ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 278 พวกเขาก็เหมือนกับบุรุษสกุลโม่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 278 พวกเขาก็เหมือนกับบุรุษสกุลโม่
ตอนนี้พี่หกก าลังหมดสติ พวกเขาสองคนจึงตัดสินใจไป
ตรวจสอบสภาพของคนที่ถูกกู่เหล่านั้น
แสงสว่างภายในพื้นที่มิติแตกต่างจากภายนอกราวฟ้ากับเหว แม้
จะไม่มีดวงอาทิตย์ส่องสว่างอยู่กลางฟ้า แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือน
แสงแดดอันสดใส
ด้วยเหตุนี้ เมื่อโม่จิ่วเยี่ยถอดหน้ากากของคนผู้หนึ่งออก เขาก็
ชะงักค้างไปทันที…
เฮ่อจือหร่านเห็นสีหน้าของเขาผิดปกติ จึงรีบถามว่า “เกิดอะไร
ขึ้น?”
โม่จิ่วเยี่ยชี้คนตรงหน้าและพูดว่า “นี่คือรองแม่ทัพเถาหราน
ผู้ใต้บังคับบัญชาของพ่อข้า”
พูดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็รีบไปตรวจสอบตัวตนของคนอื่นอย่างร้อนใจ
พอได้ตรวจสอบแล้วก็พบว่ามากกว่าครึ่งเป็นคนที่เขารู้จักได้
และทั้งหมดล้วนเป็นพี่น้องร่วมรบที่เคยร่วมเป็นตายมาด้วยกันกับ
พวกเขาพ่อลูกมาหลายปี
ส่วนคนที่เขาไม่รู้จัก โม่จิ่วเยี่ยก็คุ้นหน้าคุ้นตา เขายืนยันได้ว่า
คนพวกนี้ล้วนเป็นทหารในกองทัพ
เมื่อเห็นชายชาติทหารผู้ปกป้องบ้านเมืองมากมายอยู่ที่นี่ และ
ทั้งหมดคือคนที่ตายทั้งเป็น ในชั่วขณะนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกสับสน
วุ่นวายใจอย่างยิ่ง
เฮ่อจือหร่านไม่จ าเป็นต้องถาม เพียงดูจากสีหน้าของโม่จิ่วเยี่ยก็
สามารถเห็นได้ว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นทหารของราชวงศ์ต้าซุ่น
พวกเขาหลั่งเลือดในสนามรบเพื่อราชวงศ์ต้าซุ่น แต่สุดท้ายกลับ
ต้องมามีสภาพเช่นนี้
พวกเขาล้วนเป็นลูกชาย สามี หรือบิดาของใครสักคน เมื่อญาติ
พี่น้องของพวกเขาได้รับข่าวการตายของอีกฝ่าย ในใจคงจะเศร้า
โศกเพียงไหนกัน?
โม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน กล่าวด้วยความเศร้าใจและโกรธแค้น
“ตอนที่คนพวกนี้ตายในสนามรบ ข้าเป็นคนสั่งให้คนไปแจ้งแก่ญาติ
ของพวกเขา ไม่คิดเลยว่าพวกเขาก็เหมือนกับบุรุษสกุลโม่ที่ยังมีชีวิต
อยู่…”
เฮ่อจือหร่านเข้าใจความรู้สึกของโม่จิ่วเยี่ย
ในชาติก่อน นางก็เคยออกปฏิบัติภารกิจร่วมกับเพื่อนทหาร
ตอนออกไปเพื่อนทหารยังแข็งแรงปกติ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่มีวัน
กลับมาอีก
จนท าให้เฮ่อจือหร่านตกอยู่ในห้วงคิดถึงเพื่อนทหารเหล่านั้นอยู่
นาน
โม่จิ่วเยี่ยก็เช่นกัน การได้เห็นสหายร่วมรบจากไปทีละคนต่อ
หน้าต่อตา ความเจ็บปวดในใจก็คงมีเพียงตัวเขาเองที่รู้ดีที่สุด
“อย่าเศร้าไปเลย ท่านให้ข้าดูอาการพวกเขาก่อนเถอะ”
นางเริ่มตรวจร่างกายของเถาหรานเป็นคนแรก
ผลการตรวจไม่น่ายินดีเท่าไหร่นัก เห็นได้ชัดว่าเขาถูกวางยาพิษ
และไม่ใช่แค่ชนิดเดียว
นางสามารถระบุยาพิษที่นางรู้จักได้เพียงไม่กี่ชนิด ยาพิษเหล่านี้
จะไม่ท าให้คนตาย แต่จะค่อย ๆ ท าให้ระบบประสาทเป็นอัมพาต
