ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 244 โม่จิ่วเยี่ยพูดมีเหตุผล
เมื่อได้ยินแม่สามีถาม นางไม่ได้รีบแสดงความคิดเห็น แต่ถาม
โม่อวิ๋นเฟิงต่อ
“พี่สาม ท่านสอบถามเกี่ยวกับคนที่อยู่เฝ้าคฤหาสน์จากคนที่จับ
มาได้หรือไม่? แล้วเขารู้เรื่องที่อยู่ของปรมาจารย์ซือเหมิงหรือไม่”
“ข้าถามแล้ว รวมเขาด้วยในคฤหาสน์ก็มีคนอยู่เฝ้าทั้งหมดหก
คน ส่วนเรื่องที่อยู่ของปรมาจารย์ซือเหมิง เขาบอกว่าคนระดับเขาไม่
มีทางรู้ได้ เขาแค่เคยได้ยินมาว่าทุกเดือนเจ็ด ปรมาจารย์ซือเหมิงจะ
ไปที่ชายแดนตะวันตกของต้าซุ่น แต่ไม่รู้ว่าไปท าอะไร” โม่อวิ๋นเฟิง
เล่าข้อมูลที่สืบมา
เฮ่อจือหร่านได้ยินดังนั้นจึงถามฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านแม่ ตอนที่
ท่านพ่อสังหารหยวนเหมิงเป็นเดือนอะไร?”
ฮูหยินผู้เฒ่าตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “เป็นเดือนเจ็ด”
โม่จิ่วเยี่ยลุกพรวด “ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นไปได้มากว่าปรมาจารย์
ซือเหมิงก็คือคุณชายตระกูลใหญ่ที่รักหยวนเหมิง”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “ข้าก็คิดแบบนั้น ไม่อย่างนั้นท าไมคน
เลี้ยงหนอนพิษถึงได้จงใจเล่นงานคนสกุลโม่ของเราขนาดนี้”
เฮ่อจือหร่านคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ไม่ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะ
เป็นคนคนนั้นหรือไม่ อย่างไรนี่ก็เป็นเบาะแสที่มีประโยชน์มาก แต่
ตอนนี้เขาไม่อยู่เป็นที่เป็นทาง การจะหาตัวเขาก็คงเหมือนงมเข็มใน
มหาสมุทร”
แทนที่จะไปดูที่ชายแดนตะวันตกตอนเดือนเจ็ด เรื่องทางใต้ก็ไม่
ควรละเลย แต่ที่นั่นมีคนเลี้ยงหนอนพิษมากมาย อย่างไรก็ต้องเตรียม
ตัวให้พร้อมก่อน”
ไม่ว่าการเดินทางไปหนานเจียงจะเป็นการสืบหาเบาะแสใหม่ได้
หรือไม่ เธอก็ต้องไปที่นั่นอยู่ดี
ไข่มุกแดนใต้สีด าที่สัญญาไว้กับนักสะสมตัวน้อย และยาแก้พิษ
ต้านผีที่พวกพี่สะใภ้ต้องการ ทั้งหมดนี้อยู่ที่หนานเจียง
“แต่ยิ่งเราหาพี่ใหญ่กับพี่รองช้าเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งตกอยู่ใน
อันตรายมากขึ้นเท่านั้น” โม่ชูหานยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความคิดของพี่แปดที่อยากช่วยคนเร็ว ๆ แต่
ตอนนี้พวกเขาไม่รู้ด้วยซ ้าว่าพี่ใหญ่กับพี่รองยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ยิ่ง
ไปกว่านั้น อวิ๋นหลี่ถูกเขากับภรรยาฆ่าตายมาหลายเดือนแล้ว ถ้า
ปรมาจารย์ซือเหมิงเป็นอาจารย์ของอวิ๋นหลี่จริง ๆ อีกฝ่ายก็คงเดาได้
ว่าอวิ๋นหลี่ตายไปแล้ว
เมื่อรู้ว่าอวิ๋นหลี่ตาย ข่าวที่พี่สามยังมีชีวิตอยู่ไม่ถูกปิดบัง ไม่นาน
มันก็คงแพร่สะพัดออกไป
ถึงแม้ปรมาจารย์ซือเหมิงจะโง่เขลา ก็คงเดาได้ว่าอวิ๋นหลี่ตาย
แล้ว แต่โม่อวิ๋นเฟิงที่นางควบคุมด้วยกู่หุ่นเชิดกลับยังมีชีวิตอยู่ เรื่องนี้
ย่อมท าให้เขาระวังตัวมากขึ้น
ยังมีเรื่องของหนานรุ่ยอีกคน ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถปกปิดความ
จริงที่ว่าพี่แปดถอนพิษกู่ไปได้แล้วหรือไม่
ตอนนี้พวกเราอยากหาเบาะแสของพี่ใหญ่กับพี่รอง ความจริง
