ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 29 สามีภรรยาพูดคุยกันยามค ่ำคืน (2)
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 29 สามีภรรยาพูดคุยกันยามค ่ำคืน (2)
เฮ่อจือหร่านเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ในวันนี้บิดำยังลอบส่งจดหมายฉบับ
หนึ่งใส่มือโม่จิ่วเยี่ย
เนื่องจากจดหมายฉบับนั้นเป็นของเขำ นางไม่ได้มีนิสัยชอบ
ล่วงรู้ความลับของผู้อื่น ถึงแม้จะอยากรู้ว่าด้านในเขียนอะไรไว้ แต่ก็
ไม่ได้ถำมออกไปโดยตรง
แต่โม่จิ่วเยี่ยกล่าวถึงจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าเขำไม่ได้จงใจจะ
ปิดบังเนื้อหากับนาง
“ในจดหมายเขียนไว้สั้น ๆ ว่า ท่านพ่อตำจะรวบรวมหลักฐำน
เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้า และช่วยลบล้ำงมลทิน ทั้งยังหวังว่า
ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้ำเป็นอย่ำงดีด้วย”
“เพียงแค่นี้เองหรือ” เฮ่อจือหร่านถำมอย่ำงไม่อยากจะเชื่อ
โม่จิ่วเยี่ยตอบกลับอย่ำงมั่นใจ “อืม มีเพียงเท่านี้”
เฮ่อจือหร่านจมตกสู่ห้วงความคิดอีกครั้ง
หลังจากบิดำมารดำมาส่งในวันนี้ สิ่งแรกที่นางนึกถึงคือ
สถำนการณ์ของบิดำในราชสานัก
เฮ่อเยวียนหมิงเป็นพ่อตำของโม่จิ่วเยี่ย องค์จักรพรรดิจะไม่พำน
โกรธเคืองไปถึงเขำด้วยหรือ
หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ วันข้างหน้ำเฮ่อเยวียนหมิงก็คงไม่ต่ำงไป
จากมดบนเขียงไม้ ที่อาจถูกจักรพรรดิซุ่นอู่เหยียบย ่ำจนตำยเมื่อใดก็
ได้
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านกำลังครุ่นคิด โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ท่านพ่อตำเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์สุจริต หน้ำที่ต่ำง ๆ ล้วนจัดการ
อย่ำงเรียบร้อย องค์จักรพรรดิคงไม่คิดจะเสียขุนนางที่มี
ความสามารถเช่นนี้ไป ดังนั้นเจ้ำไม่ต้องกังวลมากนัก”
ด้วยคำพูดของโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านจึงคลายความกังวลลงบ้ำง
“ยามนี้ก็ดึกมากแล้ว เจ้ำนอนเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องเดินทำงต่อ” โม่
จิ่วเยี่ยเป็นห่วงว่าร่างกายของหญิงสาวจะทนไม่ไหว
เป็นเพราะพูดคุยกันมานานและยังใช้สมองขบคิดเรื่องมากมาย
เฮ่อจือหร่านจึงเริ่มง่วงงุนบ้ำงแล้ว
“ได้ ท่านก็รีบพักผ่อนเถอะ”
นางคิดว่าเมื่อหลับตำลงแล้วจะหลับไป แต่เฮ่อจือหร่านยังคงพลิก
ตัวไปมา แม้จะรู้สึกง่วง แต่ก็ยังไม่สามารถข่มตำหลับได้
พื้นที่บนเกวียนไม้ไม่ได้กว้ำงขวาง ร่างกายของนางกับโม่จิ่ว
เยี่ยจึงเกือบแนบชิดเบียดกัน
การรับรู้ถึงอุณหภูมิของกันและกัน ไม่ได้ส่งผลกับเฮ่อจือหร่าน
เท่านั้น กระทั่งโม่จิ่วเยี่ยก็ยังนอนไม่หลับ
เขำสัมผัสได้ว่าจังหวะลมหายใจเข้าออกของนางไม่สม ่ำเสมอ โม่
จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งเสียงแผ่วเบำ
“การแกล้งหมดสติไม่ใช่วิธีที่ทำได้ตลอด ข้าตั้งใจจะรอจังหวะตื่น
ขึ้นมาหลังจากพวกเราออกจากเขตของเมืองหลวง”
“เรื่องนี้ท่านตัดสินใจเองเถอะ” เฮ่อจือหร่านตอบอย่ำงคลุมเครือ
