ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 30 ในร่างกายของท่านยังมีพิษตกค้ำงอยู่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 30 ในร่างกายของท่านยังมีพิษตกค้ำงอยู่
ทว่าผู้ใดจะรู้ว่านักโทษที่ถูกเนรเทศในครั้งนี้จะแตกต่ำงไปจาก
ครั้งก่อน ๆ พวกเขำจึงหาเงินไม่ได้แม้แต่น้อย
อีกทั้งอากำศในช่วงนี้ร้อนมาก หมั่นโถวไม่สามารถเก็บรักษำไว้
ได้นานเกินไป
จำนวนเจ้ำหน้ำที่ที่มีอยู่กับหมั่นโถวจำนวนมากเช่นนี้ย่อมกินไม่
หมดแน่
โจวเหล่ำปำจึงคิดว่า แทนที่จะปล่อยให้หมั่นโถวเหล่านี้ขึ้นราและ
ทิ้งไปอย่ำงเสียเปล่ำ สู้นามาใช้เป็นของตอบแทนที่อีกฝ่ำยช่วยชีวิต
เผิงวั่งไว้ดีกว่า
เผิงวั่งเองก็ไม่มีความเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้น หมั่นโถว
ขำวจึงส่งมอบถึงมือของคนสกุลโม่อย่ำงง่ำยดำย
ครั้งนี้เฮ่อจือหร่านไม่ได้หยิบอาหารออกมาจากพื้นที่มิติ ในเมื่อ
ห่อผ้ำที่เฮ่อเยวียนหมิงให้นางมามีขนาดใหญ่มาก เมื่อวานนี้ยัง
สามารถหยิบเนื้อวัวตุ๋นซอสออกมาได้มากมายและหยิบผ้ำห่มออกมา
ได้อีกหนึ่งผืน
ถ้ำหากยังหยิบของออกมา คงจะทำให้คนอื่นสงสัยแน่นอน
ถึงแม้คนสกุลโม่จะได้กินแค่หมั่นโถวขำว แต่สาหรับนักโทษที่
ถูกเนรเทศเหล่านี้ก็ถือว่าพอใจมากแล้ว
บำงทีอาจเป็นเพราะเมื่อคืนสะใภ้รองแอบไปส่งหมั่นโถวขำวให้
หลานชายที่กลุ่มคนตระกูลเซี่ย วันนี้ตระกูลเซี่ยจึงลดความบาดหมาง
กับโม่จิ่วเยี่ยลงบ้ำง สายตำที่มองคนสกุลโม่ซึ่งกำลังกินหมั่นโถวขำว
ก็ไม่ได้แฝงความไม่เป็นมิตรเหมือนคนอีกสามตระกูล
คนจากสามตระกูลนั้น ต่ำงจ้องมองคนสกุลโม่ด้วยสายตำทิ่ม
แทง
หากไม่ใช่เพราะเกรงกลัวพวกเจ้ำหน้ำที่ พวกเขำคงจะกล่าวคำดู
ถูกเหยียดหยามออกมาตั้งนานแล้ว
เฮ่อจือหร่านกินหมั่นโถวขำว พลางชำเลืองมองคนพวกนั้นด้วย
หางตำ
ก่อนจะบังเอิญสบสายตำอามหิตของหลี่โหรวเอ๋อร์เข้าพอดี
เฮ่อจือหร่านจงใจยั่วโมโหนาง ยกหมั่นโถวในมือขึ้นมาแล้วส่ง
ยิ้มกว้ำงให้หลี่โหรวเอ๋อร์
ความหมายของการยั่วยุนั้นชัดเจนมาก
หลี่โหรวเอ๋อร์ไม่ยอมแพ้เช่นกัน นางยกมือกำหมัดทำท่ำจะต่อยตี
คน
เฮ่อจือหร่านยังคงยิ้ม แต่รอยยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตา นางยังคง
กินหมั่นโถวต่อไป
ปฏิสัมพันธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนทั้งสองไม่รอดพ้นจากสายตำ
ของฮูหยินผู้เฒ่ำ ความจริงตอนที่เฮ่อจือหร่านทำสิ่งเหล่านี้ นางทำ
อย่ำงเปิดเผย
ฮูหยินผู้เฒ่ำเห็นได้ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากหลี่โหรวเอ๋อร์ออกหน้ำ
ขัดขวางเฮ่อจือหร่านว่านางทั้งสองเป็นคนรู้จักและยังเป็นศัตรูกันด้วย
อย่ำงไรก็ตำม นางเห็นความเก่งกำจของลูกสะใภ้แล้ว จึงไม่ได้
กังวลมากนัก
หลังจากนั้นนางเพียงเตือนคนอื่น ๆ ให้ระวังหลี่โหรวเอ๋อร์ไว้สัก
หน่อยก็พอ
นางเข้าใจดีว่าการเผชิญหน้ำกับยมบำลนั้นง่ำยกว่าการ