แล้วก็ต้องท าอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้คนคนนั้นสังเกตเห็น
อีกอย่างการออกไปตามหาพี่ใหญ่กับพี่รอง จ าเป็นต้องพาห
ร่านหร่านไปด้วย หากพี่ชายทั้งสองยังมีชีวิตอยู่จริง ก็มีโอกาสว่าจะ
ถูกพิษกู่หุ่นเชิด ในสถานการณ์เช่นนี้พวกเขาต้องถอนพิษกู่ให้ทันที่
ชีวิตคนถึงจะปลอดภัยมากขึ้น
“พี่แปด ท่านยังต้องไปท างานที่ที่ว่าการอ าเภอ เรื่องไปหนาน
เจียงให้ข้าจัดการเองเถอะ”
เสียงโม่จิ่วเยี่ยเพิ่งจะขาดค า โม่อวิ๋นเฟิงกับโม่จงหยวนก็ลุก
ขึ้นมาพร้อมกัน
“ข้าด้วย การเดินทางไปหนานเจียงครั้งนี้ท าให้ข้าพอรู้จักที่นั่น
การหาคฤหาสน์ซือเหมิงจึงไม่ใช่เรื่องยาก”
“ข้าก็จะไปด้วย คนมากก็มีก าลังมาก”
เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้พูดอะไรมาตลอดก็แสดง
ความเห็นว่าอยากไปหนานเจียงพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ย
ไม่ใช่ว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่รู้หลักการเรื่องมีคนมากก็มีก าลังมาก แต่
ภรรยาของเขามีความลับมากมาย การพาคนอื่นไปด้วยจะเป็นการไม่
สะดวก
“การไปหนานเจียงครั้งนี้เป็นการสืบหาข่าว ความปลอดภัยของ
คนที่บ้านก็ส าคัญ หร่านหร่านถอนพิษได้ ครั้งนี้ข้าจึงตัดสินใจจะไป
กับหร่านหร่านแค่สองคน”
“ไม่ได้!” พี่สามคัดค้านเป็นคนแรก
“ไม่ได้!” พี่ห้าก็ไม่เห็นด้วย
“คุณชายเก้า หนานเจียงไม่ปลอดภัย จะอย่างไรก็พาพวกเราไป
ด้วยเถอะขอรับ” เหลียงห่าวก็พูดอย่างร้อนใจ
โม่จิ่วเยี่ยโบกมือ เขาตัดสินใจแล้ว หากคนพวกนี้ยังยืนกรานจะ
ตามไป เขาก็คงต้องหาวิธีอื่นเพื่อไปกับหร่านหร่านตามล าพัง
“พวกเราสองคนเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย พอไปถึงที่นั่นคงไม่มี
ใครจ าได้ คนมากเกินไปกลับจะเป็นที่สะดุดตา”
เมื่อเห็นพวกเขาทะเลาะกันไปมา ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเอ่ยปากขึ้นมา
ในที่สุด
“จิ่วเยี่ยพูดมีเหตุผล ไม่สู้ให้พวกเขาสามีภรรยาไปดูก่อน ไม่ว่า
อย่างไรก็ต้องรีบไปรีบมา หากเจอสถานการณ์ยุ่งยากก็อย่าฝืน หลัง
กลับมาแล้วพวกเราจะได้ช่วยกันคิดหาวิธี”
แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ได้พูดออกมา แต่ในใจนางรู้ดีที่สุดว่าการ
ช่วยลูกชายกลับมาได้อย่างราบรื่นนั้น ล้วนเป็นความสามารถของ
ลูกสะใภ้เก้าผู้นี้
หากไม่มีนาง ต่อให้จะพบว่าบุตรชายยังมีชีวิตอยู่ แต่เพราะกู่หุ่น
เชิดยังอยู่ พวกเขาก็ไม่สามารถช่วยคนกลับมาได้อย่างปลอดภัย
ดังนั้น เรื่องการตัดสินใจ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงฟังโม่จิ่วเยี่ยเป็นหลัก
ฮูหยินผู้เฒ่าตัดสินใจเด็ดขาด แม้คนอื่นจะไม่พอใจก็ต้องยอม
เชื่อฟัง
“เรื่องนี้ไม่เร่งด่วน รอให้ผ่านปีใหม่แล้วค่อยให้จิ่วเยี่ยกับสะใภ้เฮ่
อออกเดินทาง” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวอีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้ เรื่องราวจึงถูกก าหนดอย่างแน่นอน โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจื
อหร่านจะเตรียมตัวออกเดินทางไปหนานเจียงหลังปีใหม่ ส่วนเรื่อง
การตรวจสอบอย่างเปิดเผยก็ปล่อยให้โม่ชูหานและเมิ่งไห่หนิงจัดการ
คงไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านจะต้องปลอมตัวเมื่อออก
จากบ้าน ไม่มีใครจะรู้ได้ว่าเป็นคนจากสกุลโม่ที่ออกจากเมืองไป
โม่จิ่วเยี่ยเห็นมารดาช่วยจัดการให้ตนเอง ในใจก็รู้สึกโล่งอกไป
ด้วย
แม้ว่าจะคิดหาวิธีไว้แล้ว แต่การออกเดินทางไปด้วยกันทั้งหมด
หากต้องการแยกกันระหว่างทางก็จ าเป็นต้องหาข้ออ้าง ตอนนี้มีเพียง
เขากับหร่านหร่านที่ไปด้วยกันก็นับว่าดีแล้ว หากเกิดอันตรายขึ้นก็
สามารถหลบเข้าไปในพื้นที่มิติของนางได้ เช่นนี้จะยิ่งปลอดภัยมาก
ขึ้น
แต่เดิมนี่เป็นเทศกาลที่น่ายินดี แต่เพราะข่าวที่โม่อวิ๋นเฟิงน า
กลับมา ท าให้อารมณ์ของทุกคนดิ่งลงชั่วขณะ
โดยเฉพาะพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รอง เมื่อได้ยินว่าสามีของตน
อาจยังมีชีวิตอยู่ ในใจก็รู้สึกสับสนปนเปไปหมด
เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศการฉลองปีใหม่ของครอบครัว พวกนาง
จึงพยายามกลั้นน ้าตาที่เอ่อคลอไว้ไม่ให้ไหลออกมา
และพวกนางก็สังเกตเห็นว่า สตรีคนอื่นไม่ทราบเรื่องนี้ มีเพียง
น้องชายสามี น้องสะใภ้เก้า และแม่สามีเท่านั้นที่รู้
พวกนางรู้สึกเกรงใจหากจะสอบถามจากน้องชายสามี เมื่อ
ตัดสินใจเรื่องไปหนานเจียงแล้ว ทั้งสองจึงดึงตัวเฮ่อจือหร่านมา
สอบถาม
เมื่อเรื่องนี้ถูกพูดถึงอย่างเปิดเผยแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงบอกทุกสิ่ง
ที่นางรู้ให้กับพี่สะใภ้ทั้งสองฟัง
ส่วนการคาดเดาความเป็นไปได้ที่นางและโม่จิ่วเยี่ยพูดคุยกัน
เป็นการส่วนตัว เฮ่อจือหร่านไม่ได้เอ่ยถึง นางไม่กล้าให้ความหวังกับ
พี่สะใภ้ทั้งสองมากเกินไปกับเรื่องที่ยังไม่อาจยืนยันได้แน่ชัด
หากพี่ใหญ่และพี่รองไม่อยู่แล้วจริง ๆ พี่สะใภ้ทั้งสองคนก็คงจะ
ผิดหวังมาก
พอได้รู้รายละเอียดมากขึ้น น ้าตาของพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้
รองก็ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ทั้งสองคนกอดกันร้องไห้สะอึก
สะอื้น พอร้องไห้จนพอใจแล้วก็คุกเข่าลงกับพื้น อธิษฐานขอให้สามี
พวกนางยังมีชีวิตอยู่…
เฮ่อจือหร่านก็ไม่รู้จะปลอบใจอย่างไร บางทีการร้องไห้ออกมา
อาจจะเป็นวิธีระบายความรู้สึกที่ดีที่สุด
นางค่อย ๆ ถอยออกไปจากห้องของพี่สะใภ้ แล้วกลับไปยังห้อง
ของตัวเอง
วันนี้เป็นวันปีใหม่ ข้าวปั้นน้อยที่นางรักยังอยู่ในพื้นที่มิติเพียง
ล าพัง ถือโอกาสที่ทุกคนก าลังรวมตัวกันอยู่ในเรือนหลักเพื่อรอฉลอง
ปีใหม่ นางจึงเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อไปอยู่เป็นเพื่อนข้าวปั้นน้อย
เพียงแค่ก้าวเข้าไปในพื้นที่มิติเพาะปลูก เฮ่อจือหร่านก็ตกตะลึง
กับภาพตรงหน้า
นางมองไปไกล ๆ เห็นข้าวปั้นน้อยนั่งตัวตรงอยู่ริมทุ่งเลี้ยงสัตว์
ก าลังโบกอุ้งเท้าเล็กอวบทั้งสองข้างไปมา
แกะกว่าร้อยตัวที่เลี้ยงไว้ในพื้นที่มิติ ก าลังเรียงแถวเป็นสองแถว
หันหน้าไปทางเจ้าตัวน้อย
ข้าวปั้นน้อยรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของเจ้าของ จึงหันกลับมามอง
อย่างงุ่มง่าม ไม่ได้วิ่งเข้ามาออดอ้อนเหมือนทุกครั้ง แต่หันไปโบกอุ้ง
เท้าให้ฝูงแกะต่อไป