ความจริงแล้ว ขณะกล่าวประโยคนั้น โม่จิ่วเยี่ยมีเจตนาแอบแฝง
สตรีคนนี้สามารถรู้ล่วงหน้ำได้ว่าจวนฮู่กั๋วกงจะถูกยึดทรัพย์และ
เนรเทศ ไม่แน่ว่านางอาจจะรู้เรื่องอื่น ๆ อีกก็เป็นได้
เขำพูดเช่นนั้นไปก็เพื่อจะล้วงความลับจากเฮ่อจือหร่าน
แต่อีกฝ่ำยกลับบอกให้เขำตัดสินใจเอง
และไม่ได้เอ่ยเรื่องอะไรที่ชายหนุ่มไม่รู้
“เจ้ำไม่สงสัยเลยหรือว่าเหตุใดข้าถึงตั้งใจจะรอจนออกไปเขต
เมืองหลวงก่อนจึงค่อยฟื้น”
“ข้าคิดว่าท่านคงกังวลว่าองค์จักรพรรดิจะจับตำมองอยู่”
เฮ่อจือหร่านคิดเช่นนั้น หากจักรพรรดิซุ่นอู่ต้องการกำจัดโม่จิ่ว
เยี่ยถึงขนาดอยากฆ่ำเขำให้ตำยในคืนก่อนที่จะประกำศลงโทษคน
สกุลโม่ขนาดนี้ แล้วจะปล่อยโอกำสให้เขำรอดไปถึงซีเป่ยได้อย่ำงไร
แต่ถ้ำโม่จิ่วเยี่ยหมดสติ เรื่องราวก็จะต่ำงออกไป
หากจักรพรรดิซุ่นอู่ส่งสายลับมาคอยสังเกตการณ์อย่ำงลับ ๆ
และพบว่าเขำยังคงหมดสติอยู่ ย่อมบ่งบอกว่าอาการบาดเจ็บของเขำ
รุนแรงมาก
ในสถำนการณ์เช่นนี้ โอกำสที่จะรอดชีวิตระหว่างการถูกเนรเทศ
ก็เหลือน้อยเต็มทน
จักรพรรดิซุ่นอู่อาจจะปล่อยให้เขำเป็นไปตำมยถำกรรม และทำ
ให้การเนรเทศของพวกเขำจะมีอุปสรรคน้อยลง
แน่นอนว่าหากองค์จักรพรรดิไม่ทำตำมแผนที่วางเอาไว้ ก็ไม่แน่
ว่าพระองค์อาจส่งคนมาสังหารระหว่างทำงในขณะที่โม่จิ่วเยี่ยยังหมด
สติอยู่
บำงทีจุดประสงค์ของโม่จิ่วเยี่ยอาจเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงเคราะห์
กรรม
การคำดเดำของเฮ่อจือหร่านทั้งหมดนั้นตรงกับความคิดของโม่จิ่
วเยี่ยอย่ำงสมบูรณ์
“หากมีเพียงข้าคนเดียวก็ยังรับมือไหว การหลบหนีออกจากที่นี่
ไม่ใช่เรื่องยาก และตัวตนของเขำยังหายไปได้ตลอดกำล แต่คนสกุล
โม่มีสตรีมากเกินไป ข้าไม่กล้ำรับประกันว่าจะดูแลพวกนางได้
ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น เหล่ำพี่สะใภ้และครอบครัวของนางอยู่ในเมือง
หลวง หากข้าพำพวกนางหนีไป ครอบครัวของพวกนางในเมืองหลวง
ก็อาจได้รับผลกระทบ อีกทั้งข้ายังรู้สึกผิดต่อเจ้ำมาก เพิ่งแต่งเข้า
สกุลโม่มาก็ต้องถูกเนรเทศมากับข้าด้วย เดิมทีมารดำข้าและพวก
พี่สะใภ้ก็น่ำสงสารมากพอแล้ว ยังต้องมาทนทุกข์เช่นนี้อีก”
คำพูดที่ออกมาจากใจของเขำ เห็นชัดว่าโม่จิ่วเยี่ยเริ่มเชื่อใจนาง
มากขึ้นแล้ว
เฮ่อจือหร่านเข้าใจความรู้สึกสิ้นหวังของโม่จิ่วเยี่ย
ถ้ำอย่ำงไรนางก็เห็นกับตำแล้วว่าวรยุทธ์ของเขำเก่งกำจเพียงใด
การหลบหนีไปจากสายตำของเหล่ำเจ้ำหน้ำที่ถือว่าเป็นเรื่องง่ำยดำย
สาหรับเขำ
สิ่งนี้บ่งบอกว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว
“เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่พวกเราต้องทำคือปกป้องครอบครัว
และตัวเอง เป้าหมายแรกคือเดินทำงไปถึงซีเป่ยได้อย่ำงปลอดภัย”
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังในประวัติศำสตร์ เฮ่อจือหร่าน
ไม่ได้กล่าวถึง
เพราะการมาของนางได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่บันทึกไว้ใน
ประวัติศำสตร์เกี่ยวกับจำนวนครั้งที่โม่จิ่วเยี่ยถูกโบยแล้ว