เผชิญหน้ำกับเหล่ำภูตผีปิศำจ
ขณะคนสกุลโม่กินจนอิ่มท้องและกำลังจัดการเก็บกวาดอยู่นั้น
โจวเหล่ำปำกับเผิงวั่งก็เข้ามา
เมื่อเห็นสถำนการณ์เช่นนี้ คนสกุลโม่พลันรู้สึกกดดันทันที่
โจวเหล่ำปำพูดด้วยน้ำเสียงออกคำสั่งว่า “หัวหน้ำของพวกเรา
ถูกงูพิษกัดเมื่อวันก่อน ร่างกายจึงยังอ่อนแรง ตอนนี้จึงต้องนั่งบน
เกวียนไม้ของโม่จิ่วเยี่ยชั่วคราว”
ฮูหยินผู้เฒ่ำถำมอย่ำงไม่แน่ใจ “ความหมายของท่านคือให้จิ่ว
เยี่ยลงจากเกวียนไปหรือ”
“หากเขำไม่ลง แล้วจะปล่อยให้หัวหน้ำของพวกเรานั่งเบียดอยู่
บนเกวียนเดียวกับนักโทษหรือ” โจวเหล่ำปำรู้สึกไม่พอใจ
ฮูหยินผู้เฒ่ำลาบำกใจนัก
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ท่านก็รู้ว่าสกุลโม่ของพวกเรามีเพียงสตรี ถ้ำ
ไม่ให้จิ่วเยี่ยนอนอยู่บนเกวียน พวกเราจะพำเขำเดินทำงไปด้วยได้
อย่ำงไร”
“ใช่แล้วท่านเจ้ำหน้ำที่ นี่ไม่ใช่ว่าท่านกำลังทำให้คนอื่นลาบำก
หรอกหรือ” พี่สะใภ้รองช่วยพูดอย่ำงตรงไปตรงมา
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวเหล่ำปำยังไม่ทันได้พูดอะไร เผิงวั่งก็โมโห
แล้ว
“พวกเจ้ำคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ ถึงไม่ฟังคำสั่งของ
เจ้ำหน้ำที่”
เมื่อเห็นว่าคนสกุลโม่กำลังจะเดือดร้อน คนจากตระกูลอื่น ๆ ต่ำง
มองมาทิศทำงนั้นด้วยความสะใจ
หลายคนถึงกับสนับสนุนเผิงวั่งกับโจวเหล่ำปำในใจ หวังให้พวก
เขำจัดการคนสกุลโม่ให้หนัก ๆ สักหน่อย
ฮูหยินผู้เฒ่ำเห็นสะใภ้รองกำลังจะก่อเรื่อง จึงรีบดึงตัวนางไปอยู่
ด้านข้าง
อย่ำงไรก็ตำม เมื่อมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น นางก็ไม่สามารถแก้ไข
อะไรได้
ในขณะนั้นที่ฮูหยินผู้เฒ่ำไม่รู้ว่าควรจะทำอย่ำงไร
โม่จิ่วเยี่ยซึ่งนอนคว ่ำหน้ำอยู่บนเกวียนไม้ ได้ยินบทสนทนาของ
ทั้งสองฝ่ำยทั้งหมด ชายหนุ่มคิดหาทำงออกเตรียมเอาไว้แล้ว
หากเกวียนของเขำจะถูกยกให้เผิงวั่งใช้ ชายหนุ่มย่อมไม่ปล่อย
ให้สตรีเหล่านี้แบกเขำเดินทำงได้ หากเป็นอย่ำงนั้นจริง ๆ เขำก็คง
ต้องเลือกที่จะตื่นขึ้นมาก่อนกำหนด
ขณะโม่จิ่วเยี่ยกำลังคิดว่าควรตื่นด้วยวิธีเช่นไร กลับได้ยินเสียง
เฮ่อจือหร่านเอ่ยปำก
นางเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ำเผิงวั่งอย่ำงไม่รีบร้อน กล่าวด้วย
น้ำเสียงที่นับว่ายังให้ความเคำรพ
“เจ้ำหน้ำที่เผิง ตอนนี้ท่านรู้สึกแน่นหน้ำอกและหายใจลาบำกอยู่
หรือไม่”
เผิงวั่งมีอาการเช่นนั้นจริง ๆ ซ้ำยังรุนแรงมากด้วย ไม่อย่ำงนั้น
เขำก็คงไม่มาแย่งเกวียนไม้ของโม่จิ่วเยี่ยไปใช้
“ใช่แล้ว หลังเดินไม่กี่ก้ำวข้าก็รู้สึกหายใจไม่ออก”
ในสายตำของเผิงวั่ง เฮ่อจือหร่านเป็นสตรีจากตระกูลใหญ่ บำงที
นางอาจเคยอ่านวิธีรักษำเมื่อถูกงูพิษกัดจากตำราเล่มไหนสักเล่ม
และโชคดีที่ช่วยชีวิตเขำไว้ได้
เขำรู้ดีว่าสภำพร่างกายของตัวเองเป็นอย่ำงไร ถึงแม้จะรู้สึกไม่