สูญเสียสติสัมปชัญญะ และกลายเป็นคนที่เหมือนตายไปแล้ว นี่คือ
จุดส าคัญของปัญหา
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “โอสถมนุษย์” ตามต านานอย่างแท้จริง
ลักษณะเฉพาะของโอสถมนุษย์คือไม่มีสติสัมปชัญญะเป็นของ
ตัวเอง ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดของร่างกาย ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ
อยู่ ก็จะท าตามค าสั่งของผู้ควบคุมเหมือนหุ่นยนต์ที่ไม่เคยหยุดพัก
พูดถึงผู้ควบคุม สิ่งแรกที่เฮ่อจือหร่านนึกถึงก็คือพี่หก
หนอนกู่พิษที่น าออกมาจากตัวพี่หกมีสีที่แตกต่างจากปกติ ไม่รู้
ว่ามันมีความเกี่ยวข้องอะไรกับหนอนกู่พิษในตัวเขาหรือไม่
เพื่อพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ เฮ่อจือหร่านหยิบขวดที่ใส่กู่ลูกจากโม่จิ่น
เหนียนมา นางเขย่ามันสองสามครั้ง และเห็นว่ากู่ลูกในนั้นเริ่ม
กระสับกระส่าย
กู่ลูกพุ่งชนไปมาอยู่สักพัก แล้วบินลงไปที่ก้นขวด หากสังเกตดี
ๆ ก็จะเห็นว่ามันยกขาคู่หน้าขึ้นมา
จากนั้นเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น
คนที่นอนอยู่บนทุ่งหญ้าทั้งหมดลุกขึ้นยืนและเข้าแถวกันอย่าง
รวดเร็ว
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างตกตะลึงชั่วขณะหนึ่ง
เฮ่อจือหร่านพยายามส่งกู่ลูกออกไปให้ไกลขึ้น แล้วมองคน
เหล่านั้น ร่างกายของพวกเขาค่อย ๆ อ่อนยวบลง
เวลาเดียวกัน ปรมาจารย์ซือเหมิงที่ไล่ตามออกมาจากเมืองหลวง
ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของกู่แม่อีกครั้ง
เขารีบน ากู่แม่ออกมาตรวจสอบ ก่อนจะเห็นว่ามันก าลัง
กระสับกระส่ายอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ส าหรับผู้ใช้กู่แล้ว สถานการณ์เช่นนี้ย่อมคุ้นเคยเป็นอย่างดี
กู่ลูกต้องได้รับผลกระทบบางอย่างหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
จึงท าให้กู่แม่เกิดปฏิกิริยาเช่นนี้
ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะร่างอาศัยของกู่ลูกตาย จนกู่ลูกหนี
ออกมาเอง แล้วเกิดอันตรายขึ้นกับมันระหว่างมุ่งหน้ามาหากู่แม่
เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ บนหน้าผากของปรมาจารย์ซือเหมิง
ก็มีเหงื่อผุดออกมา
เขาไม่รู้ว่าร่างอาศัยร่างไหนตาย กู่แม่ตัวนี้ของเขาสร้างกู่ลูก
ออกมาควบคุมบุรุษสกุลโม่ถึงสามคน ไม่ว่าจะเป็นคนไหน ต าแหน่ง
ของร่างอาศัยในตอนนี้ก็ล้วนส าคัญทั้งสิ้น
โดยเฉพาะบุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองของสกุลโม่ หาก
พวกเขาเป็นอะไรไป แผนการที่ตนเองวางแผนมาหลายปีก็อาจจะสูญ
เปล่า
โม่จิ่นเหนียนก็เช่นกัน เขาถูกส่งออกไปเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อไป
สกัดกั้นเส้นทางจากหนานเจียงไปยังต้าซุ่น พร้อมกับช่วยเหลือทหาร
หนานเจียงโจมตีต้าซุ่น
กู่ลูกในร่างกายของเขาเป็นตัวเดียวที่สามารถส่งข้อมูลผ่านกู่แม่
เพื่อควบคุมพวกโอสถมนุษย์เหล่านั้นได้
