ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 288 ข้าจะรออยู่ตรงนี้จนกว่าท่านจะกลับมา
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 288 ข้าจะรออยู่ตรงนี้จนกว่าท่านจะกลับมา
ทันใดนั้น นางนึกถึงเสื้อเกราะกันกระสุนในชาติก่อน มันสามารถ
ต้านทานกระสุนที่รุนแรงได้ แล้วอาวุธเย็นของยุคนี้จะท าอะไรมันได้
“ท่านรอก่อน” เฮ่อจือหร่านเรียกเขาเบา ๆ
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าภรรยาจะท าอะไร แต่ก็เชื่อฟังอย่างว่าง่าย ไม่
ขยับตัวไปไหน
เฮ่อจือหร่านซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนคุณภาพสูงจากร้านค้าใน
แอปเถาเป่า
“ท่านสวมสิ่งนี้ไว้”
โม่จิ่วเยี่ยมองเสื้อผ้าแปลกตาตรงหน้าแล้วถามว่า “ท าไมหรือ?”
แม้เขาจะถามเช่นนั้น แต่ก็สวมเสื้อเกราะกันกระสุนให้เรียบร้อยอย่าง
ว่าง่าย
“สิ่งนี้เรียกว่าเสื้อเกราะกันกระสุน กล่าวว่ามันทนต่อดาบและปืน
ได้” เฮ่อจือหร่านอธิบายอย่างรวดเร็ว
โม่จิ่วเยี่ยไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีของดีแบบนี้
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะสงสัยมากนัก หลังจากสวมเสื้อเกราะ
กันกระสุนเสร็จ เฮ่อจือหร่านก็ห้อยถุงที่เต็มไปด้วยระเบิดมือไว้บนตัว
เขา
ส าหรับวิธีการใช้ระเบิดมือ นางไม่จ าเป็นต้องอธิบายอย่าง
ละเอียด โม่จิ่วเยี่ยเคยศึกษาเรื่องนี้ในพื้นที่มิติเป็นประจ าอยู่แล้ว แม้ว่า
เขาจะยังไม่เคยใช้งานจริง แต่รู้วิธีการใช้เป็นอย่างดีแล้ว
เพียงสัมผัสถึงความหนักอึ้งบนร่างกาย โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกอุ่นใจ
เขาก าชับเฮ่อจือหร่านอีกสองสามประโยคก่อนจะพาศพของ
จักรพรรดิหนานเจียงจากไป
เฮ่อจือหร่านมองเงาร่างของเขาที่วิ่งห่างออกไปอย่างรวดเร็ว แล้ว
พูดเบา ๆ ว่า
“ท่านต้องระวังตัวให้ดีนะ ข้าจะรออยู่ตรงนี้จนกว่าท่านจะกลับมา”
โม่จิ่วเยี่ยพาร่างของจักรพรรดิหนานเจียงใช้วิชาตัวเบากระโดด
ข้ามศีรษะของทหารหนานเจียงเหล่านั้น แล้วไปยังจุดสูงสุดของด่าน
ชายแดน
เขารีบแขวนศีรษะไว้ที่นั่นอย่างรวดเร็ว ส่วนร่างก็โยนทิ้งไว้
ด้านล่างอย่างไม่แยแส
การกระท าทั้งหมดนี้ของโม่จิ่วเยี่ย ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการ
สังเกตเห็นของทหารหนานเจียงได้
เขาเพิ่งจะโยนร่างลงบนพื้น ก็มีคนชี้มาที่ด้านบนและตะโกนว่า
“มีสายลับ! มันอยู่ข้างบน”
ทหารรุมล้อมเข้ามา คมธนูเล็งใส่โม่จิ่วเยี่ย
ตอนนี้ศัตรูมีจ านวนมากกว่า โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากต่อสู้ที่นี่ เขาจึง
โยนระเบิดมือลูกหนึ่งไปยังจุดที่มีคนมากที่สุด
พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่น ทหารหนานเจียงถูกระเบิดจนลอย
ขึ้นไปสูง
ในขณะเดียวกัน พื้นดินก็ถูกระเบิดจนเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่
ทหารที่ตามไล่ล่าโม่จิ่วเยี่ยมาจากด้านหลังยังไม่ทันตั้งตัว ก็ตก
ลงไปในหลุมลึกหลายคนแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยฉวยโอกาสตอนชุลมุนวุ่นวายใช้วิชาเบาตัววิ่งไปทางที่
เฮ่อจือหร่านอยู่
ทหารหนานเจียงมีมาก พอบางคนรู้ตัวแล้วไล่ตามเขาไปอีกครั้ง
โม่จิ่วเยี่ยโยนระเบิดมืออีกสองลูก ท าให้ทหารเหล่านั้นกระเด็นไป
แค่ระเบิดมือสามลูกก็ท าให้กองก าลังหนานเจียงเสียหายอย่าง
หนัก ทหารที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างตกตะลึงจนตาค้าง แม้จะเห็นทิศทางที่
เขาหนีไปแต่ก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามไล่ตาม ได้แต่ยิงธนูไปตามทิศทางนั้นไม่
