ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 259 ใต้บ่อน้ำ
เมื่อเห็นว่าน้ำเสียงของหวงสวี่เริ่มช้ำลง เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่าการ
สะกดจิตของนางกำลังจะหมดฤทธิ์
โม่จิ่วเยี่ยก็สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบก้ำวเข้าไปถำมอย่ำง
ร้อนรน “คนที่พวกเจ้ำคุมขังอยู่คือใคร?”
หวงสวี่ “ไม่…ไม่รู้ เป็นคนที่อาจำรย์ส่งมา”
พอเขำพูดจบ ตัวเขำก็ได้สติขึ้นมาทันที่
เฮ่อจือหร่านเก็บนาฬิกำพกแล้วลุกขึ้น มองไปทำงโม่จิ่วเยี่ย
“ท่านยังมีอะไรจะถำมอีกหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยส่ำยหน้ำ “ไม่มีแล้ว”
สิ้นเสียง เขำก็ลงมือสังหารหวงสวี่ด้วยดำบเดียว
ส่วนศพทั้งสองนี้ ไม่จำเป็นต้องปิดซ่อน หลังพวกเขำมาถึง
คฤหาสน์ซือเหมิงแล้ว ย่อมต้องสืบสวนที่นี่ให้กระจ่ำง แม้ไม่มีศพสอง
ศพนี้ก็ย่อมดึงดูดความสนใจของผู้ที่ตั้งใจมาได้เช่นกัน
เฮ่อจือหร่านใช้จิตสานึก แล้วนางกับโม่จิ่วเยี่ยพร้อมกับศพทั้ง
สองก็ออกจากพื้นที่มิติ
ศพสองศพถูกทิ้งไว้ตรงนั้น ทั้งสองกลับมาที่ขอบบ่อน้ำแห้งอีก
ครั้ง
ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่มีอันตรายอะไรในบ่อน้ำแห้งนี้อีก โม่จิ่วเยี่ยจึง
โอบเอวของเฮ่อจือหร่านแล้วกระโดดลงไป
พวกเขำยืนอยู่ใต้ก้นบ่อ ที่นั่นมีประตูเหล็กเว้ำเข้าไปจริง ๆ โม่จิ่ว
เยี่ยยื่นมือไปผลักประตู
สิ่งที่ปรากฏต่อสายตำ คือทำงเดินแคบ ๆ ที่สามารถเดินได้เพียง
คนเดียว สองฝั่งมีตะเกียงน้ำมันสลัว ๆ คอยส่องสว่างอยู่
โม่จิ่วเยี่ยเดินนาหน้ำ ส่วนเฮ่อจือหร่านตำมมาติด ๆ เดินไปได้
หลายสิบเมตร ด้านหน้ำก็สว่างขึ้นเรื่อย ๆ
ในขณะเดียวกัน พวกเขำยังได้ยินเสียงสนทนาแว่วมา
“ศิษย์พี่ใหญ่กับคนอื่น ๆ ออกไปตรวจสอบนานขนาดนี้แต่ยังไม่
กลับมา จะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”
“คงไม่หรอก ศิษย์พี่ใหญ่ฝึกฝนวิชำกู่คู่กำยแล้ว ถ้ำจำเป็นก็จะ
ใช้มันเอาชีวิตรอดได้”
“แต่พวกเขำออกไปนานมากแล้ว…”
ยังพูดไม่ทันจบ คนที่กำลังสนทนาก็ได้ยินเสียงจากประตู
“ศิษย์พี่ใหญ่ พวกท่านออกไปไหนนานขนาดนี้?”
“ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้ำไปพบยมบำลแล้ว” โม่จิ่วเยี่ยตอบติด
ตลก
เสียงนั้นแปลกหูสาหรับคนในห้องลับ ทุกคนหันไปมองที่ประตู
พร้อมกัน
ชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น กำลังกอดอกจ้องมองพวกเขำ
ทุกคนล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบแมลงพิษของตนออกมา ตั้ง
ท่ำระมัดระวังตัว
ขณะเดียวกัน คนที่ดูอายุมากกว่าก็เอ่ยปำกถำม “พวกเจ้ำเป็น
ใคร!”
