ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 305 ถ้าจะไป พวกเราพี่น้องก็ต้องไปด้วยกัน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 305 ถ้าจะไป พวกเราพี่น้องก็ต้องไปด้วยกัน
“ดีจริง ๆ น้องสะใภ้เก้า ข้าขอบคุณเจ้ากับน้องเก้ามากจริง ๆ”
สะใภ้สี่เอ่ยพลางยื่นมืออันสั่นเทาคว้ามือของเฮ่อจือหร่านไว้แน่น
น ้าตาแห่งความตื้นตันใจเอ่อล้น ไหลอาบแก้มนวลของนางขณะ
มองสามีของตนด้วยความห่วงใย
เฮ่อจือหร่านยื่นห่อผ้าบรรจุผงยาตะวันตกหลากหลายชนิดให้กับ
พี่สะใภ้สี่ พร้อมกับอธิบายวิธีกินอย่างละเอียด
ขณะนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็เรียกพี่น้องในบ้านให้มาช่วยกันประคองโม่
ซิวเหยียน พากลับไปพักที่ห้องอย่างทะนุถนอม
แม้การรักษาโม่ซิวเหยียนจะส าเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่อาการ
บาดเจ็บของเขายังคงต้องใช้เวลาในการพักฟื้นอีกนาน แต่ถ้า
สามารถรักษาได้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ การกลับมายืนได้อีกครั้งก็ไม่ใช่
เรื่องไกลเกินเอื้อม
เมื่อเทียบกับพี่สี่แล้ว อาการของพี่เจ็ดถือว่าเบากว่า พี่เจ็ดมี
บาดแผลภายนอกหลายแห่ง แต่อาการก็ดีขึ้นมากหลังจากได้รับการ
รักษา
ถึงแม้จะยังต้องมีคนช่วยพยุง แต่ตอนนี้พี่เจ็ดก็สามารถเดินได้
ระยะหนึ่งแล้ว
น่าเศร้าที่เขาถูกจองจ าอยู่ในคุกใต้ดินของจวนรัชทายาทหนาน
เจียงมาหลายปี สภาพร่างกายของเขาจึงไม่เพียงถูกทรมาน แต่ยัง
ขาดสารอาหารอย่างหนักจากการอดอาหารอีกด้วย
เรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกาย แต่ก็ไม่ล าบากเท่ากับ
การรักษาพี่สี่
บัดนี้เรื่องเร่งด่วนหลายเรื่องถูกคลี่คลายแล้ว พี่สี่ได้รับการรักษา
อย่างราบรื่น พี่เจ็ดก็ก าลังพักฟื้น ส่วนพวกโอสถมนุษย์ก็ถูกถอนพิษ
ออกจากร่างกายแล้ว หลังจากดูแลไปสักระยะ พวกเขาก็จะค่อย ๆ
กลับมาเป็นปกติ
ยามนี้ภารกิจภายในบ้านก็เกือบจะเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว เหลือ
เพียงรอเวลาว่าเมื่อไหร่หนานรุ่ยจะพาเต๋อเฟยมาถอนพิษหนอนกู่
หากไม่ติดปัญหาว่าต้องคอยระวังกลอุบายของหนานรุ่ย โม่จิ่ว
เยี่ยคงจะไปส ารวจที่ชายแดนด้านตะวันตกนานแล้ว
ความคิดนี้ไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียว แต่พี่น้องทุกคนในสกุล
โม่ต่างก็คิดเช่นเดียวกัน
หลังทานอาหารเย็น โม่อวิ๋นเฟิงจึงเรียกพี่น้องทุกคนให้ไปรวมตัว
กันที่ห้องของพี่สี่
“ตอนนี้ทั้งท่านพ่อ พี่ใหญ่และพี่รองไม่อยู่ ข้าเป็นชายที่อายุมาก
ที่สุดในบ้าน วันนี้ที่เรียกทุกคนมารวมตัวกัน ก็เพื่อปรึกษาเรื่องการไป
สืบข่าวที่ชายแดนตะวันตก” พี่สามกล่าวอย่างจริงจัง
เมื่อได้ยินว่าจะไปสืบข่าวที่ชายแดนตะวันตก โม่ชูหานก็ลุกขึ้น
ยืนเป็นคนแรก
“พี่สาม ข้าสามารถลาหยุดกับที่ว่าการแล้วไปที่ชายแดน
ตะวันตกได้”
พี่ห้ากับพี่หกก็รีบตอบรับ “ถ้าจะไป พวกเราพี่น้องก็ต้องไป
ด้วยกัน”
โม่จิ่วเยี่ยก็อยากจะไปชายแดนตะวันตกเช่นกัน แต่เขาไม่ได้
กระตือรือร้นเหมือนพี่ชายคนอื่น ๆ
“เรื่องที่ชายแดนตะวันตกพวกเราย่อมต้องไป แต่พวกเราพี่น้อง
ไม่อาจไปกันทุกคนได้”
