ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 324 ต่อไปพวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 324 ต่อไปพวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก
ถังหมิงรุ่ยใจกว้ำงและยังมอบผ้ำไหมสูจิ่นให้โม่หานเยี่ยโดยตรง
ฮูหยินผู้เฒ่ำเป็นคนสายตำแหลมคม ด้วยของขวัญทั้งสองอย่ำง
นี้ นางกับเฮ่อจือหร่านต่ำงก็มองออกถึงร่องรอยบำงอย่ำง
ถังหมิงรุ่ยมีใจให้โม่หานเยี่ย!
แน่นอนว่าของมีค่ำเช่นนี้ สกุลโม่จะไม่รับเด็ดขำด
ถึงแม้ว่าผ้ำไหมสูจิ่นของถังหมิงรุ่ยจะไม่ได้มอบให้ใคร แต่การ
กระทำของเขำ คนที่มีหูตำก็สามารถมองออกได้
ไม่เพียงฮูหยินผู้เฒ่ำที่มองออก เฮ่อจือหร่านกับพี่สะใภ้อีกหลาย
คนก็มองออกชัดเจน
ถังหมิงรุ่ยเพียงแค่ต้องการมอบของขวัญให้โม่หานเยี่ย จึงใช้
วิธีการเช่นนี้
พี่สะใภ้รองเป็นคนที่เก็บซ่อนสิ่งต่ำง ๆ ไว้ในใจไม่อยู่ หลังอาหาร
เย็น นางก็ดึงสตรีในบ้ำนมารวมกัน แล้วเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องใน
บ้ำนต่อหน้ำแม่สามี
“ท่านแม่ ท่านสังเกตหรือไม่ว่า คุณชายถังช่ำงดีกับหานเยี่ย
เหลือเกิน”
แม้ว่าฮูหยินผู้เฒ่ำจะถูกเนรเทศมายังซีเป่ยแล้ว แต่ความคิดที่ฝัง
รากลึกในจิตใจนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ทันที่
ในสายตำของนาง ต่อให้ถังหมิงรุ่ยจะมีความสามารถโดดเด่น
เพียงใด แต่ก็ยังเป็นเพียงพ่อค้ำ ขณะที่เมิ่งไห่หนิงนั้นแตกต่ำง แม้เขำ
จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดในราชสานัก แต่ก็สืบเชื้อสายมาจากตระกูล
ของบัณฑิต
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว นางย่อมให้ความสาคัญกับผู้ที่มีวิชำ
ความรู้มากกว่า
ความจริงแล้วฮูหยินผู้เฒ่ำไม่ได้มีเจตนาคิดดูถูกถังหมิงรุ่ย แต่
หากมีทำงเลือกให้นางได้เลือก นางย่อมปรารถนาให้บุตรสาวได้
แต่งงำนกับบัณฑิตผู้มีความรู้
แน่นอนว่านางไม่ได้ต้องการบังคับจิตใจบุตรสาว หากโม่หานเยี่ย
ไม่พึงพอใจในตัวเมิ่งไห่หนิง แต่กลับมีใจให้กับถังหมิงรุ่ย นางก็พร้อม
จะสนับสนุนอย่ำงเต็มที่
เดิมทีฮูหยินผู้เฒ่ำตั้งใจจะปรึกษำเรื่องนี้กับเฮ่อจือหร่าน แต่ไม่
คิดว่าสะใภ้รองจะเอ่ยปำกพูดขึ้นมาก่อน
นางหันไปมองโม่หานเยี่ยที่ยืนอยู่ข้างกำย ใบหน้ำของหญิงสาว
แดงระเรื่อ นางจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “หานเยี่ย เจ้ำ
ไม่ได้บอกหรอกหรือว่าคืนนี้กระต่ำยที่เลี้ยงไว้อาจจะออกลูก?”