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านค่อย ๆ เดินเข้าไปหาคนผู้นั้น ไม่มีทีท่ำ
ว่าจะตอบ
คนผู้นั้นเห็นท่ำไม่ดี จึงรีบเปิดจุกขวดในมือ ปล่อยแมลงพิษ
ออกมาตัวหนึ่ง
แมลงพิษยังไม่ทันเข้าใกล้คนทั้งสอง มันก็เริ่มหนีกระเจิดกระเจิง
คนอื่นเห็นเช่นนั้นก็เริ่มระแวดระวังทันที่ พร้อมกับปล่อยแมลงพิษ
ของตัวเองออกมา
โม่จิ่วเยี่ยยกปืนพ่นไฟขึ้น เล็งไปที่แมลงพิษและพ่นไฟออกมา
เพียงพริบตำเดียว แมลงพิษทั้งสามตัวก็ถูกเผำจนกลายเป็นเถ้ำถ่าน
ทั้งสามคนเห็นอย่ำงนั้นก็ตกตะลึง พวกเขำใช้แมลงพิษเป็นอย่ำง
แรกที่เจอสถำนการณ์เช่นนี้
โดยเฉพำะแมลงพิษที่พวกเขำเลี้ยงดูมานาน จนถึงขั้นที่สามารถ
เชื่อมโยงจิตใจกับเจ้ำของได้แล้ว ตราบใดที่เจ้ำของตั้งใจควบคุม มัน
ก็จะไม่ตำยง่ำย ๆ เด็ดขำด
แต่เมื่อครู่นี้พวกเขำเห็นอะไร?
แมลงพิษของพวกเขำถูกเผำตำยด้วยไฟแรงที่ไม่เคยเห็นมา
ก่อน…
พวกเขำสบตำกันแวบหนึ่ง แล้วเตรียมจะปล่อยแมลงพิษที่เหลือ
ออกมา ถึงขั้นเตรียมพร้อมจะลงมือด้วยตัวเองแล้ว
เฮ่อจือหร่านไม่มีทำงให้โอกำสพวกเขำปล่อยแมลงพิษได้ นาง
ยกมือขึ้นโปรยยาสลบออกไป ทำให้ทุกคนหมดสติ
ขวดกระเบื้องเล็กในมือของพวกเขำร่วงหล่นลงพื้นพร้อมกับผู้ใช้
กู่ที่ล้มลง ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งดังต่อเนื่อง
โม่จิ่วเยี่ยรีบเข้าไปข้างหน้ำ เก็บรวบรวมขวดเหล่านั้นมา แล้วใช้
ปืนพ่นไฟฆ่ำแมลงพิษทั้งหมด
จากนั้นชายหนุ่มก็ค้นตัวพวกเขำ นอกจากตั๋วเงินแล้วก็ไม่พบ
แมลงพิษตัวอื่นอีก
คนเหล่านี้ถูกยาสลบที่เฮ่อจือหร่านปรุงขึ้นเอง หากไม่มีสิ่งเร้ำ
ภายนอกรบกวน พวกเขำก็จะหลับไปอย่ำงน้อยสองชั่วยาม นางกับ
โม่จิ่วเยี่ยรู้ใจกันจึงไม่รีบร้อนสอบสวนคน แต่เริ่มค้นหาภายในห้องลับ
แทน
ห้องลับนี้มีพื้นที่ไม่เล็ก มองเห็นได้ด้วยตำเปล่ำว่ามีห้องอยู่สิบ
กว่าห้อง
ไม่เพียงมีห้องหนังสือ ห้องฝึกฝน แม้แต่ห้องครัวและห้องสุขำก็ยัง
มี
นอกจากนี้ยังมีห้องนอนที่น่ำจะเป็นที่พักของบรรดำลูกศิษย์ของ
ปรมาจำรย์ซือเหมิง
ทั้งสองเริ่มค้นห้องนอนเหล่านั้นก่อน นอกจากเสื้อผ้ำของบุรุษ
แล้ว ยังพบเงินทองจำนวนมากด้วย
ดูก็รู้ว่าพวกเขำรับทำงำนบำงอย่ำง ใช้แมลงพิษทำงำนให้ผู้ว่า
จ้ำง คิดดูแล้วรายได้ของพวกเขำคงมีไม่น้อยเลยทีเดียว
เฮ่อจือหร่านไม่สนใจเสื้อผ้ำบุรุษพวกนั้น นางเก็บตั๋วเงินเข้าพื้นที่
มิติทันที่
หลังจากค้นห้องนอนทั้งหมดเรียบร้อย ทั้งสองก็ไปที่ห้องฝึกฝน
ของพวกเขำ
ห้องฝึกฝนก็ไม่มีอะไรพิเศษ มีแค่เสื่อนั่งสมาธิและขวดกระเบื้อง
เล็ก ๆ ที่บรรจุแมลงพิษ
สุดท้ำยพวกเขำก็มาถึงห้องหนังสือ
ห้องหนังสือลับไม่ต่ำงจากห้องหนังสือในบ้ำนทั่วไป มีชั้นหนังสือ
วางชิดผนังสามด้าน นอกจากมีหนังสือเกี่ยวกับวิชำคำถำแล้ว ก็มี
หนังสือเกี่ยวกับการปรุงยาพิษด้วย
