ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 268 ชาตินี้ข้ารักภรรยาเพียงคนเดียว
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 268 ชาตินี้ข้ารักภรรยาเพียงคนเดียว
องค์หญิงสี่ส่ายหน้า
“ไม่ได้ ถึงแม้พวกนางจะกลับไปต้าซุ่นก็ไม่มีบ้านให้กลับ ข้า
อยากให้พวกนางติดตามเจ้าไป”
คราวนี้แม้จะโม่จิ่วเยี่ยเชื่องช้าแต่ก็เข้าใจแล้ว
“สกุลโม่ของข้ามีธรรมเนียม บุรุษไม่อาจรับอนุภรรยา ยิ่งไปกว่า
นั้น ชาตินี้ข้ารักภรรยาเพียงคนเดียว ค าขอของท่านยากเกินไป ขอ
อภัยที่ข้าไม่อาจตอบรับได้”
ไม่เพียงโม่จิ่วเยี่ยไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ แต่สาวใช้ทั้งสองคนก็
คัดค้านจากก้นบึ้งของหัวใจ
“องค์หญิง ไม่ได้เด็ดขาดเจ้าค่ะ พวกเราไม่ว่าเป็นตายก็จะอยู่
เคียงข้างท่าน”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ใช่คนโลเล แต่เมื่อเจอเรื่องเช่นนี้ ใน
ใจนางก็อดรู้สึกขมขื่นไม่ได้
นางมองทุกคนด้วยสายตาเย็นชา ความไม่พอใจในดวงตาไม่
อาจปกปิดได้
ฝ่ามือของโม่จิ่วเยี่ยเริ่มมีเหงื่อซึม เขาโกรธที่องค์หญิงส่งหญิง
สาวมาให้เขาไม่เลือกหน้า และยิ่งกังวลว่าภรรยาจะโกรธเคืองเขา
เพราะเรื่องนี้
เพื่อให้องค์หญิงสี่ล้มเลิกความคิดนี้ เขาจึงจงใจพาเฮ่อจือหร่าน
มาข้างเตียง
“นี่คือภรรยาของข้า บุตรสาวของเสนาบดีเหอ ตลอดชีวิตของ
ข้าโม่จิ่วเยี่ยจะรักนางเพียงคนเดียว”
ตอนนี้จิตใจขององค์หญิงสี่เริ่มสับสนแล้ว แต่สมองของนางยังคง
ท างานอยู่
นางรู้ว่าบุรุษสกุลโม่ไม่รับอนุภรรยา หากไม่ใช่เพราะนางใกล้
สิ้นใจ ก็คงไม่คิดหาวิธีเช่นนี้เพื่อจัดการกับสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ทั้งสอง
องค์หญิงสี่พยายามท าให้ตัวเองมีสติ แล้วหันไปมองเฮ่อจือหร่าน
“ข้า…ขอร้องเจ้า พาพวกนางไปด้วยเถอะ ในอนาคตช่วยหา
ครอบครัวที่ดีให้พวกนางด้วย ข้า…ข้าจะได้…จากไปอย่างสบายใจ…”
พูดจบ นางก็ค่อย ๆ หลับตาลง
หลานเอ๋อร์และอวี่เอ๋อร์ร้องไห้โฮออกมา
“องค์หญิง…องค์หญิงรอก่อน บ่าวจะไปอยู่เป็นเพื่อนท่าน
เดี๋ยวนี้…”
หลานเอ๋อร์วิ่งเข้าชนเสาในห้องทันที่
อวี่เอ๋อร์เห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ท าเช่นเดียวกัน วิ่งตามหลาน
เอ๋อร์ไปที่เสา
เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยเคลื่อนไหวรวดเร็ว แยกกันไปอยู่
ด้านหลังของทั้งสองคน ใช้มือฟาดคนละทีจนทั้งสองสลบ หยุดยั้งการ
กระท าของพวกนาง
เฮ่อจือหร่านหยิบเข็มเงินออกมา แทงลงบนจุดสลบของทั้งสอง
แล้วโยนพวกนางเข้าไปในพื้นที่มิติ
นางไม่อยากเป็นนางเอกผู้ใจบุญ แต่การปล่อยให้ชีวิตคนสอง
คนตายไปต่อหน้าต่อตา ในฐานะวิญญาณที่มาจากยุคปัจจุบัน นาง
ท าใจเฉยชาอย่างนั้นไม่ได้
แน่นอนว่าหากเป็นคนชั่วที่ท าความผิดมหันต์ ถึงแม้พวกนางจะ
ไม่ฆ่าตัวตาย นางก็จะส่งพวกนางไปเองด้วยมือตัวเอง
