ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 253 ข้าวปั้นน้อยแสดงฝีมือ
การป้องกันอย่างเข้มงวดของเขตหนานเจียงนี้ แม้แต่โม่จิ่วเยี่ยที่
มีความสามารถสูงส่งก็ไม่อาจบุกเข้าไปได้ในตอนกลางวัน
โดยเฉพาะสุนัขทหารเหล่านั้น ดูเหมือนพวกมันจะได้รับการ
ฝึกฝนมาอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้น ประสาทสัมผัสของสุนัขยังไวมาก แม้สุ้มเสียงที่เบา
ที่สุดก็ยังสามารถรับรู้ได้
การที่นางกับโม่จิ่วเยี่ยสองคนจะข้ามเขต แม้จะใช้วิชาตัวเบา ก็
ไม่กล้ารับรองว่าจะไม่ท าให้เกิดเสียงใด ๆ
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบสถานการณ์ที่
ทางเข้าเขต ตอนนี้เขาก าลังกังวลเรื่องเดียวกับเฮ่อจือหร่าน
เพราะเรื่องสุนัขเหล่านั้น ทั้งสองจึงไม่กล้าลอบเข้าไปในเขต ต่าง
พยายามคิดหาวิธีแก้ไข
เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าไม่มีทางออก จึงคิดจะน าระเบิดมือออกมาให้
มากขึ้น แล้วโยนไปที่ทางเข้าหนานเจียง ไม่ว่าจะสามารถสังหารคน
ได้กี่คน พวกเขาก็อาจฉวยโอกาสชุลมุนแฝงตัวเข้าไปได้
แต่พอจิตส านึกของนางเพิ่งมาถึงห้องพยาบาล ยังไม่ทันได้หยิบ
ระเบิดมือมา ก็ต้องตกตะลึงกับการกระท าอันน่าทึ่งของข้าวปั้นน้อย
บางทีอาจเป็นเพราะเจ้าตัวน้อยเบื่อเกินไป มันจึงวิ่งเข้าไปในห้อง
พยาบาลของนาง
ไม่เพียงเท่านั้น มันยังอุ้มชามเล็กที่ใช้ดื่มนมทุกวันไว้ในอ้อมแขน
และก าลังค้นหาไปมาในห้องพยาบาล
เฮ่อจือหร่านเดาว่า เจ้าตัวน้อยคงอยากดื่มนม ปกติแล้วนาง
มักจะช่วยผสมนมให้มันในห้องพยาบาล มันจึงคิดว่าหากไปที่นั่นแล้ว
ก็จะได้ดื่มนม
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นางไม่ได้สนใจว่าข้าวปั้นน้อยฉลาดแค่ไหน
แต่นางนึกถึงความสามารถพิเศษของมัน
ตอนอยู่ที่บ้าน ข้าวปั้นน้อยสามารถควบคุมกระต่ายพวกนั้นได้
และในพื้นที่มิติมันยังสามารถสั่งการให้กับฝูงวัวและแกะได้อีกด้วย
แต่ไม่รู้ว่าสุนัขทหารที่ผ่านการฝึกฝนเหล่านั้นจะฟังค าสั่งของ
ข้าวปั้นน้อยได้หรือไม่
แต่ว่าถ้าข้าวปั้นน้อยสามารถควบคุมสุนัขทหารเหล่านั้นได้ ก็จะ
ปลอดภัยกว่าการที่นางใช้ระเบิดมือถล่มทางเข้ามากนัก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เฮ่อจือหร่านจึงพาข้าวปั้นน้อยออกมาจากพื้นที่
มิติ
จู่ ๆ สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป เจ้าตัวน้อยดูเหมือนจะกลัวอยู่
บ้าง แต่ไม่นานหัวใจที่ตื่นตระหนกของมันก็ถูกปลอบประโลมด้วย
กลิ่นอันคุ้นเคย
เฮ่อจือหร่านลูบหัวมันเบา ๆ พลางพูดเสียงนุ่มนวลว่า “ข้าวปั้น
น้อย ไม่ต้องกลัวนะ ข้าเอง”
ข้าวปั้นน้อยใช้แขนสั้นป้อมทั้งสองข้างกอดคอเจ้าของแน่น ปาก
ส่งเสียงอืออาเบา ๆ ท่าทางน่ารักมาก
เฮ่อจือหร่านช่วยลูบขนให้มัน ไม่สนใจว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้จะ