โม่หานเยี่ยผ่านเรื่องราวต่ำง ๆ มามากมาย จึงไม่ใช่เด็กสาวอย่ำง
ที่เคยเป็นแล้ว
นางรู้ดีว่าเรื่องแต่งงำนไม่ใช่สิ่งที่สตรีอย่ำงนางควรเอ่ยปำก แต่
การแต่งงำนกับคนที่ไม่ได้รัก นางก็ยอมไม่ได้เช่นกัน
ก่อนจะออกไป นางจึงโน้มตัวลงกระซิบข้างหูมารดำว่า “ท่านแม่
ท่านรู้ใช่ไหมเจ้ำคะ ข้าไม่ได้มีใจให้คุณชายถังเลย”
คำพูดของนาง ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ำไม่จำเป็นต้องเอ่ยถำมสิ่งใดอีก
เพราะลึก ๆ แล้วก็รับรู้ถึงความรู้สึกของบุตรสาวคนนี้ดี
หลังโม่หานเยี่ยออกไป ฮูหยินผู้เฒ่ำจึงเอ่ยกับเหล่ำสะใภ้ด้วย
น้ำเสียงหนักแน่นว่า “เรื่องของหานเยี่ยข้าเข้าใจดี หากคุณชายถัง
มาเยี่ยมเยือน พวกเจ้ำก็แค่ต้อนรับเขำไปตำมมารยาท อย่ำได้คิดไป
ไกลเกินเลย”
คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่ำเปรียบเสมือนการประกำศจุดยืนอย่ำง
ชัดเจน ทั้งโม่หานเยี่ยที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ และตัวนางเองที่ไม่
ต้องการฝืนใจบุตรสาว ต่ำงก็แสดงท่ำทีให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน
ในบ้ำนมีสตรีมากมายอยู่อาศัย ทั้งหมดล้วนเป็นพี่สะใภ้ของโม่
หานเยี่ย พวกนางย่อมอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงน้องสาวคนเดียวของบ้ำน
“เรื่องนี้พวกเจ้ำอย่ำได้กังวลไปเลย ปล่อยให้เป็นเรื่องของ
หานเยี่ยเถอะ” ฮูหยินผู้เฒ่ำเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หานเยี่ย
โตแล้ว รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ พวกเจ้ำอย่ำได้เข้าไปก้ำวก่ำยจน
เกินงำม”
ที่จริงแล้วฮูหยินผู้เฒ่ำเพียงต้องการให้พวกนางรู้ท่ำทีของตนแต่
เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสะใภ้ทั้งหลายกระตือรือร้นเกินไปจนสร้ำง
ปัญหาขึ้นมา
เฮ่อจือหร่านเข้าใจอะไรว่องไว เมื่อได้ยินคำพูดของแม่สามี นาง
ก็เข้าใจความหมายทันที่
“ท่านแม่วางใจได้ ต่อไปพวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก”
พี่สะใภ้คนอื่นเห็นน้องสะใภ้เก้ำพูดเช่นนั้นก็พำกันพยักหน้ำเห็น
ด้วย เพื่อบอกว่าตนเองก็จะทำอย่ำงนั้นเช่นกัน
มีเพียงพี่สะใภ้รองที่ค่อนข้างใสซื่อ ยังคงรู้สึกว่าหากโม่หานเยี่ย
ปฏิเสธถังหมิงรุ่ย ก็อาจจะทำให้พลาดโอกำสกับคนที่ดีเช่นนี้อีก
ถึงอย่ำงไรสกุลโม่ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว แม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ใน
บ้ำนจะยังค่อนข้างมั่งคั่ง แต่คนที่ไม่รังเกียจว่าพวกเขำเป็นนักโทษ
เนรเทศของราชสานักจะมีสักกี่คนกัน?
“ท่านแม่ ข้าเห็นว่าคุณชายถังก็ไม่เลว เหตุใดจึงไม่พิจำรณำเขำ
ดูสักหน่อยเล่ำเจ้ำคะ?”
ฮูหยินผู้เฒ่ำมักปฏิบัติต่อลูกสะใภ้ทั้งเก้ำคนอย่ำงเท่ำเทียมกัน
มีเพียงสะใภ้รองเท่านั้นที่ดื้อรั้น เรื่องที่คนอื่นเข้าใจกันแล้ว นาง
กลับไม่เข้าใจอยู่คนเดียว
แม่สามีโกรธขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดไม่คิดของนาง
“หากเจ้ำไม่เข้าใจ ก็กลับไปถำมพี่น้องสะใภ้คนอื่นดูสิ” นาง
กล่าวด้วยสีหน้ำบึ้งตึง
