ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 272 พี่น้องร่วมชะตากรรม
โม่หยวนเช่อก าลังจมอยู่กับความคิดแสนหดหู่ของตัวเอง เขา
เพิ่งนึกได้และหันไปมองเฮ่อจือหร่าน
ไม่ว่าอารมณ์ความรู้สึกของเขาในตอนนี้จะตกต ่าเพียงใด
มารยาทที่ได้รับการอบรมมาตั้งแต่เด็กก็ไม่ได้ถูกละเลย เขาพยายาม
พยักหน้าให้เฮ่อจือหร่านเล็กน้อย
“น้องสะใภ้เก้า ขอบคุณเจ้ามาก”
เฮ่อจือหร่านตอบกลับเขาด้วยการท าความเคารพ
“พี่เจ็ดวางใจได้ ร่างกายของท่านและพี่สี่ ข้าสามารถรักษาให้
หายได้”
โม่หยวนเช่อไม่รู้ว่าน้องสะใภ้เก้ามีความสามารถอะไรกันแน่ แต่
เมื่อครู่น้องเก้าก็ได้บอกแล้วว่ากู่หุ่นเชิดที่เขาและพี่สี่ถูกวางยานั้นนาง
เป็นคนแก้ไขให้ ชัดเจนว่าความสามารถของนางนั้นไม่ธรรมดาเลย
เมื่อมีความหวัง ใครบ้างที่จะอยากมีชีวิตอยู่ในความสิ้นหวังกัน?
“ถ้าอย่างนั้นต่อไปข้าก็ต้องรบกวนน้องสะใภ้เก้าแล้ว” โม่หยวน
เช่อยังคงพูดอย่างสุภาพเช่นเคย
เฮ่อจือหร่านรีบตอบทันที่ “พี่เจ็ดไม่ต้องเกรงใจหรอกเจ้าค่ะ พวก
เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน รบกวนอะไรกันเจ้าคะ”
ขณะพวกเขาก าลังพูดคุยกัน โม่ซิวเหยียนที่นอนอยู่ด้านในของ
เตียงก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา
ความรู้สึกแรกของเขาคือมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกคนอยู่ข้างตัว
เมื่อเขาหันไปมองก็พบว่าเป็นคนที่มีบาดแผลเต็มตัวเหมือนกับ
ตัวเอง
เนื่องจากทั้งสองนอนอยู่ในท่าเดียวกัน ท าให้โม่ซิวเหยียน
มองเห็น โม่หยวนเช่อไม่ชัดนัก จึงจ าน้องชายแท้ ๆ ของตัวเองไม่ได้
ในทันที่
โม่จิ่วเยี่ยเห็นพี่สี่ตื่นขึ้นมาจึงรีบพูดว่า “พี่สี่ พวกเราเพิ่งออกไป
ช่วยพี่เจ็ดกลับมาขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น โม่ซิวเหยียนก็พยายามใช้ข้อศอกยันตัวขึ้นมา
เพื่อมองคนที่อยู่ข้าง ๆ
โม่หยวนเช่อตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า “พี่สี่ ข้าเอง”
สองพี่น้องที่ต่างเผชิญเรื่องยากล าบากสบมองกันนานหลายอึด
ใจ ก่อนทั้งคู่จะกลั้นน ้าตาไว้ไม่อยู่
โดยเฉพาะโม่หยวนเช่อ ในความทรงจ าของเขา พี่สี่ตายใน
สนามรบไปแล้วเมื่อครึ่งปีก่อน การที่ตอนนี้พี่สี่ยังมีชีวิตอยู่ได้ ช่าง
เป็นความเมตตาจากสวรรค์จริง ๆ
หากโม่จิ่วเยี่ยรู้ความคิดของเขา ชายหนุ่มคงจะบอกพี่ชายว่า
ความเมตตาจากสวรรค์ที่ไหนกัน ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของหร่านห
ร่านต่างหาก
หากไม่มีนาง ข้าเองก็คงกลายเป็นเพียงกองดินเหลืองไปแล้ว ไม่
มีโอกาสได้ตามหาพี่ชายที่พลัดพรากและยังสามารถช่วยถอนพิษ
ร้ายและรักษาพวกเขาให้หายได้
คิดถึงตรงนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็อดพูดถึงความดีความชอบของภรรยา
ไม่ได้
“พี่สี่ พี่เจ็ด การที่พวกเราพี่น้องยังมีชีวิตและได้มาอยู่พร้อมหน้า
กัน ทั้งหมดนี้เป็นความดีความชอบของหร่านหร่าน หากไม่ใช่เพราะ
นาง ข้าคงถูกจักรพรรดิซุ่นอู่ลงโทษด้วยการโบยหนึ่งร้อยไม้ แม้จะไม่
