ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 280 ช้าไปก้าวหนึ่ง
เฮ่อจือหร่านกวาดตามองรอบ ๆ แล้วโบกมือเก็บของทั้งหมดเข้า
ไปในพื้นที่มิติ จากนั้นทั้งสองคนก็กลับออกไปตามเส้นทางเดิม แล้ว
วิ่งไปยังคลังส่วนพระองค์ที่อยู่ด้านหลังท้องพระคลัง
มันเป็นสถานที่ที่เฮ่อจือหร่านจ าเป็นต้องไป เพราะมีความเป็นไป
ได้ว่าไข่มุกแดนใต้จะอยู่ที่นั่น
ทั้งคู่ใช้วิธีเดียวกันเข้าไปในคลังส่วนพระองค์ ไม่ทันได้ตรวจสอบ
อะไรก็ขนของทั้งหมดออกมา
ขั้นตอนต่อไปคือการปล่อยกู่ลูกออกมาจากพื้นที่มิติ เพื่อตามหา
ร่องรอยของผู้ใช้กู่
พวกเขาหลบ ๆ ซ่อน ๆ ติดตามกู่ลูกจนมาถึงห้องทรงงาน
แมลงพิษบินวนเวียนรอบห้องทรงงาน มันพยายามจะเข้าไปข้าง
ในอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้จักรพรรดิหนานเจียงกลับไปต าหนักบรรทมแล้ว หน้าห้อง
ทรงงานมีเพียงทหารสองคนเฝ้าอยู่ และเหมือนก าลังง่วงงุน
พวกเขาจัดการทหารยามสองคนด้วยวิธีเดิม จากนั้นโม่จิ่วเยี่ยก็
ก้าวเข้าไปเปิดประตูใหญ่ของห้องทรงงาน
ประตูเพิ่งเปิดออกเป็นช่องเล็ก ๆ กู่ลูกก็มุดลอดเข้าไปทันที่
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านรีบเข้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับปิด
ประตู
เห็นเพียงหนอนกู่พิษนั้นบินอ้อมฉากกั้น แล้วมุ่งหน้าไปยังชั้น
หนังสือชั้นหนึ่ง จากนั้นมันก็เริ่มบินวนอีกครั้ง
โม่จิ่วเยี่ยคาดว่านี่น่าจะเป็นทางเข้าห้องลับหรืออะไรสักอย่าง
ขณะที่เขาจับตามองกู่ลูก ก็ค้นหากลไกเปิดห้องลับไปพร้อม
กับเฮ่อจือหร่าน
ในห้องลับ ปรมาจารย์ซือเหมิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่
ชอบมาพากล
หลังเขาพบร่องรอยของโอสถมนุษย์กับโม่จิ่นเหนียน เวลาก็ผ่าน
ไปกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว
หากโม่จิ่นเหนียนตายอยู่ที่นั่น ด้วยความเร็วในการตามหากู่แม่
กู่ลูกก็ควรจะกลับมาแล้ว
เมื่อครู่เขารออยู่นอกห้องทรงงานอยู่นานก็ไม่เห็นกู่ลูกบิน
กลับมา
สิ่งนี้ท าให้เขารู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในสถานการณ์เช่นนี้ นอกจากกู่ลูกจะตาย มันก็คงไม่ใช้
เวลานานขนาดนี้
หากเป็นเช่นนั้นจริง อีกฝ่ายก็ต้องเป็นผู้ใช้กู่ระดับสูง และอาจจะ
สามารถปลดปล่อยกู่หุ่นเชิดได้ด้วย
ตามที่เขารู้ ไม่มีปรมาจารย์ระดับนี้อยู่ในแวดวงผู้ใช้กู่แล้ว หรือว่า
จะมีอะไรที่เขายังไม่รู้?
