ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 250 มาถึงหนานเจียง
การค้ากระต่ายผัดเปรี้ยวหวานในช่วงปีใหม่นั้นดีทีเดียว ถังหมิง
รุ่ยมาที่บ้านสกุลโม่เพื่อรับสินค้าถึงสามครั้ง และสินค้าชุดนั้นก็ขาย
หมดเกลี้ยง
ชีวิตของคนสกุลโม่ยังคงด าเนินต่อไปตามปกติ ไม่นานก็เลย
ผ่านเทศกาลโคมไฟ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเตรียมตัวออกเดินทาง
ไปหนานเจียงในวันที่สิบหกเดือนหนึ่ง
โม่ชูหานค านึงถึงการเดินทางไกลของพวกเขา จึงช่วยยืมม้า
หนึ่งตัวจากที่ว่าการอ าเภอมาให้
เมิ่งไห่หนิงเดาได้ว่าคู่สามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ยอาจจะออกนอกเมือง
จึงแกล้งท าเป็นมองไม่เห็น
การเดินทางไปหนานเจียงครั้งนี้จะพาข้าวปั้นน้อยไปด้วย ตอนที่
เฮ่อจือหร่านจะออกจากบ้านก็อุ้มเจ้าตัวน้อยไว้
โม่จิ่วเยี่ยขึ้นม้าไปก่อน จากนั้นก็ดึงภรรยาของตนขึ้นมา ข้าวปั้น
น้อยนั่งเรียบร้อยอยู่ข้างหน้าเจ้าของ ภาพนี้ดูคล้ายครอบครัวสามคน
ก าลังออกเดินทางด้วยกัน
หลังจากฮูหยินผู้เฒ่าก าชับเรียบร้อยแล้ว สองสามีภรรยาก็พา
ข้าวปั้นน้อยออกเดินทางไปหนานเจียงพร้อมกัน
เพื่อป้องกันไม่ให้การปรากฏตัวของข้าวปั้นน้อยดึงดูดความ
สนใจมากเกินไป หลังพ้นจากสายตาคนในบ้านแล้ว เฮ่อจือหร่านก็
ส่งเจ้าตัวน้อยเข้าไปในพื้นที่มิติ
พวกเขาออกจากบ้านในตอนเช้า ต้องรอจนเวลาดึกสงัดถึงจะใช้
งานรถคันใหญ่ได้ ตอนกลางวันจึงต้องพักผ่อนให้เต็มที่
ดังนั้นหลังจากพวกเขาออกจากเมืองอวิ่นแล้ว ก็หาถนนหลวงที่
มีผู้คนเบาบางเพื่อเข้าไปพักผ่อนในพื้นที่มิติ
กระทั่งนาฬิกาแขวนในพื้นที่มิติบอกเวลาสองทุ่ม ทั้งสองจึง
ปรากฏตัวบนถนนหลวงพร้อมกับรถยนต์คันใหญ่ที่เติมน ้ามันจนเต็ม
ถัง
เวลานี้ในยุคโบราณเข้าสู่ช่วงดึกสงัดแล้ว สองข้างทางล้วนมืด
สนิท แม้แต่เงาของภูตผีก็ยังมองไม่เห็น
ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงไม่กังวลว่าจะมีคนเห็นรถยนต์ที่แล่นไป การ
เดินทางราบรื่นมาก รถยนต์คันใหญ่วิ่งไปอย่างนุ่มนวลตลอดทั้งคืน
แม้ว่าถนนจะไม่ค่อยดีนัก แต่ก็เร็วกว่าการขี่ม้ามากทีเดียว
โม่จิ่วเยี่ยเป็นมือใหม่หัดขับ เขาก าลังติดใจการขับรถ จึงรู้สึกไม่
พอใจเท่าไหร่ที่ฟ้าสว่างเร็วเกินไป
เฮ่อจือหร่านรู้สึกตกใจในความอดทนของเขาจริง ๆ ทั้งที่ขับรถ
มาตลอดทั้งคืน แต่เขายังดูกระปรี้กระเปร่า ไม่มีทีท่าเหนื่อยล้าเลย
แม้แต่น้อย
เฮ่อจือหร่านเพิ่งเข้าไปในพื้นที่มิติ ก็ถูกชายที่เต็มไปด้วย
พลังงานคนนี้เข้ามาพัวพันเสียแล้ว…
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดจบลง เฮ่อจือหร่านก็หลับใหลไป
ตอนนี้ข้าวปั้นน้อยรู้ความมากแล้ว มันไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ
เรื่องที่เจ้าของทั้งสองต่อสู้กันอีก แถมยังวิ่งไปซ่อนตัวในป่าไผ่ที่ลึก
ที่สุด ยิ่งไกลยิ่งดี
หลังจากใช้ชีวิตแบบนี้ติดต่อกันสี่วัน โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็
เดินทางมาถึงชายแดนทางใต้อย่างปลอดภัย ที่นี่คือพรมแดนระหว่าง
ต้าซุ่นกับหนานเจียง และตอนนี้พวกเขาอยู่ในเขตแดนของต้าซุ่น
โม่จิ่วเยี่ยคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี บุตรชายสกุลโม่คนไหนบ้างที่
ไม่เคยมาประจ าการที่นี่?