หากโม่จิ่นเหนียนตาย พวกโอสถมนุษย์ของเขาไม่เพียงเสี่ยงจะ
ถูกเปิดเผย แต่ความพยายามหลายปีของเขายังจะสูญเปล่าอีกด้วย
การสร้างโอสถมนุษย์เหล่านี้เขาต้องทุ่มเทความพยายามไป
มากมาย
โอสถมนุษย์มีพลังที่สามารถสู้กับคนร้อยคนได้ มันเป็นไพ่ตาย
ส าคัญในมือเขา
หากไม่ใช่เพราะสงสัยว่าคนที่บุกเข้าไปในจวนรัชทายาทหนาน
เจียงเพื่อขโมยของ สังหารลูกศิษย์ของเขาที่คฤหาสน์ซือเหมิง และ
ช่วยโม่ซิวเหยียนออกไปอาจเป็นคนสกุลโม่ เขาก็คงไม่เปิดเผยไพ่
ตายของตัวเองเร็วขนาดนี้
ปรมาจารย์ซือเหมิงยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล เขาหวังเพียงว่ากู่ลูกจะ
กลับมาหากู่แม่โดยเร็ว เขาถึงจะยืนยันได้ว่าใครกันแน่ที่ตาย
แม้ว่ากู่ลูกจะน าข่าวที่แน่ชัดมาให้ แต่ปรมาจารย์ซือเหมิงก็ยังคง
ไล่ตามไปทางชายแดนระหว่างสองแคว้น
หากร่างอาศัยที่ตายไปเป็นโม่จิ่นเหนียนจริง ๆ หากเขาไปพบได้
เร็ว อาจจะยังรักษาพวกโอสถมนุษย์เหล่านั้นไว้ได้ อย่างมากก็แค่
เปลี่ยนเป็นร่างอาศัยที่แข็งแกร่งกว่า…
โม่จิ่วเยี่ยจ้องมองคนที่ถูกพิษกู่ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เพราะ
ภรรยาของเขายังไม่พบวิธีที่ช่วยถอนพิษให้พวกเขาได้
เฮ่อจือหร่านยังไม่พบวิธีถอนพิษจริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงพิษหลาย
ชนิดที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่พิษที่นางรู้จัก เมื่อยาพิษหลาย
ชนิดมารวมกัน การถอนพิษก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
ไม่ว่าจะเป็นยาพิษหรือยารักษาชีวิต ต่างก็มีปัญหาเรื่องการ
ส่งเสริมและต่อต้านกัน การช่วยถอนพิษให้คนเหล่านั้น หากใช้ยา
สมุนไพรที่ผิดไปแม้เพียงชนิดเดียวก็อาจท าให้คนตายได้
ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงไม่กล้าช่วยถอนพิษให้คนเหล่านั้นอย่างรีบ
ร้อน
โชคดีที่นางและโม่จิ่วเยี่ยต่างรู้ดีว่า คนที่ถูกยาพิษไม่จ าเป็นต้อง
กินอาหารและจะไม่ตื่นขึ้นมาทันที่ การปล่อยพวกเขาไว้ในพื้นที่มิติ
นานสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล
หากเป็นปกติ เฮ่อจือหร่านสามารถซื้อหนังสือเกี่ยวกับคนที่ถูก
ยาพิษมาศึกษาให้ละเอียดแล้ววางแผนถอนพิษให้
แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ในหนานเจียง จึงไม่กล้าประมาทหรือวางใจ
แม้แต่น้อย
โดยเฉพาะเมื่อพี่สี่และพี่เจ็ดยังพักรักษาตัวอยู่ในเมืองหลวง พวก
เขายิ่งไม่กล้าอยู่ข้างนอกนานเกินไป
หากทหารเหล่านั้นมาตรวจค้นอีกครั้งและพวกเขาไม่อยู่ข้างกาย
ด้วย พี่ชายทั้งสองคนก็จะตกอยู่ในอันตราย
โม่จิ่วเยี่ยกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภายนอก พอเห็นว่าภรรยา
ยังไม่แสดงความคิดเห็นอะไรจึงเตือนว่า “หร่านหร่าน เช่นนั้นพวกเรา
กลับไปที่เมืองหลวงก่อนดีหรือไม่”
เฮ่อจือหร่านก็คิดเช่นเดียวกับเขา
“อืม ข้าคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วยามพี่หกก็คงจะยังไม่ตื่น พวกเราควร
กลับไปตอนนี้เลย”