สบำยตัวมากนัก แต่ก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อวันก่อน
รอให้ถึงอาเภออวิ๋นหลายก่อน จากนั้นเขำจะให้ท่านหมอตรวจดู
อย่ำงละเอียด และจ่ำยยาบำรุงมาดื่มกินก็คงจะดีขึ้น
ทว่าเฮ่อจือหร่านกลับสามารถบอกถึงอาการของเขำในตอนนี้ได้
อย่ำงแม่นยา
มีความเป็นไปได้สูงมากว่านางเข้าใจวิชำแพทย์จริง ๆ ดังนั้น
ตอนที่เผิงวั่งตอบ เขำจึงไม่มีความลังเลใด ๆ
“เจ้ำหน้ำที่เผิง เมื่อวานนี้ท่านได้รับพิษมาก แม้ข้าจะช่วยชีวิต
ท่านได้ แต่ในร่างกายของท่านยังมีพิษตกค้ำงอยู่ ถ้ำไม่รีบรักษำ ก็
ยังคงเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”
ความจริงแล้วพิษงูในตัวเผิงวั่งถูกกำจัดออกจนหมดแล้ว การที่
เขำยังมีอาการเป็นเพราะพิษงูเข้าไปทำลายระบบประสาทบำงส่วนใน
ร่างกายของเขำ
ปล่อยไว้เพียงหนึ่งสัปดำห์ก็จะหายเองได้
แต่เพื่อไม่ให้สตรีสกุลโม่ต้องแบกชายหนุ่มเดินทำง นางจึง
จำเป็นต้องข่มขู่เผิงวั่ง
เผิงวั่งเชื่อคำพูดของนางอย่ำงไม่มีข้อสงสัย ยิ่งไปกว่านั้นอาการ
ของเขำก็แสดงให้เห็นชัดเจน
“เฮ่อจือหร่าน เจ้ำมีวิธีหรือไม่”
และนี่คือสิ่งที่เฮ่อจือหร่านกำลังรอคอย
“วิธีนั้นมี แต่ว่า…”
นางมองไปยังโม่จิ่วเยี่ยที่นอนคว ่ำอยู่บนเกวียนไม้
เผิงวั่งเป็นคนฉลาดหลักแหลม เขำเข้าใจความหมายของเฮ่อจื
อหร่านทันที่
ใบหน้ำของเขำมืดคล้ำลงทันตำ
เขำทำงำนเป็นเจ้ำหน้ำที่ส่งคนเนรเทศนี้มานาน นี่เป็นครั้งแรกที่
ถูกนักโทษมาต่อรอง
เผิงวั่งคิดบอกว่าตนไม่ต้องการให้นางรักษำ รอถึงอาเภออวิ๋นห
ลายเขำก็จะไปหาท่านหมอเพื่อรักษำ และวันนี้โม่จิ่วเยี่ยต้องยก
เกวียนไม้ให้เขำ
แต่ก่อนที่เขำจะได้พูดอะไรออกไป โจวเหล่ำปำกลับดึงตัวเขำไป
อีกทำง ทั้งสองกระซิบคุยกันสองสามประโยค เผิงวั่งจึงเดินกลับมา
ด้วยสีหน้ำไม่พอใจ
“เฮ่อจือหร่าน ถ้ำเจ้ำสามารถกำจัดพิษที่ตกค้ำงในตัวข้าได้
ทั้งหมด ข้าจะอนุญำตให้โม่จิ่วเยี่ยนั่งเกวียนไปพร้อมกับข้า”
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ท่านก็เห็นแล้วว่าพวกเราสกุลโม่ล้วนเป็นสตรี
การลากเกวียนให้สามีข้าเพียงคนเดียวก็ลาบำกมากแล้ว…”
เฮ่อจือหร่านยอมทำได้ทุกอย่ำง แต่นางไม่ชอบการเสียเปรียบ
ถึงแม้สตรีจากสกุลโม่สองสามคนจะช่วยกันลากดันรถ แต่นางก็
ไม่อยากให้คนในบ้ำนต้องเหนื่อยเกินไป
เผิงวั่งรู้สึกโกรธมาก เขำยอมลดตัวลงมานั่งเกวียนเดียวกันกับโม่
จิ่วเยี่ยแล้ว แต่เฮ่อจือหร่านยังกล้ำมาต่อรองกับเขำอีก
ขณะเขำกำลังจะระเบิดอารมณ์ โจวเหล่ำปำก็เอ่ยแทรกขึ้นมาอีก
ครั้ง
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา พวกข้าจะหานักโทษชายสองสามคนมาช่วย
ลากเกวียนให้ได้”
เผิงวั่งมองโจวเหล่ำปำ รู้ว่าอีกฝ่ำยทำเพื่อเขำ จึงยอมรับวิธีการ
ของนางโดยปริยาย
“พวกข้ายอมรับเงื่อนไขของเจ้ำทั้งหมดแล้ว แต่หากเจ้ำไม่
สามารถกำจัดพิษตกค้ำงในตัวข้าได้หมด ระวังแส้จะลงหลังเจ้ำ”