เมื่อมาถึงในใจโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกเศร้า คิดถึงเมื่อครั้งอดีตที่พวกเขา
พี่น้องสกุลโม่ยอมหลั่งเลือดในสนามรบแห่งนี้ แต่สุดท้ายกลับได้รับ
อะไรเป็นการตอบแทน?
ถูกองค์จักรพรรดิหวาดระแวง ถูกริบทรัพย์และเนรเทศ…
เฮ่อจือหร่านมองออกว่าชายหนุ่มก าลังเศร้า จึงเดินเข้าไปโอบ
แขนเขาไว้
“ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ท่านเชื่อข้าสิ วันหน้าจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ
แน่นอน”
โม่จิ่วเยี่ยดึงนางเข้ามากอดไว้ แล้วจุมพิตบนหน้าผากนางอย่าง
ลึกซึ้ง
“ข้าปล่อยวางได้แล้ว มีเจ้ากับทุกคนอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตอย่าง
เรียบง่าย แค่นี้ข้าก็รู้สึกพอใจมาก”
แน่นอนว่าหากสามารถหาพี่ใหญ่กับพี่รองได้ก็จะยิ่งดี
ยามนี้ฟ้าสางแล้ว ทั้งสองไม่ได้รีบร้อนเข้าไปในหนานเจียง โม่จิ่ว
เยี่ยพาเฮ่อจือหร่านไปยังสถานที่ฝังศพบิดาและพี่ชายเพื่อกราบไหว้
หลุมศพของคนสกุลโม่อยู่ในภูเขาลึก อากาศทางใต้อบอุ่น
เล็กน้อย ต้นไม้บนภูเขาจึงยังคงมีใบเขียวอยู่
เนื่องจากบริเวณนี้ได้รับผลกระทบจากศึกสงครามมาเป็น
เวลานาน จึงไม่มีชาวบ้านอยู่อาศัย ดังนั้นทั้งคู่จึงไม่ได้พบใครระหว่าง
ทางขึ้นเขา
หลังเดินขึ้นไปตามเนินเขา โม่จิ่วเยี่ยก็ชี้ไปยังทางที่มีป่าหนาทึบ
เบื้องหน้าแล้วพูดว่า
“ข้ามตรงนั้นไปก็ถึงแล้ว”
เฮ่อจือหร่านเห็นได้ว่าอารมณ์ของโม่จิ่วเยี่ยตอนนี้ค่อนข้างหนัก
อึ้ง นางจึงตอบรับเบา ๆ ว่า “อืม” พร้อมกับบีบมือใหญ่ที่หยาบกร้าน
เล็กน้อยของเขาแน่นเพื่อปลอบประโลม
สองสามีภรรยามาถึงหุบเขาแห่งหนึ่งด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง สิ่งแรก
ที่เห็นคือหลุมศพเก้าหลุมที่มีวัชพืชขึ้นปกคลุมไปหมดแล้ว
บนหลุมศพด้านหน้ามีป้ายชื่อของคนสกุลโม่เขียนไว้
หลุมศพที่อยู่บนสุดคือหลุมของนายท่านผู้เฒ่าโม่ โม่ฉิง เพราะ
เผชิญแสงแดดและสายฝนมานาน อีกทั้งไม่มีใครมาดูแล ตัวอักษรบน
แผ่นหินจึงดูเลือนรางไปบ้าง
ถัดลงมาใต้หลุมศพของนายท่านผู้เฒ่าโม่ฉิง มีหลุมศพแปดหลุม
เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ มีทั้งเก่าทั้งใหม่ปะปนกัน บนแผ่นหินสลัก
ชื่อของพี่น้องชายสกุลโม่
ยามนี้ดวงตาของโม่จิ่วเยี่ยเหมือนจะเต็มไปด้วยเลือด ไม่อาจ
ปิดบังความเศร้าโศกได้
เขาทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าหลุมศพ
“ท่านพ่อ พี่ชายทั้งหลาย จิ่วเยี่ยมาเยี่ยมพวกท่านแล้ว”
พูดจบ เขาก็ก้มตัวลงค านับสามครั้ง
แม้เฮ่อจือหร่านจะไม่รู้จักบรรดาชายหนุ่มที่เสียชีวิตไปของสกุล
