ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 291 ข้าจะพยายามรักษาเต็มที่
ต่อมานางเก็บเงินเพิ่มขึ้นอีกจากการท าตุ๊กตากับน้องสะใภ้เก้า
นางอาจคิดว่าตัวเองไม่มีสามีและไม่มีลูก จึงเก็บเงินพวกนี้ไว้เลี้ยง
ตัวเองในยามแก่เฒ่า
พี่สะใภ้สี่ที่ประหยัดมัธยัสถ์เช่นนี้ กลับมอบเงินทั้งหมดให้นางใน
คราวเดียวเพื่อใช้รักษาสามี แสดงให้เห็นถึงความรักลึกซึ้งที่นางมีต่อ
พี่สี่
เมื่อเห็นการกระท าของภรรยา พี่สี่ผู้แข็งแกร่งก็อดน ้าตาคลอ
ไม่ได้
เขาเกลียดตัวเองในตอนนี้ที่สุด กลับมาถึงบ้านแล้วแท้ ๆ แต่เขา
กลับกลายเป็นภาระของภรรยา
น่าเสียดายที่ร่างกายของเขาไม่สามารถขยับได้เลย แม้แต่จะ
ปลอบโยนภรรยาก็ยังท าไม่ได้
เฮ่อจือหร่านรีบพยุงพี่สะใภ้สี่ให้ยืนดี ๆ พร้อมกับยัดถุงเงินคืน
นางไป
“พี่สะใภ้สี่ ท่านวางใจได้ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าจะ
พยายามรักษาอาการบาดเจ็บของพี่สี่เต็มที่เจ้าค่ะ”
อาการบาดเจ็บของโม่ซิวเหยียนหนักมาก เฮ่อจือหร่านไม่กล้า
พูดตายตัวต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น หากเกิดเรื่องที่แก้ไขไม่ได้
ขึ้นมา จะเป็นการให้ความหวังเปล่า ๆ กับทุกคน
เมื่อพี่สะใภ้สี่ได้ยินน้องสะใภ้เก้าพูดเช่นนี้ นางก็รู้สึกสบายใจขึ้น
บ้าง นางเชื่อมั่นว่าด้วยฝีมือทางการแพทย์ของน้องสะใภ้เก้า จะต้อง
รักษาอาการป่วยของสามีให้หายได้แน่นอน
อีกด้านหนึ่งของรถม้า ชายห้าคนจากสกุลโม่พร้อมใจกันเดิน
เข้าไปข้างหน้า แบกโม่ซิวเหยียนกับโม่หยวนเช่อเข้าไปในบ้าน
พี่สะใภ้สี่และพี่สะใภ้เจ็ดก็รีบตามเข้าไป สามีของพวกนางได้รับ
บาดเจ็บสาหัสขนาดนั้น ที่พักผ่อนจะต้องนุ่มสบายสักหน่อย
พวกนางน าผ้าห่มทั้งหมดออกมา ปูให้หนานุ่ม จากนั้นก็วิ่ง
ออกไปจุดไฟเตียงเตาให้ร้อน ท าให้ห้องอุ่นขึ้นอีก
ฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งจะร้องไห้ด้วยความดีใจ หลังเห็นลูกชายทั้งสอง
คนที่ก าลังบาดเจ็บได้รับการดูแลเรียบร้อยแล้ว จึงจูงมือโม่จิ่วเยี่ยกับ
โม่จิ่นเหนียนไปที่ห้องโถงด้วยกัน
“จิ่วเยี่ย การเดินทางไปหนานเจียงครั้งนี้ พวกเจ้าสามารถหา
พี่ชายทั้งสามคนของเจ้ากลับมาได้ คงจะอันตรายมากใช่หรือไม่?”
จริง ๆ แล้วมันก็อันตรายอยู่บ้าง โม่จิ่วเยี่ยไม่คิดจะเล่ารายละเอียด
มากเกินไปให้มารดาต้องกังวล
“ไม่เป็นไรขอรับ พวกเราไปถึงคฤหาสน์ซือเหมิงก่อน แล้วก็พบสี่
พี่ในห้องลับใต้บ่อน ้า”
พี่สามได้ยินว่าพบโม่ซิวเหยียนที่คฤหาสน์ซือเหมิงก็ลุกพรวด
“น้องเก้า เจ้าบอกว่าพบสี่พี่ในคฤหาสน์ซือเหมิงหรือ?”