หากมีคนเช่นนี้อยู่จริง การจับกู่ลูกไปและค้นหาที่อยู่ของเขาก็คง
เป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ตอนนี้อาการบาดเจ็บของเขายังไม่หายดี เมื่อครู่ก็ใช้ก าลัง
ภายในหนีจากอันตรายมา ร่างกายที่ฟื้นฟูมาเจ็ดแปดส่วนกลับไปอยู่
สภาพเดิมอีกครั้ง หากเผชิญหน้ากับผู้ใช้กู่เกรงว่าตนเองคงจะรับมือ
ไม่ไหวจริง ๆ
ขณะที่เขาก าลังครุ่นคิดหาทางรับมืออยู่นั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงมา
จากประตูห้องลับ
โม่จิ่วเยี่ยสามารถหาปุ่มเปิดห้องลับได้ส าเร็จแล้ว ชั้นหนังสือติด
ผนังก าลังค่อย ๆ เลื่อนออก
ปรมาจารย์ซือเหมิงพลันรู้สึกไม่ดีขึ้นมา ห้องลับนี้มีเพียง
จักรพรรดิหนานเจียงและอวิ๋นหลี่เท่านั้นที่รู้ ตอนนี้อวิ๋นหลี่หายตัวไป
แล้ว คนเดียวที่รู้เรื่องนี้ก็คือจักรพรรดิหนานเจียง
แต่เขาสามารถยืนยันได้ว่า คนที่มาหาเขาในเวลานี้ไม่มีทางเป็น
จักรพรรดิหนานเจียงแน่นอน
เพราะตอนที่เขากลับมา เขาสั่งไว้แล้วว่าในช่วงสองสามวันนี้
ตนเองจะรักษาอาการบาดเจ็บอีกครั้ง แม้ฟ้าจะถล่มลงมาก็ห้ามใคร
เข้ามารบกวน
เขาเชื่อว่าจักรพรรดิหนานเจียงไม่มีทางกล้ามาที่นี่แน่
ยิ่งกว่านั้น เขายังมีข้อตกลงกับจักรพรรดิหนานเจียงว่า เมื่อองค์
จักรพรรดิมา ขณะที่เปิดประตูห้องลับ เขาจะต้องเคาะประตูสามครั้ง
อย่างไรก็ตาม ชัดเจนว่าตอนนี้ประตูห้องลับเปิดออก แต่เขากลับ
ไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ปรมาจารย์ซือเหมิงรีบลุกขึ้นยืนทันที่ เขาหยิบ
ห่อสัมภาระและวิ่งไปอีกทางหนึ่งของห้องลับ
ที่นั่นมีทางเดินที่สามารถออกไปนอกวังได้ แต่มันอยู่ไกลจากที่
ซ่อนตัวของเขา ส่วนใหญ่แล้วเขาจะเข้ามาทางห้องทรงงาน หาก
ไม่ใช่สถานการณ์คับขัน เขาจะไม่เลือกใช้เส้นทางนี้เพื่อออกไป
ประตูห้องลับเปิดออก กู่ลูกเห็นช่องว่างก็บินเข้าไปทันที่
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็รีบตามเข้าไป แต่น่าเสียดายที่พวก
เขามาช้าไปหนึ่งก้าว
ภายในห้องลับยังมีไฟจุดอยู่ ทั้งยังดูหรูหราโอ่อ่า พวกเขาจึง
ตั้งใจจะส ารวจดูสักหน่อย
เพื่อไม่ให้กู่ลูกบินหนีไป โม่จิ่วเยี่ยจึงเก็บมันใส่ขวดอีกครั้ง
เฮ่อจือหร่านลูบเตียงที่ยังอุ่นอยู่เล็กน้อย
“เตียงยังอุ่นอยู่ คนน่าจะเพิ่งออกไปได้ไม่นาน”
โม่จิ่วเยี่ยชี้ไปยังทิศทางที่กู่ลูกก าลังจะบินไป
“ทางนั้นน่าจะมีทางออกอยู่”
เฮ่อจือหร่านโบกมือเก็บของทั้งหมดในห้องลับเข้าไปในพื้นที่มิติ
โม่จิ่วเยี่ยปล่อยกู่ลูกออกมาอีกครั้ง แล้วไล่ตามทิศทางของมันไป
ปรมาจารย์ซือเหมิงออกมาจากทางลับ เบื้องหน้าคือป่าทึบที่อยู่
ไม่ไกลจากวังหลวง
เขาระวังตัวอยู่เสมอ ด้วยกังวลว่าสภาพร่างกายในตอนนี้อาจไม่
สามารถรับมือกับอันตรายได้
อีกทั้งยังนึกถึงวิธีเดียวที่ผู้ใช้กู่คนอื่นจะหาตัวเขาได้ผ่านกู่ลูกตัว
นั้น
คิดไปคิดมา ความปลอดภัยของตัวเองจึงส าคัญที่สุด แม้จะ
ออกมาจากวังหลวงแล้ว เขาก็ไม่กล้ารับประกันว่าตนเองจะปลอดภัย
ไปได้ตลอด
สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจเด็ดขาด ปล่อยกู่แม่ออกมาจากขวด
กระเบื้อง แล้วท่องคาถากับกู่แม่สองสามประโยค เพื่อสั่งให้กู่ลูกที่อยู่
ในร่างของโม่จิ่นเหนียนตาย
ปรมาจารย์ซือเหมิงลงมือรวดเร็วมาก เพื่อความปลอดภัยของ
ตัวเอง เขาถึงกับยอมสละกู่ลูกที่มีค่ามากขนาดนั้น
กู่ลูกตัวนี้เป็นสิ่งที่เขาเลี้ยงดูมาด้วยวิธีพิเศษ เขาให้มันกินยาพิษ
นานาชนิดตั้งแต่เล็ก เพื่อจะใช้วิธีนี้บงการคนที่ถูกกู่ครอบง าไป