โม่ แต่เมื่อนึกถึงการเสียสละของครอบครัวนี้เพื่อช่วยราชวงศ์ต้าซุ่น
ก็อดรู้สึกเจ็บใจไม่ได้
นางคุกเข่าลงหน้าหลุมศพพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ย ขณะเดียวกัน
จิตส านึกของนางก็เข้าสู่พื้นที่มิติ ซื้อเครื่องเซ่นไหว้หลายอย่างมาวาง
เรียงกันอย่างเป็นระเบียบหน้าหลุมศพ รวมทั้งธูปและกระดาษเงิน
กระดาษทองส าหรับไหว้บรรพบุรุษ
โม่จิ่วเยี่ยมองนางด้วยความซาบซึ้ง แล้วจุดธูปสามดอกปักไว้
หน้าหลุมศพของบิดาและพี่ชาย
เฮ่อจือหร่านพึมพ าเบา “สวรรค์ไม่ยุติธรรม ปล่อยให้คนดี ๆ ตาย
ไปทีละคน ขณะที่คนเลวกลับมีชีวิตสุขสบาย”
โม่จิ่วเยี่ยลุกขึ้นยืน เผยรอยยิ้มเยาะหยัน “บุรุษสกุลโม่ของข้า
ยอมสละชีวิตเพื่อราชวงศ์ต้าซุ่น คิดดูแล้วช่างไม่คุ้มค่าเลยจริง ๆ”
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านไม่มีใจจะปลอบโยนโม่จิ่วเยี่ยให้บรรเทาความ
โศกเศร้า เพราะตัวนางเองก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งยวด
บางทีความเจ็บปวดอาจเป็นแรงผลักดันส าหรับพวกเขา ในเมื่อ
ก าลังจะเข้าสู่หนานเจียง ตราบใดที่ในใจยังเต็มเปี่ยมด้วยแรงผลักดัน
นี้ เชื่อว่าพวกเขาจะต้องมาไม่เสียเที่ยวแน่นอน
หลังจากเสร็จพิธีไหว้บรรพบุรุษ ทั้งสองไม่ได้รีบร้อนจากไป หลุม
ศพของพี่แปดถูกคนของนานรุ่ยขุด เฮ่อจือหร่านตั้งใจจะตรวจสอบดู
เผื่อว่าจะพบเบาะแสที่เป็นประโยชน์บาง
พวกเขามาถึงหลุมศพของโม่ชูหานอย่างเงียบ ๆ และตรวจสอบ
โดยละเอียด
เหลียงห่าวเคยบอกว่า หลังจากพวกเขาพบว่าหลุมศพของโม่ชู
หานถูกขุดเปิด พวกเขาก็ได้จัดการฝังใหม่อีกครั้ง
ดังนั้นหลุมศพนี้จึงดูใหม่กว่าหลุมอื่น อีกทั้งดินบนหลุมศพก็ดูไม่
แน่น
ทั้งสองรู้ดีว่าที่นี่ไม่มีศพของโม่ชูหานแล้ว พวกเขาจึงเพียง
ตรวจดูภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบอะไรเพิ่มเติม
หากข้างในไม่มีศพก็คงมีแต่โลงศพเปล่า ๆ
ส่วนหลุมศพของพี่สามและพี่ห้ายังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่
เห็นว่าภายนอกมีอะไรที่แตกต่าง
เฮ่อจือหร่านสนใจหลุมศพของพี่ชายคนอื่นมากกว่า
โดยเฉพาะของพี่ใหญ่และพี่รอง พวกเขามีโอกาสที่จะยังมีชีวิต
อยู่ ดังนั้นนางจึงอยากขุดดู
แต่เรื่องนี้ต้องได้รับอนุญาตจากโม่จิ่วเยี่ยก่อน เพราะการให้
เคารพต่อผู้ล่วงลับของคนโบราณนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนสมัยใหม่อย่าง
นางจะเข้าใจได้
ค าพูดที่ว่าฝังดินแล้วจะสงบ คนอื่นนอนอยู่ตรงนี้ดี ๆ แต่กลับมา
ขุดหลุมศพ ถือเป็นการไม่ให้เกียรติผู้ตายเป็นอย่างมาก