บ้าง
ครั้งหนึ่งตอนที่อยู่ในเมืองหลวง นางก็เคยเป็นบุตรสาวตระกูล
ใหญ่ ย่อมรู้ดีว่าบรรดาคุณหนูทั้งหลายชื่นชอบอะไร
โม่หานเยี่ยมั่นใจว่ากระต่ายที่ทั้งน่ารักและสวยงามพวกนี้ จะต้อง
เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่แน่นอน
ดังนั้นนางจึงดูแลเอาใจใส่กระต่ายทุกตัว โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่ามี
แม่กระต่ายก าลังตั้งท้อง นางยิ่งดูแลมันเป็นพิเศษ ด้วยกลัวว่าจะเกิด
เรื่องไม่คาดคิดกับกระต่ายที่อยู่ในการดูแลของนาง
เมื่อกระต่ายพวกนี้ออกลูก เชื่อว่าพวกมันคงขายได้ราคาดีแน่
ขณะที่ก าลังพูดคุยกันอยู่นั้น พี่สะใภ้ทั้งหลายกับโม่หานเยี่ยก็
สังเกตเห็นโม่จิ่วเยี่ยกับเมิ่งไห่หนิงที่เดินเข้ามา
ในฐานะแขก การที่เมิ่งไห่หนิงมาที่นี่ได้คงเป็นเพราะเรื่องกระต่าย
ดังนั้นเหล่าพี่สะใภ้จึงพร้อมใจกันเปิดทางให้เขายืนมองได้ชัด ๆ
เมิ่งไห่หนิงแสร้งท าเป็นดูลูกกระต่ายพวกนั้น แต่ความจริงแล้ว
เขาจะแอบมองโม่หานเยี่ยในยามที่ทุกคนไม่ทันสังเกต
โม่หานเยี่ยก าลังตั้งใจดูอาการของแม่กระต่าย แต่ก็รู้สึกได้ว่ามี
สายตาคู่หนึ่งจ้องมองตนเองอยู่
นางเงยหน้ามองไปตามทิศทางของสายตานั้น และสบเข้ากับ
ดวงตาลุ่มลึกของเมิ่งไห่หนิงพอดี
ตอนนั้นเมิ่งไห่หนิงก าลังตกอยู่ในภวังค์ จึงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะหัน
มามองเขาด้วย
เขาตกใจ รีบหลบสายตาไป หัวใจก็เต้นรัวเร็วอย่างควบคุมไม่ได้
โม่หานเยี่ยก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าในใจนางจะไม่เคยคิดอะไรเกิน
เลยกับเมิ่งไห่หนิง แต่ในฐานะหญิงสาวที่เพิ่งเริ่มรู้จักความรัก การ
เผชิญกับสายตาร้อนแรงเช่นนี้ก็ยากจะต้านทาน
ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้รังเกียจสายตาของเมิ่งไห่ห
นิงเลย…
ความสนใจของทุกคนจดจ่ออยู่กับแม่กระต่ายที่ก าลังออกลูก จึง
ไม่มีใครสังเกตเห็นสีหน้าของคนทั้งสอง
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม แม่กระต่ายก็คลอดลูก
ออกมาทั้งหมดสิบสองตัว เมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างปกติแแล้ว โม่หานเยี่ย
จึงค่อย ๆ ย้ายกรงไปไว้ด้านข้างอย่างระมัดระวัง
ในตอนนี้ เมิ่งไห่หนิงไม่อาจหาเหตุผลที่เหมาะสมจะอยู่ต่อได้ เขา
แอบมองโม่หานเยี่ยอีกครั้งก่อนจะบอกลาทุกคนในบ้านสกุลโม่แล้ว
จากไป
คนสกุลโม่ยุ่งวุ่นวายมาทั้งวัน เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
วันรุ่งขึ้น ในบ้านมีข่าวดีอีกครั้ง กระต่ายที่พี่สะใภ้ห้ากับพี่ห้า
เลี้ยงไว้ก็ออกลูกมาอีกหลายครอก
พอถึงตอนเย็น จ านวนกระต่ายก็เพิ่มขึ้นกว่าสองร้อยตัว ทุกคน
ในครอบครัวต่างรู้สึกเบิกบานใจกับลูกกระต่ายน้อยที่เกิดใหม่เหล่านี้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ถึงวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว
ความจริงมันควรจะเป็นวันที่มีความสุข แต่ใครจะรู้ว่าสกุลโม่กลับ
ก าลังกังวลใจเรื่องพี่สามโม่อวิ๋นเฟิงที่ยังไม่ได้กลับมาตามสัญญา
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้จักบุตรชายของนางดีที่สุด ตั้งแต่เด็กนางสอนให้
เขาเป็นคนรักษาสัญญามาโดยตลอด
ปกติแล้ว หากโม่อวิ๋นเฟิงไม่ได้เจอเรื่องยุ่งยากอะไร เขาคงก็คง