หยุด
ลูกธนูพุ่งใส่โม่จิ่วเยี่ยราวกับสายฝน แม้ว่าร่างกายของโม่จิ่
วเยี่ยจะคล่องแคล่วเพียงใด ก็ไม่อาจหลบลูกธนูมากมายขนาดนี้ได้
ทั้งหมด
เขาเผลอนิดเดียว ลูกธนูสองดอกก็ปักเข้าที่ไหล่และหลังของเขา
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าครั้งนี้เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บได้ แต่
ต าแหน่งที่ถูกยิงใส่ก็ไม่ใช่จุดส าคัญ
ทว่าความเจ็บปวดที่คิดว่าจะมากลับไม่เกิดขึ้น โม่จิ่วเยี่ยหันไป
มองไหล่ของตัวเอง เสื้อคลุมตรงนั้นฉีกขาดแล้ว แต่กลับไม่มีลูกธนู
ปักอยู่เหมือนที่เคยเป็นมา
เขาขยับแขนดู การเคลื่อนไหวยังคงเป็นปกติ ไม่มีร่องรอยของ
การบาดเจ็บแม้แต่น้อย
เขายื่นมือไปลูบหลังด้วยความสงสัย รู้สึกว่าเสื้อตรงฉีกขาด
เช่นเดียวกัน แต่ไม่มีลูกธนูปักอยู่และไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย
โม่จิ่วเยี่ยพลันตระหนักขึ้นมาทันทีว่า นี่ต้องเป็นผลจากเสื้อที่
ภรรยาให้เขามาแน่นอน
ไม่แปลกใจเลยที่ก่อนออกเดินทาง ภรรยาให้เขาสวมเสื้อตัวนี้ไว้
ที่แท้มันก็ช่วยรักษาชีวิตคนได้จริง ๆ
ท่ามกลางเสียงร้องครวญคราง โม่จิ่วเยี่ยหลบหนีออกจากด่าน
ชายแดนไปได้อย่างง่ายดาย
เฮ่อจือหร่านเห็นแสงไฟลุกโชนมาจากทิศทางของด่านชายแดน
จึงรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยแขวนศีรษะของจักรพรรดิหนานเจียงส าเร็จแล้ว
ตอนนี้นางยังไม่เห็นเขากลับมา หัวใจก็แทบจะหลุดออกมาจาก
อกแล้ว
เฮ่อจือหร่านมั่นใจว่า ในชีวิตที่สองของนาง นี่เป็นครั้งแรกที่นาง
รู้สึกกังวลเช่นนี้
นางมองหน้าท้องราบเรียบของตัวเองโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับพึมพ า
เบา ๆ ว่า “ลูกรัก ช่วยแม่อธิษฐานให้พ่อของเจ้ากลับมาอย่าง
ปลอดภัยด้วยนะ”
โชคดีที่พอนางพูดจบ เงาร่างสูงโปร่งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
นาง
“หร่านหร่าน เจ้ารอไม่ไหวแล้วหรือ?”
เฮ่อจือหร่านเห็นเขากลับมา นางวิ่งเข้าไปกอดเขาก่อนเป็นครั้ง
แรก
“ไม่หรอก แค่ท่านปลอดภัยก็พอแล้ว”
ตอนนี้นางเข้าใจเรื่องอย่างหนึ่งแล้ว เมื่อก่อนตอนที่บุรุษสกุลโม่
ออกไปรบ พวกพี่สะใภ้ที่อยู่ที่บ้านก็คงเป็นห่วงแบบนี้
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกได้ว่านางก าลังกังวลใจ เขาโอบกอดนางแล้วปลอบ
ว่า “วางใจเถอะ ข้าไม่เป็นอะไรหรอก”
เฮ่อจือหร่านสัมผัสถึงความอบอุ่นอันคุ้นเคย แต่นางยังรู้
สถานการณ์ดี
“ที่นี่ไม่เหมาะจะอยู่นาน พวกเรารีบออกไปกันเถอะ”
“อืม” โม่จิ่วเยี่ยตอบรับ แล้วอุ้มเฮ่อจือหร่านวิ่งไปทางต้าซุ่น
เมื่อเข้าสู่เขตต้าซุ่น โม่จิ่วเยี่ยคุ้นเคยกับที่นี่มากกว่าที่ไหน ๆ
เขาน ากองทหารมาคุ้มกันที่นี่อยู่หลายปี จึงจดจ าภูมิประเทศได้
อย่างแม่นย า ดังนั้นจึงสามารถออกจากชายแดนได้อย่างราบรื่นโดย
ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากนัก
ยามนี้ ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มสว่างแล้ว เฮ่อจือหร่านคิดว่า
ได้เวลาแล้ว จึงรีบน ารถม้าออกมาจากพื้นที่มิติ
พี่น้องสกุลโม่ตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ด้านนอกสว่างแล้ว พวกเขา
รู้สึกว่ารถม้าก าลังเคลื่อนที่โคลกเคลง
แสงสว่างลอดผ่านรอยที่ถูกหมัดของโม่จิ่นเหนียนท าให้แตกร้าว
เข้ามาเล็กน้อย
โม่จิ่นเหนียนตื่นขึ้นมา ก็รู้สึกว่าอาการวิงเวียนศีรษะของตน
หายไปแล้ว
เขาเคาะประตูรถม้า “น้องเก้า พวกเรามาถึงไหนแล้ว เจอเรื่อง
อันตรายบ้างหรือไม่?”