“น้องเก้าพูดถูก ในบ้านมีแต่สตรี พวกเราย่อมเดินทางไปกัน
ทั้งหมดไม่ได้” พี่สามเห็นด้วย
“เช่นนั้นให้ข้าไปคนเดียวเถอะ” พี่หกพูดอย่างแค้นเคือง เขา
เกลียดชังคนที่ท าร้ายบุรุษสกุลโม่ที่สุด
“ไม่ได้ ถ้าจะไปก็ให้ข้าไปคนเดียว” พี่แปดไม่ยอมแพ้ ในบรรดา
บุรุษสกุลโม่ วรยุทธ์ของเขาสูงที่สุด เมื่อถึงเวลาต้องลงมือออกแรงก็
ไม่อาจถอยได้
“น้องแปด เจ้ามักจะใจร้อน การไปชายแดนตะวันตกไม่ได้
เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ เจ้าควรอยู่ในเมืองอวิ่น และท าหน้าที่หัวหน้า
เจ้าหน้าที่ของเจ้าให้ดี” พี่ห้าเตือน
“พี่ห้า ท่านรู้ได้อย่างไรว่าการไปชายแดนตะวันตกจะไม่ต้องลง
มือต่อสู้?” พี่แปดไม่ยอมแพ้
พี่สามเห็นทุกคนโต้เถียงกันไม่หยุด จึงออกปากห้ามว่า “พอ
เถอะ อย่าทะเลาะกันเลย คราวนี้ข้าจะไปเอง ถ้าพวกเจ้าไม่วางใจ ข้า
ก็สามารถพาเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ไปด้วยได้ อย่างนี้ก็จะมีคนคอย
ดูแลกันและกัน”
โม่จิ่วเยี่ยก็อยากไป แต่เมื่อนึกถึงสภาพร่างกายของภรรยาและ
เรื่องของหนานรุ่ย เขาก็ยังไม่อาจออกเดินทางได้ในตอนนี้
ดังนั้น ขณะที่พี่ชายทั้งหลายก าลังแย่งกันไปที่ชายแดนตะวันตก
เขาจึงได้แต่เป็นนกกระทาที่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง
พี่สี่และพี่เจ็ดก็อยากไป แต่ร่างกายของพวกเขาไม่เอื้ออ านวย จึง
ได้แต่มองอย่างอาลัยอาวรณ์เท่านั้น
ในที่สุดเหล่าพี่น้องก็ตัดสินใจเป็นเอกฉันท์ ให้พี่สามพาพวกเหลี
ยงห่าวไปชายแดนตะวันตก และจะออกเดินทางตั้งแต่เช้าในวันพรุ่งนี้
ส่วนอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาที่ก าลังพักฟื้นอยู่ในถ ้านั้น จะให้พี่ห้า
และพี่หกดูแลชั่วคราว เมื่อร่างกายของพวกเขาดีขึ้น โม่จิ่วเยี่ยก็จะให้
เงินติดตัวกับพวกเขาเพื่อกลับไปเยี่ยมญาติ
หลังออกมาจากห้องของพี่สี่ โม่จิ่วเยี่ยดึงพี่สามมาพูดด้วย
น ้าเสียงจริงจังว่า “พี่สาม ท่านต้องจ าไว้ให้ดีว่าการไปชายแดน
ตะวันตกครั้งนี้ ไปเพื่อสืบข่าวของท่านพ่อและพวกพี่ชายเท่านั้น เมื่อ
มีเบาะแสอะไรแล้ว ท่านต้องรีบกลับมาปรึกษาหารือกันทันที”
“ปรมาจารย์ซือเหมิงเป็นปรมาจารย์ด้านการเลี้ยงแมลงพิษและยัง
เชี่ยวชาญเรื่องยาพิษด้วย แม้ว่าท่านพ่อและพี่ชายจะตกอยู่ในเงื้อม
มือของเขาจริง ๆ สถานการณ์ก็คงไม่สู้ดีนัก ดังนั้นท่านห้ามลงมือ
ช่วยคนโดยพลการเด็ดขาด”
พี่สามพยักหน้า “น้องเก้า เจ้าวางใจเถอะ พวกข้ารู้จักข้อดี
ข้อเสีย จะไม่ท าอะไรโดยไม่ยั้งคิดหรอก”
โม่จิ่วเยี่ยยังคงไม่วางใจนัก แม้เขาจะไม่สามารถจับตัวปรมาจารย์
ซือเหมิงมาได้ แต่ก็ถือว่าเคยปะทะกันมาแล้ว
หากไม่มีภรรยาคอยช่วย เขาคงไม่สามารถหลบหลีกวิธีต่อสู้ของ
ปรมาจารย์ซือเหมิงได้
ดังนั้นเขาจึงได้แต่ภาวนาให้พี่สามเดินทางไปชายแดนตะวันตก
ได้อย่างราบรื่น สามารถสืบหาร่องรอยของบิดากับพี่ชาย และไม่ต้อง
เผชิญหน้ากับปรมาจารย์ซือเหมิง
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยถูกพี่น้องเรียกไปปรึกษาเรื่องการ
เดินทางไปชายแดนตะวันตก
หากนางไม่ได้ตั้งครรภ์ นางจะต้องจัดการเรื่องนี้ร่วมกับโม่จิ่วเยี่ย