ไม่กลับมาช้าจนใกล้ถึงวันปีใหม่ขนาดนี้
สะใภ้สามกระวนกระวายตั้งแต่ตื่นนอน ทุกคนก าลังงานยุ่งเพื่อ
เตรียมวัตถุดิบส าหรับงานเลี้ยงวันส่งท้ายปีเก่า แต่นางกลับท าอะไร
พลาดอยู่บ่อยครั้ง
อย่างตอนตอกไข่ นางก็ตอกไข่ใส่ถังขยะ แล้วเอาเปลือกไข่ใส่
ในจาน
โชคดีที่คนส่วนใหญ่ในบ้านไม่รู้ว่าโม่อวิ๋นเฟิงยังมีชีวิตอยู่
ไม่เช่นนั้นทุกคนคงจะมีสีหน้าเศร้าหมองกันหมด
สะใภ้สามรู้ว่าตัวเองไม่มีสมาธิ จึงกลัวว่าจะท าข้าวของในบ้าน
เสียหายอีก จึงอ้างว่ารู้สึกไม่สบายแล้วกลับไปที่ห้อง
เพราะเรื่องนี้ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านจึงไม่มีอารมณ์จะจุดพลุที่
ซื้อมาจากในเมือง
จนกระทั่งเวลาค ่าลง ฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าไม่ควรปล่อยให้คนเพียง
คนเดียวส่งผลกระทบกับการฉลองปีใหม่ของคนในบ้าน จึงสั่งการให้
พวกเขาเริ่มกินข้าว
รวมทั้งเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ พวกเขาแบ่งนั่งกันเป็นสองโต๊ะ
ทุกคนเพิ่งจะทิ้งตัวนั่งลงเรียบร้อย คนที่มีวรยุทธ์ก็พลันลุกขึ้นยืน
ทันที่
โม่ชูหานพูดว่า “ข้างนอกมีเสียงฝีเท้า ข้าจะออกไปดู”
พูดจบเขาก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว โม่จิ่วเยี่ยกับโม่จงหยวน
สบตากันแล้วตามออกไปด้วย
สะใภ้สามรอคอยการกลับมาของสามีจนแทบหมดหวัง เมื่อได้ยิน
เสียงฝีเท้า ก็เดินตามคนอื่นออกไปไม่รู้ตัว
ไม่นานก็ได้ยินเสียงของโม่ชูหานที่ฟังดูตื่นเต้นเล็กน้อย “พี่สาม
ในที่สุดท่านก็กลับมา ถ้าท่านไม่กลับมา ข้ากับจิ่วเยี่ยก็ตั้งใจจะ
ออกไปตามหาท่านพรุ่งนี้แล้ว”
โม่อวิ๋นเฟิงดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ยังดูมีชีวิตชีวา
“ระหว่างทางเจอเรื่องบางอย่างท าให้ล่าช้า ไม่เช่นนั้นคงกลับมา
ตั้งแต่วันก่อนแล้ว”
เหล่าสตรีที่อยู่ในห้องนอกจากฮูหยินผู้เฒ่ากับเฮ่อจือหร่านแล้ว
ทุกคนต่างงุนงง
เมื่อครู่โม่ชูหานพูดว่าอะไรนะ?
พี่สาม?
เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิด พวกพี่สะใภ้รวมถึงโม่หานเยี่ย
ต่างพากันออกมา
เฮ่อจือหร่านพยุงแม่สามีที่ตัวสั่นเพราะความตื่นเต้นเดินตามหลัง
ในทันทีที่ทุกคนเห็น สีหน้าของพวกเขาก็แตกต่างกันออกไป
นอกจากคนที่รู้เรื่องอยู่แล้ว บรรดาสะใภ้ต่างเต็มไปด้วยความไม่
อยากเชื่อ
สะใภ้รองยิ่งแสดงท่าทางเกินจริง ถึงขั้นหยิกสะใภ้สี่ที่อยู่ข้าง ๆ
“น้องสะใภ้สี่ เจ้าเจ็บหรือไม่?”
สะใภ้สี่พยักหน้ามึนงง “อืม เจ็บมาก”
“แสดงว่าข้าไม่ได้ตาฝาดสินะ…” สะใภ้รองพึมพ า
ในตอนนี้ สะใภ้สามไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว นางโผเข้าไปกอด
โม่อวิ๋นเฟิง
“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็กลับมา ข้านึกว่าจะต้องเสียท่านไปอีก
แล้ว… ฮือ ๆ ๆ …”
โม่อวิ๋นเฟิงยกมือโอบกอดภรรยาพลางปลอบเบา ๆ “อย่าร้องเลย
ข้ากลับมาแล้วไม่ใช่หรือ?”
สะใภ้สามยังคงร ่าไห้สะอึกสะอื้น ส่วนสตรีคนอื่นต่างรุมล้อมแม่
สามี ถามว่าพี่สามฟื้นคืนชีพตั้งแต่เมื่อไหร่
ฮูหยินผู้เฒ่าถูกกลุ่มลูกสะใภ้ห้อมล้อม นางรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย
“พอเถอะ ข้างนอกอากาศหนาว ถ้ามีอะไรจะพูด พวกเราเข้าไป
คุยกันในบ้านดีกว่า”