เพียงนึกถึงเรื่องนี้ โม่อวิ๋นเฟิงดูจะรู้สึกเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
คนที่พบคฤหาสน์ซือเหมิงเป็นคนแรกก็คือเขา แต่เขากลับไม่พบห้อง
ลับอะไร ท าให้น้องสี่ต้องทนทุกข์ทรมานไปอีกหลายวัน
หากเขาใส่ใจได้มากกว่านี้ พบน้องสี่เร็วกว่านี้ บางทีสถานการณ์
ของน้องชายอาจจะดีขึ้นกว่านี้ก็ได้
โม่จิ่วเยี่ยรู้ความคิดของพี่สาม บ่อน ้าแห้งแห่งนั้นเขากับหร่านห
ร่านก็ลงไปด้วยตัวเอง หากไม่มีหร่านหร่านช่วย เขาคงไม่สามารถ
เข้าไปได้อย่างราบรื่นแน่
สถานที่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีพิษและแมลงพิษเช่นนั้น แม้พี่สามจะ
เข้าไป ก็ไม่เพียงไม่สามารถช่วยพี่สี่ออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่
อาจจะต้องเอาตัวเองเข้าไปติดกับด้วย
“พี่สาม ท่านอย่าโทษตัวเองเลย พี่สี่ถูกขังอยู่ในห้องลับใต้บ่อ
หากข้าไม่ได้บังเอิญไปสัมผัสกลไกเข้า ก็คงไม่สามารถพบเขาได้”
เห็นโม่อวิ๋นเฟิงก าลังจะพูดอะไรบางอย่าง ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยกมือ
ห้ามเขาไว้ก่อน
“อวิ๋นเฟิง เจ้านั่งลงก่อน ฟังเจี่ยเยี่ยเล่าเรื่องราวที่พวกเขาไป
หนานเจียงมาเถอะ”
เมื่อมารดาสั่งแล้ว แม้โม่อวิ๋นเฟิงจะมีเรื่องมากมายที่อยากพูดก็
ต้องปิดปากเงียบ
โม่จิ่วเยี่ยเล่าต่อไป “พี่สี่ตกหน้าผาเพราะถูกทหารหนานเจียงไล่
ล่า ท าให้ขาทั้งสองข้างหัก แม้จะถูกใส่พิษ ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่สามารถ
ควบคุมให้เขาท าอะไรได้ จึงถูกขังอยู่ในที่แห่งนั้น”
ได้ยินว่าลูกชายของตนตกหน้าผาขาหักทั้งสองข้าง ฮูหยินผู้
เฒ่าก็นั่งไม่ติดเก้าอี้แล้ว
“จิ่วเยี่ย เจ้าหมายความว่าพี่สี่ของเจ้าจะพิการตลอดไปหรือ?”
ลูกชายของนาง…
ท าไมโชคชะตาถึงได้พลิกผันเช่นนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ได้กลับมา
อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว แต่ร่างกายของพวกเขากลับ
กลายเป็นเช่นนั้น
เห็นมารดาเศร้าโศก โม่จิ่วเยี่ยจึงรีบปลอบโยนว่า “ท่านแม่
หร่านหร่านบอกว่านางจะหาวิธีรักษาพี่สี่ให้หายดีครับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าหลายครั้ง “ฝีมือการแพทย์ของหร่านห
ร่านยอดเยี่ยมมาก ข้าเชื่อว่านางจะต้องรักษาพี่สี่ของเจ้าให้หายได้
แน่นอน”
สภาพของโม่ซิวเหยียนนางได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว โดยเฉพาะ
เมื่อได้ยินว่าขาทั้งสองข้างของเขาหัก ในฐานะภรรยาของแม่ทัพ นาง
ย่อมรู้ดีว่าอาการบาดเจ็บแบบนี้เป็นอย่างไร
เหล่าทหารที่บาดเจ็บกระดูกในสนามรบส่วนใหญ่ไม่สามารถ
รักษาให้หายขาดได้ แม้จะรักษาหาย ก็มักจะเหลือเค้าความพิการ
ยิ่งไปกว่านั้นโม่ซิวเหยียนได้รับบาดเจ็บมาหลายปีแล้ว แม้ว่า
ฝีมือทางการแพทย์ของลูกสะใภ้คนที่เก้าจะเก่งกาจเพียงใด ก็คง
เป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาให้หายขาด
นางไม่กล้าแสดงความรู้สึกออกมามากเกินไปต่อหน้าทุกคน ใน
ฐานะผู้อาวุโส หากแม้แต่นางยังหมดก าลังใจ เด็ก ๆ จะไม่ยิ่งรู้สึกสิ้น
หวังกว่านี้หรือ?