แน่นอน
หากพ่อสามีและพี่ชายสามีอยู่ในสภาพถูกหนอนกู่หรือยาพิษ
เพียงมีนางอยู่ด้วยก็จะสามารถหาทางแก้ไขได้ทันที่
นางหวังว่าสกุลโม่จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่ก็
ไม่อาจละเลยเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองได้
ยิ่งกว่านั้น แม้นางจะเสนอว่าจะไปชายแดนตะวันตกด้วย โม่จิ่ว
เยี่ยก็คงไม่ยอม
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงท าเพียงอยู่ที่บ้านรอฟังข่าวคราวเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยกลับมาที่ห้องก็เล่าการตัดสินใจเมื่อครู่ให้เฮ่อจือหร่านรู้
นิสัยของพี่สามนั้นรอบคอบมาก การให้เขาไปจึงเป็นทางเลือกที่
ไม่เลว
แม้จะเป็นเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็ยังคงไม่วางใจ
นางครุ่นคิดไปมา สุดท้ายจึงเตรียมของใช้มากมายเผื่อ
เหตุการณ์ไม่คาดฝันให้พี่สาม เหลียงห่าว รวมถึงคนอื่น ๆ อีกด้วย
เสื้อเกราะกันกระสุนเป็นสิ่งจ าเป็น พวกเขาไปชายแดนตะวันตก
ย่อมไม่รู้ว่าจะเจออันตรายแบบไหน อย่างน้อยการมีเสื้อเกราะกัน
กระสุนก็เป็นหลักประกันที่ดี
นอกจากนี้ ผงก ามะถันยังเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการต่อกรกับพวก
พิษแมลง แม้พี่สามและพวกเหลียงห่าวจะมีวรยุทธ์สูงส่ง แต่เมื่อเผชิญ
กับภัยที่ไม่อาจคาดเดาได้ การมีผงก ามะถันติดตัวไว้ย่อมเป็นการ
ป้องกันอีกขั้น
เฮ่อจือหร่านหยิบปืนยาสลบขนาดเล็กออกมาอีกสองสาม
กระบอก ตัดสินใจมอบให้พวกเขาพกติดตัวไว้คนละกระบอก เพื่อใช้
ในยามคับขัน
แน่นอนว่า นางก าชับโม่จิ่วเยี่ยให้ย ้ากับทุกคนว่า อย่าน าออกมา
ใช้จนกว่าจะถึงคราวจ าเป็นจริง ๆ
ส่วนข้ออ้างเรื่องปืนยาสลบนั้น เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยไม่
จ าเป็นต้องกังวล เพราะระหว่างทางที่ผ่านมา พวกเขาได้แจกจ่าย
ให้กับสตรีทุกคนในบ้านคนละกระบอกไปแล้ว จึงมั่นใจว่าพี่สามคงไม่
รู้สึกสงสัย
สุดท้าย นางยังเตรียมเกาทัณฑ์แขนเสื้อให้คนละอัน ซึ่งมัน
สามารถผูกไว้ที่แขนได้ตลอดเวลา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับ
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ส่วนสิ่งของอื่น ๆ เฮ่อจือหร่านยังคิดไม่ออก จึงได้แต่เตรียมสิ่ง
เหล่านี้ให้พี่สามและคนอื่นไปก่อน
พอโม่จิ่วเยี่ยเห็นสิ่งของที่ภรรยาเตรียมไว้ให้พี่สามและคนอื่น ๆ
ก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก แต่เพราะภรรยาไม่ชอบให้เขาพูดจาอ่อนหวาน
กับนาง เขาจึงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
เขามอบสิ่งของทั้งหมดนี้ให้กับพี่สามและพวกเหลียงห่าว พร้อม
ทั้งอธิบายวิธีการใช้งานอย่างละเอียด
ส่วนที่มาของสิ่งของเหล่านี้ ทุกคนต่างเข้าใจกันดีอยู่แล้วจึงไม่ได้
ซักถามอะไร นอกจากเสื้อเกราะกันกระสุนแล้ว พวกเขาก็เคยเห็นปืน
ยาสลบและเกาทัณฑ์นี้มาก่อนแล้ว
หลังพี่สามรับสิ่งของเหล่านี้ไป โม่จิ่วเยี่ยจึงรู้สึกอุ่นใจขึ้นบ้าง
ส่วนเรื่องหนอนกู่นั้น โม่จิ่วเยี่ยไม่กล้ามอบให้พี่สามง่าย ๆ เพราะ
พวกเขาไม่เข้าใจเรื่องพิษกู่ หากเกิดปัญหาขึ้นมา อาจจะได้ไม่คุ้ม
เสีย