ควบคุมพวกโอสถมนุษย์
เมื่อด าเนินการเสร็จสิ้น ปรมาจารย์ซือเหมิงก็เผยสีหน้าเจ็บปวด
อย่างชัดเจน
แต่เขาไม่มีทางเลือก ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานี้ เขารู้สึกว่าทุกอย่าง
ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ คนที่ส่งไปตามหาโม่จงหยวนก็ยังไม่กลับมา
คนที่ไปสืบเรื่องโม่จิ่วเยี่ยที่ซีเป่ยก็ไม่มีข่าวส่งกลับมาเช่นกัน
เดือนเจ็ดของปีหน้าก็จะถึงก าหนดสุดท้ายที่เขาสาบานว่าจะแก้
แค้นให้เหมิงเอ๋อร์แล้ว ตอนนี้ยังมีบุรุษสกุลโม่อีกมากมายที่พลัดหลง
ไปอยู่ข้างนอก วันนี้เขายังเสียโม่จิ่นเหนียนไปจากมือ
ชั่วขณะนั้น อารมณ์ของปรมาจารย์ซือเหมิงดิ่งลง เขาสาบานกับ
ตัวเองว่าจะต้องส่งคนไปมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
ตอนนี้เขาไม่สามารถอยู่ที่หนานเจียงต่อไปได้แล้ว มีเพียงต้องไป
ที่ต้าซุ่นเท่านั้นถึงจะปลอดภัยได้ชั่วคราว
ปรมาจารย์ซือเหมิงเก็บกู่แม่เข้าไปในขวดอย่างเจ็บปวด แล้วรีบ
มุ่งหน้าไปยังต้าซุ่น
กล่าวได้ว่าความเด็ดขาดและโหดเหี้ยมของปรมาจารย์ซือเหมิง
ช่วยรักษาชีวิตของเขาไว้ได้ชั่วคราว…
เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยไล่ตามกู่ลูกมาถึงป่าทึบ
กู่ลูกที่ก าลังไล่ตามกู่แม่กลับหยุดชะงักไป จากนั้นมันก็พุ่งชนกับ
ต้นไม้ใหญ่
“แย่แล้ว กู่ลูกก าลังจะฆ่าตัวตาย” โม่จิ่วเยี่ยเห็นความผิดปกติ จึง
ตะโกนพลางรีบวิ่งเข้าไป
น่าเสียดายที่การเคลื่อนไหวของเขายังช้าเพียงหนึ่งก้าว ร่างบอบ
บางของกู่ลูกพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ไปแล้ว ตัวมันค่อย ๆ ไถลตกลงพื้นดิน
สถานการณ์เช่นนี้ทั้งเขาและเฮ่อจือหร่านต่างก็คุ้นเคย
พวกเขาไม่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับพิษหนอนกู่โดยไร้ประโยชน์
ทั้งสองสรุปได้ว่าชายชุดขาวที่พบบนถนนสายหลักเมื่อครู่นี้คือ
ผู้ใช้กู่
เขากังวลว่ากู่ลูกจะตามหาร่องรอยของตนเจอ จึงเลือกให้กู่แม่สั่ง
ให้กู่ลูกฆ่าตัวตาย ด้วยวิธีนี้ การจะตามหาตัวเขาก็จะท าได้ยากขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยก าหมัดแน่นพลางขบฟันกรอด “เจ้าเล่ห์จริง ๆ”
เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกเสียดายเช่นกัน ในที่สุดก็มีเบาะแสใหม่
เพิ่มเติม แต่กลับหายไปแบบนี้ ต่อไปถ้าจะหาคนที่ครอบครองกู่แม่ก็
คงไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร
เป็นเพราะนางกับโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คิดให้รอบคอบพอ มันจึงเกิด
เหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
“เบาะแสหายไปแล้ว แต่ข้าเชื่อว่าเขาอาจจะอยู่ในห้องลับของ
ห้องทรงงานของจักรพรรดิหนานเจียง จักรพรรดิหนานเจียงต้องรู้
ตัวตนของเขาแน่ ก่อนฟ้าสาง พวกเรากลับไปทางลับและสอบสวน
จักรพรรดิหนานเจียงสักหน่อยเถอะ อย่างน้อยก็ถือว่าได้ประโยชน์
อะไรบ้าง”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “คงต้องท าเช่นนั้นแหละ”
แม้ว่ากู่ลูกจะพุ่งชนต้นไม้จนตายไปแล้ว แต่เฮ่อจือหร่านก็ไม่คิด
จะปล่อยซากของมันไว้
มันอาจจะเป็นประโยชน์ตอนปรุงยาส าหรับแก้พิษให้กับโอสถ
มนุษย์ในอนาคต
ดังนั้น นางจึงรับขวดมาจากมือของโม่จิ่วเยี่ย แล้วเก็บกู่ลูกใส่
กลับเข้าไปอีกครั้ง
ทั้งสองเดินทางกลับตามเส้นทางเดิมจนมาถึงวังหลวงหนานเจียง
อีกครั้ง
จากนั้นโม่จิ่วเยี่ยก็พานางตรงไปยังต าหนักบรรทมของจักรพรรดิ
หนานเจียงทันที