ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 317 รับรองว่าจะท าให้พวกท่านพอใจแน่นอน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 317 รับรองว่าจะท าให้พวกท่านพอใจแน่นอน
สิ่งนี้ท าให้หูชงรู้สึกอบอุ่นใจ
ที่จริงแล้ว เขาก็เข้าใจหลักการที่ว่าเวลาเปลี่ยนไป สถานการณ์
ก็เปลี่ยนไป
ตอนนี้ในซีเป่ยไม่มีใครจะเห็นคุณค่าความสามารถของเขาอีก
แล้ว การที่จะได้รับการยกย่องและให้ท างานได้เหมือนแต่ก่อน คงมีแต่
สกุลโม่เท่านั้น
โดยเฉพาะแบบโครงสร้างของเฮ่อจือหร่าน เขารู้สึกสนใจมัน
มาก หากไม่ได้เข้าร่วมการก่อสร้างด้วยตัวเอง เกรงว่าชั่วชีวิตนี้คง
จะต้องรู้สึกเสียดายไปตลอดแน่นอน
ดังนั้นต่อให้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ตกลงมอบงานทั้งหมดให้เขา เขาก็จะ
เลือกที่จะเข้าร่วมอยู่ดี
เพียงแต่ในใจของเขาอาจจะรู้สึกไม่คุ้นชินเท่านั้น
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็พูดคุยรายละเอียดกับหูชง
อีกเล็กน้อย
เฮ่อจือหร่านเป็นคนใจกว้าง นางมอบตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งหมื่นต าลึง
ให้หูชง จ านวนเงินนี้ส าหรับชาวบ้านทั่วไปแล้วเป็นตัวเลขที่พวกเขา
ไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝัน
ส าหรับหูชงในตอนนี้ จึงถือว่ามันเป็นเงินจ านวนมหาศาลเลย
ทีเดียว
เพราะเขาหลังถูกเนรเทศมาที่ซีเป่ย เวลาปกติก็มักจะหาเลี้ยง
ปากท้องด้วยฝีมือเท่านั้น
เงินจ านวนมากมายขนาดนี้ แม้จะไม่ได้มอบให้เขาทั้งหมด แต่
ส าหรับหูชงในยามนี้ก็ถือว่าเป็นเงินก้อนโต
หูชงได้รับเงินจ านวนนี้มาก็รู้สึกงงงวย “ฮูหยินเก้า เจ้าก าลังท า
อะไร?”
เฮ่อจือหร่านยิ้มพลางอธิบายว่า “ในเมื่อข้ามอบหมายเรื่องการ
สร้างบ้านทั้งหมดให้พี่หู ข้าก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรอีก ต่อไปวัสดุต่าง ๆ ที่
จ าเป็นก็ต้องให้พี่หูจัดการเองแล้ว ดังนั้นเงินเหล่านี้จึงรวมถึง
ค่าใช้จ่ายส าหรับซื้อวัสดุและค่าแรงงานด้วย”
แน่นอนว่าก่อนที่เฮ่อจือหร่านจะมาหาหูชง นางได้ค านวณต้นทุน
คร่าว ๆ เอาไว้แล้ว
ค่าแรงในยุคนี้ถูกมาก งานหนักอย่างการสร้างบ้านมีค่าแรงต่อ
วันเพียงสิบห้าถึงยี่สิบเหวินเท่านั้น
อย่างการสร้างบ้านสิบหลังของพวกเขานั้นถือเป็นงานใหญ่ ย่อม
ต้องใช้แรงงานจ านวนมากแน่นอน
หากสามารถจ้างคนงานหนึ่งร้อยคน ค่าแรงสูงสุดคือยี่สิบเหวิน
ค่าแรงต่อวันก็คิดเป็นสองต าลึงเท่านั้น
ทั้งอิฐ ทั้งกระเบื้องและไม้ต่าง ๆ ในบ้านนางเตรียมไว้ก่อนปีใหม่
แล้ว ส่วนโถชักโครกก็ไม่จ าเป็นต้องใช้เงินจ านวนมาก แค่ร้อยต าลึง
ก็เพียงพอแล้ว
สิ่งเดียวที่อาจมีราคาสูงยิ่งกว่านั้นคือท่อเหล็กที่ใช้ท าระบบท า
ความร้อนใต้พื้น ในสมัยโบราณทรัพยากรล้วนขาดแคลน เหมือง
เหล็กก็มีไม่มาก และมักถูกควบคุมโดยราชส านัก ดังนั้นราคาของ
เหล็กจึงค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น
แม้จะเป็นเช่นนั้น นางก็คาดการณ์ดเอาว่าสักสองพันสามพัน
ต าลึงก็น่าจะพอ
ส่วนของจิปาถะที่เหลือก็แทบไม่ต้องใช้เงินมาก
หากหูชงสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ดี การรับงานสร้าง
บ้านให้สกุลโม่ครั้งนี้ เขาจะสามารถท าก าไรได้อย่างน้อยสี่พันต าลึง
ขึ้นไป
เฮ่อจือหร่านสามารถค านวณได้อย่างแม่นย า แต่หูชงซึ่งเป็นมือ
อาชีพย่อมค านวณราคาได้แม่นย ากว่านาง
“แม้จะรวมค่าใช้จ่ายบางอย่างเข้าไปด้วย มันก็ไม่น่าจะใช้เงิน
มากขนาดนี้!” หูชงยังคงรู้สึกตกใจอยู่บ้าง
ตอนอยู่เมืองหลวง หากเขาพบการก่อสร้างที่สนใจ ก็เขายินดีจะ
เข้าร่วมแม้ไม่ได้ก าไรก็ตาม
แต่ตอนนี้ท่ามกลางซีเป่ยซึ่งเป็นพื้นที่ยากจนที่สุดของต้าซุ่น
สกุลโม่กลับให้เงินมากมายมหาศาลกับเขา
โม่จิ่วเยี่ยเห็นหูชงท่าทางอึดอัดใจจึงกล่าวว่า “พี่หู แม้ตอนอยู่
เมืองหลวงจะใช้เงินมากขนาดนี้ก็ยังเชิญท่านให้มาท างานให้ไม่ได้
ท่านอย่าได้เกรงใจเลย รับมันเอาไว้เถอะ!”
หูชงเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบเกรงใจอะไรนัก เมื่อปฏิเสธไม่ได้ก็ต้อง
ยอมรับไป
ใครจะรังเกียจว่าในมือเงินมากเกินไปเล่า
“เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว ข้าจะทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อ
สร้างบ้านของสกุลโม่ รับรองว่าจะท าให้พวกท่านพอใจแน่นอน”
“ดี พี่หูสามารถเริ่มเตรียมการได้ในเร็ววันนี้ ส่วนเรื่องคนงาน
ท่านอาจไปปรึกษากับผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านใกล้เคียงได้”
ใกล้ถึงฤดูเพาะปลูกแล้ว แค่แรงงานคนของหมู่บ้านซีหลิ่งคงไม่
เพียงพอแน่ ยิ่งกว่านั้น เมื่อถึงฤดูเพาะปลูกผู้ชายส่วนใหญ่ก็ไม่
สามารถออกมารับจ้างท างานอย่างอื่นได้
หากติดต่อกับคนจากหลาย ๆ หมู่บ้าน ย่อมมีบางครอบครัวที่มี
ลูกชายหลายคน พวกเขาไม่เชื่อว่าจะไม่มีใครยอมออกมารับจ้างเพื่อ
หาเงิน
“ได้ เรื่องพวกนี้ข้าจะจัดการเอง”
หูชงก็คิดเช่นเดียวกัน ขอเพียงมีเงิน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะจ้างคน
มาไม่ได้
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าหูชงกระตือรือร้นอยากจะไปศึกษา
แบบโครงสร้างของนาง หลังจากตกลงกันเรียบร้อยพวกเขาก็ขอตัว
ตอนนี้เรื่องการสร้างบ้านถูกมอบให้หูชงไปจัดการ พวกเขาจึง
สบายใจขึ้นมาก เวลาที่เหลือจึงสามารถทุ่มเทพิจารณาเรื่องการ
เพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิได้
หูชงลงมือรวดเร็ว เขาขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่อศึกษาแบบ
โครงสร้างอยู่สองวัน ก็สามารถศึกษาแบบโครงสร้างของเฮ่อจือหร่าน
ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว
เขาติดต่อโรงเผาเครื่องเคลือบเพื่อท าชักโครกก่อน แล้วจึง
ติดต่อไปหาโรงตีเหล็กหลายแห่งในเมืองอวิ่น เพื่อท าท่อเหล็กส าหรับ
ระบบท าความร้อนใต้พื้น
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว เขาจึงไปหาผู้ใหญ่บ้าน
ของหมู่บ้านใกล้เคียงอีกหลายแห่ง เพื่อจ้างคนมาช่วยสร้างบ้าน
แม้ว่าใกล้จะถึงช่วงเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่ก็เป็นไป