มีมือสังหารไล่ตามมาก็คงไม่มีชีวิตรอดมาถึงซีเป่ยได้”
เป็นไปได้ด้วยว่าเขาอาจจะถูกปรมาจารย์ซือเหมิงคนนั้นจับตัว
ไปและถูกพิษกู่
จุดนี้โม่ซิวเหยียนกับโม่หยวนเช่อต่างก็เคยได้ยินน้องชายพูดมา
ก่อน เพียงแต่ไม่ได้ละเอียดเท่าตอนนี้เท่านั้น
พวกเขาเข้าใจนิสัยของน้องเก้าดี เขาไม่เคยพูดจาเหลวไหล เมื่อ
เขาบอกว่าเป็นความดีความชอบของน้องสะใภ้เก้า ก็ต้องเป็นเช่นนั้น
แน่นอน
หากร่างกายของพวกเขาขยับได้ แม้จะคุกเข่าลงต่อหน้า
น้องสะใภ้เก้าเพื่อขอบคุณสักครั้งก็ไม่มากเกินไป
แต่ต่อให้ไม่สามารถลุกขึ้นได้ การกล่าวค าขอบคุณอย่างจริงจัง
ก็เป็นสิ่งจ าเป็นอย่างยิ่ง
“น้องสะใภ้เก้า พี่สี่ขอขอบคุณเจ้าแทนคนสกุลโม่”
“น้องสะใภ้เก้า ต่อไปนี้ในสกุลโม่ นอกจากท่านแม่แล้ว เจ้ามี
อ านาจสูงสุด พี่เจ็ดจะฟังทุกอย่างที่เจ้าพูด”
เมื่อได้รับค าขอบคุณจากพี่ชายทั้งสองผู้กล้าหาญเช่นนี้ เฮ่อจื
อหร่านก็รู้สึกเขินอาย
นางรีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที่
“พี่สี่ พี่เจ็ด ข้าเป็นสะใภ้ของสกุลโม่ สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ที่ข้า
ควรท าอยู่แล้ว พวกท่านคุยกับสามีข้าก่อนเถอะ ข้าจะออกไปเตรียม
อาหารให้พวกท่าน”
พูดจบ นางก็รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
หลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์ก็รู้ความ พวกนางเห็นว่าคนในห้องมีเรื่อง
ต้องพูดคุยกัน จึงยืนอยู่ไกล ๆ จากห้อง
ด้วยระยะห่างนั้นประกอบกับเสียงพูดคุยในห้องที่ไม่ดังนัก แม้แต่
โม่จิ่วเยี่ยที่มีวรยุทธ์ก็อาจจะไม่ได้ยิน
ด้วยเหตุนี้ เฮ่อจือหร่านจึงรู้สึกประทับใจพวกนางทั้งสองคนมาก
ขึ้น
ยามนี้เวลาก็ดึกดื่นมากแล้ว อีกทั้งพวกนางก็เพิ่งสูญเสียเจ้านาย
ที่รับใช้มานาน เฮ่อจือหร่านเข้าใจความรู้สึกของพวกนางในตอนนี้
จึงไม่คิดจะสั่งให้พวกนางท าอะไรทันที่ ปล่อยให้ไปพักผ่อนในห้อง
ของนางกับโม่จิ่วเยี่ยก่อนชั่วคราว
เพราะอย่างไรเสียตอนกลางคืนพวกเขาก็ต้องไปพักอยู่ในพื้นที่
มิติ ห้องไหนว่างก็ปล่อยให้ว่างไป
ในตอนนั้น ซุ่นจือก็ออกมาจากห้องครัว เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านเขา
ก็ท าท่าทางด้วยมือ
ความหมายของเขาคือบอกนางว่าในครัวจุดไฟไว้แล้ว สามารถ
เตรียมอาหารให้ทุกคนได้
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ดี ข้าจะไปท าอาหาร”
หากเป็นอาหารทั่วไป นางก็ไม่ได้รังเกียจฝีมือของซุ่นจือ ในเวลา
อันพิเศษเช่นนี้ แค่มีอะไรกินประทังไปก่อนก็พอแล้ว
แต่วันนี้จะท าอย่างนั้นไม่ได้ สภาพร่างกายของพี่ชายสามีทั้งสอง
จ าเป็นต้องกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่ก็ต้องท าใน
ปริมาณที่ไม่มากเกินไป
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจลงมือท าอาหารบ ารุงร่างกายให้
พี่ชายสามีด้วยตัวเอง
เห็นเฮ่อจือหร่านเดินเข้าไปในครัว หลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์ก็ตาม
ไปด้วย