ตอนนี้ได้รับข้อมูลมากมายจากองค์หญิงสี่แล้ว ทั้งสองคนไม่กล้า
อยู่ที่นี่นานเกินไป ยังมีเรื่องอีกมากที่รอให้พวกเขาท า
เมื่อเทียบกับพี่เจ็ดแล้ว เรื่องอื่น ๆ ก็ไม่ส าคัญ ทั้งคู่ออกมาจาก
เรือนร้าง พอเห็นยามลาดตระเวน เฮ่อจือหร่านก็ดึงตัวโม่จิ่วเยี่ยไว้
ก่อน
จากนั้นนางก็ตะโกนไปทางยามเหล่านั้นว่า “พระชายาองค์รัช
ทายาทสิ้นพระชนม์แล้ว… ชายาองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์แล้ว…”
ในขณะที่ยามก าลังมองหาต้นเสียงไปทั่ว เฮ่อจือหร่านก็ดึงโม่จิ่ว
เยี่ยเข้าไปในพื้นที่มิติพร้อมกัน
นางตั้งใจว่าจะรอให้ยามเหล่านี้จากไปก่อนแล้วค่อยออกมา เพื่อ
หลีกเลี่ยงการเปิดเผยร่องรอยก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้น
สองสาวใช้ที่ถูกส่งเข้าไปในพื้นที่มิตินอนอยู่บนทุ่งหญ้า ข้าวปั้น
น้อยก าลังเดินวนรอบตัวพวกนาง มองซ้ายมองขวา พลางใช้มือป้อม
ๆ แตะตัวพวกนางเป็นครั้งคราว
เฮ่อจือหร่านเดินเข้าไปอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมากอดจูบ
แต่ก่อน เมื่อภรรยาเข้ามาในพื้นที่มิติ นางก็มักจะอุ้มข้าวปั้นน้อย
ก่อน แต่วันนี้โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
แต่เขาก็บอกไม่ถูกว่ามีอะไรที่แปลกไป
เฮ่อจือหร่านแค่ไม่อยากสนใจเขา เพราะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
นางจึงยังรู้สึกหึงหวงเล็กน้อย
แต่นางก็รู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะไม่พอใจสามี นางแค่ไม่อยาก
คุยกับเขาเท่านั้น
คิดว่าพอถึงเวลา ก็คงจะมีคนส่งข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระ
ชายากับองค์รัชทายาทแล้ว
ในเวลานี้ ถ้ารัชทายาทยังส าราญอยู่ที่นั่น ก็คงจะไม่เหมาะสม
อย่างยิ่ง
อย่างน้อยเขาก็ควรจะแสร้งท าเป็นจัดการงานศพของพระชายา
ด้วยตัวเอง
และในตอนนั้น จวนรัชทายาทคงจะวุ่นวาย และพวกเขาสามารถ
ฉวยโอกาสนี้ท าในสิ่งที่ต้องการได้
เฮ่อจือหร่านกังวลว่าสาวใช้ทั้งสองคนจะตื่นขึ้นมาก่อน จึงฉีด
ยาสลบให้พวกนางคนละเข็ม แล้วพาโม่จิ่วเยี่ยที่มีสีหน้ามึนงงออกมา
จากพื้นที่มิติ
เป็นไปตามที่คาดไว้ ยามลาดตระเวนได้ไปจากจุดเดิมแล้ว โม่จิ่ว
เยี่ยโอบเอวเฮ่อจือหร่านแล้วกระโดดขึ้นไปบนก าแพงสูง
หลังจากส ารวจรอบ ๆ และคาดคะเนทิศทาง โม่จิ่วเยี่ยก็พานาง
มาถึงด้านนอกเรือนของรัชทายาทอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ซ่อนตัวอยู่
ในที่มืดเพื่อคอยสังเกต
ในเรือนไม่มีเสียงกลองและดนตรีแล้ว เห็นเพียงชายหนุ่มในชุด
หรูหราซึ่งถูกบรรดาข้ารับใช้และองครักษ์ห้อมล้อม เดินออกมาด้วย
ท่าทางโกรธจัด
ส่วนพวกเขาพูดคุยอะไรกัน เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยอยู่ห่าง
เกินไปจึงไม่ได้ยิน
แต่คงไม่พ้นเรื่องการตายขององค์หญิงสี่ที่ท าให้รัชทายาทเสีย