ตามที่เฮ่อจือหร่านคาดการณ์ไว้ ครอบครัวที่มีแรงงานมากก็เต็มใจจะ
ให้คนออกมาท างานสักคนสองคน
สุดท้ายแล้ว งานที่ลงแรงไปได้เงินกลับมาแบบนี้ก็ไม่มีใครกล้า
ปฏิเสธ
ฝ่ายเฮ่อจือหร่านเองก็ก าลังยุ่งเช่นกัน
ไม่กี่วันมานี้นางกับโม่จิ่วเยี่ยได้เช่าบ้านใหญ่หลังหนึ่งในเมืองอ
วิ่นไว้ไม่ไกลจากท่าเรือ
นางน าไม้ผลที่เพาะพันธุ์ไว้ล่วงหน้าในพื้นที่มิติทั้งหมดออกมา
เก็บไว้ที่นั่น
พืชหรือเมล็ดพันธุ์ที่เกิดในพื้นที่มิตินั้นไม่เลือกสภาพดินฟ้า
อากาศ ดังนั้นไม้ผลที่นางเตรียมไว้จึงมีหลากหลายชนิด
มีทั้งแอปเปิล ส้ม ส้มเขียวหวาน ลูกท้อ เชอร์รี่ กระทั่งมะม่วงและ
ทุเรียนที่เติบโตในเขตร้อนก็ยังมี
สรุปคือทุกอย่างที่นางนึกออกถูกเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว
ไม้ผลมีหลากหลายชนิดและมีจ านวนมาก ย่อมต้องการแรงงาน
จ านวนมากเช่นกัน
แรงงานจากหมู่บ้านซีหลิ่งและหมู่บ้านรอบข้างต่างมาช่วยสร้าง
บ้านให้พวกเขา แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
ล าบากใจแต่อย่างใด
ทั้งสองคนไปขอความช่วยเหลือจากเมิ่งไห่หนิง ให้เขาช่วยหา
แรงงานในเมือง
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเมืองอวิ่นไม่มีที่ดินท ากิน จึงไม่มีปัญหา
เรื่องการเพาะปลูก
อีกทั้งเฮ่อจือหร่านยังจ่ายค่าแรงให้มากถึงวันละสามสิบเหวิน ซึ่ง
เป็นค่าแรงที่สูงกว่าการท างานในเมืองเสียอีก
เมิ่งไห่หนิงส่งคนไปประกาศข่าว ไม่นานก็มีคนมากมายมาแย่ง
กันลงชื่อ
แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่การที่ใครสักคนจะท างานให้คน
สกุลโม่ เมิ่งไห่หนิงย่อมไม่กล้าประมาท
เขาส่งเจ้าหน้าที่ไปสืบลักษณะนิสัยของผู้ที่มาลงชื่อทุกคน หาก
พบว่าใครเกียจคร้านหรือชอบเอาเปรียบก็จะไม่รับท างานเด็ดขาด
หลังคัดเลือกคนอย่างพิถีพิถัน ในที่สุดก็จ้างคนงานหนึ่งร้อยคน
ให้สกุลโม่ได้
เฮ่อจือหร่านตั้งใจจะปลูกไม้ผลให้เต็มพื้นที่บนภูเขาทั้งหมด งาน
นี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
คนที่จ้างมาจะต้องขนกล้าไม้จากบ้านเช่าในเมืองอวิ่นไปยัง
หมู่บ้านซีหลิ่งถึงจะลงมือปลูกได้ ด้วยเหตุนี้ คนหนึ่งร้อยคนจึงท างาน
กันอย่างขยันขันแข็งอยู่ประมาณสิบวัน จึงสามารถปลูกไม้ผลเหล่านี้
จนเสร็จ
บัดนี้บนเนินเขาไม่ได้ดูรกรุงรังเหมือนเมื่อก่อน แต่เต็มไปด้วยไม้
ผลนานาชนิดที่เรียงรายเป็นระเบียบ
ดอกสาลี่และดอกท้อเริ่มบานตามล าดับ น าความงดงามที่
แตกต่างกันมาสู่ภูเขาแห่งนั้น
แน่นอนว่าการที่สกุลโม่ปลูกไม้ผลชนิดต่าง ๆ ที่ผู้คนไม่เคยเห็น
มาก่อนบนภูเขา ย่อมก่อให้เกิดค าวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวบ้าน
แม้แต่คนในสกุลโม่เองก็ยังไม่เข้าใจในทีแรก
ทว่าทั้งสองได้คิดข้ออ้างไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่ก าลังจัดการเรื่อง
เหล่านี้
เหตุผลที่พวกเขาเช่าบ้านอยู่ใกล้กับท่าเรือ ก็เพื่อใช้ประโยชน์
จากชาวต่างชาติในการปกปิด
แม้ว่าข้ออ้างจะดูไม่น่าเชื่อถือ แต่ก็ยังดีกว่าถูกคนถามไปมาแล้ว
หาค าตอบให้ไม่ได้