เข้าใจค าพูดของนางหรือไม่ นางชี้ไปทางที่มีสุนัขทหารและกล่าวว่า
“ข้าวปั้นน้อย ตรงนั้นมีสุนัขหลายตัวขวางทางของพวกเราอยู่
เจ้าสั่งการพวกมันได้หรือไม่”
ข้าวปั้นน้อยจ้องมองเจ้าของด้วยดวงตาสีด าขลับอย่างจริงจัง
ท่าทางของมันดูเคร่งขรึมนัก “อือ…”
เฮ่อจือหร่านมั่นใจแล้วว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้เข้าใจค าพูดของนาง
แน่นอน นางรู้สึกดีใจจนแทบบ้า
“ท่านพี่ พวกเราลองหาทางที่ใกล้กับทางเข้าเขตหนานเจียงกัน
เถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นการโต้ตอบระหว่างคนกับหมีด้วยตาตัวเอง หาก
ไม่ใช่เพราะเขาเคยเห็นความสามารถของข้าวปั้นน้อยมาก่อน ตอนนี้
เขาก็คงคิดว่าเฮ่อจือหร่านเสียสติไปแล้ว
แต่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้น เจ้าก้อนกลมสีขาวด านี้มี
ความสามารถที่แตกต่างจาก ‘หมี’ ทั่วไปจริง ๆ
“ได้ ข้าจะพาพวกเจ้าไป”
พูดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็อุ้มทั้งคนทั้งหมีกระโดดลงจากต้นไม้อย่างแผ่ว
เบา
เขาอุ้มเจ้าก้อนอ้วนด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือจับจูงภรรยา แล้วค่อย
เคลื่อนตัวเข้าใกล้ทางเข้าเขตหนานเจียงไปตามพุ่มไม้ริมทาง
เมื่อห่างจากกลุ่มทหารยามไม่ใกล้ไม่ไกล เขาก็หยุดลง
“ข้าวปั้นน้อย ตอนนี้เจ้าลองดูสิ”
เฮ่อจือหร่านพูดเสริมว่า “ข้าวปั้นน้อยที่น่ารัก เจ้าท าให้สุนัขพวก
นั้นเห่าสักหน่อยสิ”
จากนั้นก็เห็นเพียงข้าวปั้นน้อยเงยหน้าขึ้นสูง แล้วส่งเสียงสั้น ๆ
ไปทางทิศที่เจ้าของชี้
“บรู๊ว!…”
เสียงนี้แตกต่างจากเสียงเห่าของลูกสุนัขที่เคยได้ยินมาโดย
สิ้นเชิง ฟังคล้ายเสียงของหมาป่าหอน…
ไม่ว่าจะเป็นเสียงหอนอะไร แต่เสียงของข้าวปั้นน้อยก็ท าให้พวก
สุนัขทหารตรงทางเข้าตื่นตระหนกอย่างชัดเจน
โม่จิ่วเยี่ยกวาดตามอง แล้วอุ้มเฮ่อจือหร่านกับข้าวปั้นน้อย
กระโดดขึ้นไปบนเนินสูง
เฮ่อจือหร่านหยิบกล้องส่องทางไกลออกมาส ารวจทางเข้าหนาน
เจียง
เห็นเพียงพวกสุนัขทหารก าลังดิ้นพล่านสุดก าลัง บางตัวหลุด
จากเชือกจูงของทหารยามและวิ่งไปทั่ว
เหล่าทหารยาวต่างก็ตื่นตระหนก พยายามควบคุมสุนัขทหาร
เหล่านั้น ในขณะเดียวกันก็มีคนตะโกนว่า “มีศัตรู! ระวังตัว!…”
หลังจากสุนัขทหารเหล่านั้นก่อความวุ่นวาย ทหารยามที่เฝ้า
ทางเข้าเขตหนานเจียงก็เกิดความโกลาหล วิ่งไล่ตามสุนัขทหาร
เหล่านั้นไป
พอมองทหารยามตรงทางเข้าอีกครั้ง แม้จะไม่ถึงขั้นไม่มีใครเลย
แต่เหมือนจ านวนคนก็มีไม่มาก
โม่จิ่วเยี่ยเริ่มกระสับกระส่ายอยากลงมือแล้ว เฮ่อจือหร่านลูบ
ศีรษะเล็ก ๆ ของข้าวปั้นน้อยสองสามที่ แล้วส่งมันเข้าไปในพื้นที่มิติ
จากนั้นใช้จิตส านึกรีบให้รางวัลเป็นชามนมและแอปเปิลลูกเล็ก ๆ กับ
เจ้าตัวน้อย
นางเพิ่งดึงจิตออกมาจากพื้นที่มิติ โม่จิ่วเยี่ยก็ลงมือแล้ว