อารมณ์ เขาจึงไม่พอใจเท่านั้นเอง
ขบวนคนเดินตามองค์รัชทายาทไป แน่นอนว่าพวกเขามุ่งหน้า
ไปทางที่พ านักขององค์หญิงสี่
โม่จิ่วเยี่ยฉวยโอกาสนี้พาเฮ่อจือหร่านแอบเข้าไปในเรือนของรัช
ทายาท
ที่นี่สามารถใช้ค าว่าหรูหราโอ่อ่าได้เลยทีเดียว ในสายตาของโม่
จิ่วเยี่ย ความหรูหรานี้ทัดเทียมกับวังหลวงของต้าซุ่น เห็นได้ชัดว่ารัช
ทายาทผู้นี้เป็นคนรักความสุขสบาย
ทั้งสองหลบเลี่ยงสายตาของบรรดาข้ารับใช้ แล้วเริ่มค้นหาใน
เรือน แน่นอนว่าเฮ่อจือหร่านก็ไม่พลาดโอกาสที่จะเติมเต็มคลังสมบัติ
เล็ก ๆ ของตัวเอง สิ่งของที่ควรเอาไปนางจะไม่ปล่อยผ่านแม้แต่ชิ้น
เดียว
หลังจากค้นหาอย่างละเอียด และไม่พบว่าขวดที่บรรจุพิษกู่อยู่ที่นี่
ดังนั้นกู่แม่จึงน่าจะถูกรัชทายาทพกติดตัว
หลังครุ่นคิดกันอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็คาดเดาจุดหมายของรัช
ทายาท
การจัดการเรื่องของพระชายาคงไม่แล้วเสร็จได้เร็วนัก พวกเขา
เพียงต้องหาพี่เจ็ดให้พบและน ากู่ลูกออกจากร่างกายของเขา พี่เจ็ดก็
จะไม่ตกอยู่ในอันตราย
เพื่อหาต าแหน่งของคุกใต้ดินได้แม่นย า โม่จิ่วเยี่ยจึงจับข้ารับใช้
คนหนึ่งมาสอบถามแล้วท าให้สลบ จากนั้นก็พาเฮ่อจือหร่านรีบมุ่ง
หน้าไปยังทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว
คุกใต้ดินอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจวนรัชทายาท มียาม
สี่คนเฝ้าอยู่หน้าประตู
ตอนนี้ทั้งสองยังสวมชุดยามลาดตระเวนอยู่ จึงสามารถเดินผ่าน
ไปได้อย่างเปิดเผย
พวกทหารยามที่เฝ้าคิดว่าพวกเขาเดินมาเพื่อจะพูดอะไร
บางอย่าง แต่พอถึงทีเผลอ ก็ถูกยาสลบที่เฮ่อจือหร่านโปรยออกมา
ท าให้หมดสติ
โม่จิ่วเยี่ยรีบลากพวกเขาไปไว้ด้านข้าง จากนั้นทั้งคู่จึงค่อย ๆ
ย่องเข้าไปในคุกใต้ดินด้วยความระมัดระวัง
คุกใต้ดินมืดและชื้นแฉะ ทั้งยังมีกลิ่นอับชวนแสบจมูก
โม่จิ่วเยี่ยจับมือเฮ่อจือหร่านแน่น ทั้งสองเพิ่งเดินมาถึงบริเวณที่มี
แสงสว่างมากขึ้น ก็ได้ยินเสียงดื่มสุราและเล่นทายนิ้วดังมาจากด้าน
ใน
ฟังจากเสียงที่ได้ยิน สามารถบอกได้ว่าข้างในมีคนอยู่สี่คน
เฮ่อจือหร่านหยิบยาสลบออกมาถือไว้ในมืออีกห่อหนึ่ง รอจน
เดินเข้าไปใกล้แล้วจึงรีบโปรยใส่พวกเขา
ทหารยามสี่คนที่ก าลังหัวเราะร่าสลบไปทันที่
โม่จิ่วเยี่ยค้นตัวพวกเขา ในที่สุดก็เจอพวงกุญแจหนึ่งพวง
หลังจากแน่ใจว่าไม่มีทหารยามคนอื่นอยู่ในคุกใต้ดินแล้ว เขาจึง
จูงมือเฮ่อจือหร่านเดินอ้อมโต๊ะสุราเข้าไปด้านใน
คุกใต้ดินนี้ไม่ใหญ่นัก มีห้องขังเพียงหกห้อง แต่ทั้งหมดล้วนว่าง
เปล่า
มีเพียงห้องสุดท้ายซึ่งอยู่ตรงข้ามทางเข้า ที่นั่นมีคนผมเผ้ารุงรัง
คนหนึ่งถูกล่ามโซ่อยู่บนแท่นทรมาน
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงจูงมือเฮ่อจือหร่านเดินตรง
ไปหาคนผู้นั้นอย่างรวดเร็ว