พี่สะใภ้คนโตรีบดึงแขนเสื้อสะใภ้รอง “น้องสะใภ้รอง เดี๋ยวข้าจะ
อธิบำยให้ฟังเอง”
พี่สะใภ้รองพยักหน้ำอย่ำงงุนงง “ได้”
ด้วยเหตุนี้ บรรดำสตรีในบ้ำนจึงต่ำงเข้าใจท่ำทีของแม่สามีแล้ว
พวกนางเงียบกริบ ไม่พูดถึงเรื่องของถังหมิงรุ่ยอีก
……
เช้ำวันถัดมา ถังหมิงรุ่ยยังคงมาขนสินค้ำด้วยรถม้ำเหมือนเช่น
เคย
บังเอิญว่าเมิ่งไห่หนิงก็แวะมาเยี่ยมสกุลโม่ด้วยเพื่อพูดคุยกับโม่
จิ่วเยี่ย ชายหนุ่มทั้งสองมาถึงบ้ำนสกุลโม่พร้อมกันในพริบตำ
ถังหมิงรุ่ยเป็นพ่อค้ำ เมื่อพบขุนนางย่อมต้องทำความเคำรพ แต่
เมิ่งไห่หนิงไม่รู้คิดของถังหมิงรุ่ย เขำรู้เพียงว่าคนผู้นี้ทำการค้ำร่วมมือ
กับสกุลโม่และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ดังนั้น เขำจึงไม่ได้วางท่ำ
เป็นขุนนางต่อหน้ำถังหมิงรุ่ย แต่กลับทำตัวเป็นกันเองเหมือนที่ปฏิบัติ
ต่อคนสกุลโม่
เขำกับถังหมิงรุ่ยเดินเคียงกันเข้าไปในลานบ้ำนตำมคำเชิญของ
โม่จิ่วเยี่ย แล้วเจอกับโม่หานเยี่ยที่สวมหมวกคลุมพลางถือจอบ พำอวี่
เอ๋อร์กับหลานเอ๋อร์ออกมาจากด้านใน นางคงจะตั้งใจไปดูแลแปลง
สมุนไพรของนาง
ด้วยถังหมิงรุ่ยเป็นพ่อค้ำ จึงมีกิริยาท่ำทำงเปิดเผยกว่าเมิ่งไห่หนิง
มาก เขำเป็นฝ่ำยเดินเข้าไปทักทำยก่อน “แม่นางโม่ ท่านกำลังจะไป
ที่ทุ่งนาหรือ?”
ก่อนหน้ำนี้โม่หานเยี่ยเห็นเมิ่งไห่หนิงมาในชุดขุนนางสง่ำงำม
หัวใจก็เต้นระรัวด้วยความยินดี นางกำลังจะเอ่ยทักทำย แต่ทันใดนั้น
ก็เห็นถังหมิงรุ่ยสาวเท้ำมาหาตนเสียก่อน
เมื่อวานนางได้ยินคำพูดของพี่สะใภ้รองแล้ว จึงพอจะรู้คิดของ
ถังหมิงรุ่ยอยู่บ้ำง แม้ไม่ได้รังเกียจเขำ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกเชิงชู้สาว
กับเขำแม้แต่น้อย
“แม่นางโม่ นี่คือเมล็ดโสมที่ข้าได้มาระหว่างเดินทำงไปค้ำขำย
ข้ารู้ว่าท่านชอบปลูกสมุนไพร จึงนามาให้ท่านลองปลูกดู”
ความจริงสาหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว เมล็ดโสมนับว่าหาง่ำยดำยยิ่ง
นัก แถมยังเป็นพันธุ์ชั้นเลิศจากพื้นที่มิติของนางเองอีกด้วย
เหตุผลที่นางไม่เคยนามาให้โม่หานเยี่ย ก็เพราะโสมนั้นใช้เวลา
เติบโตนาน ภายในเวลาสั้น ๆ ไม่อาจเห็นผลได้
ถังหมิงรุ่ยไม่รู้เรื่องนี้ เขำเพียงรู้ว่าโม่หานเยี่ยชอบปลูกสมุนไพร
จึงอยากมอบของที่ดีที่สุดให้กับนางเท่านั้น
เมิ่งไห่หนิงเห็นถังหมิงรุ่ยนาของมาให้โม่หานเยี่ยก็รู้สึกขุ่นเคือง
ใจอยู่บ้ำง
ขณะกำลังคิดว่าจะเอ่ยปำกทักทำยหญิงสาวอย่ำงไร โม่หานเยี่ย
ก็เอ่ยขึ้นก่อน
“ขอบคุณคุณชายถัง แต่เมล็ดโสมนี้มีค่ำมาก ข้าคงรับไว้ไม่ได้
หรอก”
รับไว้ไม่ได้หรือ!
ถูกต้องแล้ว นางไม่สามารถรับของจากเขำได้!
เมิ่งไห่หนิงเห็นโม่หานเยี่ยปฏิเสธ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที่
แต่ถังหมิงรุ่ยไม่ได้ย่อท้อ เขำยังยื่นห่อผ้ำส่งให้โม่หานเยี่ยพร้อม
รอยยิ้ม
“ของสิ่งนี้ไม่ได้มีค่ำอะไร ข้าบังเอิญไปเจอเข้าจึงซื้อมาฝำก แม่
นางโม่รับไว้เถอะ”
โม่หานเยี่ยถอยหลังไปก้ำวหนึ่ง หลบเลี่ยงห่อผ้ำที่ยื่นมาตรงหน้ำ
“ขอบคุณน้ำใจของคุณชายถัง แต่ตอนนี้ข้าเพิ่งเริ่มจะเรียนรู้การ
ปลูกสมุนไพร ของดีเช่นนี้ไม่ควรถูกข้าทำให้สูญเปล่ำ”