โม่จิ่วเยี่ยเล่าต่อไป หลีกเลี่ยงประเด็นส าคัญและเน้นเรื่องน่า
สบายใจ ๆ โดยเล่าถึงขั้นตอนการค้นหาพี่หกและพี่เจ็ดคร่าว ๆ
สุดท้าย เขาก็พูดถึงการฆ่าจักรพรรดิหนานเจียงและแขวนศีรษะ
ของอีกฝ่ายไว้ที่จุดสูงสุดของด่านชายแดน ดวงตาของบุรุษสกุลโม่
ทุกคนต่างเปล่งประกายความอิจฉา
สกุลโม่ต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินต้าซุ่นมาหลายปี พวกเขาต้อง
ทนทุกข์จากการลอบโจมตีของชาวหนานเจียงมาไม่น้อย
โดยเฉพาะบิดาของพวกเขา แม่ทัพโม่ฉิงที่เสียชีวิตในสนามรบ
เมื่อหลายปีก่อน จักรพรรดิหนานเจียงออกค าสั่งให้แขวนศีรษะเขา
ประจานไว้บนก าแพงเมือง
ตอนนี้ ในที่สุดก็ถึงวันที่แก้แค้นได้ หวังว่าวิญญาณของบิดาบน
สวรรค์จะได้รับการปลอบประโลมเสียที่
ไม่มีใครในสกุลโม่คิดว่า บิดาของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ค าพูด
ต่อมาของโม่จิ่วเยี่ยจึงท าให้ทุกคนในครอบครัวตกตะลึง
“ท่านแม่ การเดินทางไปหนานเจียงครั้งนี้ ข้ายังได้ค้นพบ
ความลับยิ่งใหญ่อีกอย่าง”
“ความลับอะไรกัน น้องเก้า เจ้าพูดมาเร็ว ๆ อย่าท าให้พี่ชายใจ
คอไม่ดีเลย” โม่ชูหานที่มีนิสัยใจร้อน เร่งเร้าไว ๆ เมื่อได้ยินว่ามีเรื่อง
ความลับอะไรถูกค้นพบ
“ข้าพบว่าในหลุมศพของท่านพ่อและพวกพี่ชาย ไม่ได้มีร่างของ
คนสกุลโม่อยู่เลย” โม่จิ่วเยี่ยพูดช้า ๆ
ครั้งนี้ไม่เพียงพี่ชายหลายคนที่ตกตะลึง แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยัง
ตกใจ
“จิ่วเยี่ย เจ้าพูดจริงหรือ” ส่วนเรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยค้นพบว่าตอนนี้คน
ในหลุมศพไม่ใช่คนสกุลโม่ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่คิดจะถามอะไรอีก สิ่งที่
นางสนใจคือผลลัพธ์
“ถ้าพ่อของเจ้า พี่ใหญ่ กับพี่รองยังมีชีวิตอยู่ แล้วพวกเขาอยู่ที่
ไหนเล่า?”
ค าถามนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่สามารถตอบได้แน่ชัดในยามนี้
เขากับเฮ่อจือหร่านต่างรู้สึกว่ายังไม่ควรด่วนสรุปก่อนที่จะพบตัว
คน
“จากการสืบตามหลักฐาน ข้าคิดว่าท่านพ่อกับพี่ใหญ่พี่รอง
น่าจะอยู่ในแดนตะวันตก น่าเสียดายที่พลาดโอกาสพบกับปรมาจารย์
ซือเหมิงถึงสองครั้ง”
“เป็นปรมาจารย์ซือเหมิงจริง ๆ” โม่อวิ๋นเฟิงตบโต๊ะลุกขึ้นพรวด
จากเรื่องราวในอดีตที่มารดาเล่า ประกอบกับการสืบสวนของ
น้องเก้า ปรมาจารย์ซือเหมิงผู้นี้ก็คือคนที่ท าร้ายบุรุษสกุลโม่อย่างไม่
ต้องสงสัย
โม่ชูหานก็ลุกขึ้นยืน “พรุ่งนี้ข้าจะลาหยุดกับที่ว่าการ แล้วไปตา
มหาร่องรอยของพวกเขาที่ตะวันตก”
พี่ห้าที่ไม่ได้พูดอะไรมาตลอดลุกขึ้นยืน ตบไหล่โม่ชูหาน
“น้องแปด เรื่องนี้ยังต้องปรึกษากันอย่างละเอียด อีกอย่าง
ครอบครัวเรามีพี่น้องอยู่มากมายขนาดนี้ ไม่จ าเป็นต้องให้เจ้าลาหยุด
หรอก”
โม่ชูหานรู้ว่าพี่ห้าฉลาดกว่าเขา เขามองไปทางมารดาที่ไม่เอ่ย
ปากพูดอะไร แล้วนั่งที่เดิมด้วยความหงุดหงิด
คนอื่นต่างมองฮูหยินผู้เฒ่ากับโม่จิ่วเยี่ย ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นผู้
อาวุโสของบ้าน ค าพูดของนางย่อมมีน ้าหนักมาก ยามนี้น้องเก้าและ
น้องสะใภ้เก้าก็เป็นเสาหลักของสกุลโม่ ยิ่งกว่านั้น การตามหาพี่น้อง
กลับมาได้ก็เป็นผลงานของน้องเก้าและภรรยา พวกเขาจึงย่อมต้อง
รับฟังความคิดเห็นของทั้งสองคน