เขาโอบเอวเฮ่อจือหร่านแล้วใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นฟ้า พุ่งตรง
ไปยังทางเข้าหนานเจียง
เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เฮ่อจือหร่านผูก
เกาทัณฑ์แขนเสื้อไว้ที่แขน ทั้งยังก าระเบิดมือไว้หนึ่งลูก หากมี
เหตุการณ์ฉุกเฉินอะไร นางก็จะลงมือทันที่
กระโดดเพียงไม่กี่ก้าว โม่จิ่วเยี่ยก็อุ้มเฮ่อจือหร่านมาถึงทางเข้า
หนานเจียง
แม้เขาจะระมัดระวังมากแล้ว แต่ก็ยังท าให้ทหารยามที่นั่นตื่นตัว
พอเห็นหัวหน้าทหารก าลังจะตะโกนบอกคนอื่น เฮ่อจือหร่านก็ใช้
เกาทัณฑ์แขนเสื้อเล็งไปที่หว่างคิ้วของคนผู้นั้นแล้วยิงออกไป
ในขณะที่ทหารยามคนอื่นพบว่ามีคนล้มลง มันก็เปิดโอกาสให้
โม่จิ่วเยี่ยได้เข้าไปจัดการ
คนทั้งสองข้ามก าแพงสูงตรงทางเข้า เข้าสู่ดินแดนของหนาน
เจียงได้อย่างราบรื่น
ตอนนี้ ทหารยามได้พบร่องรอยของพวกเขาแล้ว พวกเขาต่างชี้
ไปทางทั้งสองและตะโกนว่า “ไล่ตามไปเร็ว! คนอยู่ตรงนั้น!”
กลุ่มทหารยามถืออาวุธไล่ตามไปทางพวกเขา
โม่จิ่วเยี่ยใช้วิชาตัวเบาเพิ่มความเร็วขึ้นสูงสุด ไม่นานก็สลัดคน
เหล่านั้นหลุดได้
เฮ่อจือหร่านคิดว่าตอนนี้พวกเขาไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน แทนที่จะ
วิ่งไปมา ไม่สู้เข้าไปซ่อนตัวในพื้นที่มิติเพื่อพักผ่อนชั่วคราวก่อนจะ
ดีกว่า
ดังนั้น เมื่อโม่จิ่วเยี่ยเลี้ยวไปตรงมุมลับมุมหนึ่ง นางก็ใช้จิตส านึก
น าทั้งสองก็เข้าไปในพื้นที่มิติ
นับตั้งแต่โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าศพของบิดาและพี่ชายเป็นของปลอม
ความรู้สึกอยากช่วยคนก็ยิ่งเร่งร้อนยิ่งขึ้น
เดิมทีเขาวางแผนจะเดินทางไปยังเมืองถัดไปตลอดทั้งคืน แต่ใคร
จะรู้ว่าเขากลับถูกภรรยาพาเข้ามาในพื้นที่มิติเสียก่อน
“หร่านหร่าน ท าไมพวกเราถึงต้องเข้ามาหลบในพื้นที่มิติด้วย
ทหารยามพวกนั้นไม่มีทางไล่ตามข้าทันหรอก” เขาคิดว่าเฮ่อจือห
ร่านคงเป็นห่วงว่าตนเองจะถูกไล่ตาม จึงท าเช่นนี้เพื่อหลีกเลี่ยง
อันตราย
เฮ่อจือหร่านอธิบายว่า “พวกที่ไล่ตามเราอยู่ข้างนอกมีแต่จะ
เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ข้าไม่ได้กังวลเรื่องความเร็วของท่านหรอก แต่ถ้าเรา
เดินทางหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้ จะหาเบาะแสได้อย่างไรเล่า”
จากที่โม่จิ่วเยี่ยรู้จักนาง เมื่อภรรยาพูดแบบนี้ นางจะต้องคิดวิธีที่
ดีกว่าได้แน่
“หร่านหร่าน พวกเราจะท าอย่างไรดีเล่า”
ระหว่างทางที่พวกเขาเดินทางมา บนเส้นทางก็พบเจอชาวบ้าน
หนานเจียงอยู่บ้าง เฮ่อจือหร่านจึงสังเกตการแต่งกายของพวกเขา
เป็นพิเศษ
การแต่งกายของคนหนานเจียงคล้ายคลึงกับชุดประจ าชาติซิ
นเจียงในชาติก่อนอยู่บ้าง โดยเฉพาะหนวดเคราของบุรุษที่มีลักษณะ
เฉพาะตัว
พวกคนหนุ่มจะไว้หนวดเคราไม่ยาวนัก มักไว้เหนือริมฝีปาก ดก
ด าและปลายหนวดงอนขึ้น