นางเชื่อว่าประวัติศำสตร์มีโอกำสที่จะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจาก
การทะลุทุมิติมาของนาง
ก่อนหน้ำนี้โม่จิ่วเยี่ยกำลังรู้สึกหมดหวัง เขำไม่กล้ำรับประกันว่า
ทุกคนในครอบครัวจะเดินทำงไปถึงซีเป่ยได้อย่ำงปลอดภัย
แต่หลังจากได้ฟังคำพูดของเฮ่อจือหร่าน เขำรู้สึกมั่นใจขึ้นเป็น
ทวีคูณ
เขำเป็นชายชำตรีที่กล้ำหาญ เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของ
สกุลโม่
หากแม้แต่เขำยังคิดจะปล่อยให้ทุกอย่ำงเป็นไปตำมชะตำกรรม
เช่นนั้นมารดำ ภรรยา น้องสาว และเหล่ำพี่สะใภ้ของเขำจะทำอย่ำงไร
เขำต้องเข้มแข็งและพร้อมเผชิญหน้ำกับความยากลาบำก
ในอนาค
“ข้าจะพยายามอย่ำงเต็มที่เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตรอด”
อาจเป็นเพราะเนื้อหาบทสนทนาระหว่างพวกเขำตึงเครียดมาก
เกินไป จึงทำให้เฮ่อจือหร่านถูกเบี่ยงเบนความสนใจได้สาเร็จ
ตอนนี้นางลืมไปแล้วว่าตนกำลังนอนอยู่ข้าง ๆ บุรุษผู้หนึ่ง
คนทั้งสองพูดคุยกันเกี่ยวกับแผนการในอนาคต ก่อนเฮ่อจือห
ร่านจะผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินเสียงลมหายใจสม ่ำเสมอจากนาง เขำจึงห่มผ้ำให้
นางอย่ำงเอาใจใส่ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตำลง
แม้เฮ่อจือหร่านจะหลับไปแล้ว แต่นิสัยตื่นเช้ำจากชำติก่อนของ
นางก็ยังไม่หายไป
นางตื่นขึ้นมาก่อนท้องฟ้ำจะสว่าง
ขณะที่คนอื่น ๆ ยังคงหลับอยู่ นางก็เก็บผ้ำห่มที่ใช้คลุมตัวนาง
กับโม่จิ่วเยี่ย
ชายหนุ่มหลับสบำยตลอดทั้งคืน เมื่อรู้สึกว่าผ้ำห่มหายไปจากตัว
เขำก็รู้ว่าเฮ่อจือหร่านกำลังจะลุกนั่ง
หญิงสาวมองไปรอบ ๆ เห็นทุกคนกำลังหลับใหล กระทั่ง
เจ้ำหน้ำที่ซึ่งเฝ้ำยามอยู่ก็ไม่ตื่นตัวเหมือนช่วงกลางดึก
นางหยิบหมั่นโถวขำวสองลูก เนื้อวัวตุ๋นซอสอีกเล็กน้อย และถุง
น้ำส่งให้โม่จิ่วเยี่ย
“ตอนนี้ทุกคนยังไม่ตื่น ท่านแอบไปกินอะไรก่อนเถอะ”
“ได้” โม่จิ่วเยี่ยตอบรับ รีบคว้ำอาหารแล้วกระโดดลงจากเกวียน
ไม่นานหลังจากโม่จิ่วเยี่ยจัดการทุกอย่ำงเสร็จและกลับมาแล้ว
คนอื่น ๆ ก็เริ่มตื่นนอน
เจ้ำหน้ำที่เริ่มแจกหมั่นโถวหยาบอีกครั้ง
ทุกคนมองหมั่นโถวหยาบที่แข็งราวกับหิน สีหน้ำบอกความทุกข์
ใจอย่ำงสุดแสน
แต่เพื่อความอยู่รอด จึงต้องกัดฟันกลืนมันลงไป
ส่วนการปฏิบัติของเจ้ำหน้ำที่กับคนสกุลโม่นั้นแตกต่ำงออกไป
โจวเหล่ำปำบอกว่าพรุ่งนี้เช้ำเขำจะให้หมั่นโถวขำวแก่พวกนาง
อีกเล็กน้อย
คำพูดของเขำเชื่อถือได้ เพราะเขำจัดการแบ่งหมั่นโถวขำวไว้ให้
เหล่ำเจ้ำหน้ำที่เพียงพอจนไปถึงอาเภออวิ๋นหลาย และส่วนที่เหลือ
ทั้งหมดเขำก็นามาให้คนสกุลโม่ทำน
สิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือโจวเหล่ำปำให้หมั่นโถวขำวแก่คนสกุลโม่
ไม่ใช่เพราะเขำกับเผิงวั่งซำบซึ้งในบุญคุณที่เฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตไว้
แต่สาเหตุที่แท้จริงคือ พวกเขำทำผิดพลาดในการเดินทำงครั้งนี้
เพราะก่อนออกเดินทำงทุกครั้ง พวกเขำมักเตรียมหมั่นโถวสอง
ชนิดไว้ หมั่นโถวหยาบมีไว้สาหรับแจกจ่ำย ส่วนหมั่นโถวขำวใช้
สาหรับหาเงินเล็กน้อยกับบรรดำนักโทษ