“พี่หก พวกเราเข้าเขตต้าซุ่นแล้ว ทุกอย่างราบรื่นดี” โม่จิ่วเยี่ย
ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
“เจ้าบอกว่าพวกเราเข้าเขตต้าซุ่นแล้วหรือ?” พี่หกประหลาดใจ
มาก
เวลานี้สถานการณ์ทางหนานเจียงตึงเครียดมาก น้องเก้ากับ
ภรรยาลอบออกมาถึงที่นี่อย่างราบรื่นได้อย่างไร?
โม่จิ่นเหนียนยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“น้องเก้า พวกเจ้ากลับมาถึงต้าซุ่นได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นได้
อย่างไร?”
พี่สี่กับพี่เจ็ดก็สงสัยเช่นกัน ทุกคนอยากฟังค าอธิบายจากน้อง
เก้า
ตอนนี้ โม่จิ่วเยี่ยจอดรถม้าไว้ข้างทางและเปิดประตูรถม้าแล้ว
เขาอธิบายฝืน ๆ เพราะเรื่องแบบนี้อธิบายอย่างไรก็ไม่
สมเหตุสมผล
“เมื่อคืนจักรพรรดิหนานเจียงถูกสังหาร ศีรษะของเขาถูกแขวน
ไว้บนจุดที่สูงที่สุดของด่านชายแดนค่ายทหารหนานเจียงก าลัง
วุ่นวาย ข้าจึงฉวยโอกาสนั้นหนีออกมา”
พี่หกกระโดดลงมาตอนประตูรถม้าเปิดออก
เขาไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ในหนานเจียง
หากไม่รู้ว่าน้องเก้าก าลังมุ่งหน้ามาต้าซุ่นตลอด โม่จิ่นเหนียนคง
สงสัยว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของเขา
“ไม่รู้ว่าเป็นวีรบุรุษคนใดที่ท าเรื่องดีเช่นนี้”
เหตุผลที่คนสกุลโม่ต้องออกรบไม่หยุดไม่หย่อนนั้น ล้วนเป็น
เพราะจักรพรรดิหนานเจียงผู้นี้ทั้งสิ้น
หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายก่อสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาคงมี
เวลาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าที่เมืองหลวงมากกว่านี้
ยิ่งกว่านั้น พวกเขาต้องเจ็บปวดกับการสูญเสียญาติมิตรและ
สหายร่วมรบนับครั้งไม่ถ้วนเพราะสงครามแต่ละครั้ง แม้น้องเก้าจะ
ตามหาพี่น้องกลับมาได้มากมายแล้ว แต่โม่จิ่นเหนียนก็ยังคงเกลียด
ชังจักรพรรดิหนานเจียงอยู่ดี
ถึงแม้การสวรรคตของจักรพรรดิหนานเจียงจะเป็นเรื่องน่ายินดี
แต่โม่จิ่นเหนียนก็ยังไม่อาจเชื่อเหตุผลที่น้องเก้าบอกได้ทันที่
“น้องเก้า ข้ามักไม่หลับลึก แม้ว่าตอนนั้นค่ายทหารหนานเจียงจะ
วุ่นวาย แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเสียงอะไรเลย”
ขณะโม่จิ่วเยี่ยก าลังคิดหาค าอธิบาย เฮ่อจือหร่านก็ปล่อยคนสอง
คนกับหมีหนึ่งตัวออกมาจากรถม้า นางรีบเดินเข้ามาอธิบายแทนว่า
“พี่หกไม่รู้หรอกเจ้าค่ะ ข้าช่วยฝังเข็มให้พวกท่านเพื่อช่วยให้
หลับสบายขึ้น จึงไม่แปลกที่ท่านจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย”
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง วิชาแพทย์ของน้องสะใภ้เก้ายอดเยี่ยมจริง
ๆ วันนี้พอข้าตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าร่างกายเบาสบายมาก อาการวิงเวียน
ก็หายไปด้วย”
คราวนี้โม่จิ่นเหนียนจึงเชื่อเสียที่
ตอนที่น้องสะใภ้เก้าฝังเข็มให้เขา เขาก็รู้สึกง่วงงุนขึ้นมาทันที่
ไม่แปลกที่หากข้างนอกจะมีเสียงดังวุ่นวายขนาดนั้น แต่ตนเอง
กลับไม่ได้ยินอะไรเลย