“ฮูหยินเก้า มีอะไรให้พวกเราท าก็สั่งมาได้เลยนะเจ้าคะ”
เฮ่อจือหร่านต้องการหยิบวัตถุดิบจากพื้นที่มิติ ไม่สะดวกจะให้
หลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์ตามมา จึงปฏิเสธพวกนางไปตามตรง
พวกนางเพิ่งได้พูดคุยกับเฮ่อจือหร่านพลางคิดถึงชาติก าเนิด
ของนาง ลูกสาวคนเล็กของท่านเสนาบดีเฮ่อ คงเป็นคนที่พูดอะไร
แล้วก็ต้องเป็นอย่างนั้น ดังนั้นทั้งคู่จึงสบตากัน ไม่มีใครกล้าติดตาม
ไป
เฮ่อจือหร่านเข้าไปในครัวเพียงล าพัง เลือกวัตถุดิบบางอย่างที่
บ ารุงร่างกายจากพื้นที่มิติ แล้วลงมือเชือดไก่ด าตัวหนึ่ง ใส่โสมแผ่น
ลงไปเล็กน้อย เคี่ยวเป็นน ้าแกง
นอกจากนี้ เพราะร่างกายพวกเขาขาดเลือด นางจึงผัดตับหมูกับ
แคร์รอตเพิ่มอีกจาน ซึ่งแคร์รอตยังช่วยเสริมวิตามินให้อีกด้วย
อาหารหลักคือโจ๊กปลิงทะเลใส่ผักเขียว ในช่วงที่พี่ชายทั้งสอง
ถูกจับตัว พวกเขาไม่เพียงได้รับการทรมานอย่างหนัก แต่ยังท าให้
กระเพาะอาหารบาดเจ็บด้วย สถานการณ์เช่นนี้ การกินอาหารเหลว
จะย่อยได้ง่ายกว่า
หนึ่งชั่วยามต่อมา เมื่อน ้าแกงไก่ท าเสร็จแล้ว เฮ่อจือหร่านก็ยก
ไปส่งที่ห้องของพวกเขาด้วยตัวเอง
โม่จิ่วเยี่ยป้อนอาหารให้พี่ชายอย่างใจเย็นทีละค า ๆ
พี่สี่ยังดีอยู่ เขาได้กินอาหารดี ๆ แบบนี้มาแล้วหลังจากได้รับการ
ช่วยเหลือ
แต่พี่เจ็ดกลับรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ด้านหนึ่งความหิวของเขา
รุนแรงมาก แต่อีกด้านเขาก็รู้สึกว่าไม่เคยได้กินอะไรอร่อยขนาดนี้มา
ก่อน น้องสะใภ้เก้าก็ยังยืนมองอยู่ตรงนั้น ถ้าเขากินเร็วเกินไปจะดูไม่
เหมาะสม
แต่เขาหิวมากจริง ๆ โดยเฉพาะอาหารที่น้องสะใภ้เก้าเตรียมไว้
มันอร่อยมาก เขาพยายามควบคุมความเร็วในการกินแต่ก็ยาก
เหลือเกิน ในที่สุด โม่หยวนเช่อก็กินข้าวเสร็จพร้อมด้วยใบหน้าที่แดง
ก ่า
เฮ่อจือหร่านถือชามและตะเกียบกลับไปที่ครัว แต่เพิ่งก้าวพ้น
ประตูก็ถูกซุ่นจือรับของไปแล้ว
เขาท าท่าทางบอกว่าจะไปจัดการด้วยตัวเอง
แม้ว่าหลานเอ๋อร์และอวี่เอ๋อร์จะเข้าห้องไปแล้ว แต่ในตอนนี้พวก
นางก็ไม่กล้าพักผ่อน เมื่อได้ยินเสียงจากด้านนอกจึงพากันเดิน
ออกมา
พวกนางเห็นว่ามีงาน จึงรีบตามไปที่ห้องครัวทันที่
คราวนี้เฮ่อจือหร่านไม่ได้ห้ามพวกนางอีก แต่หวังว่าพวกนางจะ
ปรับตัวเข้ากับชีวิตของพวกเขาได้เร็วขึ้น
เฮ่อจือหร่านกลับไปที่ห้องของพี่ชายทั้งสองและช่วยจับชีพจรอีก
ครั้ง
“อาการของพี่สี่ดีขึ้นบ้างแล้ว คาดว่าอีกครึ่งเดือนก็จะผ่าตัดได้”
นี่เป็นข่าวดียิ่งนัก
โม่จิ่วเยี่ยเชื่อว่าหลังจากพี่สี่ผ่าตัดแล้ว เขาจะค่อย ๆ ลุกยืนได้
แน่นอน
เฮ่อจือหร่านให้ยาคลายกังวลกับพี่เจ็ดอีกเม็ด “พี่เจ็ดร่างกาย
อ่อนแอเกินไป แต่ถ้าค่อย ๆ บ ารุงก็จะกลับมาแข็งแรงได้อีก”
ค าพูดนี้ แม้คนอื่นจะไม่เชื่อ แต่พี่สี่เชื่อสนิทใจ
สองวันที่เขาได้รับการดูแลจากน้องสะใภ้เก้า เขารู้สึกได้อย่าง
ชัดเจนว่าสภาพจิตใจดีขึ้นมาก อีกทั้งยังสามารถพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น
นั่งได้อีกด้วย