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าตนเองจะได้ใช้หนังสือเหล่านี้ในอนาคต
หรือไม่ แต่อย่ำงไรก็ตำม สิ่งที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นเช่นนี้ สมควรมี
แพร่หลายให้น้อยลงจะดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยแก่ผู้คนมาก
ขึ้น
ดังนั้น นางจึงโบกมือน้อย ๆ เก็บหนังสือเหล่านั้นพร้อมชั้นวาง
ทั้งหมดเข้าไปในพื้นที่มิติ
นางคิดว่าคงจะเหมือนเช่นเคย สิ่งของตรงหน้ำทั้งหมดจะหายไป
จากที่เดิม
แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น…
หนังสือทั้งหมดบนชั้นวางที่อยู่ตรงข้ามประตูหายไป แต่ชั้นวาง
กลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกได้ทันทีว่ามีบำงอย่ำงผิดปกติ ตำมนิสัยของภรรยา
เขำแล้ว นางไม่มีทำงทิ้งชั้นวางนี้ไว้เพียงชั้นเดียวแน่นอน
ต้องมีเหตุผลพิเศษบำงอย่ำงที่ทำให้ไม่สามารถเก็บมันเข้าไปใน
พื้นที่มิติได้
“ชั้นหนังสือนี้มีปัญหา จิตสานึกของข้าใช้ไม่ได้ผล” เฮ่อจือห
ร่านกล่าว
ในตอนนั้น โม่จิ่วเยี่ยได้เข้าไปสัมผัสกับชั้นหนังสือนั้นแล้ว
เมื่อมองจากภายนอก ชั้นหนังสือนี้ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ไม่ว่าเขำ
จะพยายามออกแรงอย่ำงไร ก็ไม่สามารถขยับมันได้แม้แต่น้อย
“ชั้นหนังสือนี้มีปัญหาจริง ๆ” โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วพูด “ถ้ำข้าเดำ
ไม่ผิด นี่น่ำจะเป็นทำงเข้าของทำงลับหรืออะไรทำนองนั้น”
เฮ่อจือหร่านก็คิดเช่นเดียวกัน
“หวงสวี่บอกว่าที่นี่ยังมีคนที่ปรมาจำรย์ซือเหมิงส่งมาให้พวกเขำ
เฝ้ำ คงจะอยู่ในทำงลับนี้”
ทั้งสองเลิกล้มเคลื่อนย้ำยชั้นหนังสือ แล้วเริ่มค้นหาในห้อง
หนังสือ
นอกจากหนังสือและชั้นหนังสืออีกสองด้านที่เฮ่อจือหร่านเก็บ
เข้าไปในพื้นที่มิติแล้ว สิ่งของอื่น ๆ ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับ
หลังจากกวาดตำมองรอบห้อง ในที่สุดโม่จิ่วเยี่ยก็เดินมาที่โต๊ะ
เขียนอักษรตัวเดียวในห้อง
เขำเริ่มเคำะบนพื้นโต๊ะก่อน เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จึงลอง
ยื่นมือไปคลาใต้โต๊ะ
เฮ่อจือหร่านเห็นเขำหยุดชะงักกะทันหัน จึงถำมว่า “เป็นอย่ำงไร
บ้ำง พบอะไรหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยพูดจริงจังว่า “ปุ่มน่ำจะอยู่ตรงนี้”
แต่เขำลองผลักดูหลายครั้งก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
เฮ่อจือหร่านหยิบไฟฉำยออกมา ทั้งสองคนมุดเข้าไปใต้โต๊ะเพื่อ
สังเกตอย่ำงละเอียด
ปุ่มที่โม่จิ่วเยี่ยพูดถึง ภายนอกเหมือนเป็นเพียงก้อนเหล็ก
ธรรมดำ ๆ ที่ไม่มีอะไรพิเศษ
หากไม่ใช่เพราะพวกเขำเดำว่าชั้นหนังสือนั้นอาจเป็นทำงเข้า
ของทำงลับอะไรสักอย่ำง พวกเขำคงคิดไม่ถึงว่าก้อนเหล็กนี้คือปุ่ม
ของกลไก